พรสวรรค์ตัวตายตัวแทนเป็นพรสวรรค์เหมือนกับที่เย่เทียนคาดเดาไว้มันช่วยปกป้องชีวิตของเขาได้ 1 ครั้ง แต่ไม่ใช่ว่ามันไม่มีเงื่อนไขในการใช้แต่อย่างใด เขาจำเป็นต้องเตรียมวัตถุดิบทดแทนไว้ด้วย
ตัวอย่างเช่นศพของสัตว์อสูรหรือศพมนุษย์เพื่อใช้พรสวรรค์ตัวตายตัวแทนสร้างมันเป็นร่างเทียมและร่างเทียมนี้จะสับเปลี่ยนแทนร่างจริงของเย่เทียนในขณะที่เขาตาย
ดังนั้นเย่เทียนจึงต้องซ่อนร่างเทียมนี้ไว้ที่ไหนสักแห่งเมื่อใดก็ตามที่เย่เทียนถูกฆ่า เขาจะได้สามารถเปิดใช้งานพรสวรรค์ตัวตายตัวแทนได้ทันที
ด้วยคุณสมบัติของพรสวรรค์ตัวตายตัวแทนร่างเทียมที่เขาจัดเตรียมไว้จะมีลักษณะเหมือนร่างจริงทุกประการ มันสามารถหลอกศัตรูที่สังหารเขาได้ศัตรูจะคิดว่าเย่เทียนนั้นถูกสังหารไปแล้วจริงๆ
แน่นอน
พรสวรรค์ที่ท้าทายสวรรค์เช่นนี้นั้นมีข้อจำกัดอยู่เขาสามารถใช้งานพรสวรรค์นี้ได้เพียงหนึ่งครั้งใน 3 ปี อีกมันทั้งยังมีข้อจำกัดด้านระยะทางด้วย นั่นคือร่างเทียมต้องไม่อยู่ห่างจากร่างจริงในระยะหนึ่งล้านลี้มิเช่นนั้นพรสวรรค์ตัวตายตัวแทนจะไม่ทำงาน
บางทีหากพรสวรรค์ตัวตายตัวแทนนี้มีระดับเพิ่มขึ้นระยะทางในการใช้พรสวรรค์นี้ก็จะเพิ่มขึ้น ระยะเวลาคูลดาวน์ก็อาจจะลดลง แต่สำหรับตอนนี้เย่เทียนมีแค่พรสวรรค์ตัวตายตัวแทนระดับกลางเท่านั้น
“เราต้องหาเวลาจัดเตรียมวัตถุดิบสร้างร่างเทียมขึ้นมาถ้าเราทำสำเร็จ มันจะเท่ากับว่าเรามีอีกหนึ่งชีวิต!”
เย่เทียนพึมพำ
ทันใดนั้นความสนใจของเขาก็จดจ่ออยู่กับพรสวรรค์ด้านมิติ
[พรสวรรค์ด้านมิติ: ระดับสูง]
“พรสวรรค์ด้านมิติระดับกลางมีการรับรู้มิติตราประทับมิติ เคลื่อนย้ายพริบตา ตอนนี้พรสวรรค์ด้านมิติของเรากลายเป็นระดับสูงแล้วมิติส่วนตัวของเราใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึง 10 เท่า เทียบได้กับลานกว้างขนาดเล็กอีกทั้งความสามารถอื่นยังเพิ่มขึ้นอย่างมาก สมแล้วกับที่เป็นพรสวรรค์ด้านมิติระดับสูง!”
เย่เทียนพูดอย่างพอใจ
แต่สิ่งที่เขาให้ความสำคัญมากที่สุดคือทักษะดาบมิติ!
“คมดาบมิติ!”
ความคิดของเขาเคลื่อนไหว ดาบสีดำพลันปรากฏขึ้นตรงหน้าของเย่เทียนมันถูกสร้างขึ้นจากพลังแห่งมิติราวกับว่ามันเกิดเป็นรอยแยกมิติ แต่รูปร่างกลับเหมือนใบดาบ
“สลาย!”
เย่เทียนยกเลิกทักษะดาบมิติเขาไม่กล้าลองใช้ดาบมิติที่นี่ ไม่อย่างนั้นราชาคนอื่นๆ อาจจะรู้ตัวได้ และเขาเองก็คงไม่สามารถอธิบายได้เย่เทียนไม่ต้องการเปิดเผยพรสวรรค์ด้านมิติระดับสูงของเขาในตอนนี้!
