ตอนที่ 49 เงาอสูร 7
จากการล่าเงาอสูร ตอนนี้กลายเป็นสงครามขนาดย่อมระหว่างกลุ่มผู้เล่นของนักดาบที่ฟื้นจากความตายในการต่อสู้ที่หน้าผากับกลุ่มผู้เล่น กิลด์เพลิงฟินิกส์เงาอสูรถูกกำจัดไปได้จากผู้เล่นทั้งสองฝั่งคนละตัวที่กระจายแยกกันเพราะแรงระเบิดเหลือเพียงอีกสองตนที่อยู่ตรงกลางระหว่าง ผู้เล่นสองกลุ่มซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างพยายามสกัดอีกฝ่ายหนึ่งและพุ่งเป้าเข้าไปลาสช๊อตแทนให้ได้ชายผู้ถือหอกหัวหน้าของกลุ่มผู้เล่นกิลด์ฟินิกส์ตะโกนสั่งเสียงดัง "ธนูสร้างพื้นที่ในการรุกเข้าหาซากที่เหลืออยู่อีกสองตน แทงค์ตั้งโล่ชิงพื้นที่"ธนูทั้งห้าคนของฝั่งกิลด์เพลิงฟินิกส์เร่งยิ่งใส่ผู้เล่นด้านหน้าเพื่อบีบบังคับให้ถอยห่างจากร่างของเงาอสูรทว่าพวกเขาคงทำได้เพียงชลอการเคลื่อนที่เท่านั้นเพราะอีกฝ่ายก็มีจำนวนเท่ากันนั่นเองชายหัวหน้ากลุ่มเปลี่ยนมาถือหอกไว้ข้างที่ไม่ถนัดแล้วหยิบไอระเบิดออกมา "เตรียมรับแรงระเบิด" พูดจบเขาถอดสลักระเบิดมือทิ้งแล้วขว้างไปยังกลุ่มผู้เล่นอีกกลุ่มที่อยู่ตรงข้ามเขาชายนักดาบซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มตะโกนสั่งด้วยความโกรธ "โล่ตั้งรับระเบิด"ฝ่ายผู้เล่นฝั่งนักดาบห้าคนกระโดดออกมาข้างหน้าสุดสองในสามคนนั้นใช้สกิลออกทันทีBig Shield ผู้เล่นถือโล่สองในสามที่ถืออยู่เกิดเป็นออร่าแสงขยายออกมากั้นเป็นกำแพงสูงขึ้นไปราวสามเมตรทั้งห้าถือโล่ยืนเรียงกันเกิดเป็นกำแพงขนาดใหญ่ป้องกันเพื่อน ๆ ที่อยู่ด้านหลัง ลูกระเบิดที่ถูกขว้างมาปะทะเข้ากับโล่แล้วหล่นลงไประเบิดทันทีตู้มมมมมมม !กำแพงป้องกันทำให้แรงระเบิดและผลกระทบส่งไปไม่ถึงฝ่ายของนักดาบทว่า ความผิดพลาดอย่างร้ายแรงเกิดขึ้นกับฝั่งเขา แม้ว่าพวกเขาจะป้องกันระเบิดไม่ให้ทำความเสียหาย แต่ว่าระเบิดที่หล่นลงพื้นนั้นได้ส่งให้ร่างของเงาอสูรที่อยู่ใกล้พวกเขากระเด็นไปหาใกล้ฝั่งของกลุ่มผู้เล่นกิลด์เพลิงฟินิกส์แทนตามความตั้งใจของผู้ใช้หอกนั้น"แม่งเอ้ย โล่เดินหน้า !" เสียงของหัวหน้านักดาบตะโกนด้วยความร้อนใจที่ทำพลาดให้ซากเงาอสูรกระเด็นกลับไปหาอีกฝ่ายชไนเดอร์รีบตะโกนสั่งบีบพื้นที่เพื่อเข้าไปลาสช๊อตต่อให้ได้ทั้งสองฝ่ายต่างเข้าห้ำหั่นด้วยสกิลระยะไกลโดยที่ไม่มีใครกล้าทำดาเมจใส่เงาอสูรที่เหลืออีกสองตน