ตอนที่ 139
เมืองเมฆาล่องจัดงานฉลอง เพื่อแสดงความยินดีกับเจ้าเมืองคนใหม่ ซึ่งคนที่ได้ตำแหน่งนี้ไปก็คือฮั่นซวนถานผู้นำตระกูลฮั่นคนปัจจุบัน
“พี่ฮั่นเรื่องขัดแย้งในอดีต หวังว่าท่านจะยอมปล่อยวาง" หลี่กว่างตงยิ้มอย่างเป็นมิตร เขาสาปแช่งหั้วหวังฉวน ที่ทำให้ตนเองต้องมาลำบากเช่นนี้
สายตาเย็นชาของฮั่นซวนถาน มองหลี่กว่างตงด้วยความสมเพช ในตอนที่ชายคนนี้เคยเป็นลูกไล่ของหั่วหวังฉวน เขามักถูกตระกูลหลี่แย่งชิงผลประโยชน์อยู่เสมอ บางครั้งถึงขั้นคนในตระกูลถูกทำร้ายเลยด้วยซ้ำ
“หลี่กว่างตง คนที่ไร้ยางอายอย่างเจ้า ยังมีหน้ามาขอให้ข้าปล่อยวางเรื่องในอดีตงั้นหรือ"
หลี่กว่างตงเหมือนถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างจัง แขกนับพันที่หันมามอง ทำให้เขาอับอายถึงขีดสุด
“เรื่องมันผ่านมาแล้ว ท่านจะขุดคุ้ยมันขึ้นมาอีกทำไม" หลี่กว่างตงกัดฟันเพื่อรักษาอาการ อย่างไรซะฮั่นซวนถานก็เป็นถึงเซียนขั้นกลางระดับที่สาม เพราะฉะนั้นเขาต้องคิดก่อนทำเสมอ
“ไสหัวไปซะ..." ฮั่นซวนถานไม่ไว้หน้าหลี่กว่างตงเลยแม้แต่น้อย เขาไม่คิดจะผูกมิตรกับคนหน้าไหว้หลังหลอกเช่นนี้ ดีไม่ดีอีกฝ่ายอาจกำลังรอแว้งกัดเขาอยู่
หลี่กว่างตงโมโหจนควันออกหู เขาพึ่งตัดผ่านขอบเขตเซียนขั้นกลางเมื่อไม่นานมานี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะสามารถต่อกรฮั่นซวนถานได้
“ในเมื่อพี่ฮั่นไม่ต้อนรับ ข้าก็คงไม่รั้งอยู่ต่อ" หลี่กว่างตงยังคงปกปิดสีหน้าแท้จริง แต่ในขณะที่เขากำลังจะจากไป คนกลุ่มใหญ่ก็ได้มาถึง โดยมีชายสวมหน้ากากเดินนำขบวน
“จะรีบไปไหนเล่าผู้นำตระกูลหลี่" ชิงเทียนเอ่ยทัก คนที่เขาพามาคือลูกศิษย์ทั้งสามคน รวมถึงเหล่าหญิงสาวที่ต้องการจะมาเยี่ยมชมบรรยากาศภายในเมือง
“ผ..ผู้นำนิกายชิง" หลี่กว่างตงถึงกับชะงัก เมื่อไม่นานมานี้ ชื่อเสียงของชิงเทียนเลื่องลือจนเป็นที่รู้จัก มีข่าวลือหนาหูว่าผู้นำนิกายชิงสังหารหั่วหวังฉวนในเวลาไม่ถึงหนึ่งก้านธูป หากวันนั้นหลี่กว่างตงไม่เห็นมากับตา เขาคงคิดว่าข่าวลือนี้ไร้สาระ
ทันใดนั้น หลี่กว่างตงก็สังเกตุเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย ในบรรดากลุ่มคนที่อยู่ด้านหลังชิงเทียน หลี่เหม่ยอิงมองหลี่กว่างตงด้วยความหวาดระแวง พรางเกาะแขนซูเหวินหวู่ไม่ยอมปล่อย
“เหม่ยอิง!!" หลี่กว่างตงเลือดขึ้นหน้าอีกครั้ง แต่ในขณะที่เขาจะเข้าไปจัดการกับซูเหวินหวู่ ชิงเทียนกลับยกมือห้ามเอาไว้
“ผู้นำนิกายชิง ท่านกำลังปกป้องคนที่ลักพาตัวลูกสาวข้างั้นหรือ"
ชิงเทียนขมวดคิ้ว “ข้ากำลังจะรับชายคนนี้เป็นศิษย์ มันแปลกตรงไหนที่ข้าจะปกป้องเขา"
คำพูดของชิงเทียน ทำเอาทุกคนแตกตื่นไปตามๆกัน แม้ว่าซูเหวินหวูไม่ใช่คนที่มาจากตระกูลใหญ่ แต่ชาวเมืองก็รู้ชื่อเสียงของชายหนุ่มเป็นอย่างดี คงเพราะหลายปีมานี้เขาถูกหั่วหม่าอวิ๋นตามล่าเกือบทุกวัน
