"ท่านป้าของข้าก็ผิวดีราวกับสาวแรกรุ่นทีเดียวเ้าค่ะ! "ถังหยุนอี้ยังไม่เลิกประจบผู้คนเล่นเอา หลี่อวี้เหยียนถึงกับยกมือขึ้นลูบหน้าอย่างเขินอาย
"ดูเ้าพูดเข้าสิ ..ข้าจะเทียบกับสาวแรกรุ่นอย่างเ้าได้อย่างไร? "
ถังหยุนอี้เหลือบมองหยิ่นเจียว ั์ตามีความริษยาซ่อนอยู่เมื่อเห็นว่าหยิ่นเจียวดูสวยสดงดงามเพียงใด หากนางรีบซ่อนไว้แล้วพูดว่า
"น้องรอง ในที่สุดเ้าก็มาเสียที ขันทีจากวังหลวงมารอเ้าอยู่นานแล้ว น้องรองรีบทานข้าวเถอะ ไม่เช่นนั้นจะหิวจนเกินไป "ว่าแล้วนางก็เดินเข้ามาจับมือหยิ่นเจียวอย่างสนิทสนม
"เ้าจะกินข้าวหรือไม่? ทำไมถึงได้มาช้านักให้ผู้คนต้องมานั่งรอเ้าอยู่ผู้เดียว!" หยิ่นอี้เฉินหงุดหงิด ทั้งนี้เป็เพราะถังหยุนอี้ไปเรียกปลุกเขาแต่เช้าตรู่ มิหนำซ้ำยังต้องมาเสียเวลารอน้องสาวผู้นี้ของเขาอีก นางช่างไม่รู้จักมารยาทกาลเทศะเลยสักนิด หยิ่นอี้เฉินลืมไปแล้วว่าวันนี้หยิ่นเจียวมาเร็วกว่าเดิมมากนัก หากเป็สมัยก่อนพวกเขาต้องนั่งรอนางไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วยามเลยทีเดียว
โดยปกติแล้วมื้ออาหารเช้าแบบนี้ หยิ่นเจียวจะแทบไม่เคยมาทานอาหารเช้าร่วมกับครอบครัวเลย เป็เพราะนางี้เีเดินนั่นเอง ประกอบกับมีมารดาคอยเอาใจรักใคร่ นานๆ ครั้งจึงจะเรียกนางมาร่วมรับประทานอาหารเย็นในบางวันเท่านั้น
ริมฝีปากของถังหยุนอี้ยิ้มยกขึ้นอย่างดีใจ แต่กระนั้นนางก็ยังทำท่าออกหน้าให้หยิ่นเจียวด้วยท่าทางออดอ้อน
"พี่เฉิน..พี่อย่าดุน้องรองเลย นางอาจจะล่าช้าเพราะมีกิจธุระต้องทำก็เป็ได้ คงไม่ใช่เพราะนางนอนหลับเพลินจนต้องทำให้ผู้อื่นต้องรอหรอก.."
หยิ่นเจียวฟังคำพูดของสาวชาเขียวผู้นี้แล้วนางยิ่งรู้สึกคลื่นไส้เพิ่มมากขึ้น นางกระชากมือออกจากการเกาะกุมของถังหยุนอี้อย่างแรง จนทำให้ถังหยุนอี้เซถลาลงไปนั่งแปะกับพื้น
"น้องรอง! เ้าผลักข้าทำไม? ข้ารู้ว่าเ้าโกรธข้า แต่ขอร้องเ้าอย่าได้พาลโกรธผู้อื่นด้วยเลย …"ถังหยุนอี้หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับที่หางตา
"ข้าไม่ได้ผลักเ้านะ!" หยิ่นเจียวน้ำตารื้นขึ้นมาคลอดวงตาทันที หากในสายตาของหยิ่นอี้เฉินที่มองดูพฤติกรรมของน้องสาวกลับกลายเป็ว่านางปัดความรับผิดชอบใช้น้ำตาเพื่อให้ผู้คนสงสารนาง!
