เสาะหาคนงาน
หลังจากที่ทุกคนถูกคำว่าบ่าวดูดวิญญาณไปจนตาลอยค้างชั่วขณะหนึ่งก็ถูกเสียงเรียกของชิงเถาจนกลับมาเป็นปกติได้บ้างแต่ยังหลงเหลือความเศร้าที่ค้างคาอยู่
“เออไม่มีบ่าวก็ได้เจ้าค่ะ มีลูกจ้างหรือคนงานเป็นไงเจ้าคะ ลูกจ้างรายวัน รายเดือน หรือที่จ้างเป็นค้างคราวก็น่าสนใจนะเจ้าคะ” ชิงเถารีบเปลี่ยนคำพูดให้ทุกคนกลับมาสนใจนางอีกครั้งโดยเลี่ยงการพูดถึงบ่าวไพร่เพราะมันสะเทือนใจพวกเขาอย่างมาก
“พ่อพ่อก็เห็นด้วยนะ จ้างคนงานก็น่าสนใจ เพราะเราคงทำกันเองไม่ไหวแล้ว”จิ้นสิงเอ่ยตอบบุตรสาวออกมา
“แต่เราจะไว้ใจใครได้บ้างล่ะลูกแม่กลัวเจอคนที่ไม่ดี” นางลี่จูบอกออกมาอย่างกังวลใจ
“ก็ต้องลองหาดูก่อนเจ้าค่ะถ้าไม่ลองก็คงไม่รู้” ชิงเถาตอบกลับไป
“เช่นนั้นก็ได้ลูก”จิ้นสิงกล่าวอย่างเห็นด้วย
“พรุ่งนี้เลยเป็นไงเจ้าคะลูกจะลองๆ ไปหาดูก่อน ส่วนท่านพ่อก็ต้องรอให้พวกเขามาเอาตู้ที่สร้างเสร็จแล้ว”ชิงเถาเอ่ยอาสา เพราะตู้เก็บสมบัติที่รับทำให้พ่อค้านั้นก็เสร็จแล้วพวกเขาต้องรีบให้คนมาขนออกไป เพราะยังเหลืออีกเยอะที่กองอยู่ด้านออกห้องเก็บไหนจะค่าจ้างที่ตกลงกันไว้ในเมื่อพวกเขามาเอาของพวกนางก็จะได้ค่าจ้างแล้ว
“ก็ดีเช่นนั้นพรุ่งนี้เราก็หยุดสักวันแล้วกันนะ วันนี้ทุกคนก็เหนื่อยมามากแล้ว”จิ้นสิงบอกทุกคนออกมา
“ขอรับ/เจ้าค่ะ” ทุกคนตอบรับ
วันต่อมาชิงเถากับพี่สาวจะออกไปเดินสำรวจดูว่าจะหาคนงานได้จากที่ใดบ้างส่วนที่เหลือก็จะอยู่ส่งของให้พ่อค้าที่จะมาขนย้ายในช่วงใกล้ๆ เที่ยงหลังจากที่พวกเขาได้ไปส่งข่าวแล้ว
“เราจะไปทางไหนดีน้องรอง”ลี่ถิงถามออกมา เมื่อเริ่มเดินออกจากจวนมาแล้ว แต่ยังไม่รู้เลยว่าต้องไปที่ไหน
“ไปเริ่มต้นที่ตลาดก่อนแล้วกันเจ้าค่ะ”ชิงเถาตอบออกไป ก่อนที่จะมุ่งหน้าสู่ตลาดบนถนนสายใต้ที่พวกนางเปิดร้านกันอยู่ มีหลายคนในตลาดที่เจอพวกนางก็ต้องถามเพราะเห็นว่าวันนี้ร้านพวกนางปิด
‘เชี่ยนเชี่ยนต้องไปทางไหนต่อ’ ชิงเถาถามผู้ช่วยคนเก่งของนางออกมา
‘เลี้ยวขวาข้างหน้าแล้วเดินต่อไปไม่ไกลก็จะเจอกับอารามร้างที่มีผู้คนอาศัยกันอยู่’ เชี่ยนเชี่ยนบอกออกมาแล้วก็ออกบินนำทาง
“เดินไปอีกสักหน่อยเถอะเจ้าค่ะพี่รอง”ชิงเถาบอกพี่สาวแล้วเดินออกนำไป ผ่านมาสองเค่อตรงหน้าพวกนางก็เป็นพื้นที่ของอารามร้างปรากฏบนสายตาแล้ว
“ที่นี่หรือที่น้องรองบอก” ลี่ถิงถามออกมาด้วยความกลัวเล็กน้อยไม่รู้ว่าข้างในนอกจากผู้คนที่ไม่อาจรู้จิตใจแล้วยังอาจจะมีสิ่งที่มองไม่เห็นอีก
“เจ้าค่ะเราเข้าไปกันเถอะ” ชิงเถาจับมือพี่สาวแล้วออกเดินเข้าไปข้างใน
