“ท่านเต่าดำช่วงนี้ค้าขายไม่ค่อยจะดีเลยทำยังไงดีคะ”หญิงชาวบ้านคนหนึ่งเอามือถามขึ้นมาด้วยถ้าท่ากังวล
“แล้วมึงขายอะไรวะ”ร่างทรงถาม
“ที่ร้านรับข้าวสารมาขายค่ะ”หญิงชาวบ้านตอบกลับ
“จะไปยากอะไร มึงเอานี่ไปบูชาเดี๋ยวก็ขายดีขึ้น อ่อแล้วอย่าลืมทำบุญด้วย2000ยูนิต”ร่างทรงหันหลังไปหยิบรูปปั้นเต่าแล้วโยนให้หญิงชาวบ้าน
“พวกมึงฟังนะนังนี่มันเอาของกูไปบูชา ข้าวบ้านมันจะกลายเป็นข้าวปลุกเสกช่วยให้สุขภาพดี”ร่างทรงหันไปบอกกับกับชาวบ้านทุกคน
“เดี๋ยวกลับไปฉันจะรีบไปซื้อเลยแก”
“ของดีหวะซื้อให้แม่แกสิเห็นป่วยออดๆแอดๆอยู่นี่”
พอได้ยินที่ร่างทรงพูดชาวบ้านก็พูดคุยกันอย่างออกรสเชื่อกันสนิทเลยว่าข้าวร้านหญิงชาวบ้านคนนั้นจะกลายเป็นข้าวปลุกเสก
“แบบนี้มันก็ต้องขายดีอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง ก็เล่นบอกให้ทุกคนไปซื้อกันโต้งๆเลย แล้วไอ้รูปปั้นเต่ามันไปเกี่ยวอะไรด้วยฟ่ะ”ออสคิ้วกระตุก
“อย่าจะบ้าตายก็เชื่อเข้าไปได้เนอะ เอาเหอะก็ถือว่าวิน-วินหละนะ ร่างทรงได้เงิน เจ๊นั่นก็ขายข้าวได้ ชาวบ้านก็ต้องซื้อข้าวกินอยู่แล้วไม่ได้เสียอะไร”
“เอาๆคนต่อไปจะถามอะไรกูอีก”เมื่อเรื่องแรกจบไปร่างทรงก็กวาดตามองแล้วถามอีกครั้งทำให้ชาวบ้้านเงียบลง
“ท่านเต่าดำครับลูกสาวผม ดูลูกสาวผมให้หน่อย”ชายคนหนึ่งรีบพูดก่อนจะรีบอุ้มลูกสาวของตัวเองไปวางนอนตรงหน้าของร่างทรง
เด็กผู้หญิงดูแล้วน่าจะอายุได้11-12ปีเท่านั้น ใบหน้าแดง มีเหงื่อออกเล็กน้อย หายใจค่อนข้างแรง ไม่ต้องวัดก็รู้ว่ามีไข้สูงแน่ๆ
“นี่มัน”ออสเห็นแบบนั้นก็มีขมวดคิ้วอย่างไม่สบายใจเพราะดูจากสภาพเด็กมันควรจะพาไปโรงพยาบาลแล้ว
“ชาวบ้านก็แบบนี้แหละเจ็บป่วยแทนที่จะไปหาหมอดันมาหาหมอผี ร่างทรง อะไรพวกนี้แทน”มะลิอธิบายสถานการณ์ตรงหน้า
“ลูกมึงเป็นอะไรมาวะ”
ในระหว่างนั้นร่างทรงก็ถามขึ้นทำให้ออสที่กำลังพูดกับมะลิต้องหันกลับไปมองทางนั้นแทน
“นังสร้อยมันไข้ขึ้นมาหลายวันแล้วแต่ซื้อยากินก็ไม่หายฉันกลัวว่ามันจะผีเข้าก็เลยพามาหาท่านเต่าดำนี่ีแหละ ”ชายคนนั้นรีบบอก
“เหอะ อาการขนาดนี้ซื้อยาเองเนี่ยนะ พาไปโรงพยาบาลสิวะ มาที่นี่แล้วมันจะหายรึไง”ออสบ่นออกมายังจากที่ได้ยินพ่อเด็กบอกกับร่างทรง
“ผีเข้าหรอ ไหนให้กูดูหน่อย”พูดจบร่างทรงก็ลุกขึ้นมาดูใกล้ๆเอามือวางลอยๆบนตัวเด็กแต่ไม่ได้โดนตัว ปากก็พึมพำอะไรสักอย่างที่ออสไม่ได้ยิน
“ผีเข้าจริงๆด้วย เดี๋ยวกูจะไล่ผีให้”ร่างทรงพูดยืนยันไปตามน้ำเพื่อให้ตัวเองดูน่าเชื่อถือ
“จับเด็กนอนคว่ำไว้”ร่างทรงบอกพ่อของเด็กหลังจากนั้นเขาก็เดินไปหยิบไม้หวายออกมา