“เขาจะรับเจ้าเป็นศิษย์เหรอ" หลี่เหม่ยอิง โน้มตัวเข้าไปกระซิบที่ข้างหูชายหนุ่ม
“ข้าก็พึ่งรู้นี่แหละ…"
บรรยากาศโดยรอบเริ่มอึดอัด แม้ว่าชิงเทียนจะไม่ได้เป็นเจ้าเมือง แต่ทว่า ทุกคนกลับเคารพเขายิ่งกว่าฮั่นซวนถานเสียอีก
ชิงเทียนสืบเท้าเข้าไปหาหลี่กว่างตง หน้ากากของเขาดูน่ากลัวจนอีกฝ่ายเริ่มหวาดผวา “เจ้ารู้อยู่แก่ใจดีว่าหลี่เหม่ยอิงเต็มใจหลบหนี ไม่อย่างนั้นเจ้าจะให้ชีวิตสาวใช้เป็นเครื่องต่อรองทำไม"
“ข...ข้าทำเพื่อความอยู่รอดของตระกูล" หลี่กว่างตงถอยหนีด้วยความหวาดกลัว
ชิงเทียนเข้าประชิดตัวหลี่กว่างตง แล้วใช้มือบีบคออย่างไร้ความปรานี จนชายวัยกลางคนเริ่มหน้าเขียวคล้ำ สายตาคมกริบภายใต้หน้ากากฉายแววเย็นชา หากไม่ติดว่าเป็นพ่อของหลี่เหม่ยอิง เขาคงกำจัดชายคนนี้ไปนานแล้ว
“เจ้าไม่สมควรเรียกตัวเองว่าพ่อด้วยซ้ำ…"
ร่างของหลี่กว่างตงถูกโยนไปกองอยู่กับพื้น สภาพของเขาในตอนนี้ ไม่มีเค้าโครงของผู้นำตระกูลเหลืออยู่เลย
“ท่านพ่อ!!" หลี่เหม่ยอิง วิ่งเข้าไปดูอาการของผู้เป็นพ่อ ต่อให้เขาทำให้เธอเสียใจมากแค่ไหน สายสัมพันธ์พ่อลูกย่อมไม่มีทางตัดขาดได้ง่ายๆ
ขณะที่ทุกคนกำลังตรึงเครียดกับเหตุกาาณ์ที่เกิดขึ้น ฮั่นจื่อถงก็เดินเข้าพร้อมกับหลานชาย ทำให้บรรยากาศโดยรอบผ่อนคลายลง “ผู้นำนิกายชิง ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะเป็นคนมักมากเช่นนี้"
ฮั่นจื่อถง มองดูหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังชิงเทียน ต่อให้ไม่ต้องเปรียบเทียบ คนทั่วไปย่อมรู้ดีว่าพวกเธอเป็นหญิงงามล่มเมืองกันทุกคน
“ผู้อาวุโสฮั่น ได้ยินว่าท่านพึ่งตัดผ่านได้สำเร็จ ขอแสดงความยินดีด้วย"
“แค่ตัดผ่านในช่วงบั้นปลายชีวิตเท่านั้นเอง" ฮั่นจื่อถงกล่าวตัดพ้อ อายุขัยของเขาคล้ายเทียนทีกำลังจะดับมอด หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เขาคงไม่มีทางไปถึงขอบเขตเซียนขั้นกลางก่อนสิ้นอายุขัย
หลังจากแขกภายในงานได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคน พวกเขาก็มั่นใจแล้วว่าชิงเทียนและชายชราต้องรู้จักกันมาก่อน
ชิงเทียนหยิบเม็ดยาออกมาจากแหวนมิติ สีเขียวมรกตเปล่งแสงออกมา ราวกับกลุ่มของหิ่งห้อยนับพัน ชิงเทียนใช้เวลาหนึ่งปีที่อยู่บนโลก กลับไปสำรวจเทือกเขาในทิเบต เพื่อรวบ
รวมสมุนไพรชนิดนี้และกลั่นเป็นยาอายุวัฒนะ
“ยาเม็ดนี้คงทำให้ผู้อาวุโสมีอายุขัยเพิ่มขึ้นประมาณสามร้อยปี ข้ามอบให้ท่านเพื่อแสดงความยินดีแล้วกัน"
สรรพคุณที่ชิงเทียนอธิบาย ทำให้ทุกคนตะลึงจนแทบหยุดหายใจ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า มีเพียงนักปรุงยาระดับเซียนขั้นสูงขึ้นไปเท่านั้น ที่สามารถกลั่นยาเพิ่มอายุขัยได้ ซึ่งในทวีปนี้นักปรุงยาที่ไปถึงระดับเซียนขั้นสูง มักถูกจักรวรรดิเชิญไปเป็นที่หมอหลวงภายในวัง
“น...นี่เจ้าเป็นนักปรุงยาด้วยรึ!?"
