#วันพฤหัสสีเขียว 9
“ไปไหนมา!” เท้าที่กำลังก้าวเข้าบ้านชะงักกึก หันไปมองยังต้นเสียงก็เจอกับพี่ชายที่นั่งอุ้มลูกชายอยู่บนโซฟาตัวแพง สายตาที่จับจ้องฉันดูเข้มและดุมากจนเริ่มหวั่นใจ ที่สำคัญพี่มาั้แ่ตอนไหน
“ว่าไง ไปไหนมา” พี่เกรฟถามย้ำ ฉันรีบยิ้มอ้อนเดินเข้าไปใกล้
“พี่มาั้แ่เมื่อไหร่เหรอคะ?” เปลี่ยนเื่ซะเลย ที่ถามไปไหนมาคิดคำตอบไม่ทันจริง ๆ
“เมื่อคืน” ชิบหาย!
“แล้วตกลงไปไหนมา ตอบพี่มาตามตรงกรีน”
“เมื่อคืนไปค้างกับรุ่นน้องมา หนูไม่สบายเขาเลยไม่กล้ามาส่งที่บ้าน”
“รุ่นน้องที่ว่าชื่ออะไร ตอบพี่มาดี ๆ นะ” ฮื่อ! ถามแบบนี้คือรู้แน่ ๆ ว่าฉันไปกับใคร แม่จ๋าช่วยลูกด้วยตอนนี้พี่ชายที่แสนใจดีกำลังกลายร่างเป็ั์แล้ว
“น้องชื่อ...เธิร์สเดย์...”
“นักแข่งของเ้านาย” ฉันพยักหน้าหงึกหงักไร้สิ้นเสียงตอบ
“เขาเป็ผู้ชาย...”
“หนูรู้”
“แล้วทำไมถึงยอมไปง่าย ๆ แบบนั้น คนอื่นเห็นจะว่ายังไง เขาเด็กกว่าเรา...” อ่า นั่นสินะ เขาเด็กกว่าฉัน ถึงแม้มันจะไม่มีอะไรเกินเลยแต่การที่หายไปกับเด็กรุ่นน้องแบบนั้นมันคงถูกมองไม่ดีจริง ๆ นั่นแหละ
“พี่เป็ห่วงเรา”
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ ถ้ายังไงหนูขอตัวก่อนนะคะ”
“กรีน กลับมาคุยกับพี่”
“หนูรู้แล้วว่ามันไม่เหมาะ เขาเด็กกว่าหนูจริง ๆ นั่นแหละ คราวหน้าหนูจะไม่ทำเื่หน้าอายแบบนี้อีกแล้วค่ะ พี่สบายใจได้ หนูยังปวดหัวอยู่ขอตัวนะคะ”
ห้องนอนที่คุ้นเคย กลิ่นหอมที่คุ้นเคย ห้องแบบนี้สินะถึงจะเป็ห้องของฉัน เป็ที่ของฉัน ฉันเข้าไปอาบน้ำอีกครั้งก่อนจะออกมาทิ้งตัวนอนบนเตียง โทรศัพท์ของตัวเองหลังจากที่ลางานกับพี่ณัฐฉันก็ปิดเครื่องทันที ไม่อยากรับรู้อะไรแล้วล่ะ ขอฉันได้ใช้เวลากับตัวเองก่อนนะ แล้วจะกลับมาเป็กรีนคนที่ไม่หวั่นไหวกับใครเหมือนเดิม
่บ่ายโมงฉันรู้สึกตัวตื่นพร้อมกับอาการป่วยที่ดีขึ้น ตอนนี้รู้สึกหิวขึ้นมาทันทีเลย ฉันเข้าไปล้างหน้าแปรงฟันก่อนจะลงไปที่ห้องครัวตั้งใจจะหาอะไร
“อ้าว คุณกรีนเป็ยังไงบ้างคะดีขึ้นหรือยัง” เสียงป้าแม่บ้านเอ่ยทัก
“ดีขึ้นแล้วค่ะป้า ตอนนี้หิวมาก ๆ เลยค่ะ ป้ามีอะไรให้หนูทานไหมคะ” ตอบกลับป้าแม่บ้านทั้งยังเอ่ยอ้อนท่านอีกด้วย
“เดี๋ยวป้าทำให้ทานร้อน ๆ เลยนะคะ”
“ขอบคุณค่ะป้า แล้วนี่พี่เกรฟไหนคะ”
“นั่งคุยกับแขกที่ห้องรับแขกค่ะ” แขกเหรอ? ใครกันที่จะมาบ้านพี่ตอนนี้ ปกติพี่เกรฟไม่เคยให้ใครมาบ้านเลยนะ ด้วยความข้องใจทำให้ฉันเดินไปหาพี่ชายที่ห้องรับแขกทันที ไม่อยากเสียมารยาทหรอกนะแต่ก็อยากรู้ว่าใครมาหาพี่ที่บ้านแบบนี้
“เมื่อคืนไม่มีอะไรเกินเลยครับ ผมรับประกันได้” เสียงนั้นมัน...
