[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก

    132 จับมือ

    “ เราจะจอดรถไฟเอาไว้ที่นี่แล้วเดินเท้าไปยังห้าง ”


    ลุงสนิทบอกทุกคนให้เตรียมตัวเดินทาง รางรถไฟไม่สามารถวิ่งเข้าไปใกล้ห้างได้ ทว่าระยะห่างกลับไม่ไกลกันมากนัก เดินเท้าเพียง 10 นาทีก็ไปถึงสถานที่แห่งนั้น ดังนั้นทุกคนจึงต้องเตรียมตัวเดินทางผ่านฝูงซอมบี้


    “ คุณหนู ทางฝั่งนั้นฆ่าซอมบี้ระดับ 6 ได้หรือยัง ”


    ไอริสส่ายหน้า เธอติดต่อโยฮันเมื่อครู่เพื่อรายงานว่ากำลังเดินทางไปยังห้างด้วยเท้าคงต้องใช้เวลาราว 10 นาที อย่างไรก็ตามคนที่คุยกับเธอคือแอลลี่ โดยอีกฝ่ายไม่ได้บอกว่าโยฮันกำลังทำอะไร บอกเพียงแค่ว่าซอมบี้หนีไปแล้ว เธอและพี่ชายจึงพักฟื้นรอไล่ตามต่อ ซึ่งการหนีไปของกั้งมีแมวไล่ตามไปจึงทำให้มันไม่สามารถหนีไปไหนพ้น


    “ ทุกคนพร้อมแล้วใช่ไหม กฎของเราเหมือนเดิม ห้ามส่งเสียงแม้แต่น้อย ต่อให้จะมีสิ่งน่ากลัวเกิดขึ้นก็ตาม หน้าที่ของทุกคนคือวิ่งเกาะกลุ่มให้เร็วที่สุดจนกว่าจะไปถึงห้าง ”


    นักสู้ด้านหน้าเริ่มออกวิ่งโดยใช้ความเร็วระดับ 2 เพื่อให้พลเรือนที่วิวัฒนาการเพียง 1 ครั้งวิ่งตามได้ทัน หลังจากนั้นทุกคนก็เริ่มวิ่งตามโดยนักสู้พยายามกระจายกำลังป้องกันแถวตอนเรียง 5 ของพลเรือนที่กำลังวิ่งเกาะกลุ่มกันไปอย่างเป็นระเบียบ ทันใดนั้นซอมบี้ที่สัมผัสได้ถึงแรงสั่นจากเท้าจำนวนมากก็เริ่มปีนป่ายออกมาจากสถานที่หลบซ่อนตัว ก่อนจะกรีดร้องแล้วพุ่งเข้าโจมตีมนุษย์นับพัน เพียงแต่ว่ามนุษย์กลับไม่ได้ส่งเสียงกรีดร้องแต่อย่างใด พวกเขาพยายามใช้มือปิดปากเงียบแล้ววิ่งไปด้านหน้าปล่อยให้นักสู้รับมือกับสิ่งที่อยู่สองข้างทาง


    อือ!


    เสียงครางส่งออกมาจากลำคอเล็กน้อย ก่อนที่ร่างจะค่อยๆนอนแนบไปกับพื้นหลังจากนอนตัวโก่งเพราะความเจ็บปวดเป็นเวลานานถึง 20 นาที


    “ เป็นยังไงบ้างคะ ”


    แอลลี่สอบถามพี่ชาย เธอลองกินเนื้อแมวเข้าไปด้วยเผื่อจะมีสิ่งแปลกๆเกิดขึ้น เพียงแต่ว่ามันกลับมีแค่อัตราการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น ไม่มีความสามารถของแมวเพิ่มเข้ามา


    “ พลังงานสีฟ้าเพิ่มขึ้น แม้ความเร็วจะเท่าเดิมแต่ดูเหมือนว่ามันจะสร้างพลังได้เร็วขึ้นจนใช้ได้นานกว่าเดิมมากๆ ”


    “ คงเป็นเพราะแมวและกั้งใช้พลังสีฟ้าเหมือนกัน แล้วอย่างอื่นล่ะ 

    ”


