Episode 9: หน้ากากซ้อนเร้น (The Mask Behind the Mask)
ภายในห้องผ่าตัดที่เต็มไปด้วยก๊าซหลอนประสาทสีขาวนวล หมออัครพลโน้มตัวลงมาพร้อมไม้พายที่ชุ่มไปด้วยขี้ผึ้งร้อนจัด กลิ่นดอกพิกุลที่เข้มข้นจนแทบจะกลายเป็นกลิ่นเหม็นเน่าทำให้อาการประสาทหลอนของไอริณรุนแรงขึ้น เธอเห็นใบหน้าของหมออัครบิดเบี้ยวกลายเป็นใบหน้าของคุณหลวงวิชิตที่กำลังแสยะยิ้ม
“อดทนอีกนิดนะไอริณ... ความเจ็บปวดคือการเกิดใหม่” หมออัครพึมพำ
เพล้ง!
หน้าต่างกระจกด้านบนแตกกระจาย พิธาโหนตัวลงมาพร้อมค้อนปอนด์ในมือ เขาไม่ได้บุกเข้ามาสุ่มสี่สุ่มห้า แต่เหวี่ยงถังดับเพลิงเข้าใส่เครื่องพ่นก๊าซจนมันระเบิดออก อากาศบริสุทธิ์ทะลักเข้ามาในห้องชั่วขณะ
“พี่ไอริณ! หนีออกมา!” พิธาตะโกนพร้อมกับยิงกระสุนเข้าใส่หุ่นจำลองที่กำลังจะหันมาเล็งเขา จนกลไกของมันพังพินาศส่งเสียงช็อตดัง เปรี๊ยะ!
ไอริณใช้จังหวะที่หมออัครชะงัก รวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายถีบเข้าที่ยอดอกของเขาจนถาดขี้ผึ้งร้อนหกกระเซ็น แต่สิ่งที่ทำให้เธอและพิธาต้องชะงักจนตัวแข็งทื่อคือ... ขี้ผึ้งร้อนที่สาดไปโดนใบหน้าของหมออัครพล
มันไม่ได้ลวกผิวหนังจนแดงก่ำ แต่มันทำให้ “ผิวหนัง” ของเขาละลายหลุดออกมาเป็นแผ่น!
ใต้ผิวหนังที่ละลายนั้นไม่ใช่เนื้อเยื่อมนุษย์ แต่เป็นโครงสร้างซิลิโคนและใยสังเคราะห์ที่ถูกฉีดสารหล่อเลี้ยงไว้ ชายที่อยู่ตรงหน้าค่อยๆ ดึงแผ่นหน้ากากที่ครึ่งหนึ่งกลายเป็นขี้ผึ้งเหลวออกมา เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง... ซึ่งดูแก่ชราและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการศัลยกรรมที่ล้มเหลว
“แกไม่ใช่หมออัคร...” ไอริณหอบหายใจพลางยันตัวขึ้น “แกคือ... คนไข้รายแรก ที่เขาเคยทำพังใช่ไหม?”
ชายคนนั้นหัวเราะเสียงแหบพร่า “หมออัครตายไปตั้งแต่อยู่ในคุกแล้ว! เขาตรอมใจตายหลังจากที่แกคัดค้านการประกันตัวเขา! แต่ก่อนตาย... เขาปั้น ‘ผม’ ขึ้นมาใหม่ เขาให้ชีวิตใหม่ ให้จุดมุ่งหมายใหม่แก่ผม นั่นคือการสานต่องานศิลปะของเขาให้สมบูรณ์!”
จุดจบของความงาม: พลิกวิกฤตเป็นอาวุธ
“งานศิลปะของแก... มันคือความตายต่างหาก!”
คนร้ายในร่างจำลองหมออัครพุ่งเข้าหาไอริณด้วยมีดผ่าตัดสีทอง พิธาพยายามจะยิงแต่คนร้ายคว้าตัว ดร.ณัฐ ที่สลบอยู่มาบังไว้เป็นโล่
“วางปืนซะเจ้าหนู! ไม่งั้นไอ้แก่คนนี้จะกลายเป็นหุ่นขี้ผึ้งคอขาดทันที!”