“แล้วไง? ผมไม่รู้นะครับว่าระหว่างคุณกับน้องผมเป็ยังไงแต่พอหายไปด้วยกันแบบนี้คนอื่นจะมองน้องผมไม่ดี ผมมีน้องคนเดียวคุณคงรู้”
“ครับ ผมรู้ แต่ที่ผมบอกคุณไปก่อนหน้านี้ ผมหมายความว่าอย่างนั้นจริง ๆ ผมจริงจัง”
“คุณอายุน้อยกว่าน้องผมเกือบครึ่งรอบ”
“ความรักไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุ”
“ผมจะเชื่อได้ยังไงว่าคุณไม่หวังจะหลอกน้องผม”
“ผมจริงจังและจริงใจกับน้องคุณจริง ๆ อาจจะมีหลายอย่างที่แสดงออกยังไม่ชัดเจน แต่ตอนนี้ผมเริ่มจีบน้องคุณจริงจังแล้ว”
“ถ้าหากน้องผมเสียใจ”
“มันจะไม่มีวันนั้น”
“ดี! ผมจะคอยดู ถ้าเกิดน้องผมเสียใจผมจะไม่สนว่าคุณจะเป็ใคร แต่ในฐานะพี่ชายคนเดียวของน้องผม คุณเจอผมแน่”
“พี่เกรฟ” ฉันตัดสินใจเอ่ยเรียกพี่ชายเมื่อทนฟังประโยคสนทนาเ่าั้ไม่ไหว
“ตื่นแล้วเหรอ ดีขึ้นไหม”
“ดีขึ้นแล้วค่ะ” พี่เกรฟกวักมือให้เข้าไปนั่งข้าง ๆ เขา ฉันเดินเข้าไปใกล้กระทั่งเห็นใบหน้าของคู่สนทนาของพี่เกรฟ เ้าเด็กมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน แล้วมาั้แ่เมื่อไหร่
“คุณเธิร์สเดย์เอาข้าวต้มมาให้เราน่ะ แต่เราหลับอยู่พี่เลยคุยด้วยนิดหน่อย”
“อ๋อค่ะ แล้วมานานหรือยัง” ท้ายประโยคฉันหันไปถามเธิร์สเดย์ที่นั่งมองฉันอยู่
“สักพักแล้วครับ พี่ดีขึ้นหรือยังปวดหัวอยู่ไหม”
“ไม่แล้วล่ะ ขอบใจนะ” ฉันไม่กล้าคุยอะไรกับน้องเยอะ เพราะกลัว สิ่งที่พี่เคยพูดก่อนหน้านี้ช่างหหลอกหลอนฉันเหลือเกิน
“นี่ก็บ่ายโมงแล้ว พี่ขอขึ้นไปดูลูกกับฟ้าใสก่อนแล้วกัน เราก็อย่าลืมทานข้าว” พี่เกรฟยกมือยีผมเบา ๆ ก่อนจะเดินขึ้นไปยังชั้นสอง ในห้องรับแขกมีเพียงฉันและเธิร์สเดย์ที่นั่งมองหน้ากันอยู่ ฉันอยากถามสิ่งที่ได้ยินมาก่อนหน้านี้ แต่อีกใจก็ไม่กล้าถาม
“พี่คงจะสงสัยใช่ไหมว่าที่ผมพูดไปหมายถึงอะไร”
“อือ”
“ผมชอบพี่ และผมก็จะจีบพี่ ขอโทษนะครับถ้าทำอะไรที่ไม่ชัดเจนไป แต่ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างให้ชัดเจนขึ้นนะครับ ถ้าไม่ชอบหรือไม่สบายใจพี่บอกผมได้เลยนะ” ตรง พูดตรงไปแล้วนะเ้าเด็กนี่!!