“เวลายังเหลืออีกมากตอนนี้ควรจะฝึกฝนก่อน!” เย่เทียนพึมพำ
วิญญาณของเขาได้รับความเสียหายทำให้เขาไม่สามารถทำความเข้าใจทักษะดาบหรือฝึกฝนเทคนิคอื่นๆ ได้ แต่การบ่มเพาะด้วยวิชากายาโลหิตม่วงเขายังคงทำได้อยู่
ดังนั้นเย่เทียนจึงเริ่มฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งเขากินเลือดสัตว์อสูรระดับราชาทุกวันเพื่อฝึกฝนวิชากายาโลหิตม่วง
สิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้คือขัดเกลาเส้นชีพจรลมปราณที่2 ซึ่งก็คือเส้นลมปราณหยาง
ใช้เวลาเพียง 10 วัน เย่เทียนก็ประสบความสำเร็จในการขัดเกลาเส้นลมปราณหยางในตอนนี้พละกำลังของเขาก็สูงถึง 21 ช้าง จากนั้นเย่เทียนก็เริ่มขัดเกลาเส้นลมปราณเส้นที่สามที่เย่เทียนเลือกซึ่งก็คือเส้นลมปราณฉี
แต่ละวันที่ผ่านไปโดยไม่มีเหตุการณ์พิเศษใดๆเกิดขึ้น เย่เทียนออกไปกวาดล้างฝูงสัตว์อสูรเป็นครั้งคราว ผ่านไปไม่นานก็ครบกำหนด 2 เดือนที่เขาต้องเฝ้ารอยแยกมิติ
“พละกำลังของเราตอนนี้อยู่ที่26 ช้าง แต่ถึงเวลาต้องกลับฐานแล้ว!”
เย่เทียนเก็บข้าวของและเดินออกจากที่พักพร้อมกับเสี่ยวเซวี่ย
วันนี้เป็นวันที่เขาต้องออกจากค่ายกลระดับสูงไม่เพียงแค่เขาเท่านั้น แต่ระดับราชาและนักเวทค่ายกลคนอื่นๆ ก็จะจากไปเช่นกัน เหลือไว้เพียงจอมเวทค่ายกลและผู้พิทักษ์ระดับราชาเพียงคนเดียว
ค่ายกลระดับสูงสุดในตอนนี้มั่นคงอย่างสมบูรณ์และรอยแยกของมิติก็เสถียรมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องมีคนมาเฝ้ามากเช่นเดิน
ฟูม
เรือเหาะเหินวายุบินใกล้เข้ามา
“ฮ่าฮ่าฮ่ามีคนมาประจำการแทนแล้ว พวกเราไปกันเถอะ!”
ราชาคนหนึ่งกล่าว
ไม่นานคนกลุ่มหนึ่งก็มาถึงเรือเหาะเหินวายุ
“มีคนเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?”
เย่เทียนขมวดคิ้ว
ไม่ใช่ว่าพวกเขาเป็นเพียงจอมเวทค่ายกลและผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาหรอกหรือ? ทำไมถึงต้องพาคนมาเยอะแยะขนาดนี้อีกอย่างในหมู่พวกเขามีผู้ชายเพียงสองคน นอกจากนั้นทั้งหมดล้วนแต่เป็นผู้หญิง!
อ้อ!!!
ทันใดนั้น
เขาเข้าใจได้ในทันที
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาและนักเวทค่ายกลต้องประจำการอยู่ที่นี่อีกนานซึ่งมันเป็นเรื่องน่าเบื่ออย่างมาก การพาสาวใช้มาด้วยบางครั้งอาจตอบสนองความต้องการทางสรีรวิทยาและความต้องการอื่นๆได้
เย่เทียนไม่ได้วิพากษ์วิจารณ์พวกเขาเพราะเรื่องนี้เป็นสิทธิ์ของพวกเขา
เมื่อภารกิจถูกส่งต่อเสร็จสิ้นเย่เทียน จอมเวทค่ายกล และผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาคนอื่นๆ ก็เดินทางกลับฐานของตน
เย่เทียนและเสี่ยวเซวี่ยกลับมาถึงฐานทะเลมารอย่างรวดเร็ว
เมื่อกลับมาถึงบ้านมันเป็นช่วงบ่ายแล้ว
เมื่อเขาเปิดประตูเข้าบ้านไปเขาก็เห็นเย่หยูที่กำลังฝึกฝนอยู่ตอนนี้เย่หยูได้ก้าวเข้าสู่นักรบผู้เชี่ยวชาญแล้ว และเธอก็จบการศึกษาจากโรงเรียนนักรบเรียบร้อย
“พี่คะ พี่กลับมาแล้ว!”
เมื่อเย่หยูเห็นเย่เทียน เธอก็รีบวิ่งเข้าไปในอ้อมกอดของเย่เทียนอย่างรวดเร็วการไม่ได้เจอกับพี่ชายหลายเดือนทำให้เธอคิดถึงพี่ชายของเธอมาก
“เสี่ยวหยูวันนี้พี่จะทำอาหารอร่อยๆ ให้น้องกินเอง!”
เย่เทียนลูบหัวเย่หยูและพูดด้วยรอยยิ้ม
“อืม!!!”
