ผมแค่อยากใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดา..ไม่ได้รึไง!

    ตอนที่ 67 ค้นพบเส้นทางแห่งการฝึกฝน

         "อืม! อักขระพวกนี้ทำความเข้าใจยากไปหน่อย แต่ยังพอเข้าใจได้" ชุนพูดกับตัวเองพลางเดินเอามือลูบสัมผัส ทำความเข้าใจอักขระไปทีละตัว ช้าบ้างเร็วบ้างตามความเข้าใจของเขา


         ท่ามกลางความเงียบสงบ สมาธิของชุนจดจ่ออยู่กับอักขระนับไม่ถ้วนจนลืมเลือนเวลาและสิ่งรอบข้างไปโดยปริยาย
         หลังจากชุนทำความเข้าใจอักขระโบราณบนกำแพงตัวสุดท้าย เขาได้มาทำความเข้าใจอักขระบนโลงศพหินโบราณต่อ เพราะจากความเข้าใจอักขระบนกำแพงมันเชื่อมโยงกับอักขระบนโลงศพ
         เมื่อชุนทำความเข้าใจอักขระโบราณทั้งหมด เขาได้นำมันมาศึกษาและแบ่งจำแนกกลุ่มว่ามันหมายถึงอะไร มีอะไรเกี่ยวข้องกับเรกิบ้าง กระทั่งหลายล้านปีผ่านพ้นไป อักขระโบราณถูกแบ่งเป็นหลายกลุ่ม หนึ่งถึงสองอักขระมีความเกี่ยวกับกระบี่ ศาสตร์โบราณ การปรุงยา วิชาต่อสู้ และอีกหลายสิ่งหลายอย่าง แต่พอเอาอักขระมาเรียงติดต่อกันทั้งหมด จะได้อักขระสามชุดที่เกี่ยวข้องกับ กฎเกฑณ์ ชีวิตและความตาย และเรกิ
         สุดท้ายเมื่อเอาอักขระมารวมกันทั้งหมดมันมีความหมายว่า 'ต้นกำเนิด' ซึ่งตามความเป็นจริงอักขระทั้งหมดคือต้นกำเนิด แต่พอทำความเข้าใจอักขระทั้งหมดได้ มันจะกลายเป็นสามสิ่งที่ผู้ทำความเข้าใจต้องการเข้าใจมากที่สุด และจะเป็นแนวทางนำไปสู่ต้นกำเนิด เพราะยังไงทั้งสามสิ่งนี้ ชุนมิอาจเข้าใจได้มากนัก ต้องไปสัมผัสกับตนเองและทำความเข้าใจอีกครั้ง ถึงจะบรรลุสู่เป้าหมาย
         เวลาผ่านไปอีกนานแสนนาน หลังจากชุนได้ศึกษาอักขระจนทะลุปรุโปร่งว่ามันคือ 'เข็มทิศชี้นำ' เขาก็ทำตัวให้ปลอดโปร่ง แล้วเริ่มขยับร่างกายหลังไม่ได้ขยับมาเนิ่นนาน 
         กรึ๊ก! กรึ๊ กรุ๊ก!...
         เสียงกระดูกที่ไม่ได้ขยับเขยื้อนดังก้อง แต่ชุนก็ไร้ความรู้สึกเจ็บปวดใดๆ แค่เขายืนบิดขี้เกียจไปมาสี่ห้าที ขยับคอไปมาอีกสองสามครั้ง ก่อนจะกล่าวอย่างโล่งกายสบายใจ
         "อ้าาาาาาาาาาาา รู้สึกสบายตัวจริงๆ นั่งทำความเข้าใจอักขระพวกนั้นจนไม่ได้ขยับตัวไปไหนมานานขนาดไหนแล้วเนี่ย"
         "เออ...เจ้าหลุมดำที่ปรมาจารย์หลินบอกมันอยู่ไหนหว่า" ชุนพึมพำพร้อมกับมองไปรอบๆ หวังว่าจะพบหลุมดำตามคำบอกของปรมาจารย์หลิน พอมองไปรอบแล้วไม่เจอเขายิ่งพยายามใช้ทุกสิ่งเพื่อตามหา สุดท้ายเขาต้องล้มเลิกความพยายามไป
         "มันไม่มีหลุมดำ คงไม่ใช่ว่าเราไม่ได้ทำความเข้าใจอักขระทั้งหมดหรอกนะ" ชุนบอกกับตัวเอง และเริ่มสำรวจอักขระ กระทั่งจดจ่อไปกับมันอีกครั้ง แม้ว่าร้อยปีให้หลังหลุมดำจะปรากฏให้เห็นเขายังไม่มีความสนใจ เพราะจิตใจเขาจดจ่อและทำความเข้าใจอักขระให้ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิม
         ผ่านไปนับพันล้านปี
