Gustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ

    บทที่ 87 กำหนดหน้าที่ของคนใหม่

    กำหนดหน้าที่ของคนใหม่

     

                สิ่งที่โรสทำลงไปนั้นทำให้ทุกคนประหลาดใจโดยเฉพาะกัสที่มองออกไปด้วยความสนใจกับทักษะดาบของเด็กสาวที่น่าประทับใจสำหรับเขา

                ‘ไม่เลวเลยนี่..เรียบง่าย แม่นยำและรวดเร็วเพลงดาบพื้นฐานงั้นหรือ’

                เนื่องจากโรสนั้นถูกจ้างมาโดยซีต้าทำให้กัสไม่ได้รับข้อมูลใดๆของเธอก่อนหน้านี้และก็ไม่รู้เลยว่าเธอเป็นใครเพราะไม่มีข่าวลือใดๆในชีวิตก่อนที่เขาได้ยินเกี่ยวกับเธอ

                กัสที่กำลังกินอยู่ชะลอความเร็วในการกินของเขาไปครึ่งหนึ่งโดยไม่รู้ตัวก่อนจะหันไปมองซีต้าราวกับต้องการคำอธิบายเกี่ยวกับเด็กสาวคนนี้

                ซีต้าเองก็มองตามไปเช่นกันก่อนจะสังเกตเห็นสายตาของกัสจึงเดินมานั่งข้างๆแล้วเขาอธิบายให้ฟังแบบง่ายๆ

                “นางเป็นเด็กที่ข้าจ้างมานะ..เป็นลูกหลานนอกมีวิชาดาบพื้นฐานของตระกูล มีระดับความสามารถในระดับนักดาบฝึกหัดมีใจที่มุ่งมั่นดี เจ้าว่างั้นไหม”

                “ใช่..มุ่งมั่นมาก ข้ายังไม่ทันได้แบ่งงานเลยแท้ๆ นางก็หางานให้ตัวเองแล้ว”

                น้ำเสียงของกัสนั้นแฝงไว้ด้วยความชื่นชมและพึงพอใจสิ่งนี้ทำให้ซีต้ายิ้มได้และผ่อนคลายความรู้สึกตึงเครียดลงได้บ้าง

                เธอยังคงกลัวว่ากัสจะผิดหวังหรือไม่พอใจที่ได้คนมาช่วยงานเพียงเท่านี้แต่เมื่อเห็นว่าเขาดูเหมือนจะพอใจในฝีมือของโรสซีต้าก็ดูเบาใจลงมากทีเดียวทั้งยังยื่นมือออกไปจับมือของกัสไว้แล้วแย่งเนื้อผัดในมือของเขาส่งเข้าปากของเธอบ้างพลางยิ้มน้อยๆด้วยท่าทีที่ยั่วยวน

                “รสชาติไม่เลวเลยนี่ ฝีมือเจ้าดีมากเลยนะบราวนี่”

                ซีต้าเอ่ยปากชมออกมาคำหนึ่งทำให้บราวนี่ที่ทำอาหารอยู่ในครัวหันกลับมาครั้งหนึ่งแล้วโค้งตัวให้เล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปทำอาหารของเธอต่อด้วยท่าทีที่ดูสดใสกว่าเดิมจนสังเกตเห็นได้

                เหล่าเด็กสาวทั้งสามที่ได้ยินว่าแม่ของพวกเธอถูกชมก็ยิ้มกว้างจนหน้าบานไปตามๆกันก่อนจะก้มลงทานอาหารของตัวเองต่ออย่างเร่งรีบจากนั้นจึงวิ่งออกไปด้วยท่าทางที่น่ารักแล้วตรงเข้าไปช่วยโรสที่กำลังรับมือกับพวกแมลงอย่างสดใสร่าเริง

                กัสเห็นแบบนั้นก็อ้าปากค้างไปเล็กน้อยพลางพยักหน้าน้อยๆ ให้กับท่าทางที่คล่องแคล่วของเด็กๆ

                “นี่ก็ไม่เลว กำลังกายเหลือล้นจริงๆ เด็กสามคนนี้”

