หลังจากคำถามที่หลุดจากปากยังไม่ทันจบประโยคดีจู่ๆความรู้สึกเหมือนมีเข็มพันเล่มทิ่มแทงเข้าที่กลางแสกหน้าก็จู่โจมเธออย่างรุนแรง
หนิงเยี่ยนเฟยอุทานออกมาอย่างเ็ปสองมือกุมขมับแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ก่อนจะทรุดฮวบลงไปนั่งยันพื้นดินอย่างหมดแรง
“โอ๊ย! หัวฉัน... จะแตกอยู่แล้ว!”
ท่ามกลางเสียงวิ้งในหูภาพเหตุการณ์นับร้อยนับพันที่เธอไม่เคยรู้จักก็ไหลถาโถมเข้ามาในโสตประสาทราวกับน้ำป่าไหลหลาก
ข้อมูลมหาศาลบีบอัดจนเธอแทบหายใจไม่ทันส่งผลให้เธอรับรู้ว่า เวลานี้เธอได้ทะลุมิติจากโลกปัจจุบันที่ศิวิไลซ์มาเป็หญิงสาวชาวบ้านในยุค 70 ไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
หนิงเยี่ยนเฟย... ใช่! เธอชื่อนี้ และร่างนี้ก็ชื่อนี้เหมือนกัน!แถมหน้าตาเหมือนกันเป๊ะเด๊ะอีกด้วย!
แต่ถึงจะเหมือนกันทว่า…หนิงเยี่ยนเฟยในยุค70กลับมีชะตากรรมอาภัพแถมข้อมูลในหัวบอกชัดว่าไอ้ทหารหน้าหล่อที่ทำตัวเ็าเป็น้ำแข็งขั้วโลกคนนั้นคือ ‘กู้จวิ้นเทียน’ หรือ‘ผู้หมวดกู้’ สามีตีทะเบียนที่แต่งงานกับเยี่ยนเฟยด้วยความจำใจก็เท่านั้น
และที่น่าใยิ่งกว่า...คือยัยชุดครีม หน้าซื่อตาใสคนนั้น! คือ ‘หนิงไป๋เหลียน’ น้องสาวต่างมารดาสายดอกบัวขาวที่จ้องจะเหยียบย่ำเธอทุกลมหายใจ
“ที่แท้... ก็ผัวเมียในนาม กับน้องสาวสายเสแสร้งงั้นเหรอ?”
หลังจากพึมพำกับตัวเองได้ไม่นานความจริงที่น่าตระหนกยิ่งกว่าก็ไหลบ่าเข้ามาในหัว...ความสัมพันธ์ของเยี่ยนเฟยกับเขามันถลำลึกไปไกลกว่าแค่ผัวเมียในนามเพราะทั้งคู่ได้ก้าวข้ามเส้นนั้นไปสู่การมีความสัมพันธ์ร่วมเตียงกันอย่างลึกซึ้งเสียแล้วและที่สำคัญก็มีพยานในการร่วมเตียงครั้งนั้นอยู่ในครรภ์เวลานี้ด้วย!
พริบตานั้นมือเรียวบางเคลื่อนไปลูบที่หน้าท้องแบนราบอย่างเป็อัตโนมัติััแ่เบาผ่านเนื้อผ้าเปียกชื้นทำให้เธอชาวาบไปทั้งตัวความรู้สึกปกป้องเกิดขึ้นท่ามกลางความตระหนกขีดสุด
ก่อนที่ภาพความทรงจำที่ขมขื่นเริ่มกรีดลึกลงในใจราวกับแผ่นฟิล์มเก่าที่ฉายวนซ้ำหนิงเยี่ยนเฟยถึงกับหน้าถอดสีเมื่อได้รับรู้ถึงเื้ังานแต่งงานที่ไร้ซึ่งเกียรติและเต็มไปด้วยความหมางเมิน ที่กัดกินหัวใจจนผุพัง
หนิงเยี่ยนเฟยคนเก่าเคยรักผู้ชายคนนี้จนหมดหัวใจ...รักจนสูญเสียศักดิ์ศรี สายตาที่เธอเคยใช้มองเขานั้นเต็มไปด้วยความเทิดทูนราวกับเขาคือท้องฟ้าเพียงผืนเดียวที่เธอมี เธออ้อนวอนขอเศษเสี้ยวความเมตตาแต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความเ็าที่บาดลึกถึงกระดูก
“จวิ้นเทียนคะ... ในสายตาคุณ เคยมีฉันอยู่บ้างไหม?”
นั่นคือคำถามที่เยี่ยนเฟยคนเก่าเคยเอ่ยถามทั้งน้ำตาเสมอมาแต่คำตอบที่ได้รับกลับมีเพียงแผ่นหลังอันเหินห่าง และสายตาห่วงใยที่เขามักจะมอบให้คือ หนิงไป๋เหลียน น้องสาวต่างมารดาผู้แสนอ่อนหวาน ที่รู้จักกันทีหลังเธอ
ทุกครั้งที่ไป๋เหลียนบีบน้ำตากู้จวิ้นเทียนจะรีบเข้าไปประคองราวกับกลัวว่าดอกบัวดอกนี้จะบอบช้ำแต่กับหนิงเยี่ยนเฟย... แม้เธอจะล้มลงตรงหน้าเขาก็ทำเพียงมองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหมางเมิน
.
.
พลันนั้นภาพก็ย้อนกลับไปในวันที่ กู้จวิ้นเทียน และ หนิงเยี่ยนเฟย รู้จักกันเมื่อสามปีก่อน
ภาพความทรงจำที่แสนหวานเริ่มฉายชัดผ่านม่านฝนที่โหมกระหน่ำในอดีต...ในวันที่โลกทั้งใบพร่าเลือนจนกลายเป็สีขาวโพลน
หนิงเยี่ยนเฟยยืนสั่นเทาอยู่ริมตลิ่ง ความหนาวเหน็บจากพายุยังไม่เท่าความอ้างว้างที่กัดกินใจนับั้แ่สิ้นผู้เป็แม่ บ้านที่เคยอบอุ่นก็กลับกลายเป็นรกขุมย่อมๆพ่อที่มีรักใหม่มองข้ามเธอราวกับเศษฝุ่นทิ้งให้เธอเผชิญกับคำดุด่าและหยามเหยียดจากแม่เลี้ยงและน้องสาวต่างมารดาจนไร้ที่ยืนในนาทีที่หัวใจแตกสลายและอยากจะปล่อยร่างให้จมหายไปกับกระแสน้ำสายตากลับเหลือบไปเห็นร่างของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารพลัดตกลงไปในคลองส่งน้ำที่เชี่ยวกราก!
ท่ามกลางกระแสน้ำที่เย็นจัดจนเสียดแทงเข้าถึงกระดูกกู้จวิ้นเทียนพยายามจะว่ายเข้าหาฝั่ง แต่ทว่าความเย็นนั้นกลับทำพิษร่างกายที่เคยแข็งแกร่งพลันแข็งทื่อด้วยอาการตะคริวที่ลามไปทั่วเรียวขาอย่างฉับพลันเขาพยายามฝืนตะเกียกตะกายแต่ยิ่งดิ้นกลับยิ่งจมดิ่ง ในนาทีที่ความตายมาจ่อตรงหน้าและอากาศในปอดเริ่มหมดลง…
วินาทีนั้นสัญชาตญาณสั่งให้หนิงเยี่ยนเฟยทิ้งความโศกเศร้าแล้วพุ่งตัวไปที่ริมน้ำกิ่งไม้ขนาดยาวถูกส่งไปสุดแขน
“คุณ! ตั้งสติไว้นะ จับกิ่งไม้นี่ไว้เร็วเข้า!”
เสียงใสะโแข่งกับสายฝนกิ่งไม้ขนาดยาวถูกส่งไปอย่างแม่นยำทหารหนุ่มบัดนี้ต้องคว้ามันไว้เป็ที่พึ่งสุดท้ายและในจังหวะที่ดึงร่างเขาขึ้นสู่ฝั่ง สองมือก็ได้ัักันเป็ครั้งแรกแม้ฝ่ามือจะเปียกชื้นและเย็นจัดจากไอฝน แต่แรงบีบที่หนักแน่นกลับส่งผ่านความรู้สึกบางอย่างที่ตราตรึงอยู่ในใจของเยี่ยนเฟยมานับั้แ่วินาทีนั้น
จวิ้นเทียนไอโขลกพลางนวดคลึงหน้าขาที่เริ่มคลายตะคริวเขาเงยหน้าหัวเราะให้แก่ความเด๋อด๋าของตนเอง “ขอบคุณมากนะครับน้ำเย็นจนผมเป็ตะคริว ขยับไม่ได้เลย... เป็ทหารแท้ๆกลับต้องมาให้คุณช่วยขึ้นจากน้ำซะได้”
“อย่าคิดมากเลยค่ะ มันเป็อุบัติเหตุ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ...ฉันหนิงเยี่ยนเฟยค่ะ”
“ผมกู้จวิ้นเทียนครับ”
ภาพความทรงจำที่งดงามที่สุดคือนาทีที่เขาสะบัดเสื้อคลุมทหารตัวหนาออกแล้วกางกั้นหยาดฝนโอบล้อมร่างเธอไว้ดั่งเกราะคุ้มภัยทั้งคู่เดินเคียงกันไปภายใต้ชายคาแคบๆ เพื่อหลบพายุที่โหมกระหน่ำแววตาที่เขามองมาในตอนนั้นช่างอ่อนโยนและมั่นคงเสียจนหัวใจที่เคยบอบช้ำจนด้านชาของเยี่ยนเฟยสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
สำหรับผู้หญิงที่ถูกละเลยมาทั้งชีวิตคนที่ถูกทิ้งให้อยู่อย่างไร้ตัวตนในบ้านของตัวเอง...นี่เป็ครั้งแรกที่เธอรู้สึกว่าโลกที่แสนโดดเดี่ยวใบนี้ยังมีที่ว่างให้เธอพิงซบเป็ครั้งแรกที่ความรู้สึกเหน็บหนาวถูกปัดเป่าด้วยไออุ่นจากคนแปลกหน้าััที่ทะนุถนอมและแววตาที่มองเห็นคุณค่าในตัวเธอทำให้เยี่ยนเฟยเผลอวาดฝันด้วยความหวังอันริบหรี่ว่า... ผู้ชายคนนี้แหละคืออ้อมกอดเดียวที่จะช่วยปกป้องหัวใจอันแสนบอบบางของเธอไปชั่วชีวิต!