“พี่หิวหรือยังไปทานข้าวกันนะ”
“พี่บอกป้าทำไว้ให้แล้ว”
“งั้นก็ไปทานข้าวกันครับ” น้องชวนพร้อมกับเข้ามาจับมือพาเดินไปที่ห้องครัว แต่นี่มันบ้านฉันนะทำไมถึงทำอย่างกับรู้ว่าห้องครัวอยู่ตรงไหนได้ปะ
“รับปริญญามีซ้อมไหมครับจะได้พาไป” เมื่อเรากำลังนั่งทานข้าวกันอยู่ จู่ ๆ เธิร์สเดย์ถามขึ้นมา ไหนจะตักกับข้าวมาใส่จานให้อีก มีข้าวต้มที่เขาซื้อมาให้แล้วก็มีเครื่องเคียงที่ป้าแม่บ้านทำไว้ให้ด้วย
“มีอยู่ ทำไมเหรอ?”
“จะพาไปครับ”
“ไม่เป็ไรพี่เกรงใจ เดี๋ยวพี่ไปเอง”
“ไม่ครับ ไม่ต้องเลยจะเกรงใจอะไรครับ ที่จะไปด้วยก็เพราะเป็ห่วงนั่นแหละ นะครับให้ผมพาไปนะ” น้ำเสียงจริงจังของเ้าเด็กทำให้ชะงักไปเล็กน้อยแต่ก็ยอมตอบตกลงไปในที่สุด บ้าที่สุดฉันตั้งใจจะไม่สนใจเขา ตั้งใจจะถอยห่างจากเขาแต่ทำไมพอเจอน้ำเสียงและแววตาออดอ้อนจากเขาฉันถึงได้ล้มเลิกความตั้งใจง่ายขนาดนั้น
“ตามใจ แต่พี่ไปเช้ามากเลยนะ”
“ครับ เช้าก็ไม่เป็ไร พี่ทานเยอะ ๆ นะ”
“จ้า ๆ เราก็ทานบ้างอย่ามัวแต่ตักให้พี่”
“พี่น่ารักว่ะ”
“ฮะ? อะไรนะ” ฉันทวนถามเมื่อได้ยินสิ่งที่น้องพูดไม่ชัด อะไรพี่ ๆ สักอย่างนี่แหละ
“หึ ไม่มีอะไรครับ ทานข้าวต่อเถอะ”
“เนี่ย พออยากรู้ก็ไม่บอก” ฉันบ่นอย่างกับเด็กถึงแม้อายุอานามจะเยอะกว่าอีกฝ่าย แต่มันน่าน้อยใจนะเวลาอยากจะรู้เื่ถามย้ำก็ชอบบอกว่าไม่มีอะไรแล้วก็ชอบเปลี่ยนเื่
“บอกว่าพี่น่ารัก พี่น่ารักครับที่พูดเมื่อกี้”
ฆ่าฉันเถอะ!! ไม่น่าอยากได้ยินเลย ร้อนไปหมดทั้งหน้าแล้ว ช่วยด้วย! ช่วยทำให้ฉันหายเขินทีค่ะ เอาฉันไปทอด!!
===
จากที่แอบมองทั้งยอดวิวและคอมเม้น เื่นี้คงไม่ใช่แนวของใครหลายๆคนสินะคะ ฮึบค่ะ ไม่เป็ไร เราจะเขียนเื่นี้จนจบเหมือนเดิม หากยังไม่ใช่แนว รอเค้าก่อนนะ เดี๋ยวเื่หน้าแก้ตัว ^_^