คืนก่อนหน้า ผมกับเสี่ยวอวี่ออกเดตกันจนถึงตีสาม
พอเรียนเสร็จ ผมทั้งเหนื่อยและง่วงมากกลับถึงห้องพักก็นอนทันที เลยไม่ได้ใช้เหรียญ
ผลคือเช้าวันรุ่งขึ้นผมได้รับข้อความบอกเลิกจากเธอ...ั้แ่วันนั้น ผมก็ติดต่อแฟนเก่าไม่ได้อีกเลย
เธอเหมือนกับคนที่เลือนหายไปจากโลกนี้ ผมพยายามทุกวิถีทางแต่ก็ไม่สามารถติดต่อเธอได้
คิดไปคิดมาผมเชื่อว่าเหตุผลเดียวที่เธอบอกเลิกคงเป็เพราะผมไม่ได้ใช้เหรียญนั้นและไม่ได้ส่งวิดีโอให้เธอดู
แต่มันก็เป็แค่เื่เล็กน้อยจะต้องถึงขั้นนี้เลยเหรอ
ผมยังคิดว่าอีกไม่กี่วัน พอเธอหายโกรธก็คงติดต่อกลับมาเองแต่สิ่งที่ผมไม่เคยคาดคิดเลยก็คือ...
การได้เจอเธออีกครั้งกลับเป็การพบเธอนอนอยู่บนเตียงชันสูตร
ใบหน้าขาวซีดของเธอที่ปรากฏตรงหน้าทำให้ในใจผมปั่นป่วนเกิดความรู้สึกหลากหลาย
ตลอดเจ็ดวันที่เราเลิกกัน เธอเจออะไรกันแน่
ทำไมคนเราถึงตายได้ง่ายขนาดนี้...
อาจารย์ที่ยืนอยู่ข้างๆเห็นว่าผมยังไม่เริ่มลงมือและมีสีหน้าซับซ้อน จึงเอ่ยเตือนว่า “เจียงหนิง ทำไมยังไม่เริ่ม”
เมื่อได้ยินเสียงอาจารย์ ผมที่กำลังจมอยู่ในความเศร้าก็กลายเป็เหมือนคนไร้ความรู้สึกมือทั้งสองของผมสั่นระริก และเหมือนถูกบางสิ่งดลใจให้ยื่นไปหาศพของเสี่ยวอวี่
ร่างของเสี่ยวอวี่แช่อยู่ในฟอร์มาลินกล้ามเนื้อจึงหย่อนคล้อย ไม่ยืดหยุ่นเหมือนตอนยังมีชีวิต
เมื่อปลายนิ้วแตะที่ศีรษะของเธอหนังตาของเธอก็เลิกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นลูกตาบางส่วน
ผมรู้สึกเหมือนเธอกำลังลืมตามองผมอยู่
ในใจผมเต็มไปด้วยความเ็ปและความขัดแย้ง
ผมอยากััใบหน้าของเธอ...เพื่อบอกลาเป็ครั้งสุดท้าย
แต่ในตอนนั้นเอง ผมกลับสังเกตเห็นบางอย่างในปากของเธอมันดูเหมือนมีอะไรบางอย่างอยู่ในนั้น สีเงินวาววับ...
ผมยื่นมือไปโดยไม่รู้ตัวและพยายามใช้นิ้วเขี่ยออกมา
สิ่งที่ผมเจอคือ เหรียญ และเหรียญนั้นก็คือเหรียญที่ผมให้เธอเมื่อเจ็ดวันก่อนเพราะมันมีจุดแดงสองจุดที่ผมกับเธอช่วยกันแต้มไว้เอง...
แต่ทำไมเสี่ยวอวี่ถึงคาบเหรียญนี้ไว้ในปาก
อาจารย์ที่อยู่ข้างๆ เห็นว่าผมหยิบเหรียญออกมาจากปากศพก็เดินเข้ามาดูด้วยความสงสัย
เขาดันแว่นตากรอบใหญ่ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความแคลงใจว่า“แปลกจริง ศพนี้แช่อยู่ในฟอร์มาลินมาเจ็ดแปดปีแล้วนะทำไมถึงมีเหรียญปีหนึ่งแปดอยู่ในปากได้”
คำพูดของอาจารย์เหมือนน้ำเย็นที่สาดเข้ามาใส่ผมทำให้ผมรู้สึกเย็นเยียบไปทั้งตัว
ผมหันไปมองอาจารย์ด้วยความใใบหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจ และเอ่ยถามอย่างตะกุกตะกักว่า “เจ็ด...เจ็ดแปดปีแล้วเหรอครับ”
อาจารย์ที่ถือเอกสารอยู่ในมือตอบด้วยท่าทางจริงจังว่า“ใช่! ศพของอาจารย์ใหญ่ท่านนี้แช่อยู่ในฟอร์มาลินมาเจ็ดแปดปีแล้ว
“ถ้าไม่ได้ใช้ในเร็วๆ นี้ คงต้องส่งไปฌาปนกิจแล้วละ...”พูดจบ อาจารย์ก็ยื่นเอกสารในมือมาให้ผมดู
บนเอกสารนั้นเขียนรายละเอียดไว้อย่างชัดเจนรวมถึงวันเวลาที่เสี่ยวอวี่ถูกนำมาทำเป็อาจารย์ใหญ่ และส่งมายังห้องเก็บศพของมหาวิทยาลัย
ผมรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลาย ทั้งที่เมื่อเจ็ดวันก่อนเราเพิ่งเจอกันอยู่เลย...
