“คุณตื่น มากินข้าวได้แล้ว” เสียงเรียกของนายเวย์ ทำให้ฉันรู้สึกตัวตื่นจากการนอนหลับ
ฉันเอามือมาขยี้ตาอย่างงัวเงีย
“เช้าแล้วหรอ” ฉันถามด้วยน้ำเสียงงัวเงีย
“ตะวันส่องก้นละ นอนกินบ้านกินเมืองอยู่ได้ มากินข้าว ฉันจะออกไปทำงาน” เขาพูดอย่างหงุดหงิด
กินข้าว ฉันรีบเด้งตัวเองออกจากที่นอนและลุกมากินข้าวด้วยความหิว แต่สิ่งที่ฉันเห็นวางอยู่ตรงหน้าฉันกลับมีแค่ ข้าวเปล่า 2 จาน
“ไหนอ่ากับข้าว” ฉันถามอย่างงงๆ
“นี่ไง” เขาพูดและยกกระปุกอะไรบางอย่างขึ้นมาโชว์ฉัน แล้วค่อยๆเปิดมันออก ของในกระปุกนั้นส่งกลิ่นเหม็นชวนอ้วกคละคลุ้งไปทั่วห้อง
“อี๋ อะไรอ่า เหม็นจัง” ฉันพูดและใช้มือปิดจมูกด้วยความหยี๋ในกลิ่น
“น้ำพริกปลาร้าไง ไม่เคยกินหรอ อร่อยจะตาย” เขาพูดและทำท่าตักมันออกมาคลุกๆกับข้าวแล้วตักเข้าปาก “อ้าว มากินข้าวสิ” เขาพูดชวนฉันกินข้าวในขณะที่เขากำลังตักข้าวเข้าปาก อี๋ กินเข้าไปได้ยังไง
“นายไม่มีกับข้าวที่มันดีกว่านี้หรอ ฉันกินไม่ลงหรอกนะไอเนี่ย” ฉันพูดและทำหน้าแหยๆ
“ฉันก็มีแค่นี้แหล่ะ กินได้ก็กิน กินไม่ได้ก็อด” เขาพูดและก้มหน้าก้มตากินต่อ
นี่ทำไมฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย หิวก็หิว แต่ไอน้ำพริกอะไรนี่ก็ไม่น่ากินเอาซะเลย หือ หิวก็หิว แต่ถ้าไม่กิน ฉันก็ต้องหิวตายแน่ๆ ฉันจึงต้องจำใจนั่งลงข้างๆเขา และตักไอน้ำพริกนั่นมาคลุกกับข้าว ฉันนั่งถอนหายใจก่อนที่จะทำใจตักมันเข้าปากแบบที่เขากิน
ทันทีที่ฉันตักมันเข้าปาก เหมือนกับว่าฉันยกเอาพริกทั้งสวนมาไว้ในปาก มันเผ็ดมากๆ ฉันกำลังจะคายมันออกมา
“ห้ามคาย กลืนลงไป ถ้าเธอคายฉันจะเอามันยัดใส่ปากเธอ” เขาพูดเสียงเข้มอย่างดุดัน ฉันจึงค่อยๆฝืนกลืนมันลงคอไป และรีบลุกขึ้นไปกินน้ำเพื่อบรรเทาความเผ็ดร้อน
“คนใจร้าย” ฉันพูดและมองหน้าเขาแบบงอนๆ
“อยู่กับฉัน เธอต้องกินของแบบนี้ให้ได้ เพราะว่าฉันคงไม่มีเงินมากพอที่จะพาเธอไปกินอาหารอิตาเลียนดีๆแพงๆหรอกนะ” เขาพูดเสียงเรียบอย่างเ็า นี่ฉันต้องทนกินของแบบนี้จริงๆหรอ หือออ ฉันอยากจะร้องไห้ “แต่ถ้าเธอไม่อยากกินของพวกนี้ เธอก็ต้องทำกับข้าวกินเอง” เขาพูดอย่างเรียบเฉย เหมือนสิ่งที่เขาพูดมานั้นมันเป็เื่ง่ายมาก
“นายจะบ้าหรอ ให้ฉันทำกับข้าว ฉันไม่เคยทำ ฉันทำไม่เป็หรอก” ฉันโวยวายออกมา
“ทำไม่เป็ก็แค่หัด แต่ฉันก็ไม่ได้บังคับถ้าเธอไม่อยากทำก็ต้องยอมกินแค่นี้” เค้าพูดลอยๆ
“แล้วฉันจะทำยังไงล่ะ แค่เกลือกับน้ำตาลฉันยังแยกไม่ออกเลย” ฉันพูดและยิ้มแห้งๆให้เขา
“เดี๋ยวฉันสอนเอง แต่เธอต้องจำและนำไปใช้” เขาพูดและเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบของสดติดไม้ติดมือเดินเข้าไปในครัว ฉันจึงเดินตามไป
“หั่นแบบนี้นะ” เขาลงมือหั่นผักกากขาวให้ฉันดู และตามมาด้วยวัตถุดิบต่างๆอย่างอื่น แล้วเอาลงหม้อต้มจนเสร็จสมบูรณ์ จนได้ต้มจืดหม้อน้อยออกมาหนึ่งหม้อ ทุกอย่างนี้เขาทำมันอย่างคล่องมือ ในสายตาฉันวันนี้ ฉันรู้สึกว่าเขาเก่งมาก เขาทำไปด้วยสอนฉันไปด้วยอย่างคล่องแคล่ว
