ผู้ใหญ่หลิวยอดเกษตร (นิยายแปล)

    ตอนที่ 33 ทั้งเสียสติทั้งหัวแข็ง

    ตอนที่ 33 ทั้งเสียสติทั้งหัวแข็ง

     

    ในห้องประชุมที่เงียบสงัดนอกจากหลิวเฟยแล้ว ทุกคนต่างกลั้นลมหายใจ ใจจดใจจ่อมองไปที่ถังชางฉี

     

    พวกเขาคาดเดาไม่ถูกว่านายกคนใหม่ผู้มีท่าทางเคร่งขรึมและไม่ค่อยไว้หน้าใครจะเป็นคนแบบไหน ไม่รู้ว่าเขาจะรับมือกับ"การยั่วยุ" ซึ่งหน้าแบบนี้ของหลิวเฟยยังไงแต่ว่าที่ยืนยันได้แน่นอนก็คือผู้ใหญ่บ้านที่ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำคนนี้ต้องพบกับหายนะแน่นอน

     

    ถังชางฉีเป็นใคร ?

     

    เขาไม่ได้เป็นเพียงแค่นายกตำบลโซ่วเฉิงเท่านั้นแต่ยังเป็นคณะกรรมการประจำเขต เป็นรองผู้อำนวยการระดับสูง และเป็นคนที่ทุกคนเรียกว่าข้าราชการดาวรุ่งมาโดยตลอด

     

    เมื่อ 4 ปีก่อนเขาเคยทำให้หมู่บ้านที่ยากจนกว่าหมู่บ้านหลิวหลุดพ้นความยากจนได้  เมื่อ 2 ปีก่อนเขาเคยปรับสภาพท้องถิ่นให้มีเส้นทางที่สดใสตำบลไท่หยางสามารถพัฒนาได้อย่างก้าวกระโดด

     

    ถึงแม้ว่าผลงานเหล่านี้จะบรรลุผลที่นอกเขตที่พวกเขาอาศัยอยู่แต่คนจำนวนมากที่นั่งอยู่ในห้องประชุมนี้ต่างก็รู้เพราะเขาถูกนำมาเป็นตัวอย่างในการโฆษณาชวนเชื่อมาโดยตลอด

     

    ตอนที่เขาเพิ่งจะมาถึงตำบลโซ่วเฉิงพวกเขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาจะถูกโยกย้ายมาที่นี่แต่ว่าตั้งแต่ที่เขาเข้ารับตำแหน่งก็มาจับประเด็นการย้ายหมู่บ้านหลิวทำให้เห็นถึงความต้องการของเบื้องบน เพื่อที่จะให้เขาใช้ประสบการณ์ที่มีอย่างมากมายช่วยเหลือหมู่บ้านหลิวให้หลุดพ้นความยากจนทำให้ตำบลโซ่วเฉิงพัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด

     

    ลือกันว่าเขาทำงานเด็ดขาดปกครองอย่างเข้มงวดมาก ตอนนี้กำลังถูกผู้ใหญ่บ้านตัวเล็ก ๆที่หน้าไม่อายขัดขาเขาแบบนี้แม้แต่คนโง่ก็ยังดูออกว่าหลังจากนี้ผู้ใหญ่บ้านหนุ่มคนนี้ต้องใช้ชีวิตลำบากแน่

     

    แต่ว่าสิ่งที่ทำให้ทุกคนคิดไม่ถึงก็คือหลังจากถังชางฉีที่ได้ฟังคำพูดตาต่อตาฟันต่อฟันของหลิวเฟยแล้วก็หัวเราะดัง ๆ ออกมาทันที

     

    ทุกคนต่างชำเลืองมองหน้ากันไม่เข้าใจอะไรทั้งสิ้น

     

    หลิวเฟยเองก็ประหลาดใจอยู่บ้างนายกตำบลคนนี้นิสัยดีมากนี่

     

    "ดูเหมือนว่าผู้ใหญ่บ้านหลิวเองก็มีโครงการพัฒนาหมู่บ้านหลิวอยู่แล้วไม่ลองพูดออกมาให้ทุกคนได้หารือกันดู แบบนี้จะได้เปรียบเทียบกันง่ายหน่อย"