                ในขณะที่พูดกัสก็หันกลับไปมองทางครัวมองดูบราวนี่ที่กำลังทำครัวอย่างชำนาญกระทะใบใหญ่ที่มีอาหารอยู่เต็มถูกเธอสะบัดขึ้นลงอย่างคล่องแคล่วจนอาหารภายในกระทะหมุนวนราวกับพายุก็ไม่ปาน

                เมื่อเห็นปริมาณอาหารที่อยู่ในกระทะและท่าทางที่ทำเหมือนกับกระทะไม่มีน้ำหนักนั้นกัสก็พยักหน้าด้วยความชื่นชม

                “น่าทึ่งจริงๆ..พลังของท่านอาดูจะมากกว่าข้าอีก”

                ในขณะที่กัสมองดูอยู่ ใบหูของเขาก็ถูกซีต้าดึงเบาๆจนพอเจ็บด้วยท่าทางที่ไม่พอใจเท่าไหร่ทำให้กันต้องหันกลับไปด้วยความประหลาดใจปนสงสัยว่าเธอทำแบบนี้ทำไม

                สายตาของซีต้านั้นแฝงไว้ด้วยสายตาของคนที่จ้องจับผิดเธอมองกัสอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มน้อยๆ แล้วหันหน้าไปทางอื่นก่อนจะพูดออกมาเบาๆจนทำให้กัสยิ้มกระตุก

                “เจ้ามองขนาดนั้นชอบมากสินะใช่สิหน้าอกของข้ามันสู้นางไม่ได้นี่”

                คำพูดที่ดูเหมือนจะง้องอนนี้ทำให้กัสยิ้มกระตุกก่อนจะมองไปรอบๆเพื่อมองให้แน่ใจว่าไม่มีใครแอบมองอยู่ก็ลงมือบีบเคล้นหน้าอกของซีต้าเบาๆครั้งหนึ่งจนเธอถึงกับส่งเสียงอุทานออกมาด้วยความตกใจจนหน้าแดงก่ำ

                “กัส!”

                เสียงดุที่กดลงต่ำนี้ทำให้มีเพียงกัสเท่านั้นที่ได้ยิน ทว่าเขาก็ยิ้มกริ่มแล้วหันไปมองทางอื่นแต่มือนั้นกลับลดต่ำลงบนไปอยู่ที่ต้นขาของซีต้าแล้วเริ่มลูบไล้ไปมาโดยไม่มีใครสังเกตเห็น

                “ข้าไม่ใช่บุรุษที่หลงสตรีไปทั่วนะซีต้า..กับสตรีที่ได้เจอหน้าแค่ครั้งเดียวแบบนั้นข้าไม่มีทางรู้สึกดีๆ ด้วยหรอก”

                กัสพูดออกมายิ้มๆ ขณะที่ซีต้าหน้าแดงก่ำขึ้นมาก่อนจะรีบเดินหนีไปพร้อมกับมิซ่าที่ส่งเสียงหัวเราะขำๆเพราะเธอนั้นสังเกตเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นทุกอย่างจนแอบล้อเล่นอาจารย์ของเธอเบาๆ

                พอซีต้าเดินออกไปเหล่าน้องสาวทั้งหกก็หันไปมองเด็กสาวทั้งสามที่ออกไปทำงานพวกเธอก็เลยอยากช่วยรีบมองหาท่อนไม้กันยกใหญ่แต่ก็หากันไม่เจอเลยทำได้เพียงวิ่งไล่จับแมลงด้วยมือเปล่าก่อนจะสังเกตเห็นมิโดริที่เดินเก็บแมลงที่ดิ้นอยู่บนพื้นพวกเธอเลยวิ่งเข้าไปช่วยด้วยและนำแมลงมาส่งให้กับมิโดริด้วยรอยยิ้มที่สดใส

                เมื่อเห็นภาพนี้กัสก็ยิ้มกว้างพลางมองดูมิโดริที่ยิ้มรับการช่วยเหลือของเด็กๆจากนั้นก็รับแมลงไปแล้วชี้บอกตำแหน่งให้เด็กสาวทั้งหกคนไปเฝ้าประจำจุดเพื่อเก็บแมลงมารวมไว้ด้วยกัน

