เล่มที่2 บทที่32 ผลพลอยได้ใหญ่หลวง
“หากทำเช่นนี้แต่แรกก็จบแล้วไม่ใช่หรือ” จั่วเฉินหรี่ตามองเซียวหลิงฟงที่กำลังมีสีหน้าเ็ปก่อนจะรับเอาแผ่นป้ายผลึกใสมาอย่างเป็ธรรมชาติ
เซียวหลิงฟงกัดฟันเอ่ยกับจั่วเฉิน “ตอนนี้พาข้าออกไปได้หรือยัง”
นั่นมันค่าผลงานสองหมื่นแต้มเชียวนะ ต่อให้เป็ศิษย์สายตรงที่มีสถานะสูงส่งเช่นเขาก็ยังนับว่าไม่ใช่จำนวนน้อยๆบัดนี้ถูกจั่วเฉินปล้นไปจนหมด มีหรือที่เซียวหลิงฟงจะไม่รู้สึกอะไร
ทว่าตอนที่เซียวหลิงฟงเอ่ยจบ จู่ๆวัวเขาอัสนีที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลก็พลิกตัว ทำให้ลำตัวอันใหญ่โตนั้นสั่นไหว
เซียวหลิงฟงหน้าเปลี่ยนสีทันที ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างเกรี้ยวกราด
“ยังไม่ไปอีก!หรือเ้าก็อยากตายที่นี่ด้วย!”
“รีบร้อนอะไรเล่า ตามข้ามาสิ”จั่วเฉินว่าพลางเหลือบมองเซียวหลิงฟง
ครู่หนึ่งหลังจากนั้น จั่วเฉินก็เป็ฝ่ายเดินนำอยู่ด้านหน้า โดยมีเซียวหลิงฟงติดตามอยู่ด้านหลังไม่นานคนทั้งสองก็ออกมาจากค่ายกล
เมื่อออกจากค่ายกลได้แล้ว เซียวหลิงฟงก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆในที่สุดก็ผ่านพ้นอันตรายมาได้ เส้นประสาทที่ตึงเครียดมานานก็ค่อยๆ ผ่อนคลาย คนทั้งสองว่ายน้ำขึ้นสู่้าทว่าใจจังหวะที่ใกล้จะถึงผิวน้ำ... เซียวหลิงฟงกลับชกหมัดหนึ่งไปทางวัวเขาอัสนี!
พลังปราณหนักแน่นแหวกผืนน้ำอัดใส่ลำตัวของวัวเขาอัสนีอย่างแรงก่อนที่เซียวหลิงฟงจะชกอีกหมัดไปทางจั่วเฉินที่ไม่ทันได้ตั้งตัวต่อทันทีด้วยพลังอันกล้าแกร่งนี้จึงทำให้จั่วเฉินจมกลับลงไปในบึงอีกครั้ง
“ตายเสียเถอะผู้ติดตามไร้ค่าเอ๋ยเ้ากล้าปล้นข้าถึงสองหมื่นแต้ม งั้นข้าจะถือว่าเป็ของฝังศพให้เ้าแล้วกัน” เซียวหลิงฟงเอ่ยด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวอัปลักษณ์จากนั้นก็ว่ายหนีขึ้นไปบนผิวน้ำอย่างรวดเร็ว
จั่วเฉินที่อยู่ใต้น้ำโกรธเกรี้ยวเป็อย่างมากคิดไม่ถึงว่าเซียวหลิงฟงจะมีแผนการเช่นนี้ซ่อนไว้
“ข้าอุตส่าห์ช่วยเ้าออกมา เ้าตัวบัดซบ! ไม่คิดว่าจะแว้งกัดข้าได้!”จั่วเฉินกุมแผลที่หน้าอก ก่อนจะแหงนหน้ามองผิวน้ำและเอ่ยเสียงรอดไรฟัน “ข้ารอดออกไปได้เมื่อไหร่ก็ถึงวันตายของเ้าแล้ว!”
เป็เพราะหมัดของเซียวหลิงฟง ทั่วทั้งบึงวารีแห่งนี้จึงเกิดเป็น้ำวนที่น่ากลัวขึ้นซึ่งนั่นได้ไปรบกวนการฝึกฝนของวัวเขาอัสนีเข้า ทันใดนั้น ร่างกายอันใหญ่โตก็เริ่มเคลื่อนไหวก่อนที่มันจะแผดเสียงคำรามลั่นออกมา
เซียวหลิงฟงเมื่อโผล่พ้นน้ำขึ้นมาได้ก็รีบก้าวขึ้นฝั่งพลางะโบอกพวกหลงซินเย่
“หนีเร็ว! วัวเขาอัสนีคลั่งแล้ว!”