ด้วยการจับจ้องของทั้งฝั่งที่รอให้อีกฝ่ายมีคนทำดาเมจก่อนแล้วคอยปิดดาเมจทีหลัง ตอนนี้กลายเป็นสงครามบีบพื้นที่เข้าหาเงาอสูรทั้งสองเท่านั้น"บ้าเอ้ยอุตส่านึกว่าจะได้กินหมูแท้ ๆ " ชายผู้ถือตัดสินใจเปลี่ยนมาโยนระเบิดไปอีกรอบหนึ่ง"โล่ตั้งรับระเบิด" ชายนักดาบรีบสั่งการเมื่อเห็นท่าทีขว้างระเบิดของอีกฝั่งทันทีBig Shieldทว่าเขากลับรู้ว่าตัวเองพลาดไปแล้ว ระเบิดไม่ได้ถูกโยนมาทางเขาแต่กลับลงที่ข้าง ๆ เงาอสูรที่นอนอยู่แทนตู้มมมมมม !เงาอสูรสองตนกระเด็นกลับไปทางฝั่งของกลุ่มผู้เล่นกิลด์เพลิงฟินิกส์ผู้เล่นที่ถือโล่ห้าคนกระโดดออกมาบังร่างของมอนสเตอร์และใช้สกิลเพื่อป้องกันการแทรกแทรงจากฝ่ายนักดาบอย่างรู้งานBig Shieldออร่าของโล่ที่เกิดจากผู้เล่นห้าคนของฝ่ายกิลด์เพลิงสว่างเชื่อมต่อกันเป็นกำแพงสูงจนผู้เล่นฝ่ายนักดาบไม่อาจมองเห็นร่างที่ตนต้องการแย่งชิงอีกต่อไป ผู้ใช้หอกรีบสาวแทงร่างทั้งสองด้วยความดีใจที่ในที่สุดเขาก็ได้เป็นผู้ครอบครองรางวัลของกิจกรรมในครั้งนี้ถึงสามกล่องในห้ากล่องผู้เล่นชไนเดอร์กำจัดเงาอสูรสำเร็จสามตน ได้รับกล่องสุ่มของรางวัลสีทองทั้งหมดสามกล่อง กรุณาติดต่อธนาคารของเมืองเพื่อรับรางวัลค่ะฝั่งผู้เล่นของนักดาบบันดาลโทสะด้วยความเคียดแค้นจนยากจะยกโทษให้ พวกเขาทุกคนต่างสูญเสียไอเท็มและทรัพยากรที่ใช้ในการล่าเหล่ามอนสเตอร์เงาอสูรแล้วยังมาถูกแย่งไปต่อหน้าต่อตา ดั่งไฟนรกที่สุมอยู่ในอกพลันระเบิด เหล่าผู้เล่นฝ่ายนักดาบเลิกตั้งรับเปลี่ยนมาเข้าโจมตีอย่างบ้าคลั่ง ไม่ว่าจะเป็นนักดาบ นักเวทย์ หรืออัศวินถือโล่ต่างวิ่งเข้าใส่ผู้เล่นฝ่ายกิลด์เพลิงฟินิกส์อย่างไม่เสียดายชีวิตอีกต่อไป บรรดาสกิลที่มีอยู่และสามารถใช้ได้ต่างถูกนำมาใช้อย่างเกรี้ยวกราดกลายเป็นสงครามขนาดย่อมอีกครั้งบรรดาสกิลถูกกระหน่ำเข้าห้ำหั่นกัน เสียงร่ายเวทย์ถูกบรรเลงประสานกันคล้ายบทเพลงแห่งการนองเลือดและเพิ่มความโกรธแค้นให้ปะทุหนักกว่าเดิม ทุกครั้งที่มีดาบฟันเข้าใส่จะต้องมีแสงของการฟื้นฟูของนักบวชใส่ผู้ที่ถูกทำร้าย นักเวทย์ที่ยังพอใช้สกิลสร้างความเสียหายเป็นพื้นที่ได้ก็รีบใช้ออกไปโดยไม่ชักช้า บรรดาเวทย์ไม่ว่าจะเป็นธาตุไฟ น้ำ ลม