“เมนูต่อไปไข่เจียว ฉันคิดว่าเธอน่าจะเคยทำ” เขาพูดพร้อมกับถอยห่างออกมาจากหน้าเตาเพื่อให้ฉันเดินเข้าไปยืนแทน
“ฉัน ไม่เคยทำอ่า แฮ่ๆ” ฉันพูดและยิ้มแห้งๆให้เขา ก็ชีวิตนี้มีคนทำให้กินตลอด ขนาดตอนไปอยู่อังกฤษคุณแม่ยังส่งพี่อรไปอยู่ดูแลฉันเลย เื่พวกนี้ฉันไม่เคยคิดจะแตะเลยด้วยซ้ำ
“เธอนี่จริงๆเลย”เขาส่ายหัวด้วยความเอือมละอา “มาเดี๋ยวทำตามฉัน”
เขาหยิบไข่มาหนึ่งฟอง เคาะขอบถ้วยสองสามทีแล้วตอกลงใส่ถ้วยอย่างชำนาญ
“ลองทำสิ” เขาพูดและถอยออกเพื่อให้ฉันไปยืน
ฉันหยิบไข่ขึ้นมาหนึ่งฟองแล้วเคาะเบาๆที่ขอบถ้วยแต่เหมือนไข่มันก็ไม่สะทกสะท้านอะไร ทำไมมันถึงได้แข็งอย่างนี้นะ
“แรงหน่อยสิ ไม่ต้องกลัวมันเจ็บหรอก” เขาพูดเสียงเรียบ แต่คนฟังอย่างฉันกลับรู้สึกเจ็บจี๊ดกับคำพูดของเขา แรงๆใช่มั้ย ได้ จัดไป ฉันเคาะแรงๆที่ขอบถ้วยทีหนึ่งแล้วไข่ก็เละคามือฉัน อี๋ แหยะไปหมดเลย ไม่น่าเคาะแรงเลยเรา
ฉันยกมือข้างที่เปื้อนไข่ขึ้นแล้วสบัดเบาๆ
“เธอนี่ไม่ได้เื่เลย” เขาบ่นอย่างหงุดหงิด “ไปล้างมือก่อนไป” เขาพูดขณะที่กำลังใช้ผ้าเช็ดคราบไข่ออก ฉันก็เดินไปล้างมือตามที่เขาบอก
“เดี๋ยวฉันสอน หยิบไข่มาหนึ่งฟอง” เขาพูดและสั่งให้ฉันหยิบไข่ขึ้นมา ฉันก็หยิบตามอย่างว่าง่าย เขาเดินมายืนข้างหลังฉันแล้วเอื้อมมือมาจับมือขวาของฉันแล้วจับมือฉันเอาไข่ไปเคาะเบาๆที่ขอบถ้วย พอไข่เป็รอยล้าวเขาก็ใช้มืออีกข้างจับมือซ้ายของฉันแล้วแบะเปลือกไข่ออกให้ไข่แดงและไข่ขาวไหลลงไปในถ้วย
“ไหนลองทำเองสิ” เขาพูดและถอยห่างออกจากตัวฉัน ฉันจึงลองหยิบไข่มาอีกฟองนึงแล้วตอกลงถ้วยอย่างช้าๆ แล้วในที่สุดฉันก็ทำได้
“ฉันทำได้แล้ว” ฉันหันไปพูดและยิ้มให้เขาอย่างดีใจ หวังให้เขาชมฉัน
“เห็นมั้ย ไม่มีอะไรยากเกินกว่าที่เราจะเรียนรู้” เขาพูดและยิ้มให้ฉัน ทำไมฉันถึงรู้สึกว่ารอยยิ้มนี้มันทำให้ฉันมีกำลังใจขึ้นมา “ต่อไปก็ใส่ซอสและตีไข่” เขาสอนฉันใส่ส่วนผสมของไข่เจียวแล้วจับมือฉันตีไข่จนไข่เข้ากัน และลงทอดในกระทะจนในที่สุดฉันก็ได้ไข่เจียวที่พร้อมรับประทานมาหนึ่งจาน ฉันเพิ่งรู้ว่าความรู้สึกภูมิใจในอาหารที่เราทำเองมันรู้สึกยังไง
เขาและฉันช่วยกันยกอาหารเหล่านี้ไปวางไว้บนโต้ะและลงมือกิน
“อื้ม ใช้ได้” นายเวย์ตักไข่เจียวใส่จานแล้วตักเข้าปากเพื่อชิมก่อนจะพูดชมฉัน
ฉันเพิ่งเข้าใจความรู้สึกของการที่ถูกชมจากความสามารถของเราจริงๆ มันรู้สึกดีและภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกที่ไม่ต้องกินอาหารหรูหราราคาแพงในภัตตาคารแต่แค่กับข้าวบ้านๆด้วยฝีมือของตัวเองมันก็มีความสุขและอิ่มเอมได้เช่นกัน
“เธอลองชิมดูสิ” เขาตักไข่เจียวมาใส่ในจานฉัน และเราก็กินข้าวมื้อแรกด้วยกันด้วยกับข้าว ฝีมือของฉันและเขา