                เหล่าเด็กสาวนั้นเชื่อฟังเป็นอย่างดีพวกเธออาจจะไม่รู้จักมิโดริมากนักแต่พวกเธอก็รู้ดีว่าการทำงานใดๆก็ตามแต่พวกเธอต้องฟังคนที่มีประสบการณ์มากกว่า

                ในจุดนี้เด็กสาวทั้งหกมองดูมิโดริเป็นตัวอย่างและทำตามที่เธอสั่งอย่างว่าง่ายและเริ่มวิ่งไปทั่วแปลงผักเพื่อเก็บแมลงที่นอนดิ้นอยู่บนพื้น

                การเข้ามาร่วมด้วยของเด็กสาวกลุ่มนี้ทำให้เด็กสาวทั้งสามต้องหันมามองพวกเธอมองดูแมลงที่บินผ่านไป ก่อนจะพุ่งเข้าไปในดงหนาม แล้วก็โดนห่วงหนามรัดไว้ก่อนจะดิ้นหลุดออกมาจนนอนดิ้นอยู่บนพื้นด้วยความสงสัย

                จากนั้นไม่นานพวกเธอก็เก็บไม้ในมือลงไปแล้ววิ่งไปช่วยด้วยพลางทำตามเด็กสาวคนอื่นรับงานจากมิโดริแล้วเดินไปเฝ้าตามจุดต่างๆและคอยรับส่งแมลงทำให้มิโดริมีเวลาว่างมากกว่าเดิมเล็กน้อย

                ช่วงที่ว่างมิโดริก็เดินไปรอบๆและเริ่มใส่ปุ๋ยแต่ก็ไม่ลืมที่จะเฝ้ามองเหล่าเด็กน้อยที่วิ่งไปทั่วแปลงผักด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน

                การหายไปของเด็กสาวทั้งสามทำให้โรสที่กำลังมุ่งมั่นกับการฟันแมลงนั้นต้องหยุดมือลงเธอสับสนอยู่ชั่วขณะเพราะสังเกตเห็นบรรยากาศที่ดูผ่อนคลายของมิโดริและเหล่าเด็กสาวที่วิ่งเล่นไปทั่วพลางเก็บแมลงที่หล่นอยู่บนพื้นได้อย่างง่ายๆแตกต่างจากเธอที่ต้องไล่ตามและฟันดาบใส่แมลงอย่างยากลำบาก

                ‘นี่ข้า..ข้าเข้ามารบกวนงั้นหรือ’

                ชั่วขณะที่โรสลังเลใจฝูงแมลงชุดใหม่ก็บินผ่านเธอไปและเข้าไปยังกับดักสังหารที่รออยู่ก่อนจะถูกคมหนามขีดข่วนจนสิ้นสภาพไปตามๆกัน

                ภาพที่เกิดขึ้นนี้ทำให้โรสนิ่งอึ้งไปเธอศึกษาข้อมูลของดันเจี้ยนแห่งนี้มามากและทราบดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคืองานที่มีความเสี่ยงสูงงานหนึ่งของดันเจี้ยนแห่งนี้ที่เรียกว่าการปลูกผักวิเศษ

                ทว่าเธอกลับไม่คิดว่างานที่มีการบันทึกว่ายากลำบากนั้นกลับกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายมากสำหรับที่นี่

                ในตอนที่เธอลังเลใจว่าจะเลิกหรือทำต่อไปนั้นเสียงของกัสก็ดังขึ้นที่ข้างหูของเธอได้อย่างน่าประหลาด

                “ทำต่อไปเถอะ ถ้าเจ้าอยากฝึกฝนตัวเองก็ตามสะดวกข้าไม่ว่าอะไรหรอก”

                โรสถึงกับตกใจและรีบหันไปมองกัสทันทีก่อนจะตกใจซ้ำไปอีกเมื่อเห็นว่าเขานั้นนั่งอยู่ห่างออกไปจากจุดที่เธออยู่เกือบร้อยเมตรทั้งที่เป็นแบบนั้นกลับส่งเสียงมาบอกเธอได้แบบนี้

