ขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล]

    บทที่ 129 จูเจินเจินกับชะตากรรมอันโหดร้าย

    วิญญาณหญิงสาวเห็นผมชะงักไปเล็กน้อยคงคิดว่าใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยกรีดของเธอทำให้ผมหวาดกลัว

            ดวงตาสีเทาหม่นของเธอเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกรีบใช้มือปัดผมลงมาปิดบังใบหน้าทันที จากนั้นก็ก้มหน้าลงอีกครั้ง

            เสียงของเธอสั่นเครือเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น "ฉัน…ฉันไม่ได้อยากทำให้คุณกลัว ขอ…ขอโทษขอโทษนะ…"

            พูดไปร่างของเธอยิ่งขดเข้าหากันราวกับจะหลบซ่อนตัวเอง

            ช่างเป็นดวงวิญญาณที่น่าสงสาร…แม้จะตายไปแล้วก็ยังถูกสะกดอยู่ที่นี่

            และถึงเธอจะกลายเป็นวิญญาณก็ยังคงอ่อนน้อมไม่คิดจะทำร้ายใคร

            ในแง่หนึ่งเธออาจเรียกได้ว่าเป็นวิญญาณที่ดี

            ในเมื่อผมได้พบเธอแล้วคงต้องช่วยเหลือสักครั้ง

            ผมมองเธอแล้วส่ายศีรษะเล็กน้อยก่อนพูดขึ้น "คุณผู้หญิง ฉันไม่ได้กลัวเธอเลยและเธอก็ไม่ได้ทำให้ฉันตกใจ ฉันแค่อยากรู้ว่าก่อนตายเธอเจออะไรมา และฉันจะช่วยเธอได้อย่างไร"

            จากความรู้เกี่ยวกับการปราบวิญญาณที่ผมมีอยู่มีเพียงสองสาเหตุเท่านั้นที่วิญญาณยังวนเวียนอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง

            หนึ่งพวกมันจากไปไม่ได้

            สองพวกมันไม่อยากจากไปเอง

            แต่วิญญาณตรงหน้าผมนี้…ดูยังไงก็ไม่ใช่ประเภทที่ไม่อยากจากไปเธอน่าจะถูกบางสิ่งรั้งไว้มากกว่า

            เมื่อได้ยินผมถามแบบนั้นเธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย

            ดวงตาสีเทาหม่นหลังเส้นผมที่ปกหน้าของเธอสะท้อนแสงแห่งความหวังขึ้นมาเลือนราง

            "ดีจัง…ดีจังเลย…ฉันอยู่ที่นี่มานานมากแล้ว ฉันเคยร้องขอความช่วยเหลือจากใครหลายคนแต่ไม่มีใครฟังฉันเลย ในที่สุด…ในที่สุดฉันก็เจอคนใจดีแล้ว…" เธอพูดไปสะอื้นไปก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างหมดสิ้นความอดกลั้น

            ผมได้แต่ยิ้มขื่นในใจ

            โดยปกติถ้าวิญญาณมาขอให้ใครช่วย ส่วนใหญ่คงถูกทำให้ขวัญเสียไปหมด

            คนที่จะยอมช่วยพวกเขาจริงๆนั้นคงมีแค่พวกจิตเมตตา หรือไม่ก็พวกที่มีความรู้เรื่องไสยเวทอย่างผมนี่แหละ

            เห็นเธอร้องไห้ไม่หยุดผมจึงยืนอยู่ข้างๆ แล้วหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ…

            วิญญาณหญิงสาวสะอื้นไห้เบาๆอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดต่อ "คุณคนใจดี ฉัน…ฉันชื่อจูเจินเจินฉันถูกแฟนฆ่าตายเมื่อหกเดือนก่อน เขากดทับร่างฉันไว้ใต้อ่างอาบน้ำนี้ ฉันทรมานเหลือเกินซ้ำยังขึ้นมาร้องขอความช่วยเหลือได้แค่ช่วงดึกเท่านั้น ขอร้องเถอะค่ะช่วยแจ้งตำรวจ…ให้พวกเขาย้ายอ่างอาบน้ำออกที

            “สุดท้ายนี้ คุณช่วยติดต่อพ่อแม่ของฉันได้ไหมคะ…พวกเขาอยู่ที่…"

            จูเจินเจินเล่าความทุกข์ทรมานของเธอด้วยน้ำเสียงสะอื้น

            เธอเพียงต้องการให้ผมแจ้งตำรวจให้ช่วยพาเธอกลับบ้าน

            ผมพยักหน้ารับ"ได้ฉันจะโทรแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้"

