มายายังคงนั่งบนโซฟา ท่ามกลางความเงียบที่แฝงไว้ด้วยความอึดอัด แต่ในใจเธอกำลังครุ่นคิดหาวิธีต่อรองกับชายผู้มีเสน่ห์ลึกลับที่อยู่ตรงหน้า
"ถ้าคุณ้ารู้คำตอบจริงๆ คุณคงต้องพยายามมากกว่านี้" เธอนึกย้อนถึงคำพูดของเขา น้ำเสียงทุ้มลึกแต่แฝงความหยอกเย้าจางๆ ราวกับตั้งใจท้าทายเธอ
มายายิ้มบาง ๆ แต่ในใจกลับเต้นระรัว ‘พยายามมากกว่านี้?’ เธอคิดพลางก้มลงมองชุดคลุมของตัวเองที่เผยให้เห็น่ไหล่เนียน เธอรู้ตัวดีว่าความสวยของเธอคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุด และเธอก็ตั้งใจจะใช้มันให้เป็ประโยชน์
"พยายาม?" เธอเอ่ยเสียงนุ่ม รอยยิ้มยังคงแต้มที่มุมปาก "แล้วคุณอยากให้ฉันพยายามแบบไหนล่ะคะ?" เธอได้แต่คิดในทางที่จะใช้เล่ห์กลกับลีออน และยังไม่มีความคิดในด้านดีกับเขาเลย
“ลีออนคะ วันนี้กลับเร็วหน่อยได้ไหมคะ” เธอเริ่มแผนการด้วยการโทรหาเขาและอ้อนเขาให้นึกถึงว่ายังมีเธอรออยู่
“ครับ” เขาตอบรับสั้นๆ แล้ววางสายไป
เพนต์เฮ้าส์
ลีออนเอนตัวพิงพนักโซฟา ยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบ ดวงตาของเขาไม่ได้ละไปจากเธอเลย "คุณคิดว่าความสวยของคุณจะเป็คำตอบสำหรับทุกอย่างใช่ไหม?"
เขารู้ทัน ชัดเจนว่าเขารู้ทันเธอ! แต่แทนที่จะทำให้มายารู้สึกเสียเปรียบ คำพูดของเขากลับจุดประกายความมุ่งมั่นในตัวเธอขึ้นมาอีก เธอยกยิ้มบาง ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างอ้อยอิ่ง พลางเดินไปยังโต๊ะข้าง ๆ ที่วางแก้วไวน์และขวดวิสกี้ เธอจงใจเอื้อมมือหยิบขวดอย่างเชื่องช้า ปล่อยให้ชายเสื้อคลุมเลื่อนเผยให้เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกาย
ลีออนจับตามองทุกการเคลื่อนไหว แต่ยังคงรักษาท่าทีสุขุม มือที่ถือแก้ววิสกี้วางลงบนโต๊ะ ใบหน้าของเขาไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ แต่ในใจกลับรู้สึกว่าน่าสนุกที่ได้เห็นมายาพยายามเล่นเกมนี้กับเขา
มายาหันกลับมาหาเขา มือหนึ่งถือขวดวิสกี้ อีกมือหนึ่งถือแก้วไวน์ "ดื่มด้วยกันหน่อยไหมคะ หรือคุณกลัวว่าฉันจะมีแผนอะไรซ่อนอยู่"
"คุณคิดว่าผมกลัวคุณเหรอ?" เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย ยกยิ้มบางที่มุมปาก ก่อนจะผายมือเชิญเธอมานั่งลง
เธอเดินกลับมานั่งข้างเขาอย่างสง่างาม เทไวน์ลงในแก้วของตัวเอง แล้วเริ่มจิบเบา ๆ ดวงตาของเธอจับจ้องที่เขา รอยยิ้มเล็ก ๆ ของเธอเต็มไปด้วยความมั่นใจ "บางทีคุณอาจไม่ได้กลัวฉัน แต่คุณอาจกลัวว่าจะบอกความลับมากเกินไปต่างหาก"
ลีออนหัวเราะเบา ๆ เสียงนั้นทุ้มต่ำและน่าหลงใหล "คุณคงต้องทำมากกว่านี้เพื่อให้ผมบอกอะไรกับคุณ"
มายาขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ยังคงรักษารอยยิ้มไว้ เธอเริ่มเปลี่ยนกลยุทธ์ ปล่อยให้การสนทนาไหลไปอย่างเป็ธรรมชาติ แต่ก็แฝงความเย้ายวนในทุกคำพูด ทุกการเคลื่อนไหวของเธอ
ในใจของลีออน เขารู้ดีว่ามายากำลังพยายามอะไร ความสวยของเธอเป็อาวุธที่อันตราย แต่เขาไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้ได้ง่าย ๆ เขาเลือกที่จะเล่นเกมนี้กับเธอ ไม่ใช่เพราะเขาอยากเอาชนะ แต่เพราะเขาอยากรู้ว่ามายาจะไปได้ไกลแค่ไหนเพื่อค้นหาความลับของเขากับเดเมียน
"คุณรู้ไหมคะ ฉันคิดว่าคุณน่าสนใจ" เธอเอ่ยพร้อมสบตาเขา
ลีออนเลิกคิ้วเล็กน้อย "น่าสนใจยังไง?"