                ที่สำคัญเธอสังเกตเห็นว่าไม่มีใครเลยที่มีปฏิกิริยาต่อเสียงนี้ไม่มีใครหันมามองเธอ ทุกคนยังทำในสิ่งที่ทำต่อไปราวกับไม่ได้ยินเสียงของกัสเลย

                “ฝึกฝนต่อไปนั่นละดีเอาไว้ข้าจะหางานที่ยากกว่านี้ให้ทำ ตอนนี้ก็ทนๆ ไปก่อนก็แล้วกัน”

                หากครั้งแรกโรสยังคิดว่าตัวเองหูแว่วไปเองได้อยู่หรือคิดไปเองทว่าครั้งที่สองนี้ทำให้เธอเข้าใจได้แล้วว่ากัสนั้นมีทักษะที่น่าทึ่งซ่อนอยู่จริงๆจึงพยักหน้ารับแล้วเริ่มทำในสิ่งที่เธออยากทำต่อ

                แม้จะรู้ว่าการกระทำของตัวเองไม่ได้ช่วยอะไรแต่เธอก็อยากทำเพราะเธอรู้ว่างานแบบนี้เป็นงานแบบเดียวที่เธอทำได้ดีที่สุดและสามารถช่วยในการฝึกฝนของเธอได้

                นี่อาจเป็นความคิดที่เห็นแก่ตัวแต่เมื่อกัสอนุญาตเธอก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่รับมันเอาไว้

                เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของโรสดำเนินต่อไปกัสก็ยิ้มกว้างก่อนจะกินอาหารที่น้องสาวยกมาให้ด้วยสีหน้าที่ดูแปลกๆ

                “เป็นไรไปน้องข้า ตกใจกับทักษะของท่านอาบราวนี่งั้นหรือนั่นนะ..ญาติของพวกเราเองไม่ต้องคิดมาก..อีกอย่างถึงนางจะทำอาหารได้มากและเร็วแถมยังอร่อย แต่ข้าก็ยังชอบรสมือของเจ้ามากกว่าอยู่ดี”

                หากเป็นคนอื่นกัสคงทำอะไรแบบนี้ไม่ได้ แต่นี่คือน้องสาวของเขาน้องสาวที่ใช้ชีวิตร่วมกับเขามาถึงสองชีวิตถึงแม้ว่าจะมีเพียงเขาที่มีความทรงจำจากชีวิตก่อนแต่เขาก็ไม่มีทางเลยที่จะมองไม่ออกว่าน้องสาวของเขากำลังคิดอะไรอยู่

                เมื่อได้รับคำชมจากพี่ชายเด็กสาวก็ยิ้มออกมาความกังวลของเธอปลิวหายไปในทันทีและรีบกลับไปทำอาหารมาเพิ่มให้กัสต่ออย่างมีความสุข

                ภาพที่น่าประทับใจนี้มีเพียงบราวนี่เท่านั้นที่สังเกตเห็นเธอหยุดนิ่งไปชั่วขณะคล้ายกับกำลังคิดถึงบางสิ่งบางอย่างที่หลงเหลืออยู่ในความทรงจำของเธอก่อนที่เธอจะส่ายหน้าเบาๆแล้วเดินต่อนำอาหารจานใหม่มาวางลงตรงหน้ากัส

                “ยังต้องการอีกไหมคะท่านกัส”

                คำถามนี้ไม่ได้น่าแปลกใจอะไรบราวนี่มองดูสิ่งที่กัสกินเข้าไปและดูปริมาณอาหารที่ลดลงตลอดเวลาตามด้วยรูปร่างของกัสที่อ้วนกว่าก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัดด้วยความเป็นห่วง

                “ได้อีกเรื่อยๆ ครับท่านอา ข้ายังหิวอยู่เลย”

                บราวนี่เงียบไปชั่วขณะเธอหันกลับไปมองน้องสาวคนโตของกัสมองดูท่าทางที่ดูมีความสุขในการทำอาหารจากนั้นเธอก็ย้อนกลับไปช่วยอีกครั้งและทำอาหารจานยักษ์มาอีกหนึ่งจาน

