ตอนที่ 116 ราชันยุทธ
อัจฉริยะของหงส์ขาวดึงดาบและกรีดร้อง
"ทุกคนติดตามข้าไปฆ่ามารร้ายกัน"
สาวกหญิงของหงส์ขาวที่เหมือนดอกไม้งามตอบสนองด้วยความกระตือรือร้น
อัจฉริยะของพยัคฆ์คำรามลุกขึ้นและตะโกน "พี่น้อง... ไปกันเถอะ"
เหล่าสาวกพยัคฆ์คำรามพยักหน้าและเดินออกไปที่ประตู
อัจฉริยะของกิเลนไฟโบกมือและเดินนำ
"ตามข้าไปสังหารมารร้ายกัน"
เหล่าสาวกชักดาบและติดตามอย่างรวดเร็ว
กลุ่มราชสีห์ทองคำที่ยังอยู่ภายในเมืองหมอกดำและเห็นทัพใหญ่ของลัทธิจันทรา
พวกเขาอยู่หน้าเมืองและเตรียมพร้อมต่อสู้
"กำจัดมารร้ายแห่งลัทธิจันทราให้ย่อยยับเพื่อปกป้องความสงบสุขของโลกใบนี้กัน"
เซียนนักพรตราชสีห์ทองคำตะโกนเสียงดังและเหล่านักพรตพยักหน้าแล้วกรีดร้อง
กองทัพใหญ่แห่งลัทธิจันทรากรีดร้องเสียงดังและควบม้าเดือดแล้วสั่นสะเทือนพื้นดิน
อัจฉริยะของสำนักใหญ่ที่มีชื่อเสียงเมื่อเผชิญหน้ากับกองทัพมหึมาและใบหน้าพวกเขาฆาตกรรมชัดเจน
"หลิงเหม่ย...เจ้าคิดอย่างไรต่อทัพใหญ่ของมารร้ายเหล่านี้"
"พวกเจ้าหวาดกลัวหรือไม่?"
"เหล่าสาวกหญิงหงส์ขาวสามารถหลบอยู่ด้านหลังของเหล่าสาวกพยัคฆ์คำรามได้"
อัจฉริยะตงฮวาของพยัคฆ์คำรามหันไปมองอัจฉริยะหญิงหลิงเหม่ยของหงส์ขาว
"ไม่เกี่ยวว่าจะเป็นชายหรือหญิง"
"ตราบใดที่พวกมันกล้าบุกรุกมาโจมตี... ศิษย์หญิงของหงส์ขาวก็จะตอบโต้กลับ"
เธอมีใบหน้าสง่างามและสังหารคนลัทธิจันทราอย่างเยือกเย็นแล้วไร้ความปราณี
เหล่าสาวกหญิงผู้งดงามทั้งหลายกลายเป็นกุหลาบหนามแหลมและอันตรายทันที
สำนักหงส์ขาวมีแต่สาวกหญิงทั้งหมด แต่สามารถเรียกได้เป็นสำนักใหญ่ที่มีชื่อเสียงไม่ธรรมดาติดอันดับของโลกอย่างสง่างาม
เห็นฉากนี้ตงฮวาพูดไม่ออกและมองเหล่าสาวกของกิเลนไฟที่ต่อสู้ได้เยี่ยมเช่นกัน
อัจฉริยะซีซวงของกิเลนไฟต่อสู้อย่างดุดันและตงฮวาก็ไม่คิดยอมแพ้พวกเขา
ฝูงชนหวาดกลัวและซ่อนตัวในเมือง
บนหอคอยสูงของป้อมปราการและมีห้าเสียงพูดคุยแล้วสนทนากัน
น้ำเสียงสั่นและดูเหมือนตื่นเต้น...
