ตอนที่ 62 สยามโนวากรุป
รดาก้าวขึ้นไปบนเวทีด้วยการต้อนรับที่เต็มไปด้วยเสียงปรบมือ ในแต่ละย่างก้าวของเธอล้วนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและสายตาที่มั่นคง แม้แต่ผู้บริหารระดับสูงภายในเครือของบริษัท ที่มีอายุอานามไม่ต่ำกว่า 50 ปี ก็ยังต้องยอมหลีกทางไปยืนเป็นแบ็คกราว์ให้กับเธออยู่เบื้องหลัง
“สวัสดีนักศึกษาและคณะอาจารย์ที่มาร่วมงานสัมมนาของสยามโนวากรุปในวันนี้…ดิฉัน รดา ตัวแทนจากบริษัทสยามโนวากรุปขอกล่าวเปิดงานตั้งแต่บัดนี้” รดาถอยหลังหนึ่งก้าว ก่อนจะเอี้ยวตัวเล็กน้อย เพื่อหันกลับไปดูหน้าจอโปรเจกต์เตอร์ขนาดใหญ่ ที่เลื่อนผ่านลงมากลางเวที พร้อมทั้งมีเพลงบรรเลงอย่างคึกคัก
พีทเองที่ได้เห็นภาพอันยิ่งใหญ่ของบริษัทระดับท็อปของประเทศไทยเองก็นั่งไม่ติดเหมือนกัน เขาจ้องมองมันด้วยความสนอกสนใจ จินตนาการภาพในหัวหวังให้วันหนึ่งตัวเขาจะมีโอกาสไปยืนบนเวทีแบบนี้
ทั้งนี้หลังจากเปิดงาน ทางด้านของรดาก็กลับเข้าประจำที่นั่งอีกครั้ง ซึ่งในระหว่างที่รดากำลังเดินกลับลงไปยังที่นั่ง ที่จัดเรียงไว้ให้กับเธอ ระหว่างนั้นสายตาของพีทและเธอก็ได้เผอิญประสานกัน
‘ใช่แล้ว! มิน่าล่ะถึงได้คุ้นหน้าคุ้นตาเธอ ที่แท้คุณรดาก็เคยเข้าร่วมในงานบรรยายที่มหาลัยของเขาเมื่อช่วงกลางเดือนนี้เอง’
ในที่สุดพีทก็นึกออกและเมื่อนึกออกแล้ว ตัวของพีทก็พลันเข้าใจถึงความพูดของรดาที่ได้พูดเล่นกับเขา ที่โต๊ะของพี่แพรแล้ว
พีทรีบสงบปากสงบคำในทันที เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมอีกฝ่ายถึงเตือนเขาไม่ให้เขาก่อเรื่อง
แน่นอนพีทก็ไม่คิดที่จะสร้างเรื่องอยู่แล้ว เพราะนอกจากจะถูกหมายหัวจากรดา ที่เป็นว่าที่รองประธานของบริษัทสยามโนวาแล้ว พีทอาจจะถูกพี่สาวของเขาจัดการในภายหลังได้นั่นเอง
‘ที่นี่คือที่ทำงานของพี่แพร!’ พีทท่องคำนี้จนขึ้นใจ ก่อนที่ตัวเขาจะนั่งรับฟังการบรรยายของเหล่าผู้บริหารที่ขึ้นมาให้ความรู้
เหล่าผู้บริหารที่ขึ้นมาพูด ทุกคนต่างขึ้นมาพูดถึงอุตสาหกรรมของพวกเขาที่กำลังดำเนินกิจการอยู่ หัวข้อที่พูดก็เป็นการแนะนำมากกว่าการชี้นำเหมือนกับการบรรยายที่มหาลัย ที่เหล่าวิทยากรส่วนมากมักจะขึ้นมาพูดโอ้อวด โชว์ความสำเร็จจนพีทรู้สึกเบื่อหน่าย
หากแต่ว่างานสัมมนาในครั้งนี้ของสยามโนวา กลับไม่เป็นแบบนั้นเลย เหล่าผู้บริหารต่างมาอธิบายถึงอุตสาหกรรมและนวัตกรรมของพวกเขา
ดั่งเช่นบริษัทสยามอิเล็กทรอนิกส์ พวกเขาพูดเกี่ยวกับแบตเตอรี่ ที่กำลังเป็นตลาดที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ทั้งนี้บริษัทสยามโนวากรุปเองก็มี กระบวนการผลิตแบตเตอรี่เพื่อส่งขายตลาดโลกด้วยเช่นกัน