“เฮ้ยๆดูไม่ดีแล้วแฮะแบบนี้”
พ่อของเด็กฟังอย่างว่าง่ายรีบพลิกตัวลูกนอนคว่ำทันที
“พ่อทรมาน มันร้อนไปหมด”ลูกสาวที่ชื่อสร้อยร้องกับพ่อตัวเองด้วยน้ำเสียงทรมานเบาๆ สีหน้าเธอดูไม่ค่อยดีเลย
“ทนหน่อยสร้อยลูกพ่อ เดี๋ยวท่านเต่าดำเขาก็ช่วยแล้ว เดี๋ยวก็หาย”คนเป็นพ่อเห็นท่าทางทรมานของลูกสาวก็กุมมือด้วยความเป็นห่วง
ร่างทรงยกมือพนมโดยใช้นิ้วโป้งหนีบไม้หวายเริ่มบริกรรมคาถา
“นี่เขาคงจะไม่เอาไม้หวายนั่นฟาดเด็กจริงๆนะ”ริกกี้พึมพำเบาๆอยู่ข้างหลัง ขณะมองถามตรงหน้าด้วยความหงุดหงิดเช่นกัน
“ฟาดแน่ค่ะ”มะลิตอบก่อนจะอธิบาย เธอรู้เรื่องพวกนี้ดีกว่าเพราะเคยอยู่เมืองนี้มาก่อน
“ชาวบ้านพวกนี้ก็แบบนี้แหละ เชื่อเรื่องไสยศาสตร์ นับถือผี เจ็บป่วยแทนที่จะไปโรงพยาบาลดันหาหมอผี ร่างทรงพวกนี้แทน ถ้าโชคดีเจอพวกที่มีความรู้เรื่องสมุนไพรจากบรรพบุรุษมาบ้างก็อาจจะได้พวกยาที่มีฤทธิ์ลดไข้ลดอักเสพแล้วอ้างว่าเป็นน้ำปลุกเสก ถ้าอาการไม่หนักก็หาย ถ้าหนักอย่างน้อยก็ไม่ทรุด แต่ถ้าซวยก็เจอแบบนี้พวกไม่สนอะไรเลยขอให้คนเชื่อก็พอ”มะลิอธิบาย
“ออส”มะลิร้องทักเมื่อออสได้ยินที่มะลิเล่าก็เผลอกำมือเธอแรงขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจเพราะเริ่มจะเครียดกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า
ออสหันไปมองก็พบว่ามะลิมองมือตัวเองอยู่เลยรู้ว่าเขากำมือเธอแรงไป
“อ้ะ โทษที แต่..งั้นแปลว่าพ่อลูกคู่นี้ซวยงั้นสิเนี่ย”ออสคลายมือตัวเองออกก่อนจะพูดกับมะลิ
“ก็แบบนั้นแหละค่ะ”
“ริกกี้ถ่ายคลิปไว้ทีอย่าให้ใครเห็นนะ"ได้ยินมะลิอธิบายออสเลยสั่งออกไปเพราะอย่างน้อยถ้าพ่อลูกคู่นี้จะเอาผิดไอ้บ้านี่ทีหลังจะได้มีหลักฐาน
พอจะช่วยได้ก็ช่วยแล้วกัน อย่างน้อยก็ถือว่าช่วยเด็ก
ถึงพ่อเด็กจะน่าหงุดหงิดก็เถอะแต่เด็กนั่นก็ดูน่าสงสารอยู่ดี ป่วยขนาดนี้ยังจะต้องมาเจออะไรแบบนี้อีก แย่ฉิบ
ตอนนี้ออสต้องพยายามห้ามตัวเองไม่ให้เข้าไปยุ่งโดยตรง เพราะปัญหาเดิมก็ปวดหัวพอแล้ว
“ครับ”ริกกี้ที่นั่งอยู่ข้างหลังก็หยิบมือถือขึ้นมาแล้วกดถ่ายแบบแอบๆตามที่ออสสั่ง
ระหว่างนั้นเองร่างทรงพญาเต่าดำก็หยุดสวดหยิบน้ำอะไรสักอย่างมาอมแล้วพ่นใส่ออกมาใส่ไม้
“มึงจับลูกเอาไว้อย่าให้ขยับหนี”ร่างทรงสั่ง ซึ่งคนเป็นพ่อก็ทำตามทันทีโดยเข้าไปจับแขนสองข้างของลูกสาวแล้วกดไว้ที่พื้น
“ถอยเร็วเดี๋ยวผีออกแล้วมันจะเข้าพวกเรา”ไม่รู้ใครพูดออกมาแต่ชาวบ้านกลับถอยหนีกันทันทีเหลือแค่กลุ่มออสที่นั่งอยู่แบบไม่สนใจ