         ในที่สุดชุนก็ได้ศึกษาอักขระจนบรรลุในทางที่เขาไม่ค่อยถนัดหรือไม่รู้จักไปพอสมควร เหนือสิ่งอื่นใดชุนได้ทำความเข้าใจอักขระจนได้สรรค์สร้างเคล็ดการฝึกเรกิในแบบฉบับของเขา ที่คิดค้นขึ้นมาจากความเข้าใจและการอนุมานในช่วงเวลาที่ผ่านมา
         "เท่านี้คงฝึกเรกิได้สบาย เหลือแค่ลองฝึกฝนและปรับปรุงพร้อมกัน" ชุนมองไปทางโลงศพหิน แล้วเดินเข้าไปใกล้ๆ ก่อนจะสลักเคล็ดวิชาเรกิลงไปบนฝาโลงศพโดยมิสนใจสิ่งที่อยู่ภายในโลง
         "เท่านี้คงช่วยให้คนมีโชคมาพบเจอเคล็ดวิชาเอาไว้ฝึกได้ ถึงเคล็ดวิชาเรกิจะไม่สมบูรณ์ มันก็ยังฝึกได้ในช่วงต้น แถมยังมีระดับทั้งหมดกำกับเอาไว้อย่างละเอียด หากว่าตัวเราโชคดีได้ค้นพบรายละเอียดของเรกิเพิ่มเติมจนเคล็ดวิชาเรกิสมบูรณ์..ก็หวังว่าคนที่พบเจอที่นี่จะพบเจอมรดกสืบทอดฉบับสมบูรณ์" ชุนกล่าวทิ้งท้าย จากนั้นเขาเดินตรงเข้าไปยังหลุมดำเหมือนเข้าบ้าน
         วูบ!
         เมื่อชุนเดินเข้าไปในหลุมดำ แทนที่เขาจะรู้สึกเหมือนตายทั้งเป็นและตกอยู่ในความมืดมิด เขากลับรู้สึกสบายและพบเห็นเส้นทางต่างๆนับไม่ถ้วนตรงไปยังสถานที่ใดสักแห่ง
         'ภายในหลุมดำนี้น่าสนใจ ไม่เหมือนหลุมดำใดๆที่รู้จัก น่าเสียดายเราไม่มีเวลามาเสียกับมัน เพราะต้องเริ่มฝึกฝน....ปลายทางมันจะเป็นที่ไหนกันนะ' ชุนคิดในใจให้มันเป็นสถานที่เงียบสงบ เขาจะได้ฝึกฝนอย่างเงียบๆไร้ผู้คนรบกวน ต่อให้เป็นสถานที่อันตรายหรือแปลกตา เพียงมันเงียบสงบให้เขาใช้ชีวิตธรรมดาเรียบง่ายก็เกินพอ
         .     .     .
         สำนักคุนหลุน
         ตำหนักเก่าแก่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนืออันเป็นตำหนักของปรมาจารย์หลิน
         นับตั้งแต่ชุนเข้าไปทำความเข้าใจอักขระภายในห้องปิดตาย ปรมาจารย์หลินก็เฝ้ามองเรื่อยมาจวบจนชุนเข้าไปภายในหลุมดำ ปรมาจารย์หลินจึงหยุดเฝ้ามองพลางกล่าวบางอย่าง "ขอให้เจ้าโชคดี ประสบความสำเร็จบรรลุสู่ระดับเหนือกว่าข้าเจ้าหนู.."
         กล่าวจบปรมาจารย์หลินหายตัวไปจากตำหนัก แต่หลังจากปรมาจารย์หลินหายตัวไป..เสียงของปรมาจารย์หลินได้ดังไปทั่วสำนักคุนหลุน
         "สำนักคุนหลุนรับคำสั่ง! ปิดสำนักเตรียมตัวต้านรับภัยพิบัติอีกพันปี..ข้าผู้พิทักษ์สำนักมีความจำเป็นต้องกลับไปยังดาวบ้านเกิดมิอาจอยู่ช่วยสำนักได้ โปรดรักษาตัว!"
         หลังจากเสียงของปรมาจารย์หลินดังก้องไปทั่วสำนักคุนหลุน เหล่าสานุศิษย์ต่างแตกตื่น ไม่เว้นผู้พิทักษ์ตำหนักและเจ้าสำนัก เพราะการที่ปรมาจารย์หลินหนึ่งในแปดผู้พิทักษ์ตำหนักไม่อยู่ในช่วงภัยพิบัติ ย่อมทำให้สมดุลของข่ายอาคมสูญเสียไป 
         แต่อย่างไรก็มีผู้วิตกกังวลยิ่งกว่าใครเพื่อน นั่นก็คือเจ้าสำนักคุนหลุน เนื่องจากคำเตือนของปรมาจารย์หลิน มันหมายถึงภัยพิบัติใหญ่หลวงพอจะทำลายสำนักทั้งสำนักได้ในพริบตา หากไม่ระมัดระวังเรื่องการป้องกันภัยพิบัติเอาไว้แต่เนิ่นๆ
         .     .     .