เย่หยูพยักหน้า ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความคาดหวังใบหน้าเล็กๆ ของเธอดูน่ารักมาก
ดังนั้นเย่เทียนจึงเริ่มลงมือทำอาหารด้วยตัวเองเขาใช้เนื้อสัตว์อสูรและผักผลไม้ต่างๆ มาทำอาหารมื้อใหญ่ สองพี่น้องทานอาหารกันอย่างมีความสุขเย่เทียนเพลิดเพลินกับการรับประทานอาหารแสนอบอุ่นในครอบครัวมาก
“ถ้าอยากจะปกป้องความสุขเช่นนี้ไว้เราก็ต้องแข็งแกร่งยิ่งกว่านี้ ในยุคสมัยนี้ ถ้าเราไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ นั่นก็เท่ากับว่าเราพร้อมจะพังพินาศได้ทุกเมื่อ!”เย่เทียนมองเย่หยูที่กำลังยิ้มและคิดกับตัวเอง
หลังมื้ออาหาร
เย่เทียนก็เริ่มฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งอีกครั้งเขาต้องการเลื่อนขั้นเป็นระดับราชาโดยเร็วที่สุด และเมื่อก้าวเข้าสู่ระดับราชา เขาก็จะมีคุณสมบัติที่จะออกค้นหาพรสวรรค์อันน่าทึ่งที่ฐานทัพระดับสุดยอดและได้ต่อสู้กับอัจฉริยะนับไม่ถ้วน
เวลาไหลผ่านไปอย่างช้าๆ
ชั้นใต้ดิน
เย่เทียนกำลังมองศพของสัตว์อสูรระดับสูงที่เขาวางแผนจะนำมันมาสร้างเป็นร่างเทียมของเขาแน่นอนว่าศพของสัตว์อสูรอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ เขาต้องจัดเตรียมวัสดุอื่นๆ และเลือดของเขาเองด้วย
หลายวันมานี้ เขาฝากคนไปซื้อวัตถุดิบหลายอย่างมาให้เขาแม้ว่ามันจะไม่ใช่วัตถุดิบล้ำค่า แต่มันก็ต้องใช้เวลาหลายวันในการรวบรวม
ในที่สุดวันนี้เขาก็รวบรวมวัตถุดิบจนครบแล้ว
ดังนั้นเย่เทียนจึงอดใจรอไม่ไหวที่จะสร้างร่างเทียมเพื่อเพิ่มโอกาสรอดชีวิตให้กับตัวเอง
เย่เทียนแยกส่วนผสมต่างๆออกจากกันและเริ่มบดมันเป็นผง จากนั้นเขาก็หยดเลือดของเขาผสมเข้ากับวัตถุดิบทั้งหมดและใช้บางส่วนไปกับซากศพของสัตว์อสูร
ตอนนี้ทุกอย่างพร้อมแล้ว!
“เริ่มกันเลย!”
เย่เทียนกระตุ้นพรสวรรค์ตัวตายตัวแทนระดับกลางและถ่ายเทพลังเข้าไปในศพของสัตว์อสูร
กึก แคร่ง!!!
ซากศพของสัตว์อสูรเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงทีละนิดก่อนจะค่อยๆหดตัวลง
หลังจากนั้นไม่นาน ซากศพของสัตว์อสูรก็เปลี่ยนรูปร่างจนคล้ายกับร่างกายของมนุษย์
ในที่สุดศพของสัตว์อสูรก็เปลี่ยนเป็นร่างมนุษย์ที่มีลักษณะเหมือนกับเย่เทียนทุกอย่างแม้กระทั่งกลิ่นอายของเขาก็ไม่ต่างกับเขาตัวจริงแม้แต่น้อย “เราสร้างร่างเทียมสำเร็จแล้ว!”
เย่เทียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เขาสามารถสัมผัสถึงสายใยเชื่อมโยงระหว่างเขากับร่างเทียมตรงหน้าได้ซึ่งร่างเทียมนี้สามารถใช้ได้ 3 ปี หลังจากนั้นเขาต้องสร้างมันขึ้นใหม่อีกครั้ง เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นแล้วเย่เทียนก็ปิดห้องลับใต้ดินและวางค่ายอาคมป้องกันและค่ายกลกำบังเอาไว้
สามเดือนผ่านไปอย่างเงียบๆ
หลังจากผ่านไปสามเดือนจิตวิญญาณของเขาที่ได้รับบาดเจ็บตอนนี้หายดีแล้วไม่เหลือผลตกค้างใดๆ ทั้งสิ้น
นอกจากนี้ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เย่เทียนก็ใช้เวลาเกือบทั้งหมดไปกับการฝึกฝนในห้องฝึกปราณระดับกลางภายในบ้านพละกำลังของเขาเพิ่มมาอีก 27 ช้าง ในตอนนี้เขามีพลังทั้งหมด 53ช้าง นอกจากนี้เมื่อจิตวิญญาณของเขาหายดี เขาก็สามารถเรียนรู้และฝึกฝนทักษะดาบระดับเงินได้แล้ว