ซึ่งถึงแม้ว่าการผลิตแบตเตอรี่ของไทยจะมีประสิทธิภาพสูงเทียบเท่ากับประเทศชั้นนำ แต่ก็ติดปัญหาตรงที่ว่า ประเทศของเรายังต้องพึ่งการนำเข้า แร่บางชนิด ที่สำคัญในการทำแบตเตอรี่จากประเทศจีนนั่นเอง
พีทนั่งนิ่งพลางรับฟังข้อมูลต่างๆ นานาจากหลายๆ บริษัท โดยจากการรับฟังนี้ พีทก็รู้สึกว่าประเทศไทยของเรา พึ่งพาวัตถุดิบและองค์ประกอบที่สำคัญจากต่างประเทศทั้งหมดเลย ขืนปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ประเทศไทยในโลกบลูสตาร์ของพีท ก็จะมีชะตากรรมที่ไม่ต่างจากโลกของน้าผี
ประเทศไทยจะถูกเอารัดเอาเปรียบในเวทีระดับโลก ประเทศไทยจะไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ จากประเทศมหาอำนาจ เพื่อเป็นเครื่องมือต่อรองได้เลย
[อันที่จริงประเทศของเรา ก็มีสายแร่สำคัญอย่างแร่แรร์เอิร์ธอยู่เป็นจำนวนมาก มากพอๆ กับประเทศจีนเลยด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่าสายแร่ที่เรามี มีความเข้มข้นที่ต่ำมาก ต่ำจนไม่สามารถนำมาใช้งานได้จริง อีกทั้งการสกัดก็ทิ้งกากกัมมันตรังสีที่อันตรายต่อประชาชน เลยทำให้ประเทศของเราต้องสั่งซื้อและนำเข้าเพียงอย่างเดียว] น้าผีบอกเล่าถึงสายแร่แรร์เอิร์ธที่เป็นแร่สำคัญของโลก ซึ่งแร่ตัวนี้คือหัวใจหลักในการเอาไปใช้ทำอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มากมายไม่ว่าจะเป็น ชิปเซต หน่วยประมวลผล แบตเตอรี่คุณภาพสูง อุปกรณ์ดาวเทียม ฯลฯ
และนอกเหนือจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว มันยังช่วยในเรื่องของการแพทย์อย่างการผลิตเครื่องมือเลเซอร์รักษาโรคต่างๆ ได้อีกด้วย
[ประเทศไทยของเรามีด้วยเหรอครับ?] พอได้ยินว่าประเทศของเรามี พีทก็พลันตาลุกวาว หากแต่ทางด้านของน้าผีก็ได้ย้ำเตือนว่า ถึงประเทศไทยของเราจะมีแต่การสกัดมันออกมาเป็นเรื่องที่ยากมาก แถมยังสร้างปัญหาให้กับผู้คนอีก
ดังนั้นมันจึงไม่ต่างอะไรกับแร่ที่ไร้ค่า ที่ไม่มีใครสนใจนั่นเอง [แล้วถ้าเราสกัดมันเองได้และทำให้มันมีปริมาณที่เข้มข้นเท่ากับประเทศจีน ถ้าเป็นแบบนี้เราก็แก้ปัญหาได้แล้วไม่ใช่เหรอ] ระหว่างที่พีทกับน้าผีกำลังโต้เถียงกันไปมา สตีเฟ่น จ๊อบส์ ก็ได้พูดแทรกขึ้นมา
แน่นอนสตีเฟ่น จ๊อบส์นั้นรู้จักและรู้ถึงคุณค่าของแรร์เอิร์ธเป็นอย่างดี เพราะบริษัท Pineapple ของเขาในโลกก่อน ก็ใช้แรร์ชนิดนี้ในการสร้างหน่วยประมวลผลและแบตเตอรี่
[คุณทำได้เหรอจ๊อบส์?!] น้าผีถึงกับหันขวับ เมื่อได้ยินสิ่งที่สตีเฟ่น จ๊อบส์พูด แต่ทว่าสตีเฟ่น จ๊อบส์กลับหัวเราะ [ฮ่าฮ่า! ถ้าฉันทำเป็นคงไม่ต้องซื้อเหมือนกัน]
ทุกคนต่างส่ายหน้าให้กับคำพูดของสตีเฟ่น จ๊อบส์ แม้แต่ผู้พันแซนเดอรอสและเชฟมินแจกยูก็ยังเบือนหน้าหนี