"หยิ่นเจียว! เ้าอย่าใจร้ายให้มากนัก ชื่อเสียงเ้าที่ข้างนอกก็เหม็นโฉ่พออยู่แล้ว ..ข้าอับอายเหลือเกินที่จะบอกใครว่าเ้าเป็น้องสาวของข้า หยุนอี้ก็แค่เป็ห่วงเ้าเท่านั้น นางไม่ใช่เพื่อนสนิทของเ้าหรือ? เ้าเอาแต่พูดว่าเข้ากันไม่ได้กับพี่สาวแท้ๆ ของเ้า แล้วหยุนอี้ล่ะ…มิตรภาพเ้าช่างจางง่ายเหลือเกินนะ!"หยิ้นอี้ฉีเสียดสี หลังจากพูดไปแล้วเขาก็หันไปเอ่ยปากกับหรูจูว่า
"หรูจูเ้าอย่าเข้าใจผิดไป สำหรับข้าแล้วเ้าเป็น้องสาวที่ดีที่สุดของข้า " หยิ่นหรูจูยิ้มไม่กล่าวตอบ
หยิ่นเจียวกัดริมฝีปาก นางรู้สึกเหมือนโดนมีดแหลมแทงเข้าที่หัวใจ ความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจกลั่นเป็น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาของนาง ไหล่นางสั่นเพราะฝืนกลั้นสะอื้นไว้ หลี่อวี้เหยียนทุกข์ใจ นี่เป็ครั้งแรกที่นางเห็นหยิ่นเจียวพยายามที่จะไม่ร้องไห้และฝืนความรู้สึกของนาง ลูกสาวของนางคนนี้หาก้าอะไรถ้าไม่ได้ดั่งใจย่อมต้องร้องห่มร้องไห้แทบจะคว้าดาวคว้าเดือนมาให้ไม่ทัน
"เฉินเอ๋อ! เ้าพอได้แล้วกระมัง ..เ้าเป็พี่ชาย นางเป็น้องสาว ไม่กี่วันก่อนนางก็เพิ่งรอดกลับมาจากประตูนรกแท้ ๆ เ้ายังดุนางอีก! " หลี่อวี้เหยียนตำหนิลูกชายน้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความไม่พอใจ
"เอ๊ะ!ก็ไม่ใช่เพราะนาง…" หยิ่นอี้เฉินเงยหน้าขึ้น เขาเหลือบมองหยิ่นเจียวเห็นนางก้มหน้าเช็ดน้ำตาจนเป็รอยทางยาว เขาถึงกับนิ่งอึ้งไปก่อนหน้านี้ก็ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยดุนางนี่นะ ไม่เห็นนางจะมีทีท่าเสียอกเสียใจแบบนี้เลย
"เจียวเจียว..พี่ชายเ้าไม่รู้ความ เหลวไหลยิ่งนัก มาเถอะ..มานั่งกินข้าวก่อน"
"ท่านแม่..ข้าขอตัวกลับไปล้างหน้าก่อน..พวกท่านทานกันก่อนเถอะเ้าค่ะ ไม่ต้องรอข้า …"หยิ่นเจียวเดินถอยหลัง ฝืนยิ้มให้มารดาทั้งน้ำตาก่อนที่จะหันหลังเดินกลับไป
หลี่อวี่เหยียนถอนหายใจยาว แต่นางไม่ได้บังคับให้หยิ่นเจียวอยู่ต่อ "เอาล่ะ กินกันก่อนเถอะ อี้เอ๋อ..เ้าจะกินอาหารเช้าด้วยหรือไม่? " หลี่อวี้เหยียนหันมาถามถังหยุนอี้ที่ยังคงอยู่ที่พื้น
"ท่านป้า..ข้าทานมาแล้วเ้าค่ะ .."นางยิ้มจางๆ ก่อนที่จะลุกขึ้นตบฝุ่นตามกระโปรง นางนั่งอยู่ที่พื้นนานแล้ว ไม่มีใครมาช่วยพยุงนางลุกขึ้นเลย ถังหยุนอี้จำต้องลุกขึ้นยืนเองเพียงลำพัง เหตุผลที่นางไม่กล้าอยู่ร่วมโต๊ะกับท่านป้าเป็เพราะว่านางเกรงว่าหลี่อวี้เหยียนจะหงุดหงิด เพราะน้ำตาของหยิ่นเจียวลูกสาวคนโปรดของนาง