    โยฮันเปลี่ยนนัยน์ตาตนเองให้เป็นของกั้ง ปรากฎว่าเขามองเห็นเฉดสีได้มากกว่าดวงตามนุษย์ แม้กระทั่งคลื่นบางอย่างก็สามารถมองเห็นได้ เพียงแต่ว่ามันยังไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขาพอใจ โยฮันจึงเปลี่ยนไปใช้งานส่วนขา ไม่นานขาของเขาก็เริ่มเปลี่ยนไป รูปร่างยังคงเป็นขามนุษย์เช่นเดิม เพียงแต่ว่ามันมีเปลือกสีรุ้งเข้ามาห่อหุ้มเอาไว้ จากที่มองเห็นขาของเขาทั้งสองข้าง มีเปลือกแข็งหุ้มไม่ต่างจากขาคู่หน้าของกั้งตั๊กแตน ที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือใบมีดลากยาวตั้งแต่หลังเท้ามาจนถึงเข่า หากเขาเตะเหล็กคงสามารถตัดมันได้ง่ายดายจากคมมีดที่โผล่ออกมา แต่ทว่าแรงเตะจากขากลับไม่ได้น่ากลัวเท่ากับแรงดีดของขาที่ถูกปรับเปลี่ยนโดยใช้พลังเท้าคู่หน้าของกั้งเป็นพื้นฐาน


    แอลลี่มองพี่ชายที่กระโดดสับเท้าด้านหน้าราวกับกำลังวอร์มอัพร่างกาย เธอรู้ได้ว่าพี่คงจะทดสอบพลังใหม่ที่ได้มาจากกั้งและแมวเมื่อครู่นี้ ทันใดนั้นร่างของพี่เธอก็หายไปจากการมองเห็นก่อนจะได้ยินเสียงระเบิดมาจากบ้านหลังหนึ่ง เธอจึงรีบหันมองไปก่อนจะพบว่าพี่ชายนอนกองอยู่ภายในซากบ้านที่พังถล่มลงมา


    “ พี่เป็นอะไรหรือเปล่า! ”


    “ ไม่เป็นอะไร แค่แรงดีดมันเยอะเกินไปจนควบคุมไม่ได้ ”


    โยฮันลุกขึ้นยืนพลางมองไปยังขาของตนเอง ดูเหมือนว่าพลังของกั้งจะเป็นพลังที่เอาไว้ใช้ปิดฉากสังหาร  การใช้เคลื่อนที่ดูจะเป็นเรื่องลำบาก เนื่องจากมันพุ่งเป็นเส้นตรงได้เพียงเท่านั้น การใช้เท้าจิ้งหรีดจึงเหมาะกว่าถ้าจะใช้เคลื่อนที่


    แต่ถ้าหากเขาเปลี่ยนจากใช้เท้าดีดพื้นเพื่อพาร่างตนเองพุ่งไปด้านหน้า เป็นการเตะเท้าขึ้นไปบนอากาศ สิ่งใดก็ตามที่กระทบเข้ากับเท้าจะต้องถูกตัดขาดอย่างแน่นอน


    หลังจากอยากทดลองดูว่าพลังเท้าจะมากมายแค่ไหน โยฮันจึงเดินไปยังตึกสูง 5 ชั้นที่อยู่ใกล้ๆ ทันทีที่เขาเดินเข้าไปใกล้เสาต้นหนึ่งจึงเตะเท้าออกไปสุดแรง ก่อนที่เท้าของเขาจะกระแทกเข้ากับเสาส่งแรงสั่นสะเทือนไปทั่วตึก ส่งผลให้ตึกครึ่งหนึ่งแหว่งหายไปพร้อมกับเสาในทันที


    “ โห เหมือนตอนที่แมวถูกระเบิดเท้าเลยค่ะ ”


    แอลลี่วิ่งตามมาดูใกล้ๆ ยิ่งมองภาพตึกที่เหลือเพียงแค่ครึ่งยิ่งทำให้เธอตกใจไม่คิดว่าพี่ชายจะมีพลังที่สามารถสร้างความเสียหายได้วงกว้างมากขนาดนี้  ต่อให้เธอจะมีพลังระดับ 6 หากจะให้ทำลายตึกเธอจะต้องวิ่งไปทำลายเสาทุกต้นเพื่อให้มันถล่มลงมา การจะกระจายความเสียหายโดยการโจมตีไปที่จุดๆเดียวอย่างพี่ชายทำไม่ได้