            "ขอบคุณ ขอบคุณมากค่ะ!" เธอคุกเข่าในอ่างอาบน้ำ ก้มหัวแสดงความขอบคุณซ้ำๆ

            ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรแจ้งตำรวจทันที

            ผมพูดตรงๆกับตำตรวจว่า ผมสงสัยว่ามีศพถูกซ่อนอยู่ในโรงแรมที่ผมพักขอให้เจ้าหน้าที่รีบส่งคนมาตรวจสอบ

            ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ก่อนย้ำถามเพื่อความแน่ใจ

            ผมยืนยันและบอกให้รีบมา

            หลังจากวางสายผมหันกลับไปที่เธอ "ฉันแจ้งตำรวจให้แล้วไม่นานพวกเขาจะมา ว่าแต่ เธอมีอะไรที่สามารถยืนยันตัวตนได้ไหม"

            จูเจินเจินส่ายศีรษะช้าๆ"ไม่มีค่ะ…ของทั้งหมด รวมถึงเสื้อผ้าของฉันถูกไอ้สารเลวนั่นเอาไปหมดแล้ว ฉันต้องรบกวนคุณ…ช่วยติดต่อพ่อแม่ของฉันได้ไหมคะ ฉันคิดถึงพวกเขา…ฉันอยากกลับบ้าน…ฮือๆ"

            เธอร้องไห้อีกครั้งเมื่อนึกถึงพ่อแม่ของเธอ

            ผมไม่พูดอะไรเพียงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง

            "บอกเบอร์พ่อเธอมาอีกที ฉันจะโทรหาพวกเขาให้"

            เธอสะอื้นพลางบอกหมายเลข

            ผมกดโทรออก

            ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าพ่อแม่ของเธอน่าจะเข้านอนแล้ว

            เสียงรอสายดังอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะมีเสียงแหบพร่าของชายวัยกลางคนตอบรับ "ฮัลโหล…"

            ผมเอ่ยขึ้นทันที"ผมเจอจูเจินเจินแล้วครับ! อยู่โรงแรมหย่งเฉวียนถนนเสวียฝู่ รีบมาด่วน!"

            ทันทีที่ผมพูดจบปลายสายก็มีเสียงสั่นเครือของชายคนนั้นดังขึ้น "เจินเจินเหรอ…คุณเป็นใคร ขอร้องเถอะ ให้เจินเจินคุยกับผมที!"

            "พ่อ…พ่อคะ…"

            วิญญาณหญิงสาวที่นอนอยู่ในอ่างอาบน้ำสะดุ้งเฮือกเธอร้องเรียกพ่อของเธอด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เต็มไปด้วยความหวังและความเจ็บปวด…

            แต่พ่อของเธอจะได้ยินเสียงของเธอได้อย่างไร

            ผมไม่คิดจะอธิบายอะไรมากนักแค่พูดสั้นๆ "ถ้าคุณมาถึงจะได้เห็นเอง"

            พูดจบผมกดวางสาย

            "พ่อ…พ่อคะ…" เสียงสะอื้นของจูเจินเจินดังไม่ขาดสาย

            ผมถอนหายใจยาวก่อนเอ่ยถาม "แฟนของเธอคือใคร เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึงฉันจะพยายามให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้พวกเขาจับตัวคนที่ทำร้ายเธอให้ได้"

            ทันทีที่ได้ยินคนพูดถึงแฟนหนุ่มดวงตาของจูเจินเจินเปลี่ยนไปทันที

            สายตาของเธอเปี่ยมไปด้วยความเกลียดชังแม้แต่ไอเย็นรอบตัวเธอก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

            หากปล่อยให้พลังอาฆาตเพิ่มขึ้นเช่นนี้ต่อไปเธออาจกลายเป็นวิญญาณอาฆาตได้

            เมื่อไรที่พลังอาฆาตเข้าควบคุมจิตวิญญาณวิญญาณเร่ร่อนจะกลายเป็นวิญญาณร้ายที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น

            นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมวิญญาณของคนที่ตายอย่างโหดร้ายจึงมักกลายเป็นวิญญาณอาฆาต

            โชคดีที่ตอนนี้จูเจินเจินยังไม่เปลี่ยนไป

            แต่หากเธอติดอยู่ที่นี่นานกว่านี้คงไม่มีใครรับรองได้ว่าเธอจะไม่กลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวกว่านี้

            เธอสูดหายใจลึกก่อนจะพูดขึ้นว่า "ฉันเจอเขาผ่านอินเทอร์เน็ตตอนแรกเขาดีกับฉันมาก ฉันเองก็หลงรักเขา แต่…แต่หลังจากที่เขาได้ฉันแล้ว…"