                ทว่ากัสก็ราวกับหลุมดำที่ไร้ก้นเขายังกินต่อไปไม่ได้หยุดทำให้ร่างกายของเขาขยายใหญ่ขึ้นจนเสื้อผ้าเริ่มปริราวกับกำลังจะขาดออก

                กัสเองก็รู้สึกตัวเขาเลยหยุดกินแล้วเดินกลับเข้าไปในบ้านก่อนจะออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าตัวใหม่ที่ทำให้บราวนี่ตกใจจนส่งเสียงอุทานออกมาเมื่อเขากลับมานั่งกินต่ออีกครั้งได้อย่างไม่น่าเชื่อ

                ขนาดตัวของกัสใหญ่ขึ้นเรื่อยๆจนดูต่างจากก่อนหน้านี้ราวกับคนละคนทำให้ทุกคนตกใจ

                โดยเฉพาะน้องสาวทั้งหกที่ไม่รู้เรื่องซึ่งดูจะตกใจและดีใจอยู่ไม่น้อยเพราะพี่ชายที่อวบอ้วนของพวกเธอนั้นเป็นพี่ชายแบบที่พวกเธอคุ้นเคยมากกว่า

                ทางด้านของเด็กสาวทั้งสามที่เป็นลูกสาวของบราวนี่นั้นพวกเธอมองดูกัสด้วยความตกใจจนอ้าปากกว้างมองดูเขากินจนตัวใหญ่ขึ้นกว่าเดิมมากด้วยสายตาตื่นเต้นตกใจจากนั้นก็หันไปหาอาหารกับแม่ของพวกเธอต่อด้วยท่าทางที่อยากจะตัวโตแบบกัสบ้าง

                ทว่าบราวนี่นั้นไม่ได้ปล่อยให้ลูกสาวของเธอกินต่อแต่เรียกมาอธิบายให้ลูกๆ ฟังถึงความพิเศษของกัสและปล่อยให้เด็กๆกลับไปทำงานกันต่อในขณะที่เธอเริ่มคิดถึงสีหน้าแปลกๆของเลโอลอว์ตอนที่เธอปฏิเสธค่าจ้างเพื่อแลกกับอาหารของลูกๆ

                ในตอนนั้นเลโอลอว์เพียงยิ้มราวกับเข้าใจถึงความต้องการของเธอทั้งที่มีเพียงเธอเท่านั้นที่รู้ว่าตัวเธอและลูกๆกินเก่งขนาดไหนและเธอก็รู้ดีว่าหากรับค่าจ้างตามปกติมันก็อาจจะไม่พอที่จะแลกเปลี่ยนเป็นอาหารให้กับลูกๆได้เธอจึงต้องใช้วิธีนี้เพื่อให้ลูกๆ ได้กินจนอิ่ม

                แต่เธอก็นึกไม่ถึงว่าในดินแดนแห่งนี้ยังมีคนที่กินเก่งยิ่งกว่าพวกเธอและลูกอยู่อีกทั้งยังกินเก่งกว่ามากจนเธอและลูกเทียบไม่ติดเลย

                ไม่น่าแปลกใจเลยที่เลโอลอว์จะยิ้มออกมาแบบนั้นเมื่ออ่านความคิดของเธอออก

                ‘ไม่นึกเลยว่าท่านกัสจะกินมากขนาดนี้..บางทีพวกเราอาจจะโชคดีแล้วก็ได้ที่ได้มาอยู่ที่นี่’

                เดิมทีบราวนี่ยังกลัวอยู่บ้างว่าหลังจากเปิดเผยความอยากอาหารที่มากของเธอและลูกแล้วกัสจะไม่พอใจเพราะปริมาณอาหารที่พวกเธอกินนั้นมากจนเกินไป

                แต่เมื่อเห็นสภาพของกัสแล้วเธอก็โล่งใจเพราะถ้านายจ้างของเธอกินมากกว่าพวกเธอแบบนี้คงไม่มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับปัญหาเรื่องอาหารการกินของเธอกับลูกอีก

                เมื่อปล่อยวางความกังวลใจออกไปได้บราวนี่ก็ทำอาหารได้เร็วยิ่งกว่าเดิมเสียอีกทำให้ไม่นานนักกัสก็กินจนอ้วนกลมไปหมดทำเอาเด็กๆถึงกับส่งเสียงหัวเราะกันยกใหญ่แถมยังวิ่งเข้ามากอดกัสด้วยท่าทางที่สนุกสนานอีกด้วย