และดินถูกสาดใส่กันจนยากจะแยกออกได้ว่าเวทย์ที่กำลังพุ่งมาอยู่นั้นเป็นของฝ่ายพันธมิตรหรือฝ่ายศัตรูกันแน่การต่อสู้ระหว่างทั้งสองฝ่ายเป็นไปอย่างต่อเนื่องจนในที่สุดความชัดเจนว่าฝ่ายใดจะชนะก็ปรากฎออกมา ฝ่ายของผู้เล่นกิลด์เพลิงฟินิกนั้นเริ่มเหลือในจำนวนมากกว่าของฝั่งผู้เล่นนักดาบเนื่องด้วยทรัพยากรที่เข้าใช้จัดการกับเงาอสูรนั้นไม่ได้ถูกใช้ไปหมดเหมือนผู้เล่นฝั่งนักดาบที่โหมกระหน่ำใส่ในพื้นที่ขอบหน้าผาจนเกิดเป็นหลุมใหญ่ฝั่งของนักดาบนั้นเหลือผู้เล่นคนเดียวนักดาบผู้เป็นนักดาบของกลุ่ม ส่วนฝั่งของผู้เล่นกิลด์เพลิงสวรรค์เหลืออยู่ห้าคนประกอบด้วยชายหัวหน้ากลุ่มผู้ใช้หอก นักฆ่า และนักธนูอีกสามคน ส่วนนักเวทย์และซัพพอร์ทนั้นถูกกำจัดไปหมดแล้ว"ไอพวกเวร ข้าอุตส่าลงทุนไปซะมาก เอ็งมาเก็บเกี่ยวของ ๆ ข้าเสียหมด" นักดาบสบถด้วยความหัวเสียจนแทบจะระเบิดออกมาให้ได้"อย่างนั้นเหรอ ไอคนที่แอบซุ่มรอจัดการของที่พวกข้าจัดการไปเนี่ยนะ ?" ชายผู้ถือหอกตอบกลับไปด้วยสีหน้าที่นิ่งเรียบ"เหอะ มึงรู้ไหมว่าข้าเสียผู้เล่นไปเท่าไหร่ ห้าสิบคนตายหมด และมีอีกยี่สิบคนที่ยอมสละเลเวลมาช่วยข้าสู้อีก พวกเอ็งมันชั่ว !" นักดาบตะโกนด่ากลับไป"อย่างนั้นเหรอ ข้าเบื่อจะฟังหมาเห่าแล้วหละ จัดการมันซะ" เขาชี้หอกไปยังนักดาบตรงหน้าสั่งให้คนอีกห้าคนจากพวกเขา"จำไว้ ข้าชื่อเพนต้า"นักดาบเอ่ยชื่อตัวเองก่อนที่ไพ่ตายซึ่งถูกเก็บมาตลอดจะถูกใช้ออกExtra Skill พลังที่ผิดพลาดนักฆ่าที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วหยิบมีดสั้นออกมาขว้างใส่เพนต้าเป็นการลองเชิง ทว่าเขากลับสไลด์ตัวออกด้านข้างและพุ่งเข้าโจมตีนักฆ่าต่อแทนด้วยสกิล One Step พุ่งดาบใส่โดยมีเป้าหมายที่บริเวณท้องของนักฆ่าทว่านักธนูของกิลด์เพลิงฟินิกส์ทั้งสามคนใช้สกิล One Shot พุ่งเข้าหาเขาด้วยเช่นกัน เพนต้านักถูกธนูของทั้งสามคนพุ่งเข้าหาด้วยความรวดเร็ว ทว่าเขานั้นกลับใช้สกิล One Step พุ่งเปลี่ยนทิศจากท้องของนักฆ่าสไลด์ไปทางนักธนูแทน"เฮ่ย ช่วย...." เสียงที่ขาดห้วงไปของนักธนูเพราะเขาต้องเป็นแสงไปเสียก่อนด้วยดาบเสียบเข้าที่ท้องของเขาที่มีเลือดเพียงก้นหลอดตายไปด้วยความตกใจแท้จริงแล้ว Extra Skill