ชีวิตการทำงานอันแสนน่าเบื่อก็วนเวียนอยู่อย่างนี้
หลายวันต่อมาที่โรงอาหารของสำนักงาน อานุภาพซื้อข้าวราดแกงจากร้านราคาประหยัดแล้วไปนั่งอยู่คนเดียวตรงมุมใกล้ๆ ทางเข้า
ปรารถนาเดินเข้ามาหาเขา
พนักงานหญิงผู้ซึ่งถึงแม้จะอยู่ในวัยกลางคน แต่ก็มีความสวยแบบไม่สร่างเข้ามาทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม
“สวัสดีจ้ะน้องอุ้ม เป็อย่างไรบ้าง่นี้”
ที่ทักทายแบบนั้นก็เพราะ่นี้หล่อนไม่ได้อยู่ออฟฟิศหลายวันเนื่องจากต้องไปติดต่องานนอกสถานที่
“ก็เรื่อย ๆ ครับ แล้วพี่หนาล่ะ ?”
“่นี้วิ่งวุ่นหน่อย เห็นว่าเมื่อหลายวันก่อนเขมบอกว่าน้องอุ้มโดนผู้จัดการฝ่ายดุเอาเหรอ”
มือซึ่งถือช้อนอยู่กระตุกทันที อานุภาพพ่นลมหายใจออกมาเมื่อเงยหน้าขึ้นจากจานข้าวราดแกงตรงหน้าก็พบว่าปรารถนานั่งลงฝั่งตรงข้ามเขาพร้อมชามก๋วยเตี๋ยวเสียแล้ว
“ก็... ครับ มันก็มีบ้าง”
ตอบตามความจริง
“ดุเื่อะไร การทำงาน ? หรือว่าอะไร ?”
“กระเป๋าครับ”
“หา ?”
“กระเป๋าของผม มันเก่าและดูไม่ดี”
“ประสาทชัด ๆ” ปรารถนาว่านี่เป็ครั้งแรกที่ชายหนุ่มได้ยินรุ่นพี่หญิงสบถคำพูดแบบนี้ออกมา “ขอโทษทีนะแต่พี่ว่ามันประสาทจริง ๆ กะอีแค่กระเป๋า”
อานุภาพรู้สึกงงว่าทำไมคนซึ่งควรจะได้เลื่อนตำแหน่งอย่างปรารถนากลับย่ำอยู่ที่เดิมในขณะที่คนซึ่งไม่สมควรเป็เ้านายของใครกลับได้เป็เสียอย่างนั้น
...เขากำลังหมายถึงอิทธิพงษ์คนนั้นน่ะนะ
ปรารถนาเป็พนักงานที่ตั้งใจทำงานและมีความรู้รอบด้านอย่างมากงานออกแบบผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ต่าง ๆก็ได้หล่อนนี่แหละเป็หัวเรี่ยวหัวแรงด้านความคิดสร้างสรรค์เสมอ
สาเหตุที่คิดได้อีกก็คือหรือว่าอายุของปรารถนาจะมากเกินไปแต่นั่นก็ไม่น่าใช่
“พี่หนาครับ ผมขอถามหน่อยได้ไหม”
อานุภาพเปรยขึ้นมา
“หืม ว่ามาสิน้องอุ้ม”
“ทั้งที่พี่หนาออกจะสวยและเก่ง ทำไมถึงไม่ได้เลื่อนตำแหน่งครับ”
ปรารถนาหัวเราะเบา ๆ
“พี่ไม่สวยหรอกน้องอุ้ม... แก่แล้ว”
หญิงวัยกลางคนยิ้ม
“ไม่เลยครับ พี่หนาน่ะสวยสุด ๆ ดูเป็ผู้ดีสุด ๆ”
อานุภาพว่า
“ก็...” เ้าหล่อนอึกอัก “จะให้พี่พูดความจริงไหมล่ะแต่รู้แล้วเหยียบไว้นะ”
ชายหนุ่มพยักหน้าหงึกหงัก
“อันที่จริงแฟนของพี่เป็คนใหญ่คนโตในนี้แหละพี่ไม่อยากให้ถูกนินทาก็เลยไม่ขอรับเอง ไอ้เื่การเลื่อนตำแหน่งอะไรนั่น”
“แฟนของพี่...”
“อยู่ฝ่ายบุคคลจ้ะ แต่ไม่ต้องไปสืบนะว่าใครเราคบกันมาั้แ่พี่เข้าทำงานที่นี่ ปีนี้ก็เป็ปีที่สิบแล้วล่ะ”
“ฮ่า ๆ”
อานุภาพเข้าใจแล้วว่าปรารถนาและผู้ชายคนนั้นคบกันแบบไม่เปิดเผยนั่นเองซึ่งสาเหตุที่เขาคาดเดาได้ก็คงจะเป็เพราะเกรงผลกระทบด้านหน้าที่การงาน
หากใครมีสัมพันธ์กิ๊ก ๆ กั๊ก ๆ กันภายในบริษัทสิ่งที่ตามมาย่อมไม่น่าจะใช่เื่ดี ๆ แน่
“เดี๋ยว่บ่ายพี่ก็ต้องออกไปอีกแล้ว เดินสายทั้งวันเลยวันนี้ เฮ้อ !”
อานุภาพกลับขึ้นมาบนออฟฟิศอีกครั้งหลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ
เขาจัดการทำงานที่คั่งค้างในส่วนของเขาและงานที่มาจากแฟ้มปึกใหญ่ซึ่งศุภกิจเอามาสุมไว้ที่โต๊ะของเขาก่อนหน้านี้อีกด้วย
แม้จะพูดว่านั่งทำงานไปก็จริงแต่ประสาทการรับรู้ของชายหนุ่มกำลังให้ความสนใจไปกับสิ่งที่พนักงานหญิงในฝ่ายสองถึงสามคนกำลังจับกลุ่มพูดคุยกันดังมาจากบริเวณมุมห้องใกล้ ๆ กับอ่างล้างมือ
เขากวาดตามองไปรอบ ๆ
ยังเป็เวลาเพิ่งจะเริ่มงานใน่บ่ายจึงไม่แปลกที่พวกหล่อนจะจับกลุ่มกัน เพราะตัวบิ๊ก ๆ ระดับหัวหน้ายังไม่มีใครกลับขึ้นมานี่เอง
“เมื่อเช้าฉันบังเอิญลงลิฟต์พร้อมกับพี่ดรีมด้วยแหละเธอ โอยใจฉันนี่สั่นไปหมด”
คนที่หนึ่งพูด
“โอ๊ยอิจฉาเธออะ เป็ฉันนี่คงเป็ลมตรงนั้นไปแล้ว คนอะไรก็ไม่รู้เนอะหล๊อหล่อ”
คนที่สองพูด
“ใช่ ๆ หล่อมาก แล้วก็ผู้ดีสุด ๆ เนี้ยบสุด ๆ ไม่รู้มีแฟนหรือยังเนอะ”
คนที่สามพูด
อานุภาพฟังแล้วบอกได้คำเดียวเป็ภาษาวัยรุ่นว่า เพลียจิต !
ชายหนุ่มพ่นลมหายใจออกมาทางจมูกพยายามไม่สนใจเสียงจุ๊กจิ๊กของพวกหล่อนแล้วก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ
...มันคงจะเป็อย่างนั้นน่ะนะถ้าหากว่าหัวหน้าฝ่ายศุภกิจไม่บังเอิญกลับจาก่พักขึ้นมาได้ยินที่พวกนั้นคุยกัน
“แหม นี่พวกคุณ เอาแต่กรี๊ดกร๊าดผู้จัดการฝ่ายน่ะนะไม่มีใครกรี๊ดกร๊าดผมกันบ้างหรือไงกัน”
ชายหนุ่มว่า
“ก็หัวหน้าไม่เห็นมีอะไรให้น่ากรี๊ดเลยนี่คะ”
หนึ่งในสามคนนั้นว่า
“เอ้า เป็งั้นไป” ศุภกิจได้แต่หัวเราะเหอะ ๆ แล้วพูดต่อว่า“ถ้าอย่างนั้น ระหว่างผมกับไอ้อุ้มล่ะ”
‘กรรม ! โยนมาทางนี้ทำไม’
อานุภาพคิดเมื่อได้ยินเสียงของศุภกิจพูดออกไปแบบนั้น สักพักเขาก็ััได้ถึงเื่ไม่น่ายินดีอีกครั้งเมื่อพนักงานหญิงเ่าั้ตอบกลับมาว่า
“ถ้าเป็หัวหน้ากับอุ้ม ก็คงจะกรี๊ดหัวหน้าดีกว่าค่ะ”
“ใช่ ๆ อุ้มน่ะไม่ไหวหรอก เฉิ่มเชยแล้วก็จนขนาดนั้นอย่างน้อยหัวหน้าก็มีรถขับใช่ไหมคะ”
ศุภกิจหัวเราะ
“แน่นอนสิจ๊ะ”
แม้จะเป็คำพูดแซว ๆ กันเล่น ๆแต่อานุภาพยอมรับว่าเขาฟังแล้วหัวร้อนมากทีเดียว นี่ขนาดคนในฝ่ายเดียวกันนะเนี่ยถ้าจะให้พูดตรง ๆ ในฝ่ายนี้ก็ไม่ค่อยมีคนดีกับเขามากเท่าไหร่ยกเว้น พี่หนา พี่กบแล้วก็เขม เท่านั้น
ศุภกิจเป็คนชอบแกล้ง ชอบแซว อานุภาพจึงไม่ได้ติดใจอะไรเพราะรู้ว่าอีกฝ่ายเป็คนดีและดีกับตนแต่พวกคนอื่น ๆ น่ะสิ... เขาคงจะฟังผ่านไปได้ยากสักหน่อย
ในระหว่างที่กำลังตกที่นั่งลำบากเสียงของเขมนิจก็ดังขึ้นเหมือนระฆังช่วยชีวิต
“นี่ พอเถอะน่า อย่าไปว่าอุ้มแบบนั้น”
“โธ่ยัยเขมเธอเองก็ปลื้มผู้จัดการฝ่ายอยู่เหมือนกันล่ะน่า”
เขมนิจค้าน
“เื่นั้นมันก็ใช่นะ แต่ว่า...”
เอาเถอะอานุภาพรู้ดีว่าพนักงานหญิงในฝ่ายออกแบบผลิตภัณฑ์ต่างก็ชอบอิทธิพงษ์ด้วยกันทั้งนั้นเขาไม่แคร์ แต่ทำไมต้องยกเอาชื่อเขาไปนินทากันเสียหายด้วยนะ ?!