คนบนฝั่งได้ยินก็หน้าเปลี่ยนสี รีบถอยหลังออกมาทันทีทว่าหลงซินเย่ยังไม่วายหันมองไปทางบึงวารีแห่งนั้น
“จั่วเฉินล่ะ”
เซียวหลิงฟงตอบด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย
“ขอโทษด้วย เป็ข้าเองที่ไร้ความสามารถ วัวเขาอัสนีตัวนั้นกำลังคลั่งมันแข็งแกร่งเกินไป ด้วยความสามารถของข้าในตอนนี้ไม่อาจช่วยจั่วเฉินได้”
“อะไรนะ!?”
หลงซินเย่ใ หลี่หลิงเอ๋อเองก็ถามด้วยสีหน้าร้อนใจ
“พวกท่านควรออกมาพร้อมกันไม่ใช่หรือ”
อิ๋นชิวสุ่ยและเจียงเม่ยก็ขมวดคิ้วมองมาที่เซียวหลิงฟงเช่นกัน
จั่วเฉินเป็คนช่วยทุกคนออกมา ทว่าตัวเขากลับหนีมาไม่ได้อย่างนั้นหรือ ในด้านมโนธรรมแล้ว ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถทิ้งจั่วเฉินไว้แล้วจากไปได้ แม้จะเป็เจียงเม่ยที่มีท่าทีไม่ดีกับเขาในตอนแรกก็ไม่อาจนิ่งนอนใจกับเื่นี้
“โฮก!!!”
ใต้บึงวารีเย็นมีขุมพลังอันน่ากลัวแผ่กระจายออกมา กลิ่นอายของความน่าสะพรึงปกคลุมไปทั่วทุกพื้นที่ทุกคนในที่นั้นพลันรู้สึกหายใจลำบากขึ้นมา
“ไปเถอะ! จะไม่ทันแล้ว! เื่ช่วยจั่วเฉินไว้ค่อยหารือกันอีกที!” เซียวหลิงฟงรีบพูดขึ้นมาไม่ง่ายเลยกว่าจะหนีออกมาได้ เขาไม่อยากเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่อีก
“ข้าไม่ไป” คนที่เอ่ยขึ้นมาก่อนคือหลี่หลิงเอ๋อ นางกัดริมฝีปากล่างจ้องไปทางบึงวารีเย็นด้วยสองตาแดงก่ำ “เขาจะต้องปลอดภัย”
“ศิษย์น้องหลิง หากยังไม่หนีเกรงว่าจะไม่ทันแล้วนะ”เซียวหลิงฟงเอ่ยต่ออย่างร้อนใจ
หลี่หลิงเอ๋อเงยหน้ามองเซียวหลิงฟง จู่ๆ ก็หัวเราะออกมา
“ศิษย์พี่เซียว นี่น่ะหรือคือท่าทีของท่าน ลืมไปแล้วหรือว่าตัวเองรอดออกมาได้อย่างไร เป็ใครที่ช่วยท่านขึ้นมาพริบตาเดียวท่านก็ลืมเื่ของเขาจนหมดสิ้น เพียงเพราะความปลอดภัยของตัวท่านเองเนี่ยนะ หากท่านรีบร้อนเช่นนี้ก็หนีไปก่อนเถอะ”
ฟังหลี่หลิงเอ๋อพูดจบ สีหน้าของเซียวหลิงฟงก็กลายเป็ย่ำแย่ เขาทั้งโกรธทั้งอับอายแต่กลับไม่สามารถโต้ตอบอะไรได้
คนที่เหลือต่างมองมาที่หลี่หลิงเอ๋อด้วยความประหลาดใจคิดไม่ถึงว่าศิษย์น้องหญิงที่มีอายุน้อยที่สุดแถมยังขี้ขลาดจะเอ่ยเช่นนี้ออกมา ทว่าสิ่งที่พูดก็มีเหตุผล
ความปั่นป่วนในบึงวารีเย็นพลันทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นแรงกดดันที่ทำให้หายใจไม่ออกได้แผ่กระจายไปทั่วพื้นดินแถบนี้ อย่าว่าแต่พวกหลงซินเย่ที่ยังอยู่ที่นี่เลยกระทั่งสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่รอบๆ ก็ยังต้องพากันหนีตาย
แม้จะลังเลแค่ไหน แต่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียดเช่นนี้สุดท้ายก็จำต้องพากันจากไป พวกเขาต่างก็รู้ดีว่าหากไม่มีพลังพอที่จะสามารถต้านทานสัตว์อสูรระดับฮวงขั้นห้าได้การรั้งอยู่ต่อเช่นนี้ไม่เพียงไม่สามารถช่วยจั่วเฉินได้ ยังเป็การเอาชีวิตตัวเองมาทิ้งด้วย