     

    หลังจากที่ถังชางฉีหัวเราะเสร็จก็กลับมาทำหน้าจริงจังมองไปทางหลิวเฟยทันที

     

    หลิวเฟยจึงพูดโครงการของตนเองให้ฟัง"วิธีของผมนั้นง่ายมาก สรุปรวมออกมาแค่ 16 คำ เศรษฐกิจสามมิติทะเลพื้นดินเชื่อมผูกพัน จัดตั้งบริษัท ชาวบ้านเข้าร่วมหุ้น"

     

    ถังชางฉีค่อนข้างจะสนใจแล้วพูดต่อ "อ้อ? ลองว่ารายละเอียดให้ฟังหน่อยได้ไหม ?"

     

    หลิวเฟยพูดอย่างราบเรียบ"เป็นความคิดขั้นต้นเท่านั้น ยังอยู่ในขั้นสำรวจและปรับปรุงอีกอย่างหากพูดแล้วพวกคุณต้องหัวเราะเยาะผมแน่ ดังนั้นตอนนี้ขอไม่พูดแล้วกัน"

     

    เฉินจวินโหรวอารมณ์ขึ้นอีกครั้ง"บังอาจนัก ! นาย......นายกำลังสร้างความวุ่นวายชัด ๆ ! ท่านนายกตำบลถังผมว่าไล่เขาออกไปเถอะ เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้กระทบต่อการประชุมของพวกเรา"

     

    ถังชางฉีโบกมือปัดเขามองไปทางหลิวเฟยอย่างสงบเยือกเย็น"คุณแน่ใจว่าโครงการนี้จะสามารถบรรลุผลได้ใช่ไหม ? คุณสามารถใช้โครงการนี้ทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านหลิวยินยอมที่จะอยู่ในภูเขาไห่หมิงด้วยความเต็มใจใช่หรือเปล่า? "

     

    หลิวเฟยพูด"ดูจากตอนนี้ โครงการของผมน่าเชื่อถือกว่าของคุณ"

     

    ทุกคนตกตะลึงอีกครั้ง

     

    เขามีเพียงแค่ความคิดขั้นต้นที่ยังไม่สมบูรณ์แม้แต่ตัวเองยังไม่อาจจะเล่ารายละเอียดโครงการได้แต่ก็กล้านำมาเปรียบเทียบกับนายกตำบลถัง หนุ่มคนนี้คงบ้าไปแล้วแน่ ?

     

    พวกเขาผ่านการเมืองไม่ก็การค้ามาตั้งหลายปียังไม่เคยพบเคยเห็นใครที่จะขวางโลกได้ขนาดนี้ ไม่รู้ระเบียบราชการเอาซะเลยเจ้าหนุ่มนี่ไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำอะไรขนาดนี้ !

     

    หลี่อวิ๋นโหรวทนฟังต่อไปไม่ได้แล้วหรือจะพูดให้ถูกคือเธอไม่อยากจะสนใจแล้ว เธอกดตัวเขาให้นั่งลงเพื่อหลีกเลี่ยงที่จะถูกมองว่าสติไม่ดีเช่นเดียวกันกับเขา

     

    ท้ายที่สุดแล้วถังชางฉีเริ่มโมโหเล็กน้อยที่จริงหากมีอะไรกันก็สามารถพูดคุยกันได้ แต่ที่นายเปรียบเทียบมานั้นหมายความว่ายังไง? ไม่ใช่เป็นการบ่งบอกว่าโครงการที่ฉันร่างขึ้นมาอย่างลำบากนั้นไม่ได้เรื่องอย่างนั้นหรือ?

     

    อีกทั้งวันนี้พวกเขายังมีการเตรียมผู้จัดการบริษัทหลายแห่งเข้ามาร่วมประชุมการย้ายหมู่บ้านหลิวและวางแผนใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติของหมู่บ้านหลิวเพื่อพัฒนาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเศรษฐกิจพวกเขาล้วนอยู่ที่นี่ นายก่อความวุ่นวายแบบนี้ จะให้ฉันเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ?

