วิญญาณหญิงสาวเห็นผมชะงักไปเล็กน้อยคงคิดว่าใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยกรีดของเธอทำให้ผมหวาดกลัว
ดวงตาสีเทาหม่นของเธอเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกรีบใช้มือปัดผมลงมาปิดบังใบหน้าทันที จากนั้นก็ก้มหน้าลงอีกครั้ง
เสียงของเธอสั่นเครือเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น "ฉัน…ฉันไม่ได้อยากทำให้คุณกลัว ขอ…ขอโทษขอโทษนะ…"
พูดไปร่างของเธอยิ่งขดเข้าหากันราวกับจะหลบซ่อนตัวเอง
ช่างเป็นดวงวิญญาณที่น่าสงสาร…แม้จะตายไปแล้วก็ยังถูกสะกดอยู่ที่นี่
และถึงเธอจะกลายเป็นวิญญาณก็ยังคงอ่อนน้อมไม่คิดจะทำร้ายใคร
ในแง่หนึ่งเธออาจเรียกได้ว่าเป็นวิญญาณที่ดี
ในเมื่อผมได้พบเธอแล้วคงต้องช่วยเหลือสักครั้ง
ผมมองเธอแล้วส่ายศีรษะเล็กน้อยก่อนพูดขึ้น "คุณผู้หญิง ฉันไม่ได้กลัวเธอเลยและเธอก็ไม่ได้ทำให้ฉันตกใจ ฉันแค่อยากรู้ว่าก่อนตายเธอเจออะไรมา และฉันจะช่วยเธอได้อย่างไร"
จากความรู้เกี่ยวกับการปราบวิญญาณที่ผมมีอยู่มีเพียงสองสาเหตุเท่านั้นที่วิญญาณยังวนเวียนอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง
หนึ่งพวกมันจากไปไม่ได้
สองพวกมันไม่อยากจากไปเอง
แต่วิญญาณตรงหน้าผมนี้…ดูยังไงก็ไม่ใช่ประเภทที่ไม่อยากจากไปเธอน่าจะถูกบางสิ่งรั้งไว้มากกว่า
เมื่อได้ยินผมถามแบบนั้นเธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย
ดวงตาสีเทาหม่นหลังเส้นผมที่ปกหน้าของเธอสะท้อนแสงแห่งความหวังขึ้นมาเลือนราง
"ดีจัง…ดีจังเลย…ฉันอยู่ที่นี่มานานมากแล้ว ฉันเคยร้องขอความช่วยเหลือจากใครหลายคนแต่ไม่มีใครฟังฉันเลย ในที่สุด…ในที่สุดฉันก็เจอคนใจดีแล้ว…" เธอพูดไปสะอื้นไปก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างหมดสิ้นความอดกลั้น
ผมได้แต่ยิ้มขื่นในใจ
โดยปกติถ้าวิญญาณมาขอให้ใครช่วย ส่วนใหญ่คงถูกทำให้ขวัญเสียไปหมด
คนที่จะยอมช่วยพวกเขาจริงๆนั้นคงมีแค่พวกจิตเมตตา หรือไม่ก็พวกที่มีความรู้เรื่องไสยเวทอย่างผมนี่แหละ
เห็นเธอร้องไห้ไม่หยุดผมจึงยืนอยู่ข้างๆ แล้วหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ…
วิญญาณหญิงสาวสะอื้นไห้เบาๆอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ "คุณคนใจดี ฉัน…ฉันชื่อจูเจินเจินฉันถูกแฟนฆ่าตายเมื่อหกเดือนก่อน เขากดทับร่างฉันไว้ใต้อ่างอาบน้ำนี้ ฉันทรมานเหลือเกินซ้ำยังขึ้นมาร้องขอความช่วยเหลือได้แค่ช่วงดึกเท่านั้น ขอร้องเถอะค่ะช่วยแจ้งตำรวจ…ให้พวกเขาย้ายอ่างอาบน้ำออกที
“สุดท้ายนี้ คุณช่วยติดต่อพ่อแม่ของฉันได้ไหมคะ…พวกเขาอยู่ที่…"
จูเจินเจินเล่าความทุกข์ทรมานของเธอด้วยน้ำเสียงสะอื้น
เธอเพียงต้องการให้ผมแจ้งตำรวจให้ช่วยพาเธอกลับบ้าน
ผมพยักหน้ารับ"ได้ฉันจะโทรแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้"
"ขอบคุณ ขอบคุณมากค่ะ!" เธอคุกเข่าในอ่างอาบน้ำ ก้มหัวแสดงความขอบคุณซ้ำๆ