เพิกเฉยต่อกองกำลังนับหมื่นของลัทธิจันทรานอกเมือง
ซูเวยมองเห็นดวงตาสหายชายทั้งสามเต็มไปด้วยความปรารถนาและต้องการเป็นส่วนหนึ่งในสนามรบนั้น
แม้แต่แม่นางอี้เซียวก็มีอาการตื่นเต้น
พวกเขาแทบรอไม่ไหวที่จะไปต่อสู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์การต่อสู้อันมหาศาล
"ไม่ต้องห่วง... ตราบใดที่พี่น้องฝึกฝนอย่างหนักแล้วสามารถต่อสู้ได้อย่างสง่าผ่าเผย"
เขายิ้มและรู้ว่ากลุ่มลัทธิจันทราไม่ใช่คนโง่ที่จะบุกรุกเข้ามาตรงๆโดยไม่มีสาเหตุแน่
ต้องมีเบื้องหลังบางอย่าง...
เขามีความสงสัยในใจและมองจากที่สูงอย่างช้าๆแล้วไม่นานคำตอบต้องออกมา
ทันใดนั้นสายตาเขาถูกดึงดูด
ศูนย์กลางของกองทัพกลุ่มลัทธิจันทราที่ห่างไปนอกเมืองกว่าห้าร้อยเมตร
พบเห็นเกี้ยวสีเหลืองทองโดดเด่นและคนแบกมากกว่าสิบคนเดินท่ามกลางสนามรบ
ดูเหมือนว่าเดินเล่นและไม่ใช่มารบมากกว่า
สายตาทุกคนถูกดึงดูดและจ้องมอง
เกี้ยวสีเหลืองทองและคนแบกกว่าสิบคนแสดงถึงสถานะอันสูงส่งและไม่ธรรมดา
ปรากฏชายหนุ่มชุดคลุมดำพราวทอง
ดวงตาเหมือนดวงดาวลึกและกว้างใหญ่
"มันคือเทียนอี้แห่งลัทธิจันทรา"
"มารเย่อหยิ่ง!"
ทุกคนอุทานและชื่อเขาแพร่กระจาย
ดูเหมือนว่าเขาเป็นศูนย์กลางของโลกใบนี้
โลกถูกครอบงำ!
ภาพเขาหยั่งรากลึกเข้าไปในจิตใจผู้คน
ทุกคนจำได้ถึงความรุ่งโรจน์ของเขา
เขาเป็นส่วนหนึ่งของหน้าประวัติศาสตร์
สำนักหลายแห่งไม่ใช่ฝั่งตรงข้ามกับเขา
ตั้งแต่เขาร่วมสงครามและไม่เคยพ่ายแพ้!
เขาเป็นมารร้ายตัวใหญ่ในหมู่มารร้าย
สิ่งที่เขาโปรดปรานคือทำลายอัจฉริยะ
เนื่องจากการดำรงอยู่ของเขาและทำให้ลัทธิจันทราสามารถขึ้นสู่จุดสูงสุดของโลก
ความสามารถการต่อสู้ของเขากล่าวว่าอยู่ระดับราชันยุทธแล้วเป็นตัวตนหายากมาก
ใบหน้าสง่างามมีทั้งเย่อหยิ่งและภาคภูมิใจ
ท้าทายเขาคือการต่อสู้ชีวิตและความตาย
มารคลั่งไม่สามารถเทียบได้และต้องชิดซ้ายแล้วดูเหมือนกับเด็กอมมือทันที
คนที่อยู่ใต้เขาต้องเสียสละและอุทิศตัวเพื่อเขาแล้วไม่มีความสงสารเห็นใจทั้งสิ้น
ตอนนี้ซูเวยเข้าใจแล้วว่าทำไมลัทธิจันทราถึงกลับมารุกรานอย่างไม่เกรงกลัวตัวตนไม่ธรรมดาของสำนักใหญ่ที่มาเมืองนี้กัน
"ฮ่าๆๆๆ...โชคของพวกเจ้าหมดลงแล้ว"
"ภายในหนึ่งพันไมล์และทุกคนต้องตาย"
"ไม่มีใครสามารถรอดพ้นเงื้อมมือของท่านอาจารย์เทียนอี้ได้เด็ดขาด"
หมิงเฉิงข้างกายเขาหัวเราะแล้วตะโกน