"ก็ตรงที่คุณทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันไม่ควรไว้ใจคุณ แต่ฉันก็ยังอยากไว้ใจ" เธอพูดเสียงเบา แต่น้ำเสียงเต็มไปด้วยความท้าทาย
เขายิ้มมุมปากเล็กน้อย "คุณกำลังเล่นเกมอยู่ใช่ไหม?"
"แล้วถ้าฉันบอกว่าใช่ล่ะคะ?" เธอถามกลับอย่างท้าทาย
ลีออนโน้มตัวเข้ามาใกล้ เธอรู้สึกได้ถึงลมหายใจของเขาที่แตะเบาๆ ใกล้แก้มของเธอ "เกมนี้...ผมไม่เคยแพ้"
มายาใจเต้นแรงจนแทบหลุด แต่เธอก็ยังคงรอยยิ้มไว้ "งั้นเรามาดูกันว่าใครจะเป็ฝ่ายชนะในครั้งนี้"
แสงไฟในห้องนั่งเล่นสลัวลง แสงจันทร์จากหน้าต่างกระจกบานใหญ่สาดส่องเข้ามา เผยให้เห็นดวงตาของทั้งคู่ที่ยังคงจ้องมองกันอย่างไม่ลดละ
"เกมนี้...คุณแน่ใจหรือว่าจะชนะ?" ลีออนถามเสียงเบา น้ำเสียงนั้นไม่ใช่การเยาะเย้ย แต่เป็คำท้าทาย
มายายิ้มเล็กน้อย ก่อนจะยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มอีกครั้ง "บางที...ฉันไม่ต้องชนะก็ได้ค่ะ ตราบใดที่ฉันได้รู้ความจริงจากคุณ" เมื่อเธอพูดจบก็โน้มคอของลีออนลงมาจูบเขาพร้อมกับถ่ายเอาของเหลวในปากเธอให้เขาชิม
ลีออนชะงักไปครู่หนึ่ง แต่ไม่ได้ผลักเธอออก ดวงตาคมของเขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ ริมฝีปากที่เพิ่งััยังคงร้อนผ่าว รสไวน์หวานอมเปรี้ยวเจือกลิ่นความเย้ายวนลอยอยู่ในอากาศ "รสชาติเป็ยังไงบ้างคะ?" เธอถามแกมยียวน ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ
เขาหัวเราะเบา ๆ เสียงนั้นทุ้มต่ำและทรงเสน่ห์ "ไม่เลวเลย" เขาตอบกลับพร้อมยกมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเอนตัวกลับพิงโซฟา แววตาของเขายังคงจับจ้องที่เธออย่างไม่ลดละ "แต่คุณคงต้องทำมากกว่านี้เพื่อให้ผมบอกอะไรกับคุณ"
มายาชะงักเล็กน้อย ความมั่นใจที่เธอแสดงออกมาถูกสั่นคลอน แต่เธอรีบปรับท่าทีให้กลับมานิ่งสงบอีกครั้ง "งั้นคุณก็ต้องระวังตัวให้ดี เพราะฉันยังไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ หรอกค่ะ"
ลีออนเอนตัวมาด้านหน้า ่ไหล่กว้างของเขาทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกครอบงำ ดวงตาสีเข้มจ้องมองเธอราวกับมองทะลุเข้าไปถึงความคิด "ผมชอบคนที่กล้าเล่นเกมนี้" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแ่เบาแต่หนักแน่น "แต่จำไว้นะมายา เกมนี้ผมเป็คนตั้งกติกา"
หัวใจของมายาเต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอก แต่เธอยังคงยิ้มบาง ๆ เพื่อปกปิดความสั่นไหวในใจ "งั้นคุณก็ควรเตรียมตัวให้ดี เพราะบางทีฉันอาจเปลี่ยนเกมนี้ให้เป็ของฉันเอง"