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรแจ้งตำรวจทันที
ผมพูดตรงๆกับตำตรวจว่า ผมสงสัยว่ามีศพถูกซ่อนอยู่ในโรงแรมที่ผมพักขอให้เจ้าหน้าที่รีบส่งคนมาตรวจสอบ
ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ก่อนย้ำถามเพื่อความแน่ใจ
ผมยืนยันและบอกให้รีบมา
หลังจากวางสายผมหันกลับไปที่เธอ "ฉันแจ้งตำรวจให้แล้วไม่นานพวกเขาจะมา ว่าแต่ เธอมีอะไรที่สามารถยืนยันตัวตนได้ไหม"
จูเจินเจินส่ายศีรษะช้าๆ"ไม่มีค่ะ…ของทั้งหมด รวมถึงเสื้อผ้าของฉันถูกไอ้สารเลวนั่นเอาไปหมดแล้ว ฉันต้องรบกวนคุณ…ช่วยติดต่อพ่อแม่ของฉันได้ไหมคะ ฉันคิดถึงพวกเขา…ฉันอยากกลับบ้าน…ฮือๆ"
เธอร้องไห้อีกครั้งเมื่อนึกถึงพ่อแม่ของเธอ
ผมไม่พูดอะไรเพียงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง
"บอกเบอร์พ่อเธอมาอีกที ฉันจะโทรหาพวกเขาให้"
เธอสะอื้นพลางบอกหมายเลข
ผมกดโทรออก
ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าพ่อแม่ของเธอน่าจะเข้านอนแล้ว
เสียงรอสายดังอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะมีเสียงแหบพร่าของชายวัยกลางคนตอบรับ "ฮัลโหล…"
ผมเอ่ยขึ้นทันที"ผมเจอจูเจินเจินแล้วครับ! อยู่โรงแรมหย่งเฉวียนถนนเสวียฝู่ รีบมาด่วน!"
ทันทีที่ผมพูดจบปลายสายก็มีเสียงสั่นเครือของชายคนนั้นดังขึ้น "เจินเจินเหรอ…คุณเป็นใคร ขอร้องเถอะ ให้เจินเจินคุยกับผมที!"
"พ่อ…พ่อคะ…"
วิญญาณหญิงสาวที่นอนอยู่ในอ่างอาบน้ำสะดุ้งเฮือกเธอร้องเรียกพ่อของเธอด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เต็มไปด้วยความหวังและความเจ็บปวด…
แต่พ่อของเธอจะได้ยินเสียงของเธอได้อย่างไร
ผมไม่คิดจะอธิบายอะไรมากนักแค่พูดสั้นๆ "ถ้าคุณมาถึงจะได้เห็นเอง"
พูดจบผมกดวางสาย
"พ่อ…พ่อคะ…" เสียงสะอื้นของจูเจินเจินดังไม่ขาดสาย
ผมถอนหายใจยาวก่อนเอ่ยถาม "แฟนของเธอคือใคร เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงฉันจะพยายามให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้พวกเขาจับตัวคนที่ทำร้ายเธอให้ได้"
ทันทีที่ได้ยินคนพูดถึงแฟนหนุ่มดวงตาของจูเจินเจินเปลี่ยนไปทันที
สายตาของเธอเปี่ยมไปด้วยความเกลียดชังแม้แต่ไอเย็นรอบตัวเธอก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
หากปล่อยให้พลังอาฆาตเพิ่มขึ้นเช่นนี้ต่อไปเธออาจกลายเป็นวิญญาณอาฆาตได้
เมื่อไรที่พลังอาฆาตเข้าควบคุมจิตวิญญาณวิญญาณเร่ร่อนจะกลายเป็นวิญญาณร้ายที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมวิญญาณของคนที่ตายอย่างโหดร้ายจึงมักกลายเป็นวิญญาณอาฆาต
โชคดีที่ตอนนี้จูเจินเจินยังไม่เปลี่ยนไป
แต่หากเธอติดอยู่ที่นี่นานกว่านี้คงไม่มีใครรับรองได้ว่าเธอจะไม่กลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวกว่านี้
เธอสูดหายใจลึกก่อนจะพูดขึ้นว่า "ฉันเจอเขาผ่านอินเทอร์เน็ตตอนแรกเขาดีกับฉันมาก ฉันเองก็หลงรักเขา แต่…แต่หลังจากที่เขาได้ฉันแล้ว…"