พลังที่ผิดพลาดนั้นทำให้การใช้สกิลของเพนต้าที่ถูกยกเลิกกลางคันรีเซทคูลดาว์แล้วใช้ต่อได้ทันทีภายในระยะเวลาที่จำกัดซึ่งเป็นการยกเลิกหลักการใช้สกิลทั่วไปที่ว่าเมื่อใช้สกิลไปแล้วถูกยกเลิกกลางคัน สกิลนั้นก็จะติดคูลดาวน์ทันทีชไนเดอร์ถือหอกถอยหลังออกมาจากการต่อสู้เปิดขวดเลือดดื่มน้ำยาฟื้นฟูพลังต่าง ๆ ที่เสียไปในการต่อสู้ปล่อยให้ลูกน้องเข้าโจมตีต่อไป"หึ ยังไม่จบหรอก" Two Step เพนต้าสไลด์เข้าไปหานักธนูอีกคนที่กำลังง้างลูกดอกใส่เขา ลูกธนูที่พุ่งสวนมาในทิศที่เขาต้องพุ่งโจมตี เขาจึงหยุดสกิลและใช้สกิลใหม่เปลี่ยนเป้าไปที่นักฆ่าที่กำลังพุ่งมาแทนสายตาของชไนเดอร์มองไปที่การต่อสู้ของเพนต้าที่แทงด้วยสกิล Two Step แม้ฝ่ายชไนเดอร์จะมีจำนวนมากกว่าแต่เขาไม่ใช่คนประมาทที่จะเข้าไปโจมตีอย่างบู่มบ่าม เขามั่นใจว่าอีกฝ่ายต้องมีอะไรดีมากกว่าที่เห็นแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่รอดเหลือเป็นคนสุดท้ายและเป็นหัวหน้ากลุ่มของอีกฝ่ายหลังจากที่ทั้งสองสกิลของเพนต้าได้ใช้สำเร็จแล้ว แอคทีฟสกิลของเขาสำหรับการโจมตีทั้งหมดก็ตกอยู่ในสถานะคูลดาวน์ทำให้เขาเริ่มเปลี่ยนมาตั้งรับแทนขณะที่ฝ่ายกิลด์เพลิงฟินิกส์นั้นยังเหลือนักธนูสองคนและผู้ใช้หอกอีกหนึ่ง"หึ จะเอายังไงต่อดีหละกับเลือดครึ่งหลอดของแก" ชายถือหอกมองตรงไปยังนักดาบที่ยืนตั้งรับอย่างไม่หวั่นไหวต่อเสียงของเขาพร้อมซัดสกิลใส่เขาทันทีทะลวงฟ้า หอกที่ทิ่มผ่านอากาศหมุนเป็นเกลียวด้วยความรวดเร็วจนเกิดกระแสลมรอบ ๆ พุ่งมาทางนักดาบที่เป็นเป้าหมาย"เอายังไงเหรอ ฉันแค่ถ่วงเวลารอเท่านั้นแหละ" เพนต้าพูดพลางฉีกยิ้มออกมาExtra Skill : สังเวยวิญญาณเพื่อราชันย์สกิลของเพื่อนนักดาบคนหนึ่งที่ได้ตายไปก่อนหน้านี้การใช้งานมีเงื่อนไขว่าจะต้องสละเลเวลด้วยความยินยอมของคนในปาร์ตี้จำนวน 49 คนนั้นเพื่ออัพเลเวลตามส่วนที่สละไปนั้นให้แก่ผู้เล่นคนหนึ่งนั่นก็คือนักดาบคนที่รอดชีวิตเป็นคนสุดท้ายนั่นเองเป็นเวลาหนึ่งนาทีผู้เล่นเพนต้าเลื่อนระดับสู่เลเวล 1 คลาส 2 ชั่วคราวเป็นเวลาหนึ่งนาทีค่ะด้วยการอัพเลเวลทำให้สถานะต่าง ๆ ถูกรีเซทฟื้นฟูกลับมาอีกครั้งรวมถึงสกิลที่ถูกรีเซทไปด้วยนักดาบละสายตาจากหอกแล้วใช้สกิลที่ถูกรีเซททันทีExtra Skill พลังที่ผิดพลาดOne