     

    เขามองหลิวเฟยที่ยังคงสงบเป็นน้ำแข็งแล้วก็พูดด้วยเสียงเย็นชาเล็กน้อย"คุณบอกว่าโครงการของคุณดีกว่าผมใช่ไหม ? ผมจะให้โอกาสคุณพูดมา ! หากว่าคุณพูดออกมาไม่ได้ ก็ทำตามที่รองนายกตำบลเฉินพูดเอาไว้คุณลาออกจากตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านด้วยตัวเองเถอะ หมู่บ้านหลิวเล็กเกินไปไม่อาจจะรองรับเทพยดาอย่างคุณได้"

     

    หลิวเฟยตอบกลับ"ถ้าอย่างนั้นขอถามนายกตำบลถัง คุณบอกว่าเพื่อบริการพวกชาวบ้านเลือกทำเลหมู่บ้านใหม่ ห้องพักสร้างเสร็จการย้ายเสร็จสิ้นสมบูรณ์ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ ?"

     

    ถังชางฉีโกรธเป็นอย่างมากแล้วพูด"อย่างมากสุด 2 ปี แต่ว่าผมสามารถควบคุมให้อยู่ในหนึ่งปีครึ่งได้"

     

    "แล้วกว่าภูเขาไห่หมิงจะพัฒนาจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงได้ล่ะ"

     

    "สามถึงห้าปี"

     

    "เวลาเหล่านี้จะราบรื่นไปตลอดใช่ไหม? "

     

    "ผมดำเนินการตามประสบการณ์ที่ประสบความสำเร็จ"

    ..

    "แต่ก็ไม่แน่ว่าจะเหมาะสมกับหมู่บ้านหลิวใช่ไหม? "

     

    ……

     

    ถังชางฉีโกรธแล้วแต่ว่าเฉินจวินหรานกลับอารมณ์ขึ้นยิ่งกว่าและพูดนำไปก่อน "หลิวเฟยนายอยากจะพูดอะไรกันแน่ ? ฉันเห็นว่านายก็แค่กำลังก่อความวุ่นวาย !หรือว่านายดูไม่ออกใช่ไหมว่านายกตำบลกำลังพยายามควบคุมอารมณ์กับนายทำไมนายถึงไม่รู้ตัวว่าควรต้องทำตัวยังไงด้วยล่ะ ?"

     

    หลิวเฟยพูดอย่างไม่รีบร้อน"ดูเหมือนว่าช่วงนี้รองนายกตำบลเฉินเลือดลมร้อนมากเกินไปนะครับ  จำไว้ว่าต้องกินสาลี่ มะเขือเทศ แตงกวากินผลไม้จำพวกนี้ให้เยอะหน่อยที่จริงที่ผมถามแบบนี้ก็แค่อยากจะบอกว่าเวลานานเกินไปแล้ว ไม่ได้มีเจตนาอื่น"

     

    แบบนี้เวลายังนานไปอีกหรือ?

     

    ทุกคนแทบจะอดหัวเราะออกมาไม่ได้เจ้าหนุ่มคนนี้ไม่มีความรู้อย่างที่คิด ไม่รู้อะไรสักอย่างเลย !

     

    หากนายกตำบลถังสามารถใช้เวลาอันสั้นจัดการแก้ไขปัญหานี้ได้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว เขาจะเข้าใจอะไรล่ะ !

     

    ถังชางฉีมองหลิวเฟยอยู่สักพักเขาหัวเราะเฝื่อน ๆ แล้วส่ายหัว เขาเป็นคนที่มีประชาธิปไตยเดิมทีเขารู้สึกว่าหนุ่มคนนี้พิเศษโดดเด่น ใจกล้ามาก ดังนั้นถึงได้ให้เขาพูดใครจะรู้ว่าเขายิ่งพูดยิ่งเชื่อถือไม่ได้

     

    ถ้านี่ไม่ใช่การก่อกวนแล้วคืออะไร?