แต่ถึงอย่างนั้นสตีเฟ่น จ๊อบส์ก็ไม่ยอมแพ้ ยังคงพูดต่อไป [เราทำไม่เป็น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีคนทำมันไม่เป็นไม่ใช่เหรอ? เราก็แค่ต้องให้พีทปลดล็อกอัจฉริยะคนนั้นมาให้ได้และเมื่อพวกเราร่วมพลังกัน กับเจ้า AI.อัลฟ่า เพียงเท่านี้ก็ไม่มีอะไรในโลกที่เราจะทำไม่ได้อีกแล้ว]
คำพูดของสตีเฟ่น จ๊อบส์ทำให้พีทและคนอื่นๆ พลันตาลุกวาว…จริงด้วย! เขามีระบบที่สามารถนำพาบุคคลสำคัญของโลกอยู่กับตัวอยู่แล้ว ที่ต้องทำในตอนนี้ก็แค่หาวิธีปลดล็อกบุคคลสำคัญที่เชี่ยวชาญในด้านนี้มาช่วยเหลือก็เท่านั้น
แต่คำถามสำคัญเลยก็คือ คนๆ นั้นเป็นใคร?! [จ๊อบส์คุณรู้จักใครไหม ที่เชี่ยวชาญด้านนี้เป็นอย่างดี] น้าผีถาม ซึ่งสตีเฟ่น จ๊อบส์ก็โพลงรายชื่อคนๆ นั้นออกมาในทันที [อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์!!]
นี้คือครั้งแรกที่น้าผี ช็อกจนตกเก้าอี้ ชื่อของบุคคลสำคัญนี้ นี้มันระดับ SSS ที่ได้มายากที่สุดในระบบเลยไม่ใช่เหรอ
ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะของโลกอย่าง อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์…นี้ไม่ใช่คนที่พีทจะปลดล็อกมาได้ง่ายๆ
[ถ้าอย่างนั้นก็มีอีกหนึ่งคน เขาคือ จอร์จ เออร์เบน (Georges Urbain) เป็นนักเคมี ที่เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยา] สตีเฟ่น จ๊อบส์พยายามคิดหัวแทบแตก กว่าจะนึกถึงชื่อบุคคลสำคัญคนนี้ขึ้นมาได้
ซึ่งเมื่อพีทนำชื่อนี้ใส่ลงไปในระบบค้นหาของสารบัญ ระบบก็พลันแจ้งว่า ‘บุคคลนี้อยู่ในรายชื่อของบุคคลสำคัญระดับ B’ เท่านั้น เพียงแต่ขั้นตอนในการปลดล็อกรายชื่อของจอร์จ เออร์เบนนั้น มีข้อจำกัดอีกอย่างหนึ่งนั้นก็คือ พีทต้องทำการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องแรร์เอิร์ธเพื่อเก็บค่าประสบการณ์อย่างน้อง 2 ชั่วโมง
โดยการเก็บค่าประสบการณ์เพื่อที่จะทำภารกิจให้ผ่านนี้ พีทอาจจะต้องอ่านหนังสือในห้องสมุด หาข้อมูลตามอินเทอร์เน็ตหรือแม้กระทั่งฟังการสัมมนาถึงหัวข้อนี้จากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง หากทำเงื่อนไขครบถ้วน พีทจึงจะสามารถได้รายชื่อของบุคคลเหล่านั้นที่ต้องการได้นั่นเอง
พีทได้ตั้งเป้าหมายถึงบุคคลสำคัญคนตัวต่อไปที่จะมาช่วยเขาเอาไว้แล้ว เขาตั้งใจฟังการบรรยายอย่างด้วยความตั้งอกตั้งใจ และในขณะที่พีทกำลังนั่งฟังผู้บริหารพูดอยู่นั่นเอง หลอดค่าประสบการณ์ในการเรียนรู้เรื่องแร่แรร์เอิร์ธของพีท ก็ได้เพิ่มค่าประสบการณ์ขึ้นมาแล้ว
[Exp+1: 1/120] ค่าประสบการณ์ที่ได้รับ 1 หน่วย? พีทมองค่าประสบการณ์ที่ได้มาน้อยนิดก็น้ำตานองหน้า เพราะมันเท่ากับว่าเขาต้องทนนั่งฟังสิ่งที่ผู้บริหารบนเวทีกำลังพูดถึง 2 ชั่วโมงเลยทีเดียว