พอเป็นแบบนั้นริกกี้เลยต้องมานั่งหลบหลังออสกับมะลิเพื่อให้ยังถ่ายได้โดยไม่มีพวกลูกมือของร่างทรงเห็น ส่วนชาวบ้านตอนนี้สนใจการไล่ผีกันหมดไม่มีใครมาสนใจพวกออสสักคน
ทันใดนั้นเองร่างทรงก็ใช้ไม้หวายฟาดเข้าไปที่หลังของเด็ก
“โอ้ยย”เด็กสาวที่นอนป่วยอยู่ร้องลั่น
พอฟาดเสร็จก็ยกไหว้หวายขึ้นมาสวดอะไรก็ไม่รู้อีก
“พ่อหนูเจ็บ ฮืออ”สร้อยร้องไห้โอดครวญกับพูดเป็นพ่อแต่มันไม่ได้ช่วยอะไรเลย
“สร้อยทนไว้ท่านเต่าดำกำลังช่วยอยู่เดี๋ยวพอผีมันออกลูกจะหายดี”พ่อของเด็กแทนที่จะปล่อยลูกแล้วขอให้ร่างทรงหยุดแต่กลับบอกให้ลูกสาวตัวเองทนแทน
ออสหันไปมองชาวบ้านด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก็เห็นว่าทุกคนซุบซิบกันไม่มีใครคิดจะช่วยเด็กเลย บางคนเอามือแนบอกที่เป็นการแสดงความเคารพ บางคนพนมมือขึ้นไหว้แบบที่เป็นการแสดงออกถึงความศรัทธา
“โธ่เว้ย”ออสกำหมัดแน่น สถานการณ์ตรงหน้าทำให้เขาเครียดมาก
ใจนึงออสก็ไม่อยากจะยุ่งเพราะไม่ใช่เรื่องของตัวเอง อีกใจก็สงสารเด็กที่ป่วยอยู่ ถ้าตรงนั้นเปลี่ยนจากเด็กอายุ10-11ปีเป็นผู้ใหญ่ต่อให้ตายตรงหน้าเขาก็จะไม่สนใจเลยเพราะหาเรื่องใส่ตัวเอง
แต่นี่เด็กมันเลือกไม่ได้ โดนพ่อบอกให้มาก็ต้องมา
เพี๊ยะ
ระหว่างที่ออสกำลังมองไปรอบข้างร่างทรงก็ฟาดไม้ใส่สร้อยไปอีกครั้ง
“กรี๊ดด พ่อหนูเจ็บไหวแล้ว”เด็กสาวกรีดร้องลั่น ไม้ที่ฟาดลงไปกลางหลังทำให้เธอทุรนทุรายอย่างทรมาน
“ดี กรี๊ดแบบนี้มึงจะทนไม่ไหวแล้วสิ มาดูสิว่ามึงจะทนได้อีกแค่ไหน อีผีบ้า”ร่างทรงพูดน้ำเสียงเหี้ยม ก่อนจะยกไม้หวายมาสวดอีกครั้ง
“เขาจะฟาดจนสลบหลังจากนั้ก็จะบอกว่าผีออกแล้ว”มะลิร้องบอกออสด้วยความรนราน
“ระยำ”ริกกี้สบดออกมา
อีฟเองก็มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา ถึงพวกเขาจะเป็นนักรบฝีมือดีที่เคยฆ่าคนมานักต่อนัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีความรู้สึกอะไร เด็กสาวนี่ไม่ใช่เป้าหมายหรือคนเลวที่สมควรตาย
เธอเป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆที่ดันมีพ่อโง่ๆพาลูกตัวเองมาโดนทรมาน
ร่างทรงหยุดสวดแล้วก็ฟาดลงไปอีกครั้ง
“โอ้ยยยย พ่อขอร้องหนูไม่ไหวแล้ว มันเจ็บ”
“คุณออส ถ้ายังมากกว่านี้ผมว่าเด็กแย่แน่ๆ”ริกกี้พูดกับออสเบาๆด้วยถ้าทางเคร่งเครียดเด็กผู้หญิงอายุไม่เยอะแถมป่วยอยู่มาโดนฟาดเอาๆแบบนี้ถ้ายังไม่หยุด เด็กได้ทรุดหนักจริงๆแน่
“ออสถ้าจะช่วยก็ต้องทำแล้วนะไม่งั้นแย่แน่”มะลิมองออสด้วยสีหน้ากังวล
ร่างทรงหยุดสวดและยกไม้ขึ้นเตรียมจะฟาดอีกครั้ง
"บัดซบ ทนไม่ไหวแล้วโว้ย"
มาถึงตรงนี้ออสก็สุดทนแล้วเหมือนกัน