“พอมีความรู้บ้าง" ชิงเทียนเผยยิ้มออกมา การผูกมิตรกับตระกูลฮั่นต่อไป ย่อมมีผลดีตามมาแน่นอน อีกทั้งฮั่นจื่อถงยังมีความรอบคอบสมกับเป็นผู้นำ ซึ่งชิงเทียนไม่อยากเสียบุคคลเช่นนี้ไป
เย่วหนิงเอ๋อที่ได้ฟังคำนั้นถึงกับกุมขมับ การที่ชิงเทียนแสดงทักษะที่เหนือชั้นออกมาแล้วกล่าวว่า ‘พอมีความรู้บ้าง' ไม่ได้ทำให้เขาดูถ่อมตัวแม้แต่น้อย
ฮั่นจือถงยื่นมือไปรับเม็ดยา ประหนึ่งสมบัติล้ำค่า เม็ดยาระดับสูงเช่นนี้ แม้แต่ผู้มีอำนาจในหัวเมืองใหญ่ อาจไม่มีวาสนาได้จับต้องเลยด้วยซ้ำ
“เจ้าทำข้าประหลาดใจได้เสมอเลยนะ"
“ขอบคุณสำหรับคำชม" ชิงเทียนประสานมือให้ชายชรา ก่อนจะมองดูหลี่กว่างตงที่กำลังดันตัวขึ้นมาจากพื้น โดยมีบุตรสาวคอยประคองอยู่ไม่ห่าง “ปล่อยสาวใช้เหล่านั้นให้เป็นอิสระ แล้วให้พวกนางมาคอยรับใช้หลี่เหม่ยซะ หากเจ้ายังไม่อยากมีชะตากรรมเฉกเช่นคนตระกูลหั่ว"
หลี่กว่างตงหวาดกลัวถึงขีดสุด สายตาภายใต้หน้ากาก ดูราวกับปีศาจที่พร้อมฉีกเขาเป็นชิ้นๆ “ข...ข้าจะรีบกลับไปปล่อยพวกนางเดี๋ยวนี้"
ทุกคนในทีนี้ไม่คิดว่าจะได้เห็นผู้นำตระกูลหลี่ โกยแนบออกไปจากงานเลี้ยง เพียงเท่านี้ก็แสดงให้เห็นแล้วว่า ชิงเทียนน่ากลัวยิ่งกว่าสัตว์อสูรเสียอีก
****************************
หลังจากงานเลี้ยงจบลง ชิงเทียนกลับมาที่ค่ายเพื่อทำพิธีรับศิษย์ ซึ่งซูเหวินหวู่ตอบรับด้วยความยินดี ความรู้เรื่องการสร้างเครื่องราง ถูกส่งมอบถึงเพียงแค่ระดับอัคราจารย์ เพราะด้วยความสามารถในตอนนี้ คงเร็วเกินไปที่จะให้ซูเหวินหวู่เรียนรู้ถึงระดับเซียน
“เรื่องที่ข้าเป็นใคร ห้ามแพร่งพรายให้ใครรู้โดยเด็ดขาด" ชิงเทียนกล่าวกำชับ หลังจากที่เห็นแววตาสับสนของลูกศิษย์ แม้แต่ในนิกายคนที่รู้ว่าชิงเทียนคือจักรพรรดิมารฟ้า ก็มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น
“ข..ขอรับท่านอาจารย์"
ชิงเทียนชื่นชมความไฝ่รู้ของซูเหวินหวู่ หลังจากบิดาเสียชีวิตชายหนุ่มคนนี้ ก็ศึกษาศาสตร์การสร้างเครื่องรางมาโดยตลอด แม้จะเป็นการลองผิดลองถูก แต่นั่นก็เป็นวิธีฝึกทักษะที่ดีเกินคาด
“ตอนนี้เจ้าน่ามีทักษะประมาณอัคราจารย์ขั้นกลาง หากศึกษาความรู้ที่ข้าให้ไป ในไม่ช้าเจ้าคงบรรลุระดับอัคราจารย์ขั้นสูงได้ไม่ยาก"
ชิงเทียนพาซูเหวินหวู่ไปยังหอตำราที่ถูกสร้างโดยเผ่าแสงจันทร์ เนื่องจากในโลกเดิมพวกเขามีอาชีพตัดไม้เป็นหลัก จึงมัทักษะงานไม้พอสมควร ซึ่งบางครั้งชิงเทียนมักเห็นลูคัสใช้เล็บของตนเอง แกะสลักไม้เป็นรูปมนุษย์หมาป่าตัวเมียแล้วแบกเข้าห้องไป
‘หวังว่าเขาคงไม่คิดเรื่องสัปดนกับรูปสลักหรอกนะ' ชิงเทียนคิด
----------------------------------
ขอเปลี่ยนระดับทักษะ เรียงตามนี้นะครับ ปรมาจารย์ อัคราจารย์ เซียน พิภพ ชั้นฟ้า สวรรค์ เทวะ หากมีตรงไหนยังใช้แบบเดิมอยู่ สามารถเม้นบอกได้นะครับ