เธอยังบอกด้วยว่าสิ้นเดือนจะคืนเหรียญนี้ให้ผมเพื่อให้ผมนำไปใช้
แต่ทำไมเสี่ยวอวี่ถึงกลายเป็คนที่ตายไปแล้วเจ็ดปีได้
ถ้าทั้งหมดนี้เป็ความจริงแฟนเก่าที่เคยคบกับผมมาก่อนหน้านี้...ก็ไม่ใช่คนที่มีชีวิตแล้วเหรอ หรือว่า...
ความจริงที่อยู่ตรงหน้าทำให้ผมไม่อาจปฏิเสธได้
ผมไม่กล้าคิดอะไรต่อจากนั้นรู้เพียงแค่ว่าความหวาดกลัวได้เข้าครอบงำทั้งตัว
เหรียญที่อยู่ในมือหล่นลงพื้นจนเกิดเสียง ‘ก๊อง’ ดังลั่น
ใน่เวลานั้นเองผมก็คิดถึงตอนที่เจอเสี่ยวอวี่ครั้งแรก
เธอดูเหมือนกับตอนนี้ไม่มีผิด ซีดเซียวไร้สีสันกลิ่นแปลกๆ ที่มาจากตัวเธอก็เหมือนกับกลิ่นที่โชยออกมาจากร่างบนเตียงชันสูตรตอนนี้
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทุกครั้งที่เธอออกมาเจอผมได้ถึงเป็แค่ตอนกลางคืน...
เธอไม่เคยทำงานในสถาบันวิจัยอะไรทั้งนั้นแต่เป็เพราะเธอถูกแช่อยู่ในบ่อฟอร์มาลินในห้องเก็บศพของมหาวิทยาลัยมาตลอดต่างหาก
ผมมองไปที่ร่างของเสี่ยวอวี่บนเตียงชันสูตรด้วยความหวาดกลัว
ปากของเธออ้ากว้างมากจนดูเหมือนจะใส่กำปั้นเข้าไปได้เหมือนเธอกำลังร้องะโสุดเสียง หรืออาจอยากพูดอะไรบางอย่างแต่ไม่อาจเปล่งเสียงออกมาได้
ในชั่วขณะนั้น ความคิดที่น่ากลัวนับไม่ถ้วนแล่นไปทั่วสมองของผม
ทั้งใ ทั้งสับสนจนแทบไม่อาจรับความจริงนี้ได้
“ไม่...มันไม่จริง!”
ผมไม่สนใจสายตาของเพื่อนร่วมชั้นที่จ้องมองมาผมหันหลังแล้ววิ่งออกจากห้องชันสูตรทันทีราวกับคนเสียสติ
คนที่ผมคบมามากกว่าหนึ่งปีกลับเป็คนที่ตายไปแล้วเจ็ดปี...
สิ่งที่อยู่กับผมมาตลอดนั้นคือศพหรือผีกันแน่
ใครจะรับเื่แบบนี้ได้ล่ะ มันเหลือเชื่อเกินไป!
ผมอยากหนีให้ไกลจากห้องชันสูตรแห่งนี้ อยากให้ฝันร้ายนี้จบลงเสียที
แล้วผมก็วิ่งกลับไปที่หอพักคนเดียว
ผมนั่งอยู่บนเตียงโดยที่ร่างกายสั่นเทาไม่หยุดในหัวก็เต็มไปด้วยภาพความทรงจำระหว่างผมกับแฟนเก่าตลอดเวลาที่เราคบกัน
ผมขยุ้มผมตัวเองแน่นความรู้สึกหลากหลายปะทะกันจนแทบรับไม่ไหว...
ผมยอมรับได้มากกว่าถ้าหากเสี่ยวอวี่ตายหลังจากเราเลิกกัน
แต่สิ่งที่ผมไม่อาจยอมรับได้เลยคือ การที่เสี่ยวอวี่ซึ่งอยู่กับผมมาตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาแท้จริงแล้วเป็ผีไม่ก็ซอมบี้
เวลาผ่านไปนานพอสมควรประตูห้องพักก็ถูกผลักเปิดออก
เป็จางเฉียง เพื่อนร่วมห้องของผมเขาเหงื่อท่วมตัว ใบหน้าซีดเผือดเดินเข้ามาด้วยท่าทีเหมือนคนเพิ่งเจอเื่น่ากลัว
ทันทีที่เข้ามา เขาหายใจเข้าออกลึกๆสองสามครั้ง ก่อนจะพูดกับผมที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยเสียงตื่นตระหนกว่า
“เจียงหนิง โชคดีนะที่นายหนีออกมาจากห้องชันสูตรไม่งั้นคงได้ช็อกเหมือนฉันแน่!
“ตอนที่อาจารย์ชันสูตรพบว่าศพนั้นทรมานอย่างหนักก่อนตายดูเหมือนเธอจะจมน้ำตายในบ่อโคลนอย่างช้าๆ
“ทั้งทางเดินหายใจและปอดเต็มไปด้วยโคลน ทรายและหนอนตัวเล็กๆ...”
พูดจบจางเฉียงก็หยิบเหรียญที่ผมทำตกไว้ในห้องชันสูตรออกมา
เขาปาดเหงื่อที่เม็ดใหญ่เท่าถั่วบนหน้าผากพลางพึมพำว่า
“แต่มีเื่แปลกอยู่อย่างหนึ่งนะ!ศพที่ถูกแช่อยู่ในบ่อฟอร์มาลินมาั้แ่ปีหนึ่งสี่ ทำไมถึงมีเหรียญปีหนึ่งแปดอยู่ในปากได้ล่ะ”