ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    เล่มที่ 3 บทที่ 61 โอกาสมาแล้ว

    บทที่61 โอกาสมาแล้ว

         เมื่อกดเปิดแชทกลุ่ม ก็เห็นคนในแชทหลายคนกำลังทะเลาะกันอยู่เย่จื่อเฉินกดแก้ไขข้อความอยู่หลายครั้ง เขาลังเลอยู่นานจนสุดท้ายแล้วก็ยังลบข้อความเพราะไม่กล้ากดส่งไป

         เขากลัวมีพิรุธ

         ส่งเป็นข้อความส่วนตัวดีกว่า

         เมื่อเจอแชทของยี่หนึงจินกุน…

         เย่จื่อเฉิน : สหายเจ้ามีอะไรที่ช่วยต่ออายุขัยออกไปได้บ้างไหม

          ยี่หนึงจินกุน : เอ่อ…ข้าจะไปมีได้ยังไง เรื่องอายุขัยมันเป็นเรื่องของคนธรรมดาเซียนอย่างพวกเรามีชีวิตเป็นอมตะ

         เมื่อเห็นการตอบกลับของยี่หนึงจินกุน เย่จื่อเฉินก็พูดกับตัวเองในใจว่าเป็นอย่างที่คิดเอาไว้เลยแต่อย่างน้อยก็ต้องถามว่าใครมี

          เย่จื่อเฉิน : แล้วเจ้าพอรู้บ้างไหมว่าใครมีบ้าง?

          ยี่หนึงจินกุน : บนสวรรค์น่าจะไม่มีใครมีของแบบนี้หรอกแต่ว่าลูกท้อในสวนท้อของเจ้าแม่หวังหมู่ก็พอจะต่ออายุขัยได้ ถ้าเจ้าต้องการจริงๆที่เจ้าลิงตัวนั้นน่าจะมีอยู่ถ้าพูดถึงลูกท้อก็ต้องเขาแล้วแหละ

         เย่จื่อเฉิน : ขอบใจ

         พอกดออกจากแชทของยี่หนึงจินกุนแล้ว เย่จื่อเฉินก็กดเปิดแชทของราชาวานรทันที

          เย่จื่อเฉิน : ซุนหงอคง

          ราชาวานร : ทักมาหาข้ามีเรื่องอะไรหรือว่ามีสมบัติล้ำค่าอะไรอีก (ท้ายประโยคมีสติกเกอร์หน้าตามีความหวังเรียงมาเป็นแถว)

         เย่จื่อเฉินยิ้มขมขื่น กระหน่ำนิ้วมือลงบนหน้าจอ

         เย่จื่อเฉิน : ที่ข้าทักมาหาท่านเพราะมีเรื่องอยากจะขอร้อง

         ราชาวานร : พูดมา

          เย่จื่อเฉิน : ไม่ทราบว่าท่านซุนหงอคงพอจะมีลูกท้อจากสวนท้อบ้างหรือเปล่า

         เงียบ

         จู่ๆ ทางด้านราชาวานรก็ไม่ตอบกลับมา เย่จื่อเฉินเริ่มร้อนใจ

         คุณซูต้องการลูกท้อเพื่อมายืดอายุของเขา

         ผ่านไปนาน ทางราชาวานรถึงได้ส่งข้อความมาและทำให้เย่จื่อเฉินพูดไม่ออกทันที

         ราชาวานร : เจ้ารู้ได้ยังไงว่าข้ามีลูกท้อหรือว่าข่าวที่ข้าไปขโมยลูกท้อจะโดนเปิดโปง?

         ให้ตายเถอะ ขโมยลูกท้ออีกแล้ว

         ในเทพนิยายไซอิ๋ว ราชาวานรก็เคยไปขโมยลูกในสวนท้อนั้นมาแล้ว

         ตอนที่ดูเขาก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอโตขึ้นมาคนรอบตัวก็เริ่มแซวกัน

         โดยถามว่าใครขี้ขโมยที่สุดในเรื่องไซอิ๋ว

         คำตอบคือ ซุนหงอคง

         ส่วนทำไมนั้น…

         เขาใช้คาถาสะกดร่างกายใส่นางฟ้าในสวนท้อทั้งหมดเอาไว้ ส่วนเขาก็เข้าไปกินลูกท้อโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย

         พอคิดมาถึงตรงนี้ คิ้วของเย่จื่อเฉินก็ยกขึ้นอีก

         ถ้าเขาได้เรียนคาถาสะกดร่างกายจากซุนหงอคงละก็…

         ถ้าเป็นแบบนั้น เขาก็เก่งเลยน่ะสิ

         ไม่สิ ตัวเองมาเอาลูกท้อนะ

         แต่เย่จื่อเฉินก็ค่อนข้างกวน จึงอดที่จะถามอีกไม่ได้

          เย่จื่อเฉิน : สะกดจิตนางฟ้าแล้วแอบเข้าไปกินอีกแล้วเหรอ?

          ราชาวานร : เจ้ารู้ได้ยังไง (ท้ายประโยคมีสติกเกอร์หน้าตาหวาดผวาหลายอัน)

         สุดยอดเลยจริงๆ ให้ตายเถอะ!