     

    "ผู้ใหญ่บ้านหลิวเชิญคุณออกไปเถอะ หลังจากที่ออกไปก็เขียนจดหมายลาออกซะผมได้ยินมาว่าชาวบ้านในหมู่บ้านหลิวเองก็ไม่ค่อยพอใจในตัวคุณนัก หลายวันก่อนเกือบจะลงชื่อปลดคุณออกจากตำแหน่งแล้ว"

     

    หลิวเฟยหัวเราะแล้วพูดต่อ"มีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นจริง ๆ แต่ว่าก็ไม่ได้มีการลงชื่อปลดตำแหน่งนี่ !คุณอย่าได้รีบร้อนไป  ฟังผมให้จบก่อน !ระยะเวลาในโครงการพัฒนาของผมเป็นประมาณนี้ หนึ่งเดือนเกิดการเปลี่ยนแปลง สามเดือนเห็นเป็นรูปร่างครึ่งปีเกิดการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว หนึ่งปีพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ  สองปีอยู่โดดเด่นเหนือใคร ! "

     

    "ฮ่า ๆ ๆ ! "

     

    "ฮ่า ๆ ๆ ! "

     

    ……

     

    เขาพูดแบบนี้ทุกคนต่างอึ้งไปสักพัก หลังจากนั้นก็พากันหัวเราะเสียงดังจนท้องแข็งออกมา นี่คงเป็นเรื่องที่ตลกที่สุดที่พวกเขาเคยได้ยินมาในชีวิตแล้ว

     

    หนึ่งปีพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ?

     

    สองปีโดดเด่นเหนือใคร?

     

    เขาคิดว่ากำลังพัฒนาเศรฐกิจเขตปกครองพิเศษอยู่หรือไง?

     

    เขาคงไม่ได้มีปัญหาแค่กำเริบเสิบสานไม่รู้จักประมาณตนแล้ว แต่ป่วยเกินเยียวยา ไร้ยารักษาโดยสิ้นเชิง

     

    หลี่อวิ๋นโหรวในเวลานี้ไม่มีเรี่ยวแรงจะดุเขาแล้วเธอเอามือปิดหน้า แทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี ทำไมชีวิตของเธอถึงลำบากขนาดนี้นะ ? ทำไมถึงต้องเจอกับเพื่อนร่วมงานที่ไม่เหมือนใครด้วยนะ? รู้สึกขายหน้านัก !

     

    ถังชางฉีหุบยิ้มบนใบหน้าเขากระแอมออกมาหนัก ๆ หลายที ใช้มือชี้ไปที่ประตูแล้วพูดอีกครั้ง"ผู้ใหญ่บ้านหลิว เชิญออกไปก่อนเถอะ หากคุณอยู่นี่วันนี้คงประชุมกันไม่เสร็จ"

     

    หลิวเฟยจึงพูดดักทางเขา"ผมดูออกว่าคุณเป็นนายกตำบลที่เปิดเผยและใจกว้างมากเป็นโชคดีของตำบลโซ่วเฉิงของพวกเรา ! ในเมื่อคุณไม่เชื่อผม ผมเองก็มีปัญหาเกี่ยวกับโครงการของคุณถ้าอย่างนั้นทำไมเราไม่มาแข่งกันสักครั้ง ! คุณผลักดันตามวิธีของคุณผมทำตามวิธีของผม ยังไงซะเวลาที่ผมต้องการสั้นและเร็วมากก็รู้ผลตัดสินแล้วแน่นอนว่าพวกเราต้องได้รับความยินยอมจากพวกชาวบ้าน ห้ามฝ่าฝืนเด็ดขาด"

     

    เฉินจวินหรานตบโต๊ะทันทีแล้วพูด"หลิวเฟย นายสร้างความวุ่นวายพอแล้วหรือยัง ? ฉันทนนายมานานมากแล้วนี่เป็นโอกาสที่สำคัญมาก นายจะกวนประสาทหาอะไร ? นายคิดว่านี่เป็นเรื่องเด็กเล่นย้ายบ้านหรือไง? นายกตำบลถังมีเวลาว่างมาเล่นกับนายอย่างนั้นหรือ ? ไปให้พ้นไปเดี๋ยวนี้ อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก ! "

     

    ถังชางฮีพูดอย่างสงบ"พอแล้ว ผู้ใหญ่บ้านหลิว สำหรับข้อเสนอของคุณวันนี้ ผมขอยังไม่ให้คำตอบคุณจัดการเอาเองเถอะ"

     

    หลิวเฟยหัวเราะและยืนขึ้นพูด"นี่เป็นคำตอบที่ดีที่สุดแล้ว ขอบคุณมากครับ ! "

     

    พูดจบเขาตบไหล่กลมมนของหลี่อวิ๋นโหรวแล้วพูดเบา ๆ "นายกตำบลคนนี้ไม่เลวเลยเรียนรู้จากเขาให้มากหน่อย ตั้งใจทำให้ดี"

     

    หลี่อวิ๋นโหรวมองดูเขาออกจากห้องประชุมไปไม่มีอะไรจะพูด คนบ้าที่กินยาผิดน่ากลัวเกินไปแล้ว !