Stepการสไลด์ด้วยสกิลของเขาทำหลบหอกที่พุ่งมาด้วยรวดเร็วไป ดาบของเขาแทงเข้าสู้นักธนูคนหนึ่งจนตายไปด้วยสถานะถึงเหนือกว่าถึงคลาสสอง เท่านั้นยังไม่พอเขาชักดาบออกแล้วฟันไปยังนักธนูคนสุดท้ายที่ยืนย่อตัวในท่าเตรียมยิงอีกคนหนึ่งส่งผู้เล่นทั้งสองกลายเป็นแสงหายไปในที่สุดนักดาบคนนั้นหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งแล้วพูดออกมาด้วน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม"ว่าไงหละ ไอ้หอกหัก" เขาพูดออกมาขณะมองดูอีกฝ่ายวิ่งไปหยิบหอกที่ถูกขว้างไป"คิดว่ามีดีแค่คนเดียวหรือไง"เขาเก็บหอกแล้วส่งข้อความไปยังปาร์ตี้แชท ทว่านักดาบรีบจบการสนทนาเพื่อใช้เวลาที่เหลือ อยู่ไม่ถึงนาทีเพื่อเผด็จศึกผู้ใช้หอกคนนี้อย่างไม่รอช้าExtra Skill : วิญญาณกระชากวิญญาณทันใดนั้นเองบนพื้นที่ของเหล่าผู้เล่นที่เคยกลายเป็นแสงไปกลับมืดมนด้วยไอสีดำ สกิลนี้ใช้งานโดยการแลกเปลี่ยนคล้าย ๆ กับสกิลสังเวยวิญญาณเพื่อราชันย์ที่เมื่อเจ้าของสกิลตายลงจะสามารถสละเลเวลของตนเองและของเพื่อนในปาร์ตี้สร้างความเสียหายให้กับผู้เล่นได้ทว่าการที่ได้สร้างสกิลนี้ก็ทำให้เขาต้องเล่นเกมด้วยข้อเสียที่ลำบากไม่น้อยในช่วงเวลาที่ผ่านมา (การสละเลเวลเป็นเพียงเงื่อนไขในการร่ายสกิลเท่านั้น)ไอสีดำทยอยไหลออกมาจากพื้นพุ่งสู่ชายนักดาบที่กำลังวิ่งเข้ามาเปลี่ยนสภาพชายนักดาบคนนั้นเปลี่ยนสีผิวขาวของเขากลายสีดำจนของต้องร้องตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวด"อ๊ากกกกกกกก !" ไอหมอกสีดำยังคงไหลเข้าสู่ผิวหนังของเขาอย่างเนื่องทำให้เขาที่กำลังพยามวิ่งเข้ามาทำร้ายผู้ใช้หอกนั้นต้องหยุดวิ่งทิ้งตัวลงไปคุกเข่าที่พื้นเพื่อตั้งหลัก ตอนนี้หลอดเหลือของเขาที่ถูกฟื้นฟูจนเต็มหลอดนั้นกลับเหลืออยู่ครึ่งหลอดเสียแล้ว และยังไม่ทีท่าจะหยุดลดลง"แค่ลูกเล่นง่าย ๆ แกก็แพ้ไปซะหละ" ชไนเดอร์ถยกหอกขึ้นพร้อมยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียมและพุ่งเข้าไปโจมตีต่อศิลปะวาดมังกรเกิดเส้นสีขาวลากยาวรอบนักดาบคนนั้น หอกถูกวาดไปมาตามเส้นสีขาวอันเป็นจุดบ่งบอกให้เคลื่อนไหวตาม ด้วยการเคลื่อนที่ของเขาที่วนไปรอบ ๆ นักดาบคนนั้น