หากแต่ว่า ไอ้เวลาที่ต้องนั่งฟัง 2 ชั่วโมง นั้นยังไม่เท่าไร พีทพอจะมีเวลานั่งฟังได้…แต่กระนั้นตามกรอบเวลาของงานสัมมนาในครั้งนี้ ผู้บริหารในสายอาชีพต่างๆ นั้นมีเวลาในการบรรยายแค่คนละ 30 นาทีเท่านั้น
และถ้ามันเป็นอย่างนั้นก็หมายความว่า ผู้บริหารคนนี้พูดจบ พีทก็ยังไม่สามารถปลดล็อกรายชื่อของจอร์จ เออร์เบน ได้อยู่ดี
อย่างไรก็ตาม พีทยังคงนั่งฟังการบรรยายอย่างใจจดใจจ่อ แม้จะได้รับค่าประสบการณ์แค่ 1 หน่วยต่อนาที เขาก็ยังมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะศึกษาแร่แรร์เอิร์ธนี้อย่างเต็มที่
ความตั้งใจของพีทที่แสดงออกมา ล้วนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของรดา ที่กำลังแอบมองเขาอยู่เรื่อยๆ รดาแอบเห็นว่าพีทกำลังจดบันทึกการบรรยายและถ่ายรูปบนสไลด์ด้วยความตั้งใจ ผิดกับนักศึกษาคนอื่นๆ ที่ในช่วงแรก พวกเขาก็มีความตั้งใจที่ดีเหมือนกับพีท
แต่พอเวลาเริ่มผ่านไปประมาณราวๆ 10 นาที นักศึกษาเกือบครึ่งห้องก็เริ่มมีอาการง่วงเหงาหาวนอนกันแล้ว และกว่า 90% ของทั้งหมดก็เริ่มไม่ให้ความสนใจกับการบรรยายอีก
แน่นอนรดารู้ดีว่า การบรรยายของบริษัทในเครือของเธอ ที่เลือกหัวข้อเรื่องแร่แรร์เอิร์ธขึ้นมาพูด มันไม่น่าดึงดูดและไม่น่าสนใจ เพราะเจ้าสิ่งนี้มันเป็นเพียงต้นทาง ก่อนจะได้รับผลผลิตนั่นเอง
ผู้คนอาจจะสนใจ หน่วยประมวลผลในชิปเซตต่างๆ ผู้คนอาจสนใจเครื่องจักรที่มีความฉลาดและแม่นยำ แต่น้อยคนนักที่จะสนใจถึงต้นตอของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ว่ามันทำมาจากอะไร ดังนั้นการบรรยายเรื่องแรร์แร่เอิร์ธจึงเป็นเหมือนเรื่องที่น่าสนใจก็จริง แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะอยากรู้
มีเพียงพีทเท่านั้น ที่ยังคงจดจ่ออยู่กับการบรรยาย ใบหน้าของเขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่ได้เห็นค่าประสบการณ์เพิ่มมากขึ้นในทุกนาที จวบจนกระทั่งการบรรยายก็ได้จบลง มีเสียงปรบมือดังขึ้นตามมารยาท
ซึ่งผู้บริหารคนนั้นก็รู้ตัวดีว่า สิ่งที่ตัวเองบรรยายไป ไม่ค่อยมีคนให้ความสนใจสักเท่าไร
ผู้บริหารคนนั้นยิ้มและโค้งคำนับเป็นการบอกลา ก่อนจะคืนเวทีให้กับพิธีกรของบริษัทที่เข้ามาช่วยสร้างสีสันและเอนเตอร์เทน เพื่อปรับเปลี่ยนบรรยากาศภายในห้องเสียหน่อย หลังจากผู้คนส่วนใหญ่เริ่มหาวกันหมดแล้ว
อย่างไรก็ตามมีเพียงพีทคนเดียวที่ไม่ได้อยู่ในห้องบรรยายและหัวเราะไปกับการเล่นมุกตลกของพิธีกรบนเวที เขาลุกจากที่นั่งพร้อมกับตรงไปหาผู้บริหารคนนั้นเพื่อที่จะขอความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแร่แรร์เอิร์ธ