                ไม่นานนักความหิวโหยของกัสก็ถูกเติมเต็มซึ่งก็ทำเอาน้องสาวของเขาถึงกับต้อนปาดเหงื่อบราวนี่เองก็ทำอาหารจนเหนื่อยหอบเล็กๆจนหน้าอกของเธอกระเพื่อมขึ้นลงไม่หยุดซึ่งดึงดูดสายตาของกัสได้ไม่น้อยเหมือนกันแต่เขาก็ยังรักษามารยาทไม่จ้องมองจนเกินไปเพราะยังไงอีกฝ่ายก็เป็นคนอื่นที่ไม่สนิทด้วย

                พอเติมเต็มความหิวโหยได้กัสก็กล่าวขอตัวสักครู่หนึ่งแล้วเดินกลับเข้าไปในบ้านพลางมองหาเสื้อผ้าที่ใส่ได้ดีกว่านี้ไปพร้อมๆ กับการกระตุ้นวิชาของเขา

                ขนาดตัวที่ขยายใหญ่จนน่าตระหนกของกัสก็ค่อยๆหดลงจนผอมลงไปกว่าครึ่งเขาก็หยุดเอาไว้เพราะเขารู้ดีว่าร่างกายของเขายังมีขีดจำกัดในการรองรับพลังทำให้เขาต้องรอให้ร่างกายปรับตัวอีกระยะหนึ่งถึงจะใช้วิธีแบบเต็มที่ต่อไป

                กัสเตรียมตัวเล็กน้อยก็กลับออกมาในสภาพที่ผอมลงกว่าเดิมจนทำให้เด็กๆส่งเสียงร้องออกมาด้วยความประหลาดใจก่อนที่เขาจะนั่งลงแล้วกล่าวเชิญบราวนี่และโรสมานั่งฟังเพื่อทำการพูดคุยกันก่อนที่จะเริ่มทำงานจริงๆ

                “ก่อนอื่นข้าอยากบอกว่างานในดินแดนนี้มีผู้รับผิดชอบเกือบทั้งหมดแล้วตอนนี้งานที่ยังไม่มีใครรับได้มีเพียง 2 งาน นั่นคือ 1 งานขุดเหมืองปลาน้ำแข็ง..อย่าเพิ่งถามว่ามันคืออะไรเอาไว้ข้าจะพาพวกท่านไปดูกับอีกงานหนึ่งคือการบุกเบิกดินแดนย่อยซึ่งเป็นงานของข้าเอง”

                กัสมองไปยังบราวนี่และเด็กสาวทั้งสามด้วยท่าทีที่ครุ่นคิดจากนั้นจึงออกปากถามพวกเธอแม่ลูกด้วยท่าทางที่จริงจังเป็นพิเศษ

                “ท่านอา ท่านกับลูกนะกลัวความหนาวหรือเปล่า”

                เนื่องจากกัสมองไม่เห็นสีหน้าของบราวนี่เขาเลยต้องถามออกมาตรงๆแบบนี้พลางมองดูเด็กๆด้วยท่าทีที่คิดหนักเล็กน้อยเพราะเขารู้ดีว่างานขุดเหมืองปลาน้ำแข็งนั้นเป็นงานที่หนัก

                ทว่าเขาก็เล็งเห็นถึงพละกำลังของเด็กๆและบราวนี่ที่มีมากซึ่งเหมาะสำหรับการขุดเหมืองน้ำแข็งมากปัญหาเดียวที่เขาต้องคิดคือพวกเธอทนหนาวได้หรือไม่

                บราวนี่นั้นเหมือนจะเข้าใจว่ากัสต้องการให้พวกเธอแม่ลูกทำอะไรจึงพยักหน้ารับพลางตอบรับกลับไปอย่างสงบนิ่ง

                “ถ้าไม่มากเกินไป ข้ากับลูกทนได้ค่ะท่านกัส”