บางจังหวะเส้นสีขาวก็หยุดเป็นจังหวะหอกถูกพุ่งแทงโดยอัตโนมัติทีละจุดอย่างแม่นยำเหมือนมังกรที่กำลังหยอกล้อม้วนไปรอบ ๆ หอกถูกถือและเดินสลับเท้าไปรอบ ๆ ตามรอยสีขาวที่ถูกมาร์คไว้ที่พื้นคล้ายท่วงทำนองเสียงเพลงกระชากวิญญาณพร้อมกับหอกสีดำร่ายรำไปพร้อมกับสกิลของเขาสกิลนี้เป็นสกิลของอาชีพพิเศษซึ่งทำให้ผู้เล่นต้องเคลื่อนไหวไปตามจุดที่ระบบกำหนดไม่ใช่การเคลื่อนไหวอัติโนมัติ หากการร่ายรำและแทงเป็นไปตามที่ระบบกำหนดความเสียหายและเอฟเฟคที่เกิดขึ้นย่อมมีมากกว่าการโจมตีที่เลียนแบบขึ้นมาในสายตาของนักดาบเพนต้านั้นเห็นเป็นหอกที่ถูกวาดและแทงเป็นจังหวะหมุนไปรอบ ๆ ตัวเขาพร้อมอย่างงดงามกับเกลียวคลื่นลมที่เกิดขึ้นรอบ ๆ หอกตลอดที่มีการเคลื่อนไหว"โห่ ไอ้เวร นั่งให้ตบขนาดนี้ยังจะใช้สกิลอลังการมาโชว์ข้าอีก" นักดาบสบถออกมาอย่างเซ็ง ๆ ที่เห็นลีลาสกิลหอกที่ร่ายรำวนไปมารอบ ๆ เขาแม้ว่าเขาจะพยายามฝืนหยิบออกดาบมาป้องกันทว่าเขาก็ไม่อาจปัดป้องหอกที่ทิ่มแทงมาจากรอบทิศอย่างรวดเร็วและรุนแรงได้ในที่สุดนักดาบคนนั้นก็กลายเป็นแสงหายไป"อุตส่าให้เกียรติตายด้วยสกิลอลังการยังมาบ่นใส่เราอีก เฮ้อ....." ตัวเขาที่เป็นหัวหน้ากลุ่มของผู้เล่นกิลด์เพลิงฟินิกส์ในการล่าครั้งนี้แม้ตัวเขาจะออกแรงต่อสู้น้อย แต่เพราะการสั่งการของเขาจึงทำให้เขาชนะไปในที่สุด เขาค่อย ๆ นั่งลงที่พื้นด้วยความเหนื่อยล้าจากการใช้ความคิดอย่างต่อเนื่องในการปะทะกับทั้งผู้เล่นและเงาอสูร"ความตายเท่านั้นที่ไม่เคยทอดทิ้งผู้ใด" เสียงอันน่าหวาดกลัวดังขึ้นมาจากหลังเขาพร้อมกับหัวกระโหลกเล็ก ๆ ที่หล่นตรงหน้า เขาหยุดชะงักด้วยความตกใจทว่าก็สายไปเสียแล้วสำหรับการป้องกันตัวเองในตอนนี้ตู้มมมมมมมมมมมมมม !เปลวเพลิงสีดำปะทะกับร่างกายของชายผู้ใช้หอกกระเด็นออกไปปะทะกับต้นไม้ข้าง ๆ หล่นลงมาที่พื้นเขาติดสถานะจำนวนมากทำให้ไม่สามารถขยับเขยื้อนหรือแม้แต่จะเปล่งเสียงออกมาได้แม้แต่น้อย ความรู้สึกตกใจอย่างสุดขีดกับสถานการณ์ที่ไม่ควรจะเกิดทำลายความเชื่อมั่นในชัยชนะของเขาเมื่อครู่จบสิ้นไปร่างที่เต็มไปด้วยไอดำและกรงเล็บยาวแหลมกำลังพุ่งมาหาเขาที่นอนหงายอยู่ที่พื้น แววตาสีแดงด้วยความเคียดแค้นจ้องมาอย่างไม่ลดละ ตัวเขาผู้นำกลุ่มในการล่าเงาอสูรในครั้งนี้ได้ทำอะไรบางอย่างพลาดไปเสียแล้ว