            เธอพูดพลางสะอื้นไห้เสียงของเธอสั่นสะท้านเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

            เธอเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ผมฟัง

            เมื่อหนึ่งปีก่อนเธอพบกับเขาผ่านเว็บไซต์หาคู่

            ความสัมพันธ์ของพวกเขาพัฒนาอย่างรวดเร็วไม่นานพวกเขาก็มีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง

            แต่ไม่นานเธอได้รู้ว่าแฟนของเธอมีปัญหาทางร่างกาย ปมด้อยนี้ทำให้เขามีสภาพจิตใจที่บิดเบี้ยว

            และสิ่งที่เขาเลือกทำคือการทำร้ายผู้อื่นเพื่อกลบเกลื่อนความอ่อนแอของตัวเอง

            เมื่อจูเจินเจินรู้ความจริงเธอขอเลิกกับเขาทันที

            แต่เขาไม่ยอมเลิกทั้งคู่จึงทะเลาะกันอย่างหนัก

            สุดท้ายเธอพยายามหนีจากเขา และตัดขาดกันเป็นเวลาหนึ่งเดือน

            หลังจากนั้นเขากลับมาหาเธออีกครั้งพร้อมคำขอโทษ

            เขาบอกว่าเขาเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว

            เขาหาหมอและรักษาปัญหาทางร่างกายของเขาได้สำเร็จ

            เขาพูดคำหวานจนทำให้เธอใจอ่อนและให้โอกาสเขาอีกครั้ง

            แต่เมื่อกลับมาอยู่ด้วยกันเธอพบว่า…เขาเปลี่ยนไปจริงๆ

            เขาไม่มีปัญหาทางร่างกายอีกต่อไป

            แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือดวงตาและสีหน้าของเขาในเวลาที่อยู่กับเธอ…

            มันเต็มไปด้วยความแปลกประหลาดและความดุร้ายราวกับเขาเป็นคนละคนไปแล้ว…

            สันดานคนเปลี่ยนยากต่อให้พยายามแค่ไหนก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม

            หลังจากช่วงเวลาหนึ่งแฟนหนุ่มของจูเจินเจินเผยธาตุแท้อีกครั้ง

            เขากลับมามีพฤติกรรมบิดเบี้ยวเหมือนเดิมและทำร้ายเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า

            ครั้งหนึ่งเขาถึงกับจับแมวที่เธอเลี้ยงไว้มาถลกหนังทั้งเป็น…

            จูเจินเจินรู้ทันทีว่าความสัมพันธ์นี้ไปต่อไม่ได้อีกแล้วเธอจึงตัดสินใจบอกเลิกอย่างเด็ดขาด

            แต่ครั้งนี้แฟนของเธอไม่ได้โวยวายหรือทะเลาะเหมือนเคย ซ้ำเขายังชวนเธอไปกินข้าวด้วยกันเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อจากกันด้วยดี

            จูเจินเจินลังเลอยู่ครู่หนึ่งแต่สุดท้ายก็ยอมไป

            แต่หลังจากดื่มเหล้าไปเพียงแก้วเดียวทุกอย่างพลันดับวูบลง

            เมื่อเธอฟื้นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องพักของโรงแรมนี้

            ร่างกายถูกมัดแน่นเสื้อผ้าหายไปหมด ปากยังถูกปิดด้วยเทปกาว

            เธอมองเห็นแฟนหนุ่มของเธอที่ยืนอยู่ตรงหน้า

            ใบหน้าของเขาไม่ได้มีร่องรอยของความอ่อนโยนอีกต่อไป

            มันบิดเบี้ยวไปด้วยรอยยิ้มวิปลาสที่ทำให้เธอหวาดกลัวที่สุดในชีวิต

            เขาไม่ได้เพียงแค่ทำร้ายเธอ

            เขาลากเธอไปที่ห้องน้ำในสภาพที่เธอหมดหนทางจะขัดขืน

            จากนั้นหยิบมีดพกออกมา แล้วลงมือกรีดใบหน้าเธอทีละแผล…

            ทุกครั้งที่มีดกรีดลงมาเขาจะกระซิบข้างหูเธอด้วยเสียงเยือกเย็นว่า...

            “ฉันรักเธอ”

            เลือดอุ่นๆไหลอาบใบหน้า ผสมปนเปไปกับน้ำเย็นจากฝักบัวที่ไหลรดตัวเธอ

            ไหลลงไปในท่อระบายน้ำอย่างไร้ความหมาย…


             

    คล้ายกับเรื่องขอโทษที พอดีบรรพจารย์ผมเป็นเจ้าแห่งยมโลก [นิยายแปล] ที่คุณอ่าน