         ภายในมหาดาราจักรสุสานมังกร มีจักรวาลหนึ่งนามว่า 'หวงเหลียง' ในจักรวาลนี้เองมีดาวเคราะห์มากมายมหาศาล แต่มีดวงหนึ่งที่ชุนนั้นถูกส่งไป มันเป็นดาวเคราะห์สีเขียวอ่อนเจือสีฟ้าสดใส ภายในดาวเคราะห์ดวงนี้มีผืนดินสามส่วน ผืนน้ำหนึ่งส่วน
         ผืนดินเกือบทั้งหมดถูกปกคลุมไปด้วยต้นไม้ ผืนน้ำสีฟ้าสดใสเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิต ในดาวเคราะห์มีอากาศและพลังธรรมชาติบริสุทธิ์ สิ่งมีชีวิตบนบกยังมีไม่มาก เพราะดาวเคราะห์พึ่งถือกำเนิดขึ้นมาได้นาน
         ณ เกาะร้างขนาดเล็กแห่งหนึ่งในมหาสมุทรไร้ขอบเขต
         ชุนนั้นพึ่งมาถึงยังเกาะแห่งนี้ ทันทีที่เขามาถึง เขาเลือกเดินสำรวจเกาะร้างก่อนเป็นอันดับแรก ต่อมาเขาได้ปลดปล่อยสัมผัสไปทั่วดาวเคราะห์ว่ามีสิ่งใดดำรงอยู่บ้าง ซึ่งเขาไม่พบมนุษย์ เขาพบเพียงพืช สัตว์ แมลงที่ไม่รู้จัก
         เมื่อสำรวจดาวเคราะห์ด้วยสัมผัส ชุนจึงเริ่มเปลี่ยนแปลงเกาะให้เป็นสถานที่พักอาศัยระยะของเขา แทนที่จะออกไปสำรวจ..ด้วยเหตุผลที่ว่า 'สร้างสถานที่สงบไร้สิ่งใดรบกวนสำหรับการฝึกฝน'
         ควบคุมอาณาบริเวณ!
         หนึ่งความคิดกระจายพลังไร้ผู้ต้าน ครอบคลุมพื้นที่กว่าร้อยกิโลเมตรในพริบตา ต่อมาได้ใช้พลังตัดขาดพื้นที่ไม่ให้สิ่งใดเข้ามารบกวน ตามด้วยสร้างอักขระโบราณป้องกันเป็นชั้นสอง แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งมีชีวิตในพื้นที่ร้อยกิโลเมตรใต้มหาสมุทรก็ถูกกักขังเอาไว้ในสถานที่ของชุน ซึ่งชุนไม่อยากเสียเวลามากไปกว่านี้จึงเลือกเปลี่ยนแปลงเกาะด้วยทรัพยากรใต้มหาสมุทร ให้มันกลายเป็นสถานที่พักและฝึกสำหรับเขา แน่นอนว่าชุนต้องลงอักขระโบราณเพื่อความมั่นคงและปลอดภัยในระยะยาวกับเกาะอย่างไม่ต้องสงสัย          พอทุกอย่างลงตัว ชุนจึงเริ่มปรับสมดุลพลัง เนื่องจากช่วงเวลาทำความเข้าใจอักขระโบราณ เขาเหมือนกับเข้าใจระดับพลังทั้งหมดของตนเองไปแล้ว มันจึงไม่แปลกที่ปรมาจารย์หลินจะปล่อยเขาไปฝึกฝนเรกิ
         หลังจากปรับสมดุลพลังเสร็จสรรพ ชุนยังปลดผนึกพลังทั้งหมดแล้วเริ่มปิดผนึกพลังสามสาย..พลังปราณ เขาใช้เต๋าปิดผนึก พลังเวทมนตร์เขาใช้เทพปิดผนึกและพลังจิตเขาใช้ไร้ลักษณ์ปิดผนึก ส่วนพลังวิญญาณชุนเลือกปิดผนึกด้วยตัวเขาเองเป็นการแบ่งสมาธิส่วนหนึ่งไปควบคุม นับเป็นการฝึกอย่างหนึ่ง 
         กระนั้นไม่ได้หมายความว่าชุนกลายเป็นคนธรรมดา เพราะว่าพลังทั้งสี่สายยังหล่อเลี้ยง ไหลเวียนอยู่ในร่างกายและจิตวิญญาณ แค่เขามิอาจใช้พลังไปเกื้อหนุนการฝึกเรกิหรือเอามาใช้ได้ตามปกติ ยังไงซะเขาใช้พลังกายอย่างเดียวก็เกินพอ ต่อให้สงวนกำลังเอาไว้ก็ตาม

    คล้ายกับเรื่องผมแค่อยากใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดา..ไม่ได้รึไง! ที่คุณอ่าน