ลีออนหัวเราะอีกครั้ง คราวนี้ดวงตาของเขาเปล่งประกายความสนุกสนานปนความท้าทาย "งั้นผมจะรอดู" เขาพูดเสียงต่ำ ก่อนจะยกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบอีกครั้ง
ความเงียบปกคลุมห้องไปชั่วขณะ ทั้งคู่จ้องมองกันเหมือนกำลังประลองพลังโดยไม่ต้องพูดอะไร บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่แฝงไว้ด้วยเสน่ห์และแรงดึงดูดที่ไม่อาจต้านทานได้
มายาลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ เดินกลับไปยังโต๊ะข้างเพื่อเติมไวน์ในแก้วของตัวเอง ก่อนจะหันกลับมามองลีออน "คืนนี้ยังอีกยาวไกล ฉันหวังว่าเราจะสนุกกันได้มากกว่านี้"
ลีออนยิ้มบาง ๆ ดวงตาของเขายังคงจับจ้องเธอเหมือนกับว่าเธอเป็ปริศนาที่เขาอยากไข "ผมเองก็หวังแบบนั้นเหมือนกัน" เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่แฝงความหมายที่ลึกซึ้งจนทำให้มายาอดที่จะรู้สึกหวั่นไหวไม่ได้
ก่อนที่เธอจะทันพูดอะไร ลีออนขยับเข้ามาใกล้ จนเธอไม่ทันตั้งตัว เขาจับข้อมือของเธออย่างแ่เบาแต่มั่นคง ดึงเธอเข้ามาใกล้จนเธอได้ยินเสียงหัวใจของเขาเต้น เขาโน้มตัวลงมาหา
ริมฝีปากของเขาััเธออย่างแ่เบาในตอนแรก ราวกับ้าทดสอบ เธอหายใจสะดุด แต่ก่อนที่เธอจะทันตั้งสติ เขากลับเพิ่มแรงกดเบา ๆ ทำให้จูบกลายเป็การหยอกเย้าที่ซับซ้อนและนุ่มนวล
เมื่อเขาผละออก ดวงตาของเขายังจับจ้องที่เธอ ใบหน้าของเขาเปื้อนรอยยิ้มเ้าเล่ห์ "รสชาติที่คุณอยากให้ผมลอง...ไม่เลวเลย" เขากระซิบเบา ๆ ข้างหู ก่อนจะผละออกไปเล็กน้อยเพื่อดูปฏิกิริยาของเธอ
มายาหน้าแดงจัด แต่ยังคงพยายามเก็บท่าที เธอสูดลมหายใจลึกเพื่อเรียกความมั่นใจกลับมา
“วันนี้พอแค่นี้เถอะ” เธอรีบพูดแล้วรีบเดินจากไปด้วยความเขินอาย
“คิดจะหนีผมง่าย ๆ อย่างนั้นเหรอ?” น้ำเสียงของเขาทั้งหยอกเย้าและท้าทาย เธอหันกลับมามองเขา ดวงตาสั่นไหวเล็กน้อย แต่เธอพยายามเก็บสีหน้า
“ฉันไม่ได้หนี ฉันแค่...” เธอพูดติดขัด แล้วถอนหายใจยาว “้าเวลา”
ลีออนยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นเหมือนเขารู้ทันทุกอย่าง “งั้นผมจะให้เวลา แต่จำไว้ มายา คุณเป็คนเข้ามาเล่นเกมนี้เอง” เขาพูดพร้อมปล่อยมือเธออย่างช้า ๆ
มายาหลบสายตาแล้วรีบก้าวออกไปจากห้อง ความร้อนในแก้มยังไม่จางหาย แต่ลึก ๆ แล้วหัวใจของเธอกลับเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“คุณคงไม่ว่าหากเราต้องใช้ชีวิตอยู่ในเพนต์เฮ้าส์ด้วยกันสักระยะ” เขาเดินเข้ามาถามเธอในห้อง
“สักระยะ… หมายถึง?” ในหัวของเธอนั้นเข้าใจไปแล้วว่านอนเตียงเดียวกัน ใช้ชีวิตแบบคู่รัก หรืออะไรทำนองนั้น ชายหญิงอยู่ด้วยกันคงไม่พ้นเื่อย่างว่า