                “ตกลง เอาไว้พวกเราจะลองไปทดสอบดู แต่ก่อนอื่นท่านควรจะเตรียมชุดหนังสัตว์สำหรับกันหนาวให้ตัวเองและลูกก่อนข้าจะไปซื้อหนังสัตว์สำหรับตัดชุดมาให้ อุปกรณ์ท่านสามารถขอได้จากน้องสาวของข้า”

                “ทราบแล้วค่ะท่านกัส”

                เนื่องจากมีสถานะของนายจ้างและลูกจ้าง แม้ว่าบราวนี่จะเป็นผู้ใหญ่กว่าและเป็นอาของเขาทว่ากัสก็ยังกล้าที่จะสั่งงานเธอได้อย่างไม่ขัดเขิน

                เรื่องนี้ทำให้บราวนี่ลอบชื่นชมกัสไม่น้อยและยอมรับคำสั่งของเขาอย่างว่าง่าย

                ต่อจากนั้นกัสก็มองไปทางโรสที่รออยู่ด้วยท่าทีที่ตื่นเต้นตึงเครียดในขณะเดียวกันกัสก็หันไปหาซีต้าที่ถูกเรียกตัวมาอยู่ข้างๆเขาเพื่อปรึกษาเรื่องหน้าที่ของโรส

                ไม่ว่ายังไงโรสก็ถูกว่าจ้างมาโดยซีต้าไม่ว่าจะมากหรือน้อยกัสก็ยังอยากไว้หน้าเธอบ้างเขาเลยไม่ตัดสินใจตามใจตัวเองแต่เลือกที่จะปรึกษาซีต้าก่อน

                อีกหนึ่งเหตุผลคือเขายังไม่ได้ข้อมูลโดยละเอียดของโรสเลยตัดสินใจไม่ได้มากนักเลยต้องรอให้ซีต้ามาส่งมอบข้อมูลก่อน

                ในขณะที่อ่านกัสก็ครุ่นคิดตามไปด้วยเขาประเมินนิสัยใจคอของโรสได้ในระดับหนึ่งแล้วและมองเห็นความพยายามของเธอได้แล้วด้วยกัสจึงค่อนข้างที่จะชื่นชม

                ในขณะเดียวกันนั้นเขาก็นึกไปถึงเรื่องที่โกลเด้นพูดขึ้นมาก่อนหน้านี้

                ‘จริงสิ..นอกจากไม้แล้วเรายังมีหินด้วย..ให้เด็กคนนี้ทำหน้าที่สกัดหินได้ไหมนะ’

                กัสหยุดคิดแล้วมองดูโรส เขามองขึ้นๆ ลงๆอยู่ครู่หนึ่งเพื่อประเมินรูปร่างของเธอจนทำให้ใบหน้าของโรสเริ่มเปลี่ยนไป

                “โรสสินะ ขอเรียกแบบนี้ก็แล้วกันนะเจ้านะทำงานหนักไหวไหม”

                “ไม่ว่าจะงานแบบไหนข้าก็ทำได้ค่ะขอเพียงท่านให้โอกาสข้าได้ทดลองข้าจะพยายามทำให้ดีที่สุด”

                ได้ยินแบบนั้นกัสก็พยักหน้ารับจากนั้นก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปยังป่าพลางโบกมือเรียกโรสให้ติดตามมาโดยมีซีต้าเดินตามไปด้วยซึ่งทำให้เด็กสาววางใจและกล้าเดินตามกัสเข้าไปในป่า

                กัสเดินนำสองสาวเข้าไปในป่าอย่างช้าๆพลางมองหาต้นไม้ที่มีขนาดพอเหมาะก่อนจะชี้นิ้วไปยังต้นไม้ที่ว่า

                “ลองโค่นมันลงมาด้วยดาบของเจ้าดูสิ”

                “ค่ะ ให้โค่นมัน..ด้วยดาบของข้าหรือคะ”

                “ลองดู ข้าอยากรู้ว่าพละกำลังของเจ้ามีขนาดไหนไม่ต้องกลัวมันไม่เกี่ยวกับการกำหนดงานของเจ้าหรอก”

                สีหน้าของโรสยังดูเคร่งเครียดแต่เธอก็ทำตามที่กัสบอกดาบถูกชักออกมาจากฝักแล้วตั้งท่าด้วยท่าดาบพื้นฐานจากนั้นฟันกวาดออกไปในแนวนอนเพื่อโค่นต้นไม้

                ดาบของโรสฟันผ่านเข้าไปอย่างรุนแรงแต่เมื่อผ่านเข้าไปได้ราว1 ใน 5 คมดาบก็ถูกหยุดเอาไว้และไม่อาจขยับไปต่อได้

                ใบหน้าของโรสแดงขึ้นเล็กน้อยเธอรู้สึกอับอายอยู่บ้างแต่หลังจากนั้นก็ดึงดาบกลับมาแล้วฟันออกไปอีกหลายต่อหลายครั้งจนในที่สุดต้นไม้ก็หักโค่นลงมา

                กัสประเมินทักษะและพละกำลังของโรสอย่างใจเย็นก่อนจะพยักหน้าให้แล้วมองไปทางโรสด้วยท่าทีที่เคร่งเครียดจริงจัง

                “ตอนนี้เจ้าไปรับหน้าที่ตัดไม้ก่อนก็แล้วกันจากนั้นให้นำมันไปแปรรูปทำไม้แผ่นเอาไว้ใช้งาน”

                สีหน้าของกัสนั้นดูยากไปสำหรับโรสเขายังคงสงบนิ่งไม่แสดงท่าทีพึงพอใจหรือเสียใจทำให้โรสไม่อาจเข้าใจได้ทว่าเธอก็จำต้องรับคำสั่งของกัสเพราะสถานะของนายจ้างและลูกจ้าง

                ส่วนกัสนั้นเขาถอนหายใจออกมาเบาๆจนทำให้ซีต้านึกเป็นห่วง

                “เด็กคนนั้น..ไม่ดีพออย่างที่เจ้าหวังหรือกัส”

                “ดีพอ..ไม่หรอก ข้าไม่ได้หวังอะไรแบบนั้นแต่แรกข้าเพียงถอนใจเพราะทักษะที่เด็กคนนั้นมีมันทำให้ข้ามองเห็นอดีตที่น่าสงสารของเธอต่างหาก”

                ซีต้ามีท่าทีประหลาดใจอยู่ไม่น้อยเธอนั้นมีประสบการณ์ชีวิตที่มากและมองออกว่าโรสพบเจอกับเรื่องยากๆ มามากทว่าเธอกลับไม่คิดว่ากัสจะมองออกเช่นกันด้วยการมองดูเธอโค่นต้นไม้ด้วยดาบ

                “ทักษะดาบพื้นฐานตามชื่อมันก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นพื้นฐานของวิชาดาบข้าไม่ได้เรียนรู้วิชาดาบมาก็จริงแต่ข้ามองออก..พื้นฐานของเด็กคนนั้นมั่นคงจนเหลือเชื่อเลยทีเดียวดาบของนางฟันเข้าไปโดยไม่สั่นเลยสักนิดนางปลดปล่อยพลังได้อย่างสมบูรณ์จนแทบไม่มีพลังใดสูญเสียไปจากคมดาบเลย”

                หลังจากเอ่ยปากชมกัสก็ส่ายหน้าเพราะสิ่งที่น่าสงสารและเห็นใจมันก็อยู่ในจุดนี้เช่นกัน

                “เจ้าคิดว่าเด็กคนนั้นต้องลำบากขนาดไหนถึงจะอดทนฝึกฝนทักษะดาบพื้นฐานเพียงอย่างเดียวจนแข็งแกร่งได้ขนาดนี้กันตระกูลเรามีวิชาดาบตั้งมากมาย ต่อให้ลำบากจริงๆ หยิบมาสักวิชาก็ฝึกฝนได้ดีกว่านี้แล้วแต่เด็กคนนั้นก็ยังใช้ได้เพียงวิชาดาบพื้นฐาน..บางทีนอกจากเรื่องที่เจ้าบอกมานางอาจจะมีปัญหาอื่นที่ไม่ได้บอกอีกแน่ๆ”

                

    คล้ายกับเรื่องGustonya Undodead ราชันจอมเขมือบ ที่คุณอ่าน