     

    “เอาล่ะพวกเราประชุมกันต่อ ! ”

     

    หลังจากผ่านเรื่องที่หลิวเฟยสร้างความวุ่นวายนี้แทบจะไม่ได้ส่งกระทบกับถังชางฉีสักเท่าไหร่เขายังคงเป็นเจ้าภาพการประชุมด้วยตัวเองต่อไป

     

    พอประชุมเสร็จสิ่งที่ทำให้หลี่อวิ๋นโหรวคาดไม่ถึงคือเขาให้เธออยู่ก่อนเพียงคนเดียวสอบถามเรื่องสถานการณ์การจับปลาและผลผลิตทางการประมงของชาวบ้านในหลายวันที่ผ่านมานี้แต่พอหลังจากที่ได้ยินว่าเป็นความคิดของหลิวเฟย เขาก็หัวเราะแล้วไม่พูดอะไร 

     

    เธอรีบกลับไปหมู่บ้านหลิวเดิมทีหลี่อวิ๋นโหรวอยากจะถามหลิวเฟยต่อหน้าให้ชัดเจนแต่เมื่อได้ยินเขาต้องการเช่าที่เหนือระดับน้ำทะเล 300 เมตรในราคา 1,000 หยวนต่อหมู่ต่อปีและทางที่ดีควรเป็นพื้นที่ภูเขารกร้างและดินจืด อีกทั้งยังบอกว่าจะเช่า 20 หมู่คนที่นิสัยอ่อนโยนอย่างเธอยังแทบจะระเบิดคำสบถออกมา

     

    เขายังจะทำอะไรประสาทๆ อีกแล้วหรอ เอาเงินมาเผาทิ้ง ตั้งใจจะยกกำไรให้กับพวกชาวบ้านมั้ง ?

     

    ระหว่างทางกลับบ้านได้เห็นชาวบ้านที่ต้องการให้เช่าพื้นที่ภูเขามากันเต็มลานบ้าน หลี่อวิ๋นโหรวเอามือลูบหน้าอกผ่อนคลายลงสักพัก ก็เดินไปอยู่ตรงหน้าหลิวเฟนแล้วพูดอย่างโกรธเคือง “หลิวเฟยนายจะทำอะไรกันแน่ ! ทำแบบนี้สนุกมากไหม ? ”

     

    หลังจากที่หลิวเฟยบอกชาวบ้านว่ารอดูสภาพที่ดินค่อยกำหนดราคาเช่าก็ให้พวกเขาจากไป หลังจากนั้นเขาเดินไปนั่งลงบนที่เก้าอี้ที่อยู่กลางห้องแล้วตอบเธอ“เธอใช้ตาดวงไหนมองออกมาว่าฉันกำลังเล่นอยู่ ? ฉันกำลังจริงจังกับการเช่าที่ดิน! ”

     

    “นาย......”หลี่อวิ๋นโหรวชี้ไปที่เขา เตะขาเก้าอี้ไปหนึ่งทีแล้วพูดอย่างหงุดหงิด “ค่าเช่า1,000 หยวนต่อที่ดินภูเขา 1 หมู่ ราคาแบบนี้นายกล้าเปิด นับถือเลยฉันภูมิใจที่หมู่บ้านหลิวมีผู้ใหญ่บ้านแบบนาย ! พวกเราหยุดพูดเรื่องนี้ก่อนวันนี้ในห้องประชุมนายเป็นบ้าอะไร ? ยังดีที่นายกตำบลถังนิสัยดีถ้าเป็นคนอื่น ป่านนี้นายคงจะโดนไปแล้ว ! ”

     

    หลิวเฟยพูด“หรือว่าเธอดูไม่ออกว่าฉันตั้งใจยั่วให้เขาโมโหหรือ ?”

     

    หลี่อวิ๋นโหรวตกใจแล้วพูดต่อ“นายเป็นแค่ผู้ใหญ่บ้านตัวเล็ก ๆ ไปยั่วนายกตำบลดาวรุ่ง นายป่วยหรือไง ! ”

     

    หลิวเฟยพยักหน้าแล้วพูดต่อ“พูดไม่ผิดฉันป่วยจริง ๆ แต่ว่าป่วยเพราะอะไร เชื่อว่าอีกไม่นานเธอเองก็จะเข้าใจ”

     

    “เข้าใจอะไรล่ะ ? นายในตอนนี้เป็นแค่ตัวตลกในสายตาของพวกผู้นำชุมชนทั้งหมดแล้วหากเรื่องในวันนี้แพร่ไปถึงในอำเภอหรือไม่ก็ในเมือง เหอะ ๆ......ตำแหน่งของนายก็จบสิ้นแล้วใช้วิธีนี้มาจบตำแหน่งตัวเองก็แปลกเกินไปแล้ว ! ”

     

    หลิวเฟยบิดขี้เกียจที่เอวด้วยท่าทางสบายๆ แล้วพูด “เธอเห็นว่าฉันเป็นคนสนใจตำแหน่งอย่างนั้นหรือ ? บอกความจริงกับเธอก็ได้หากว่าชาวบ้านไม่รวมตัวกันปลดฉันออกจากตำแหน่งตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านนี้ฉันไม่เป็นก็ได้ ฉันเป็นแค่ชาวนาชาวไร่ตัวเล็ก ๆก็ยังคงนำพาให้พวกเขาเจริญรุ่งเรืองได้เหมือนกัน เธอเชื่อไหม ?”

     

    “อย่าขี้โม้ นายมันเกินจะเยียวยาแล้ว! บางทีอาจจะเหมือนที่รองนายกตำเฉินบอกไว้ นายมันโคลนที่เน่าเหม็นอย่างที่สุดใครอยู่ใกล้นายต่างก็รู้สึกรังเกียจนาย ! ”

     

    หลิวเฟยหัวเราะแล้วพูด“ดูเหมือนว่าเธอเองก็คิดแบบนี้สินะ งั้นฉันขอแนะนำให้เธอรีบย้ายออกไปเถอะไม่ก็กลับไปแต่งงานกับคู่หมั้นของเธอซะไม่อย่างนั้นคงมีสักวันที่เธอจะถูกฉันกลืนจนกลายเป็น ‘โคลน’ถึงเวลานั้นไม่มีใครต้องการแล้วอย่ามาโทษฉันแล้วกัน ! ”

     

    “ฉันน่ะหรือ ไร้ยางอายจริง ๆ ”

     

    หลี่อวิ๋นโหรวสบถใส่เขาเธอเดือดพล่านจนหายใจไม่ทันขณะเดินกลับห้องนอนไป

     

    หลิวเฟยส่ายหัวแล้วตะโกนไล่หลัง“พวกเธอใจร้อนไปแล้ว ชอบด่วนสรุปเกินไป สิบวันให้หลัง ฉันจะทำให้พวกเธอตาสว่างเอง !”

     

    หลี่อวิ๋นโหรวตะโกนตอบกลับมา“พูดง่าย ๆ อย่างกับตัวนายเป็นเครื่องบินรบมหัศจรรย์ ฉันไม่อยากจะสนใจนายแล้ว !ต่อจากนี้ไม่ต้องมาพูดกับฉัน เดี๋ยวฉันจะซวยไปด้วย”

     

    หลิวเฟยเถียงกลับ“ทุกครั้ง คนที่มาคุยกับฉันก่อนดูเหมือนว่าจะเป็นเธอนะ ? โดยเฉพาะผู้หญิงมีเจ้าของฉันระมัดระวังหลบเลี่ยงมาตลอดนั่นแหละ”

     

    “นาย !ถ้าอย่างนั้นก็คอยดู ! ”

     

    ……

     

    นิยายแนะนำ