“ใช่ครับ ความหมายตามที่พูดครับ”
“ฉันไม่มีทางเลือกอยู่แล้วนี่นา”
“ไม่ต้องกังวลไปครับ ผมจะนอนห้องทำงานเอง ส่วนห้องนอนนี้คุณใช้ได้ตามสบาย อาจจะมีเสื้อผ้าหรืของใช้บางอย่างจำเป็ต้องเข้ามาในห้อง อาจจะรบกวนคุณเล็กน้อย”
“ได้ค่ะ” เธอโล่งอก นึกว่าจะได้สามีเพราะภารกิจสุดท้ายในเร็ววันซะแล้ว ยังไงเขาก็เป็คนที่มีอำนาจในทางเทามากพอสมควร ถ้าต้องเข้ามาอยู่ในวงจรชีวิต อาจเป็อันตรายถึงชีวิตฉันก็ได้
“พักผ่อนนะครับ” เขาพูดจบแล้วโน้มตัวลงมาหอมที่หัวของเธอ
“อ๊ะ..” เหวอ หน้าแดง ไม่เคยมีใครทำกับฉันแบบนี้… “เดี๋ยวสิ ทะ ทำแบบนี้ทำไม” เธอถามเขาด้วยความร้อนรน
“เพิ่มความอบอุ่นน่ะครับ”
“ไม่จำเป็!!” เธอรีบตอบกลับด้วยน้ำเสียงแข็ง เธอไม่เคยได้รับความอบอุ่นั้แ่ยังเด็ก หากเขาทำกับเธอแบบนี้บ่อยๆ มีหวังใจเธอเหลวลงไปรวมกองที่เขาเป็แน่ เธอรีบเบือนหน้าหนี ไม่อยากให้เขาเห็นว่าเธอเริ่มเสียการควบคุมตัวเอง
ลีออนหัวเราะเบา ๆ เสียงนั้นลึกและทุ้มจนทำให้เธอรู้สึกวูบวาบอย่างบอกไม่ถูก เขาถอยกลับไปสองก้าว แต่ยังคงมองเธอด้วยแววตาที่เหมือนกับกำลังสนุกกับปฏิกิริยาของเธอ
“งั้นผมขอตัวไปพักผ่อนนะครับ” เขาพูดพร้อมเดินออกจากห้อง แต่ก่อนที่จะปิดประตู เขาหันกลับมาอีกครั้ง “ถ้ามีอะไรเรียกผมได้เสมอนะครับ มายา”
เธอพ่นลมหายใจแรง ๆ หลังจากที่เขาออกไปแล้ว มือกุมที่อกพยายามควบคุมหัวใจที่เต้นเร็วเกินไป ‘เขาเป็คนที่อันตรายจริง ๆ’ เธอคิดพร้อมกับเดินไปนั่งบนเตียง มือััปลายผ้าห่มเพื่อปลอบตัวเอง
แต่ลึก ๆ แล้ว เธอรู้สึกว่าลีออนกำลังสร้างบางอย่างที่ยากจะต้านทานขึ้นมาในใจเธอ ไม่ใช่แค่ความหลงใหลในเสน่ห์ของเขา แต่เป็ความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้ััจากใครมาก่อน ความอ่อนโยนที่แฝงไปด้วยความมั่นคงนั้น...มันทำให้เธอเริ่มหวั่นไหว
“ตั้งสติสิ มายา” เธอพูดกับตัวเองเบา ๆ พลางล้มตัวลงนอน พยายามหลับตา แต่ภาพของเขายังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่จางหาย
ทางด้านลีออน เมื่อกลับมานั่งที่ห้องทำงาน เขายิ้มเล็ก ๆ พลางรินวิสกี้ใส่แก้ว “เธอช่างเป็ผู้หญิงที่น่าสนใจจริง ๆ มายา... แต่เรายังต้องดูกันต่อไป” เขาพึมพำกับตัวเองก่อนจะเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ยกแก้วขึ้นจิบอย่างสบายใจ
คืนนั้นในเพนต์เฮ้าส์อันเงียบสงบ ทั้งสองต่างคนต่างมีความคิดของตัวเองที่เกี่ยวข้องกับอีกฝ่าย แสงไฟจากเมืองใหญ่ด้านนอกหน้าต่างยังคงส่องประกาย ราวกับกำลังรอคอยสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันถัดไป...