หม่าเซียน อดคิดถึงพ่อแม่ไม่ได้ เขาอยู่บนภูเขาหมื่นบรรจบ 1 เดือนกว่าแล้ว… ไม่รู้ว่าพวกท่านสบายดีหรือไม่ แม้เขาเคยผ่านชีวิตในอดีต แต่ความผูกพันทางสายสายเลือดร่างกายนั้นยากปฏิเสธมันได้ “ระบบ เดือนที่ผ่านมา ข้าลงชื่อเข้าใช้ได้รับอะไรมาบ้าง” หม่าเซียน กล่าวถามระบบในใจ Ding: เจ้าบ้านได้รับ ดาบแกะเขาเหล็ก[สีดำ,ขั้นต่ำ]กระบี่เปลวไฟ[สีดำ,ขั้นต่ำ]เทคนิคม่านพลังคชสาร[ระดับดิน] ข้าววิญญาณ[ระดับกลาง 2 ถุง] หญ้าม่วงคราม[10 เมล็ด]... ..... Ding: เจ้าบ้าน ควรมีจิตใจที่แข็งแกร่งแน่วแน่บนเส้นทางบ่มเพาะบำเพ็ญเพียร" " เจ้าบ้าน ต้องเจอคนที่จากไปด้วย อายุขัย ถูกฆ่าตาย เจ้าบ้านอายุยังน้อยแต่ปลุกความทรงจำชีวิตที่แล้วควรจะเข้าใจ" "ดั้งนั้นจึงไม่ควรยึดติดมัน…สิ่งพวกนี้เป็นขวากหนามเส้นทางบ่มเพาะพลังอมตะเท่านั้น” ระบบ ส่งเสียงเย็นชา มีใครบ้างเล่า สามารถผ่านคลายเชือกผูกหมัด เหล่านี้ได้อย่างง่ายดาย หม่าเซียนก็เช่นกัน หม่าเซียนรู้แก่ใจดี…เขามีระบบเส้นทางของเขานั้นต้องผ่านสิ่งเหล่านี้ บางทีเขากลับมาอีกครั้ง หลายคนหัวขาวโพลน หม่าเซียนถูกกำหนดต้องเดียวดาย…. Ding: เจ้าบ้านลงชื่อเข้าใช้..ภูเขาหมื่นบรรจบตอนนี้หรือไม่?ระบบถามขึ้น “ลงชื่อเจ้าใช้” หม่าเซียน พูดตอบกลับในจิตสำนึก Ding: ขอแสดงความยินดีด้วยเจ้าบ้านได้รับ เก้าดาบรกร้าง[ที่แท้จริง]และจะเรียนรู้ตอนนี้หหรือไม่?” “เรียนรู้ทันที” ขาดคำ เงาฝึกดาบ เก้าดาบรกร้าง ก็เทเข้าสู่จิตสำนึกของหม่าเซียน ตัังแต่กระบวนท่าแรก….จนถึงกระบวนท่าดาบที่ 9 เขารู้สึกคุ้นชินกับมันมาก เหมือนฝึกมานานหลายสิบปี Ding:ขอแสดงความยินดีด้วย เจ้าบ้าน ฝึกเทคนิกดาบเก้าดาบรกร้าง[ที่แท้จริง]สำเร็จแล้ว” หม่าเซียน ดีใจมาก ที่เขาได้รับเก้าดาบรกร้าง[ที่แท้จริง]อานุภาพคงแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า มีกระบวนท่าดาบ 9 ท่าที่สามารถเลือกใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ต่างๆในเวลานั้น Ding: พบเทคนิคป้องกันตัวม่านพลังคชสารเจ้าบ้านจะเรียนรู้หรือไม่? “ใช่” จากนั้น เทคนิค ม่านพลังช้าง ก็เขามาสู่จิตสำนึกของเขา เทคนิคนี้ง่ายมาก ม่านพลังคชสาร[ระดับ,ดิน]:ใช้พลังวิญญาณ สร้างเป็นม่านป้องกันตัวเอง ยิ่งพลังวิญญาณแข็งแกร่งและบริสุทธิ์มากเท่าไหร่การป้องกันก็ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้น “ระบบ เหลืออะไร ที่สามารถเรียนรู้และรับได้" หม่าเซียนกล่าวถามระบบ Ding: เจ้าบ้าน เหลือเม็ดพลังวิญญาณที่สามารใช้ได้ 5 เม็ดใช้ตอนนี้หรือไม่?”ระบบส่งเสียงถาม “ใช่” หม่าเซียนตอบ Ding: ขอแสดงความยินดีด้วย เจ้าบ้านได้ใช้ เม็ดพลังวิญญาณ 5 เม็ดและอาณาจักรเจ้าบ้านเลื่อนขั้นสู่ ระดับ 8 ของอาณาจักรนักรบวิญญาณ” หม่าเซียน รู้สึกเหมือนว่าพลังวิญญาณของตัวเองจะแข็งแกร่งขึ้นอีกครั้ง เขามีรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา “ข้าแข็งแกร่งขึ้น แต่ก็อยู่ระดับล่างของผู้ฝึกฝนบ่มเพาะพลังอยู่ดี…เขาจะต้องเพิ่มความแข็งแกร่งต่อไป”หม่าเซียนพูดกับตัวเอง ทันใดนั้น แว่วเสียงปะทะอาวุธกับเสียงตวาดดังเข้ามาในหู ภายใต้ความอยากรู้อยากเห็น หม่าเซียนทุ่มเทร่างโลดแล่นทะยานไปทิศทางต้นเสียง ยิ่งมาไกล้การต่อสู้เสียงยิ่งชัดเจน หม่าเซียนจึงเร่งความเร็วอีกครั้งทะยานไปไกล 20 วาในทันที พุ่งเข้าหาดงไม้ ซุกซ่อนร่องรอยไว้ สายตากวาดมองไปถึงกับร้องตะโกนออกมาด้วยความตระหนก บนลานราบ เห็นชายกลางคนหน้าตาดุร้าย สามคนกลุ้มรุมจู่โจมหญิงสาวชุดแดงอายุ 17-18 ปีนางหนึ่งทั้งสองฝ่ายต่างก็ใช้กระบี่การต่อสู้ดุเดือดเข้มข้น บนลานพื้นว่าง กระจัดกระจายด้วยซากศพ 3 ศพ ล้วนอยู่ในสภาพมิสมบูรณ์ หัวขาดแขนขาขาดหายเลือดหลั่งไหล่นองบนพื้น หญิงสาวชุดแดงสีหน้าเคียดแค้น เดือดดาล ตรงคิ้วปกคลุมโดยความอำมหิตอาฆาต ใช้กระบี่ แทงออกด้วยท่าที่ดูร้ายอยากที่จะคาดเดาได้ เห็นทะยานจู่โจมซ้ายขวา แม้สามต่อหนึ่งแต่ก็ยังไม่ได้เพรี่งพร้ำกลับรุกไล่ชายกลางคนทั้งสามจนมือไม้ปั่นปวน หม่าเซียน ไม่ได้รู้ต้นสายปลายเหตุ เขาจะไม่เข้าไปยุ่งดังนั้นครุ่นคิดขึ้น หญิงสาวชุดแดงนี้ คงเป็นสาวกนิกายใหญ่แน่ๆ อาณาจักรนักรบวิญญาณ ระดับ 3 ตั้งแต่อายุยังน้อยเขาคิดว่าชมดูด้านข้างก่อน เมื่อได้คิด ก็ใช้ท่าเหยียบเงาเมฆ ทะยานเบาๆไปซ่อนที่กิ่งต้นไม้ เห็นสถานการณ์ได้ชัดกว่า เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น ประกายเลือสาดกระเซ็น ชายกลาวคนหนึ่งในสามที่มีผ้าปิดตาข้างเดียว ถูกแทงหน้าอกได้จบชีวิตแล้ว ชายกลางคนทั้สอง เบิกตากว้างเห็น สหายตกตายไปต่อหน้าต่อตาจึงทุ่มเทพลังทั้งหมดหมายจะแก้แค้น “กระบี่ตัดใบหลิว” “กระบี่วาดพสุธา” ชายกลางคน ทั้งคู่ใช้กระบี่ กระบวนท่าโหดเหี้ยมฟันและแทงบริเวณใบหน้าหญิงสาวชุดแดง หญิงสาวชุดแดง ตวาดเสียงดัง ใช้กระบี่ออกเห็นบนอากาศ มีเงากระบี่มากมายแหวกอากาศ พุ่งเข้าหาชายกลางคนทั้งสองเสียงปะเสียงดัง “เคร้ง! เคร้ง! ชายกลางคน ทั้งสอง ถูกกระแทก เท้าครูดพื้นถอยหลัง 5 ก้าว กว่าจะยืนมั่นคงส่วนหญิงชุดแดง ยังคงยืนย้ำอยู่ที่เดิน “พวกเจ้า!ถอยออกไป” เสียงตวาดดัง มาจากชายหนุ่ม ถลันวูบออกมาหาหญิงชุดแดง ฟาดฝ่ามือดุจมรสุมคลั่ง ม้วนจู่โจมใส่หญิงชุดแดง ชายหนุ่ม อายุ18-19 คนนี้ ระดับสูงกว่าสาวชุดแดงอยู่ หนึ่งระดับนับว่าเป็นอัจฉริยะ เมื่อถึงอาณาจักรนักรบฯการรวบรวมวิญาณจะมากขึ้น เมื่อ เห็นเงาฝ่ามือเด็กหนุ่ม สาวชุดแดง ถลับวูบทะยานถ่อยหลัง 10 วาในพริบตาและหลบรอดไปได้หวุดหวิด ชายหนุ่มชุดม่วง กล่าวออกมาว่า “ชูเหยา[หญิงชุดคลุมแดง] นำเม็ดยาอสูร ระดับ 4 เอาออกมาให้ข้า ข้าเห็นมันก่อนแม้เจ้าจะเป็นศิษย์นิกาย หมื่นดอกไม้ ข้าก็จะไม่ปราณีเจ้าได้ฆ่าคนตระกูลหลงของข้ามากไป” ชายหนุ่ม ชุดม่วงกล่าวเย็นชา “หลงกัง[ชายหนุ่มชุดม่วง] อย่าคิดว่าข้าไม่รู้ ตระกูลหลง กับ ตระกูลเนี่ย รวมตัวกันจะจัดการกับครอบครัวชูของข้าและวางแผนจะทำลายข้าววิญญาณส่วนเม็ดยาอสูรฝันไปเถอะ!” หญิงสาวชุดแดง กล่าวเดือดดาล “ชูเหยา อย่าใส่ร้ายป้ายสีโยนหม้อดำให้กับข้าหลงกัง ใน 5 เมือง รอบภูเขาหมื่นบรรจบใครไม่รู้กฎของนิกายเหล่านั้น” “หมายความว่า จะร่วมมือโจมตีหลังจากการคัดเลือกนิกายเสร็จสิ้นหรือไม่?” ชูเหยา ไม่ได้โง่เขาคาดเดาทันที “แล้วแต่เจ้าคิด!เอาเม็ดยาอสูรระดับ 4 ให้กับข้า”หลงกังกล่าวเย็นชา “อยากได้ก็มาเอาด้วยฝีมือไม่ใช่ฝีปาก!!” ชูเหยา ตอบเสียงเย็นเหยียบ พอพูดจบเขาจู่โจมหลงกังทันทีไม่ให้ได้ตั้งตัว “กระบี่ดาราราย” พอใช้ออก พลังกระบี่ เย็นเยียบกระจายเต็มท้องฟ้าเหมือนดวงดาวออร่าสีเงิน จากกระบี่เย็นจับขั้วหัวใจ จู่โจมออกทุกทิศทาง นี่คือเทคนิคกระบี่ ระดับดำ[ขั้นกลาง]ของนิกายหมื่นดอกไม้ ที่สาวกแท้จริงเท่านั้นถึงจะฝึกได้ หลงกัง ไม่รอช้าขยับกายวูบ ลอยตัวขึ้นอากาศ รวมพลังวิญญาณควบแน่น เข้าสู่ฝ่ามือเห็นรอยไหม้สีแดงปรากฎขึ้น พร้อมตะโกนดังลั่น “ฝ่ามือเมฆแดง” “ตูม..” สิ้นเสียงปะทะ พลังระเบิดกระจายออก ขูดหินใบหญ้าปลิวกระจายทั้งคู่ถอยหลังเพื่อรักษาสภาวะไว้ หลงกัง ถอย 4 ก้าว ส่วนชูเหยาถอย 5 ก้าว การปะทะกันครั้งนี้ ชูเหยาเป็นรองเล็กน้อยตกสู่เบี้ยล่างอย่างเห็นได้ชัด อาจเป็นเพราะ ระดับน้อยกว่าอีกฝั่งหรือเพราะต่อสู้มานานก็ไม่ทราบเหตุผล ขณะที่ ทั้งคู่ทะยานลอยขึ้น จะเข้าจู่โจมพันตูกันอีกครั้งมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา “พวกเจ้า!ล้วนหยุดมือให้กับข้า” เสียงดังอื้ออึง กังวานปานฟ้าร้อง แรงกดดันอากาศหนักอึ้งแทบอยากคุกเข่านี่คงเป็นอาณาจักร กำเนิดวิญญาณแล้ว หลายคนรอบข้างครุ่นคิด เห็นอาวุโสชายชุดเขียว อายุราว 40 ปี ลอยอยู่อากาศ กำลังเดินเข้ามาแล้วกล่าวว่า[นักรบลอยได้เพียงชั่วครู่เท่านั้นแต่ กำเนิดสามารถลอยหรือขี่ดาบกระบี่บินได้] “เอาล่ะ! พวกเจ้าจากไปได้ ไม่นานเมืองภูเขาเขียว จะเป็นศูนย์กลางในการคัดเลือกสาวกครั้งนี้ถ้าพวกเจ้ามีน้องหรือคนในครอบครัว อายุ ต่ำกว่า 15 ปีมารับการประเมินได้ พวกเจ้าคงได้รับแจ้งก่อนหน้านี้แล้วข้าจะไม่พูดมาก” เมื่อเห็นผู้อาวุโสชุดเขียวกล่าวเช่นนั้น ไม่มีทางให้พวกเขาถามต่อ หลงกัง ชูเหยาและเหล่าผู้ชมรอบข้างต่างทะยานจากไปอย่างรวดเร็วจนหมดสิ้น พวกเขารู้ว่านี่คงเป็นผู้อาวุโสนิกาย ที่มาถึงก่อนเพื่อเตรียมสิ่งต่างๆสำหรับใช้ประเมินสาวก “เด็กน้อย เจ้ายังไม่ออกมาให้กับเรา” ผู้อาวุโส ชุดเขียวกล่าวยิ้มเสียงอ่อนโยน หม่าเซียน ตกใจผู้อาวุโสท่านนี้รูัที่ซ่อนของเขาได้อย่างไรอาจจะเป็นจิตสำนึกเทพ ที่สามารถสำรวจรอบข้างได้ไกลถึงเพียงนี้ .…