    “ พี่ทำได้ยังไง ”


    “ ดูเหมือนว่าขอบเขตการทำลายจะขึ้นอยู่กับ พละกำลัง ความเร็ว แล้วก็จุดที่เชื่อมต่อกัน ดูจากตรงนั้นสิ ”


    โยฮันชี้ไปยังเสาที่อยู่ห่างไปราว 3 เมตรกับเพดานตึกที่อยู่สูงขึ้นไปราว 15 เมตร สิ่งที่ถูกทำลายกลับเป็นเพดานตึก ไม่ใช่เสาที่อยู่ห่างไปแค่ 3 เมตร


    สาเหตุเป็นเพราะว่าแรงสั่นสะเทือนเคลื่อนตัวเป็นเส้นตรงขึ้นไปบนดาดฟ้าตึกตามเส้นทางที่เท้าเตะขึ้นไป จุดใดที่อยู่ใกล้จะได้รับแรงสั่นสะเทือนจนพังลงมา เสาที่อยู่ห่างไป 3 เมตรอยู่นอกระยะ ต่อให้มันจะได้รับแรงสั่นกลับไม่พอจะทำให้มันหักลงมา


    หลังจากทดสอบแรงเตะของเท้า โยฮันจึงเดินเข้าไปใช้แขนชกเสาด้วยให้มีทิศทางเหมือนกับตอนเตะ ปรากฎว่าพลังทำลายของหมัดมากมายไม่แพ้ขา เพียงแต่ว่ามันกลับสามารถสร้างความเสียหายได้เพียง 3 เมตรเท่านั้น ชั้น 2 ของตึกยังคงอยู่ในสภาพดี แต่ถ้าหากเขาอยากทำลายตึกสามารถใช้วิธีอุ้มเสาแล้วออกแรงผลักตึกให้ล้มได้


    จากการทดสอบทำให้เขารู้วิธีการแยกใช้พละกำลังมดและแรงดีดของกั้ง ถ้าหากเขาอยากจะหักคอหรือหักวัตถุที่มีความแข็งเป็นอย่างมาก การใช้แขนน่าจะตอบโจทย์ แต่ถ้าหากเขาอยากตัดทุกอย่างที่มีความแข็ง การใช้เท้าติดใบมีดตอบโจทย์เช่นกัน แต่ดูเหมือนว่าการสู้กับซอมบี้ การใช้เท้าเตะน่าจะให้ผลดีกว่าเพราะกั้งได้แสดงให้เห็นแล้วว่า ถ้ามันใช้ในองศาที่เหมาะสมสามารถระเบิดศัตรูได้


    “ แอลลี่ สถานการณ์ทางฝั่งนั้นเป็นยังไงบ้าง ” แอลลี่ตกใจเล็กน้อยเมื่อจู่ๆวิทยุก็ดัง เธอจึงยื่นมันให้พี่ชายเพราะพี่น่าจะอยากตอบคำถามมากกว่า


    “ เขาเรียกชื่อเธอ ”


    “ ก่อนหน้านั้นเรียกชื่อพี่นะ พี่ตอบไม่ได้ตอนนี้พี่ก็ตอบได้แล้วก็ตอบสิ ”


    “ ตอบไปเหอะ ยังไงก็เหมือนกัน ” แอลลี่โยนวิทยุให้พี่ชาย หากอีกฝ่ายไม่รับมันจะต้องหล่นพื้นจนอาจจะทำให้ใช้การไม่ได้ โยฮันจึงตัดสินใจรับสายอีกฝ่ายที่ติดต่อมาหา


    “ ผมโยฮัน ตอนนี้สถานการณ์ยังปกติ เรากำลังจะเริ่มไล่ตามซอมบี้แมวและกั้งอีกครั้ง ”


    “ ทางฝั่งนี้เดินทางถึงห้างแล้วค่ะ เรากำลังจะเล่าแผนการณ์ให้กับอีกฝ่ายฟัง ”


    “ หากตกลงกันเรียบร้อยบอกผมด้วยนะครับ ดูเหมือนว่าผมและแอลลี่จะได้กลับหลังจากฆ่าซอมบี้ระดับ 6 ทั้ง 2 ตัวนี้เสร็จ ถ้าเป็นไปได้ให้กลุ่มของพี่โอ๊ตช่วยระบุทิศทางที่อาจจะเจอซอมบี้ระดับ 6 เอาไว้ให้ด้วยก็ดีนะครับ พวกเราจะได้ออกล่ามันเลย ”


    “  ฉันเข้าใจแล้วค่ะ ระวังตัวด้วยนะคะ ”


    วิทยุสื่อสารปิดเสียงหลังจากต้นทางวางสาย แอลลี่ที่ได้ยินประโยคสุดท้ายจึงกระพริบตาปริบๆก่อนจะเข้ามาทำเสียงเล็กๆเลียนแบบประโยคสุดท้ายเมื่อครู่ให้พี่ชายตนเองฟัง


    “ ระวังตัวด้วยนะคะ คุคุคุ ”


    “ พอ พอเลย ฉันจะไปฆ่าแมวแล้ว ”


    “ อะ นั่นพี่กำลังเขินอยู่ใช่ไหม ใช่แน่ๆ หนูเห็นนะเมื่อกี้นี้พี่ยิ้มออกมา ”


    แอลลี่วิ่งตามหลังพี่ชายไปติดๆ ก่อนจะค่อยๆหุบยิ้มหลังจากรู้ว่าพวกเขาสองพี่น้องจะต้องปะทะกับซอมบี้ระดับ 6 อีกครั้ง หลังจากวิ่งตามรอยเลือดอยู่นาน สองพี่น้องก็พบว่าแมวตัวใหญ่กำลังยืนนิ่งพยายามใช้ดวงตาของมันกวาดผ่านไปรอบๆมองหากั้ง พวกเขาจึงรู้ว่ามันหลบลงไปใต้ดินอีกครั้งจนแมวต้องหาทางที่กลิ่นจะโผล่ออกมา


    “ เราจะเอายังไงกับมันดีคะ ”


    แอลลี่มองลงมาจากตึกสูงเพื่อคุยกับพี่ชายที่กำลังเปิดฝาท่อน้ำ ซึ่งน่าจะเป็นท่อที่เชื่อมต่อกับเส้นทางที่กั้งหลบเข้าไป เธอไม่เห็นพี่ชายตอบคำถามจึงกระโจนตามลงมาส่องดูภายในท่อน้ำก่อนจะอ้าปากกว้าง เมื่อท่อน้ำเมือง Z มีขนาดใหญ่มากจนสามารถนำรถบรรทุกลงไปวิ่งได้ทั้งคัน


    “ ถ้ามันหนีไปเรื่อยๆแบบนี้เราไม่เหนื่อยแย่เลยเหรอ ”


    “ เหนื่อยสิ เหนื่อยแน่ๆ ไม่ใช่แค่นั้นนะ เราจะหามันเจอหรือเปล่าเนี่ยสิ แย่ยิ่งกว่าเห็นมันวิ่งหนีอีก ”


    ภายในท่อน้ำเต็มไปด้วยน้ำเสีย ต่อให้เขาจะแยกแยะกลิ่นได้ดีก็ตามที ภายในท่อน้ำที่เหมือนเขาวงกตกลับเต็มไปด้วยน้ำที่สามารถลบกลิ่นของซอมบี้กั้งได้ เขาไม่รู้ว่าตอนนี้มันหนีไปโผล่ที่อื่นแล้วหรือยัง ต่อให้เขาส่งคลื่นความถี่ลงไป บางจุดก็ถูกน้ำกั้นเอาไว้ทำให้ยากจะสำรวจ


    “ แล้วเราจะเอายังไงดี ” แอลลี่รู้ได้ว่าพวกเขาจะต้องปล่อยกั้งไป การไล่ตามมันนอกจากจะทำให้เสียเวลาแล้ว มันยังเพิ่มโอกาสให้ซอมบี้ตัวอื่นวิวัฒนาการได้อีกด้วยเพราะพี่ชายของเธอมาเสียเวลาให้กับการไล่ล่ามัน