“พี่รู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้” ลี่ถิงบอกน้องสาวออกไปตอนนี้สายตานางเริ่มสำรวจไปทั่วทุกด้านที่สายตาพอจะสาดส่องไปได้ยิ่งด้านหลังนางยิ่งหันกลับไปมองบ่อยๆ จนจะรู้สึกปวดๆ ที่คอแล้วด้วย
“ไม่มีอะไรหรอกเจ้าค่ะนี่ไงถึงแล้ว” ชิงเถาบอกออกไปให้พี่สาวที่เริ่มระแวงสบายใจขึ้นพร้อมมองไปด้านหน้าที่เป็นห้องโถงของอารามมีคนหลายช่วงอายุนั่งนอนหรือพูดคุยกันอยู่
“เอ๊ะใครมากัน”เด็กคนหนึ่งที่นั่งหันหน้ามาทางพวกเขาเงยหน้ามาเจอจึงรีบร้องถามออกมา ไม่ใช่เพื่อถามพวกนางอย่างเดียวยังเพื่อให้คนอื่นๆ รู้ตัวด้วยเพราะไม่รู้ว่าคนแปลกหน้าที่เข้ามาหวังอะไรจากพวกเขา
“ข้ากับพี่สาวอยากจะมาหาแรงงานน่ะ”ชิงเถารีบบอกสิ่งที่ต้องการออกไป ก่อนที่จะโดนไล่ออกไปด้านนอกหรือหนักกว่านั้นอาจจะโดนทำร้ายเอาได้ดูจากสายตาสิ มีหลายคนที่มองพวกนางด้วยสายตาแปลกๆ
“แรงงานรึต้องการไปทำอะไร” ชายชราเป็นผู้เอ่ยปากถามแทนทุกคนออกมา
“ก็ทำงานทั่วไปเจ้าค่ะทำงานที่ร้านขายของและช่วยงานบ้านอื่นๆ เจ้าค่ะ แต่ๆ ไม่ใช่ไปเป็นบ่าวไพร่นะเจ้าคะเราต้องการลูกจ้างเจ้าค่ะ ทำงานรับเงินเป็นรายวัน รายสัปดาห์หรือว่ารายเดือนก็ว่ากันไป” ชิงเถารีบอธิบายออกมาให้แน่ชัด
“แรงงานลูกจ้างไปทำงาน แล้วค่าแรงล่ะ” ชายชรายังถามต่ออกมา
“ค่าแรงต้องตกลงอีกทีเจ้าค่ะข้าต้องไปปรึกษาท่านพ่อดูก่อน” ชิงเถาตอบออกไปตามจริง นางไม่รู้ว่าจะต้องจ่ายค่าแรงเท่าไหร่เนื่องด้วยไม่รู้ว่าค่าแรงขั้นต่ำที่นี่เป็นเช่นไรกันแน่(เพราะตอนนางเป็นบ่าวก็ได้เพียงน้อยนิด)
“แล้วต้องการกี่คน”เสียงร้องถามออกมา
“น่าจะประมาณสิบคนเจ้าค่ะ”ชิงเถาบอกออกไปตามที่ได้ถามบิดามา
“เออว่าแต่ทำไมที่นี่มีแต่เด็กกับคนแก่ล่ะเจ้าคะ” ลี่ถิงที่นิ่งเงียบมานานเอ่ยออกมานางมองดูรอบๆ แล้วไม่เด็ก คนชรา ก็เป็นคนหนุ่มสาวที่นอนป่วยอยู่
“พวกคนหนุ่มสาวมีแรงกันอยู่ก็ออกไปหางานทำข้างนอกกันหมดค่ำๆ นู้นถึงจะกลับมากัน” ชายชราตอบตามข้อสงสัยออกมา
“เป็นเช่นนั้นถ้าข้าต้องการแรงงานก็ต้องมาพรุ่งนี้ใช่หรือไม่เจ้าคะพรุ่งนี้พวกข้าจะรีบมากันแต่เช้า บอกให้พวกเขารอพวกเราด้วยนะเจ้าคะ”ชิงเถาเมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงเอ่ยจบบทสนทนา และบอกลาทันทีเพราะผู้ที่น่าจะทำงานให้พวกนางได้ก็ไม่อยู่สู้มาเจรจาใหม่พร้อมบอกค่าจ้างกับพวกเขาพรุ่งนี้เลยดีกว่า
“ได้ๆข้าจะบอกพวกเขาให้” หลังจากนั้นชิงเถาและลี่ถิงก็เดินทางกลับมาทางเดิมก่อนกลับก็แวะซื้อของกันเล็กน้อยเมื่อผ่านร้านค้า แล้วจึงมุ่งเดินทางกลับจวน