ไอริณมองไปที่ถังขี้ผึ้งเหลวที่กำลังเดือดปุดๆ อยู่บนเตาไฟฟ้าข้างตัวเธอ เธอสบตากับพิธาเพียงเสี้ยววินาที... สายตาที่สื่อสารกันมานานหลายปีในฐานะคู่หู
พิธาแกล้งทำเป็นลดปืนลง “โอเค... ผมยอมแล้ว อย่าทำอะไรเขา”
ในวินาทีที่คนร้ายย่ามใจและหันไปเยาะเย้ยพิธา ไอริณคว้าสายเคเบิลของเตาไฟฟ้าแล้วเหวี่ยงมันเข้าใส่ขาของคนร้ายพร้อมกับผลักถังขี้ผึ้งร้อนจัดเข้าใส่หน้าอกของมันเต็มแรง!
“อ๊ากกกกกก!”
ขี้ผึ้งร้อนๆ ไหลซึมเข้าไปในรอยแตกของหน้ากากซิลิโคนและวงจรไฟฟ้าที่ซ่อนอยู่ภายในร่างจำลอง เสียงระเบิดเล็กๆ ดังขึ้นจากภายในตัวมัน ร่างของ “หมออัครจำลอง” ดิ้นพล่าน ขี้ผึ้งเริ่มแข็งตัวอย่างรวดเร็วเมื่อสัมผัสอากาศเย็นจากถังดับเพลิงที่พิธาฉีดซ้ำเข้าไป
บทสรุปก่อนการเปิดเผยสุดท้าย
ร่างของฆาตกรล้มลง กระตุกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะนิ่งสนิทไปในท่าทางที่บิดเบี้ยว ขี้ผึ้งที่แข็งตัวเคลือบเขาไว้จนดูเหมือนหุ่นขี้ผึ้งที่ปั้นไม่เสร็จ ไอริณรีบเข้าไปเช็กชีพจร ดร.ณัฐ “เขายังหายใจอยู่ พิธา! เรียกกู้ภัยด่วน!”
พิธารีบทำตามคำสั่ง ขณะที่ไอริณเดินไปที่ร่างของฆาตกร เธอใช้ปลายปืนเขี่ยหน้ากากที่ละลายออก และพบกับ ไมโครชิป เล็กๆ ที่ติดอยู่ที่หลังใบหูของศพ
เธอดึงมันออกมาส่องดูภายใต้ไฟฉาย บนชิปมีตราสัญลักษณ์ “ดอกพิกุลสีทอง” แต่คราวนี้มีตัวอักษรเล็กๆ สลักอยู่ข้างใต้:
> “The Collection is not finished. - A.” (คอลเลกชันนี้ยังไม่จบ - เอ)
>
ไอริณยืนนิ่งงัน ความเย็นวาบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง หมออัครพลอาจจะตายไปแล้วจริงๆ แต่อิทธิพลหรือ “ใครบางคน” ที่ใช้ชื่อย่อ A ยังคงอยู่ และคนร้ายที่เธอเพิ่งล้มไป... อาจเป็นเพียงแค่ “หุ่น” อีกตัวในคอลเลกชันที่ใหญ่กว่านั้น
“พี่ไอริณ... เป็นอะไรไปครับ?” พิธาเดินมาตบไหล่เธอ
ไอริณกำไมโครชิปแน่นจนเจ็บมือ เธอมองไปที่หุ่นขี้ผึ้งจำลองตัวเธอเองที่พังอยู่มุมห้อง
“เกมนี้มันใหญ่กว่าที่คิดพิธา... กลิ่นดอกพิกุลนี่... มันยังไม่จางไปหรอก”
[To be continued in the Final Episode: Ep 10]
* ใครคือ "A" ตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังการสร้างหุ่นจำลองมนุษย์?*