         แอบแขวะราชาวานรอยู่ในใจแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แสดงให้เห็นว่าซุนหงอคงมีลูกท้ออยู่จริงๆ

          เย่จื่อเฉิน : ไม่ต้องสนใจหรอกว่าข้ารู้มาได้ยังไงท่านมีลูกท้อข้าขอสักลูกได้ไหม

         ราชาวานร : ข้าขโมยมาไม่มากนี่เป็นของหายาก

         ความหมายแฝงในคำพูดคือ ต้องใช้ความจริงใจของเจ้ามาแลกเปลี่ยน

         เย่จื่อเฉิน : ท่านซุนหงอคงข้าต้องรีบใช้ลูกท้อด่วนเลยส่วนเรื่องสิ่งของแลกเปลี่ยน เดี๋ยวกลับไปเมื่อไรข้าจะส่งไปให้

          ราชาวานร : แล้วเจ้าจะเอาอะไรมาแลก

          เย่จื่อเฉิน : นมเปรี้ยวสองแพ็ก

         ราชาวานร : เอาบะหมี่อีกสองถ้วย

         เย่จื่อเฉิน : ตกลง

         ติ๊ง!

         ข้อความเพิ่งถูกส่งออกไป ราชาวานรก็ส่งอั่งเปามาให้ทันที

         กดรับ

         คุณได้รับอั่งเปาของราชาวานร

         ลูกท้อ×1

         กดเปิดหีบสมบัติ เย่จื่อเฉินก็เห็นคำอธิบายของลูกท้อ

         ลูกท้อ : ลูกท้ออายุห้าร้อยปีจากสวนท้อของเจ้าแม่หวังหมู่

         สรรพคุณ : ยืดอายุขัยต่อไปอีก 20 ปี

         เมื่อเห็นข้อความแจ้งเตือนนี้ เย่จื่อเฉินถึงได้เบาใจ

         เขาได้รับสิ่งที่ยืดอายุขัยมาเรียบร้อยแล้วเหลือก็แค่เอาวิญญาณกลับมาเท่านั้น

         คิดไปคิดมา เย่จื่อเฉินก็เลือกที่ถามซุนหงอคงอีกครั้ง

          เย่จื่อเฉิน :  ซุนหงอคงท่านมีอะไรที่สามารถเอาวิญญาณกลับเข้าร่างได้บ้างไหม

          ซุนหงอคง : ข้าไม่มีหรอกถ้าเจ้าอยากได้สิ่งนี้เจ้าต้องไปหาไท่ซางเหล่าจวิน ยาฟื้นคืนชีพเก้าระดับของตาเฒ่านั่นสามารถทำให้วิญญาณกลับเข้าร่างได้แต่บางทีตาเฒ่านั่นอาจจะไม่ให้ก็ได้นะ

         ไท่ซางเหล่าจวิน!

         เย่จื่อเฉินถอนหายใจ

         ที่จริงเขาก็คิดได้นานแล้วว่าไท่ซางเหล่าจวินจะต้องมียาที่ทำให้ฟื้นคืนชีพได้แน่นอนแต่ตัวเขาไม่ได้เป็นเพื่อนกับไท่ซางเหล่าจวินเนี่ยสิ

         คนในกลุ่มเขาก็เพิ่มเพื่อนแค่สามคน มีผู้เฒ่าจันทรา ยี่หนึงจินกุน และราชาวานร

         แล้วสามคนนี้ก็เป็นฝ่ายแอดตัวเขามาก่อนด้วยระดับความสนิทก็อยู่ในระดับเป็นเพื่อนขึ้นไป

         ถ้าเขาอยากได้ยาฟื้นคืนชีพเก้าระดับเขาก็ต้องเป็นฝ่ายไปแอดเพิ่มเพื่อนไท่ซางเหล่าจวิน

         ไม่มีใครรู้ว่าระดับความสนิทของทั้งสองคนจะอยู่ที่เท่าไร…

         คิดไปคิดมา เย่จื่อเฉินก็ส่งข้อความกลับไปขอบคุณราชาวานรอีกฝ่ายก็ส่งกลับมาว่าให้เขารีบส่งสมบัติล้ำค่าไปให้เร็วๆ แล้วทั้งคู่ก็หยุดคุยกัน

         เลื่อนดูรายชื่อสมาชิกในแชทกลุ่ม แล้วเย่จื่อเฉินก็กดไปที่โปรไฟล์ของไท่ซางเหล่าจวิน

         เพิ่มหรือไม่เพิ่ม นี่เป็นปัญหาที่ต้องขบคิด

         เมื่อนึกถึงคำท้าที่ให้ไวกับซูฉีหู่ แล้วยังมีคุณซูที่ลอยอยู่ข้างหลังเขา

         เย่จื่อเฉินจึงทำการตัดสินใจ

         เพิ่มเพื่อน!

         ติ๊ง!

         คำขอเป็นเพื่อนของคุณผ่านการยืนยันแล้ว เริ่มทำการสนทนากันได้

         ยืนยันแล้ว

         เย่จื่อเฉินเหลือบมองที่ระดับความสนิทบนหน้าจอเป็นอย่างแรก

         0

         เย็นชา

          ไท่ซางเหล่าจวิน : ?

         ส่งมาแค่สัญลักษณ์คำถามอันเดียว ตั้งแต่อยู่ในครอบครัวเซียนมาเย่จื่อเฉินยังไม่เคยเจอการเปิดบทสนทนาแบบนี้

         กลืนน้ำลายไปหนึ่งอึก เย่จื่อเฉินทลายความขี้ขลาดส่งข้อความออกไป

          เย่จื่อเฉิน : ไท่ซางเหล่าจวินข้าน้อยมีเรื่องอยากขอร้อง

         ไท่ซางเหล่าจวิน : ?

         ให้ตายเครื่องหมายคำถามอันเดียวอีกแล้ว

         ดูท่าว่าไท่ซางเหล่าจวินคนนี้จะเย็นชาน่าดู

         แต่เมื่อดูที่ระดับความสนิทบนหน้าจอระดับความสนิทอยู่ที่ระดับเย็นชา คุณยังจะหวังให้อีกฝ่ายตอบอะไรคุณกลับมา

         ถ้าต่อกันติดแล้วก็อาจจะไม่ใช่ระดับเย็นชาแบบนี้ก็ได้

          เย่จื่อเฉิน : ข้าอยากขอยาวิเศษจากไท่ซางเหล่าจวินสักหนึ่งเม็ด

          ไท่ซางเหล่าจวิน : ยาอะไร

          เย่จื่อเฉิน: ยาฟื้นคืนชีพเก้าระดับ

         ไม่ตอบกลับมาแล้ว

         รออยู่สิบนาที ไท่ซางเหล่าจวินก็ไม่ส่งข้อความกลับมา

         เหมือนที่ราชาวานรพูดจริงๆ ยานี้ค่อนข้างมีค่าไท่ซางเหล่าจวินไม่ค่อยอยากให้

         กุมมือลองมองดู เย่จื่อเฉินจึงเสี่ยงส่งไปอีกหนึ่งข้อความ

          เย่จื่อเฉิน : ท่านผู้เฒ่า ได้ไหม?

          ไท่ซางเหล่าจวิน : ไอดีเซียนของเจ้าคืออะไรทำไมไม่เคยได้ยินชื่อเจ้ามาก่อน

         มาแล้ว

         เย่จื่อเฉินใจเต้นตึกตัก

         ที่เขากังวลอยู่ก็คือเรื่องนี้แหละ ไอดีเซียน เขามีไอดีเซียนเสียที่ไหน

         ถอนหายใจยาวเหยียด เย่จื่อเฉินเตรียมจะชักธงแล้ว

          เย่จื่อเฉิน : ข้าเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับยี่หนึงจินกุนเป็นเพื่อนสนิทกับผู้เฒ่าจันทรา

          ไท่ซางเหล่าจวิน : อ๋อ (ท้ายประโยคมีสติกเกอร์มีหน้าประหลาดใจสามอัน)

         ติ๊ง!

         ระดับความสนิทของคุณกับไท่ซางเหล่าจวินเพิ่มขึ้น 20 ระดับความสนิทปัจจุบันคือเย็นชา

         มีบุคคลอ้างอิงมันได้ผลจริงๆ ด้วย

         ดูๆ ไปแล้วสวรรค์กับโลกมนุษย์ก็คล้ายๆ กันนั่นแหละต้องอ้างอิงถึงบุคคลอื่นทุกคนล้วนเป็นเพื่อนกันทั้งนั้น

         เมื่อเห็นว่าเริ่มมีความเป็นไปได้ เย่จื่อเฉินจึงรีบคว้าโอกาสไว้

          เย่จื่อเฉิน : ถ้าท่านไม่เชื่อจะไปถามดูก็ได้ส่วนไอดีเซียนนั้น ข้าไม่สะดวกที่จะเปิดเผยจริงๆ

          ไท่ซางเหล่าจวิน : อ๋อ

          ผ่านไปสิบกว่านาที ไท่ซางเหล่าจวินก็ไม่ได้ตอบกลับเขามาอีก

          ในขณะที่เย่จื่อเฉินกำลังรออย่างกระวนกระวายใจอยู่นั้น...

         ติ๊ง!

         ระดับความสนิทของคุณกับไท่ซางเหล่าจวินเพิ่มขึ้น 80ระดับความสนิทปัจจุบันคือเพื่อน

          เมื่อเห็นข้อความนี้ เย่จื่อเฉินก็แทบกระโดดขึ้นด้วยความดีใจ

         เป็นเพื่อนแล้ว

         จากประสบการณ์ที่เขามีจากการรับมือกับเทพเซียนกลุ่มนี้นั้นขอแค่ระดับความสนิทเพิ่มขึ้นถึงระดับเป็นเพื่อนได้แสดงว่าตัวตนปลอมของเขายังไม่รั่วไหลออกไป

          และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ โอกาสมาแล้ว!

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอั่งเปาสะท้านภพ ที่คุณอ่าน