เธอพูดพลางสะอื้นไห้เสียงของเธอสั่นสะท้านเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
เธอเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ผมฟัง
เมื่อหนึ่งปีก่อนเธอพบกับเขาผ่านเว็บไซต์หาคู่
ความสัมพันธ์ของพวกเขาพัฒนาอย่างรวดเร็วไม่นานพวกเขาก็มีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง
แต่ไม่นานเธอได้รู้ว่าแฟนของเธอมีปัญหาทางร่างกาย ปมด้อยนี้ทำให้เขามีสภาพจิตใจที่บิดเบี้ยว
และสิ่งที่เขาเลือกทำคือการทำร้ายผู้อื่นเพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนแอของตัวเอง
เมื่อจูเจินเจินรู้ความจริงเธอขอเลิกกับเขาทันที
แต่เขาไม่ยอมเลิกทั้งคู่จึงทะเลาะกันอย่างหนัก
สุดท้ายเธอพยายามหนีจากเขา และตัดขาดกันเป็นเวลาหนึ่งเดือน
หลังจากนั้นเขากลับมาหาเธออีกครั้งพร้อมคำขอโทษ
เขาบอกว่าเขาเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว
เขาหาหมอและรักษาปัญหาทางร่างกายของเขาได้สำเร็จ
เขาพูดคำหวานจนทำให้เธอใจอ่อนและให้โอกาสเขาอีกครั้ง
แต่เมื่อกลับมาอยู่ด้วยกันเธอพบว่า…เขาเปลี่ยนไปจริงๆ
เขาไม่มีปัญหาทางร่างกายอีกต่อไป
แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือดวงตาและสีหน้าของเขาในเวลาที่อยู่กับเธอ…
มันเต็มไปด้วยความแปลกประหลาดและความดุร้ายราวกับเขาเป็นคนละคนไปแล้ว…
สันดานคนเปลี่ยนยากต่อให้พยายามแค่ไหนก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม
หลังจากช่วงเวลาหนึ่งแฟนหนุ่มของจูเจินเจินเผยธาตุแท้อีกครั้ง
เขากลับมามีพฤติกรรมบิดเบี้ยวเหมือนเดิมและทำร้ายเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ครั้งหนึ่งเขาถึงกับจับแมวที่เธอเลี้ยงไว้มาถลกหนังทั้งเป็น…
จูเจินเจินรู้ทันทีว่าความสัมพันธ์นี้ไปต่อไม่ได้อีกแล้วเธอจึงตัดสินใจบอกเลิกอย่างเด็ดขาด
แต่ครั้งนี้แฟนของเธอไม่ได้โวยวายหรือทะเลาะเหมือนเคย ซ้ำเขายังชวนเธอไปกินข้าวด้วยกันเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อจากกันด้วยดี
จูเจินเจินลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่สุดท้ายก็ยอมไป
แต่หลังจากดื่มเหล้าไปเพียงแก้วเดียวทุกอย่างพลันดับวูบลง
เมื่อเธอฟื้นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องพักของโรงแรมนี้
ร่างกายถูกมัดแน่นเสื้อผ้าหายไปหมด ปากยังถูกปิดด้วยเทปกาว
เธอมองเห็นแฟนหนุ่มของเธอที่ยืนอยู่ตรงหน้า
ใบหน้าของเขาไม่ได้มีร่องรอยของความอ่อนโยนอีกต่อไป
มันบิดเบี้ยวไปด้วยรอยยิ้มวิปลาสที่ทำให้เธอหวาดกลัวที่สุดในชีวิต
เขาไม่ได้เพียงแค่ทำร้ายเธอ
เขาลากเธอไปที่ห้องน้ำในสภาพที่เธอหมดหนทางจะขัดขืน
จากนั้นหยิบมีดพกออกมา แล้วลงมือกรีดใบหน้าเธอทีละแผล…
ทุกครั้งที่มีดกรีดลงมาเขาจะกระซิบข้างหูเธอด้วยเสียงเยือกเย็นว่า...
“ฉันรักเธอ”
เลือดอุ่นๆไหลอาบใบหน้า ผสมปนเปไปกับน้ำเย็นจากฝักบัวที่ไหลรดตัวเธอ
ไหลลงไปในท่อระบายน้ำอย่างไร้ความหมาย…