หยิ่นเจียวเป็คนเ้าอารมณ์ ถังหยุนอี้คิดจะยั่วยุให้หยิ่นเจียวกับหยิ่นอี้เฉินทะเลาะกันแล้วท้ายสุดนางจะได้เป็คนไกล่เกลี่ยความบาดหมางระหว่างพี่กับน้อง เพื่อให้ผู้คนในตระกูลหยิ่นเกิดความประทับใจ แต่นางกลับคิดไม่ถึงว่า หยิ่นเจียวจะกลายเป็คนเ้าน้ำตาอ่อนไหวง่ายแบบนี้ ั้แ่นางตกน้ำความจำเสื่อม ดูเหมือนอารมณ์ของนางจะไม่เหมือนเดิมเลย
ถังหยุนอี้รู้สึกถึงอากาศหนาวเย็นที่พัดผ่านมาปะทะที่หลังของนาง หลังจากเหลียวไปมาหาต้นเหตุ นางเห็นหยิ่นหรูจูกำลังจ้องนางราวกับอ่านความคิดทั้งหลายของนางได้อย่างทะลุปรุโปร่ง สีหน้าของหยิ่นหรูจูแม้จะเรียบเฉยหากกลับทำให้ถังหยุนอี้รู้สึกหนาวเยือกอย่างบอกไม่ถูก หญิงสาวส่ายหน้า ..นางจะไปกังวลอะไรกับหยิ่นหรูจูลูกสาวผู้ไม่ได้เป็ที่โปรดปรานของใครแบบนั้นด้วยเล่า ..เทียบสถานะกับนางแล้วยังเป็รองด้อยกว่าด้วยซ้ำ
"ท่านป้า..ข้าขอตัวก่อนเ้าค่ะ " แม้ว่าถังหยุนอี้จะคิดเข้าข้างตัวเองแบบนั้น แต่นางก็ยังอดร้อนๆ หนาวๆ กับสายตาของหยิ่นหรูจูไม่ได้ หลังจากถังหยุนอี้จากไป ทุกคนก็พากันทานอาหารเช้ากันอย่างเงียบๆ
อาหารเช้าที่จวนจงหยงโหวดูพิถีพิถันประณีตมาก เป็เพราะพ่อครัวได้รับพระราชทานมาจากไทเฮา เพื่อมาทำอาหารให้ฮูหยินผู้เฒ่า โดยใช้สมุนไพรมาทำเป็อาหารเพื่อบำรุง แต่เป็เพราะฮูหยินชราไม่ค่อยชอบใจนัก พ่อครัวผู้นี้เลยเปลี่ยนมาทำให้หยิ่นเจิ้งเป่ยแทน กลายเป็ว่าอาหารเช้าที่ทำอย่างประณีต มีรสชาติเอร็ดอร่อยแต่กลับทำให้คนกินโดยเฉพาะหยิ่นอี้เฉินกินแล้วรู้สึกฝืดคอยิ่งนัก เขาแทบจะไม่รู้รสชาติของอาหารเลยด้วยซ้ำ ภายในโต๊ะไม่มีเสียงพูดคุยกันเลยนอกจากเสียงช้อนกระทบถ้วยชามเท่านั้น…
*****
หงเซี่ยเดินกำหมัดตามหลังหยิ่นเจียวออกมาโดยไม่ได้พูดอะไร หลังจากกลับมาที่ห้องแล้ว หยิ่นเจียวให้หงเซี่ยไปเอาอ่างล้างหน้ามาให้นางทำความสะอาดใบหน้า
"หงเซี่ย ..ข้าทำตัวน่ารำคาญจริงหรือ? " หยิ่นเจียวถามด้วยน้ำเสียงหม่นหมอง นางไม่ได้สนใจอะไรมากนักเพราะคิดว่าตนเองเป็คนนอกมาตลอด แต่ว่าทำไมพอพี่ชายนางหยิ่นอี้เฉิงพูดจาเสียดสีนางแบบนั้น หน้าอกของนางก็รัดแน่นจนหายใจแทบไม่ออก อึดอัดจนบอกไม่ถูก เป็เพราะอารมณ์ของเ้าของร่างเดิมหรือเปล่า..ที่ส่งผลกระทบให้นางกลายเป็คนอ่อนไหวเ้าน้ำตาแบบนั้น
สำหรับหงเซี่ยแล้ว น้ำเสียงที่เศร้าสร้อยของคุณหนูรองทำให้นางรู้สึกสงสารคุณหนูมากยิ่งขึ้น …
********