    “ เอางี้ก็แล้วกัน เราปล่อยแมวและกั้งเอาไว้ก่อน แมวคงจะมีวิธีหากั้ง ถ้ามันออกมาจากท่อน้ำคงจะไล่ตามกันแน่นอน ส่วนตอนนี้เรากลับไปรวมกับคนอื่นๆก่อนแล้วค่อยออกล่าซอมบี้ตัวอื่นที่ไม่ใช่สองตัวนี้ ”


    “ ไม่กลัวว่ากั้งจะระดับ 7 ก่อนเหรอคะ ”


    “ กลัวสิ แต่จะให้ล่ามันก็ยุ่งยาก ไม่แน่การล่ามันอาจจะทำให้เราพลาดหลายอย่าง ปล่อยให้หน้าที่ล่าเป็นของแมวตัวนั้น ส่วนเราก็ไปล่าอย่างอื่น ไม่แน่ฉันอาจจะเป็นระดับ 7 ได้ก่อนมัน ”


    “ ใช่ หนูลืมไปเลยว่าเราก็วิวัฒนาการได้ มัวคิดแค่ว่าขอบเขตจะอยู่แค่ระดับ 6 งั้นเราไปล่าตัวอื่นกันเถอะ ”


    แอลลี่รู้สึกสบายใจเมื่อรู้ว่าพี่ชายต้องการล่าซอมบี้ระดับ 6 ตัวอื่นๆเพื่อวิวัฒนาการแล้วค่อยกลับมาฆ่ากั้งก่อนที่มันจะกลายเป็นระดับ  7 หลังจากส่งคลื่นออกไปรอบๆตามหากั้งจนครบ 1 ชั่วโมง โยฮันจึงเลิกสนใจดูท่ามันจะไม่ยอมออกมาจากท่อน้ำง่ายๆ เขาจึงเดินทางกลับไปยังห้างที่ทุกคนเดินทางไปรวมกลุ่มกัน

    ---------------------------------------------------------------

    “ ดูเหมือนว่างานนี้ หัวใจหลักจะอยู่ที่โยฮันสินะครับ ”


    โอ๊ตลูบคางตนเองด้วยท่าทางวิตก แผนการณ์ของกลุ่มที่เดินทางมาจากเมือง X คือการยึดเมือง Z จากซอมบี้ พวกเขาจะใช้ที่นี่เป็นฐาน แทนการเดินทางไปยังเมืองถัดจากนี้ สาเหตุเป็นเพราะว่าที่นี่มีซอมบี้ระดับ 4 และ 5 ถ้าพวกเขาฆ่าซอมบี้เหล่านี้จะทำให้นักสู้แข็งแกร่งพอจะกลับไปเมือง X 


    “ ใช่ค่ะ และเราไม่มีเวลาพัก จากการคำนวณเรามีเวลาราว 3 วันเท่านั้นก่อนจะมีซอมบี้ระดับ 7 ปรากฎขึ้นมา ฉันจึงอยากจะขอกำลังจากพวกคุณเพื่อเริ่มแผนการณ์เดี๋ยวนี้ ”


    “ ได้ ผมจะร่วมมือด้วย ดูท่าเราจะไม่มีที่ปลอดภัยให้หลบแล้วนอกจากสร้างมันขึ้นมาเอง ”


    โอ๊ตลุกขึ้นจับมือกับไอริสจากนั้นพวกเขาก็เริ่มแบ่งแยกกลุ่มให้เหมาะตามหน้าที่ที่ต้องทำ กลุ่มแรกจะต้องออกสังหารซอมบี้รอบๆ กลุ่มที่สองจะต้องเดินทางไปช่วยเหลือผู้รอดชีวิตกลุ่มอื่นแล้วนำมารวมกัน กลุ่มสุดท้ายจะปกป้องฐาน หน้าที่ของพวกเขาคือการตรวจจับการเคลื่อนไหวต่างๆรวมไปถึงวางแผนเผื่ออนาคตเพื่อให้ฐานมั่นคงมากยิ่งขึ้น.




    คล้ายกับเรื่อง[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก ที่คุณอ่าน