หลังจากทุกคนจากไป ที่ใต้บึงวารีเย็น จั่วเฉินกำลังนั่งขัดสมาธิอย่างสงบนิ่งสายตาจับจ้องไปที่วัวเขาอัสนีที่กำลังบ้าคลั่งอยู่ตรงหน้า
ภายใต้แรงกดดันอันหนักหน่วงที่กดทับลงมาจั่วเฉินไม่เพียงไม่แตกตื่น แต่เขายังสามารถปลดปล่อยแรงปณิธานออกมาเพื่อสำรวจร่างของวัวเขาอัสนีได้อีก
เซียวหลิงฟงชกเขาจนร่วงลงมาที่ก้นบึง คงคิดว่าทำเช่นนั้นแล้วเขาจะตายอยู่ใต้กีบเหล็กของวัวเขาอัสนีตัวนี้กระมังอีกฝ่ายคงไม่นึกไม่ฝันว่าแม้ตอนนี้เขาจะอยู่ในจุดที่อันตรายที่สุด ก็ยังไม่เป็อะไรเลยสักนิด
กระทั่งวัวเขาอัสนีตัวนี้ก็ยังเอาตัวเองไม่รอดเลย
ลำตัวที่แข็งแกร่งสร้างความปั่นป่วนที่ก้นบึงไม่หยุด อีกทั้งยังปลดปล่อยคลื่นพลังออกมาระลอกแล้วระลอกเล่าแม้ว่าพลังนั้นจะดูน่าสะพรึงกลัวก็ตาม ทว่าจั่วเฉินรับรู้ได้ว่าพลังพวกนั้นกำลังปั่นป่วนและไม่มั่นคงเอาเสียเลย
สัตว์อสูรนั้นเหมือนกับมนุษย์ ตอนที่กำลังพัฒนาพลังไม่สมควรจะถูกรบกวนไม่ใช่แค่เพราะทุกอย่างที่ทำมาจะสูญเปล่า ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดก็จะเป็เช่นวัวเขาอัสนีตัวนี้มันเสียสติและคลุ้มคลั่งไปแล้ว หากเทียบกับมนุษย์อาการเช่นนี้คงจะเรียกได้ว่าธาตุไฟเข้าแทรกกระมัง
หมัดที่เซียวหลิงฟงชกออกมาก่อนที่จะจากไปนั้นได้ขัดจังหวะสำคัญในการพัฒนาพลังของวัวเขาอัสนี แม้จะดึงดูดความสนใจของมันได้ก็ตามทว่าก็ทำให้พลังในตัวของมันปั่นป่วนและพุ่งชนไปมาไม่หยุด ทำให้ภายในบอบช้ำหนัก
จั่วเฉินเห็นดังนั้นก็ตาเป็ประกาย เขาพึมพำออกมา “โอกาสดี”
ตอนที่ช่วยพวกหลงซินเย่อยู่นั้น จั่วเฉินพลันเกิดความคิดบางอย่างและตอนนี้เขาก็มีความมั่นใจมากขึ้น
เขาจะสังหารวัวเขาอัสนีตัวนี้!
หากมีใครได้ยินจะต้องคิดว่าจั่วเฉินเสียสติไปแล้วแน่ การสังหารวัวเขาอัสนี กระทั่งศิษย์สายตรงบางคนของตำหนักนภาปราณยุทธก็ยังไม่กล้าเอื้อนเอ่ยออกมา ในสำนักมีเพียงศิษย์สายตรงระดับแนวหน้าเท่านั้นที่มีความสามารถเพียงพอที่จะสังหารสัตว์อสูรระดับฮวงขั้นห้านี้ได้
จั่วเฉินจ้องไปที่วัวเขาอัสนีและเริ่มโจมตีทันที
“เคล็ดวิชาบงการอัสนี ตายเสียเถอะ!” จั่วเฉินตวาดลั่น วินาทีนั้นก็ยกมือขวาขึ้นพร้อมกับส่งพลังชี้สายหนึ่งออกไป
สายฟ้าเส้นหนึ่งสว่างวาบ ก่อนจะพุ่งใส่ร่างของวัวเขาอัสนีอย่างรวดเร็ว
พริบตาถัดมาก็เกิดลำแสงสีเืขึ้น เคล็ดวิชาอัสนีเมื่อครู่ได้อัดทะลุใส่คอของวัวเขาอัสนีจนเกิดเป็รูขนาดใหญ่และมีเืไหลซึมออกมา
ในยามปกติ อาการาเ็ระดับนี้ไม่สามารถทำอะไรวัวเขาอัสนีได้หากไม่ใช่เพราะเกิดขึ้นในระหว่างการพัฒนาพลัง ด้วยพลังของจั่วเฉินในตอนนี้ ต่อให้เขาจะทุ่มสุดตัวก็คงไม่สามารถฝ่าพลังป้องกันของมันได้
พอเห็นดังนั้นจั่วเฉินก็ลงมือโจมตีต่อทันที เขาโคจรพลังปราณทั้งตัวอย่างไม่คิดจะเก็บซ่อนฝีมืออีกก่อนจะกระหน่ำโจมตีใส่ร่างวัวเขาอัสนีไม่หยุด
จั่วเฉินรู้ดีว่าตอนนี้เป็โอกาสดี ไม่ว่าเขาจะโจมตีอย่างไรวัวเขาอัสนีก็จะไม่ตอบโต้ตรงกันข้าม ทุกครั้งที่ลงมือยังทำให้อาการาเ็ของมันสาหัสกว่าเดิมอีกด้วย
ไม่นานจั่วเฉินก็รับรู้ได้ว่ากลิ่นอายพลังของวัวเขาอัสนีค่อยๆอ่อนกำลังลง เป็เช่นนี้อยู่อีกหนึ่งถ้วยชา จากนั้นกลิ่นอายพลังของมันก็เหลือเพียงระดับฮวงขั้นสามเท่านั้นและยังคงถดถอยลงเรื่อยๆ จนในที่สุดก็ไม่สามารถเทียบกับสัตว์อสูรระดับฮวงขั้นสองได้อีก
“ตายเสียเถอะ!” จั่วเฉินตวาดลั่น
เขาโคจรเคล็ดวิชาปราณอัสนีเพื่อควบคุมพลังปราณทั้งหมดในร่าง ก่อนจะก็เริ่มเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อทำท่วงท่าที่สองของหินหยกซึ่งท่านี้นับเป็ท่าไม้ตายที่แข็งแกร่งและมีพลังโจมตีสูงที่สุดที่เขามีในตอนนี้
ตู้ม!
หลังจากที่จั่วเฉินโจมตีออกไปร่างกายอันใหญ่โตของวัวเขาอัสนีก็ล้มตึง ดวงตาใหญ่โตทั้งสองของมันจ้องมาทางจั่วเฉินอย่างไม่ยินยอมทว่ามันก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว การโจมตีเมื่อครู่ได้ทำลายทุกอย่างของวัวเขาอัสนีไปและชักนำมันมาอยู่ที่ขอบเหวแห่งความตายเสียแล้ว
ครู่หนึ่งหลังจากนั้น วัวเขาอัสนีก็ปิดตาลงและไม่เคลื่อนไหวใดๆอีก
“ฟู่...” จั่วเฉินผ่อนลมหายใจออกมา เขารู้สึกหมดแรงจนคล้ายกับจะล้มลงอยู่รอมร่อ
สำเร็จแล้ว หลังจากที่ทุ่มพลังสุดตัว ในที่สุดเขาก็สังหารวัวเขาอัสนีลงได้
วัวเขาอัสนีตัวนี้นับเป็สัตว์อสูรระดับฮวงขั้นห้าที่พัฒนาพลังสำเร็จแล้วก็ว่าได้ทว่าเพราะก้าวไม่พ้นขั้นสุดท้าย จึงได้ถูกจั่วเฉินสังหารไป
จั่วเฉินรีบโคจรเคล็ดวิชาปราณอัสนีเพื่อฟื้นพลังปราณในร่างให้กลับมาก่อนเล็กน้อยก่อนจะเข้าไปควานเอาผลึกอสูรของวัวเขาอัสนีออกมา แล้วจึงเริ่มชำแหละสิ่งของล้ำค่าต่างๆของมันมาเก็บไว้ในแหวนห้วงมิติ
“ถึงเวลาจากไปเสียที”
หลังจากเสร็จเื่ทั้งหมด จั่วเฉินก็รีบว่ายน้ำกลับขึ้นฝั่ง
แม้การสังหารสัตว์อสูรระดับฮวงขั้นห้าครั้งนี้จะอาศัยโชคช่วยอยู่บ้างทว่าสุดท้ายแล้วก็นับว่าเป็ฝีมือของเขา
ทรัพยากรของสัตว์อสูรระดับฮวงขั้นห้านั้นล้ำค่าหากนำเืเนื้อและหนังของมันกลับสำนักไปด้วย ก็จะสามารถแลกค่าผลงานได้อย่างน้อยหลายพันแต้มอีกอย่าง ผลึกอสูรที่สำคัญที่สุดของวัวเขาอัสนีนี้ หากนำไปแลกก็จะได้ค่าผลงานอย่างน้อยสามพันแต้มรวมๆ กันแล้วจึงมีค่าเกือบเก้าพันแต้มเลยทีเดียว ซึ่งเกือบจะแลกเคล็ดวิชาฝึกฝนทางจิตระดับมานุษขั้นสูงได้ถึงสองวิชา