“ขอโทษนะครับอาจารย์…ผมมีคำถามอยากจะถามอาจารย์เพิ่มเติม ผมได้ยินมาว่าประเทศไทยของเราเองก็มีแร่แรร์เอิร์ธอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน แต่ทำไมเราถึงไม่สามารถสกัดแร่นี้ได้เหมือนกับประเทศใหญ่ๆ ครับ?” พีทถามคำถามนี้ออกไปเพื่อทดลองอะไรบางอย่าง ถึงแม้ว่าเรื่องที่เขาถามจะเป็นสิ่งที่เขารู้อยู่แล้วก็ตามจากน้าผีและสตีเฟ่น จ๊อบส์ที่ช่วยบอกเล่าเรื่องของแร่แรร์เอิร์ธให้กับเขา
ติ้ง [ค่าประสบการณ์+5: 65/120] สิ้นคำถามค่าประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องแร่แรร์เอิร์ธของพีทก็พุ่งขึ้นเป็นบวก 5 ในทันที มากเสียยิ่งกว่านั่งฟังบรรยายในห้องเป็นไหนๆ
“ไม่คิดว่าเรื่องที่ผมบรรยายจะมีนักศึกษาคนไหนสนใจด้วย?” ผู้บริหารที่เชี่ยวชาญฉีกยิ้มออกมา ที่อย่างน้อยสิ่งที่เขาบรรยายก็พอจะมีคนฟังอยู่บ้าง ซึ่งระหว่างที่ผู้บริหารกำลังจะตอบ
ทางด้านของรดาก็พลันเดินเข้ามาหาทั้งสองคน “ถ้านักศึกษาคนนี้สนใจในการบรรยายของคุณ ถ้าอย่างนั้นก็พาเขาเที่ยวชมบูธของคุณก่อนก็ดีไหม จะได้ให้ความรู้เขาอย่างเต็มที่” คำพูดของรดา ทำให้ผู้บริหารและพีทถึงกับหันไปมอง ก่อนที่พวกเขาทั้งสองคนจะพลันยืนตัวแข็ง เนื่องจากกลัวว่าจะทำให้รดาไม่พอใจนั่นเอง
“ได้ครับ ถ้านักศึกษาคนนี้สนใจเรื่องนี้จริงๆ ถ้าอย่างนั้นก็ตามผมมาที่บูทของบริษัทเราได้เลย” ผู้บริหารเชิญชวนและได้ออกเดินนำหน้าพีทและคุณรดาไปยังบูทเล็กๆ ของเขา
“ขอบคุณนะครับ” ในระหว่างทางพีทเองก็ได้กล่าวขอบคุณรดา ที่ได้ช่วยเหลือและสนับสนุนเขา แม้ในใจจะตั้งคำถามว่ารดา ที่เป็นถึงรองประธานของบริษัทยักษ์ใหญ่นั้นเข้าหาเขาด้วยเหตุผลอะไรกันแน่?
“เธอคือลูกศิษย์ของอาจารย์หญิงใช่ไหม…ส่วนตัวฉันเองเป็นรุ่นน้องของอาจารย์หญิงตอนที่พวกเรายังเรียนอยู่ที่มหาลัยเดียวกัน ดังนั้นการช่วยเหลือเธอก็เหมือนเป็นการช่วยเหลือรุ่นน้องคนหนึ่งก็เท่านั้น” รดาพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ กับพีทและโดยปกติแล้วน้ำเสียงของรดามักจะเป็นน้ำเสียงที่เย็นชาอยู่เสมอๆ จนเลขาของรดาที่เดินตามอยู่ด้านหลังก็รู้สึกแปลกใจที่รดาใช้น้ำเสียงสบายๆ กับนักศึกษาที่พึ่งจะรู้จักกันแบบนี้
“ครับรุ่นพี่” พีทยังคงทำตัวนอบน้อมต่อหน้ารดา เขาเดินตามรดาไปยังบูทของผู้บริหารคนนั้นด้วยความสงบเสงี่ยม
แต่ทว่าด้วยกลิ่นน้ำหอมของรดาที่หอมราวกับกลิ่นดอกไม้ มันก็ทำให้พีทที่เดินตามหลังถึงกับเคลิบเคลิ้มไปเลยทีเดียว
พีทแอบมองสำรวจรูปร่างของรดาตามประสาของชายหนุ่ม ก่อนที่ไม่รู้อะไรดลใจเขาเกือบจะหลุดปากชมรดาที่อยู่ตรงหน้าว่าเป็นผู้หญิงที่สวยมากออกมา
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy