ไออุ่นอบอ้าวของกรุงเทพมหานครยามเย็น ลอดผ่านบานหน้าต่างไม้เก่าเข้ามากระทบแก้ม
นนท์ถอนหายใจแ่เบา มือลากผ้าชุบน้ำหมาดเช็ดโต๊ะไม้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
กลิ่นฉุนร้อนของกะเพราป่าเจียวพริกแห้งจากมื้อเย็นยังลอยอวลละมุนในร้าน
"พี่นนท์คะ ล้างจานด้านหลังร้านเสร็จแล้วค่ะ"
เสียงใสของเอลวิน่าดังมาจากห้องครัว
เอลฟ์สาวเดินออกมาด้วยความร่าเริง เรือนผมสีเงินสว่างขยับไหวเบาๆ ตามจังหวะก้าว
เธอสวมผ้ากันเปื้อนสีหวาน ปลายนิ้วยังเปียกชื้นหยาดน้ำสะอาด
"ขอบคุณมากครับ วันนี้เหนื่อยหน่อยนะ"
นนท์ส่งยิ้มบางเบา ทว่าแววตากลับหมองลงเล็กน้อย
เอลวิน่าเอียงคอ ดวงตาสีเขียวมรกตคู่สวยจ้องใบหน้าของชายหนุ่มสวมแว่นอย่างจับสังเกต
"พี่นนท์กังวลอะไรอยู่หรือเปล่าคะ ฉันเห็นพี่จ้องกระดาษแผ่นนั้นั้แ่บ่ายแล้ว"
นนท์ชะงักมือ ก่อนจะพยักหน้ายอมรับพลางยิ้มฝืดเจื่อน
"เื่เงินน่ะครับ พรุ่งนี้ต้องจ่ายหนี้งวดแรกแล้ว"
ชายหนุ่มหยิบเอกสารทวงหนี้สีขาวกับสมุดบัญชีเงินฝากมาวางบนเคาน์เตอร์
"เงินกู้ปรับปรุงตึกของปู่ งวดแรกต้องจ่ายห้าหมื่นบาทเพื่อระงับคดีครับ"
เขาถอนหายใจยาว แววตาสั่นไหวด้วยความเครียด
"แต่เงินที่เราเก็บได้จากการขายอาหาร ตอนนี้มีแค่สองหมื่นเก้าพันห้าร้อยบาท"
"ยังขาดอีกสองหมื่นห้าพันบาท ไม่รู้จะหาที่ไหนได้ทันวันพรุ่งนี้"
เอลวิน่าขมวดคิ้วมุ่น ใบหูเรียวยาวลู่ลงด้วยความกังวลตาม
"ตั้งสองหมื่นห้าพันบาทเชียวหรือคะ สมบัติเวทมนตร์ของฉันก็แปลงเป็เงินไปหมดแล้ว"
เอลฟ์สาวกำชายผ้ากันเปื้อนแน่น นึกเจ็บใจที่ช่วยอะไรผู้มีพระคุณไม่ได้มากไปกว่านี้
"ไม่เป็ไรหรอกครับ พรุ่งนี้ผมจะลองโทรคุยกับทางธนาคารดูอีกที"
นนท์ฝืนยิ้มอบอุ่นเพื่อปลอบใจเด็กสาว
*ติ้ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นกลางอากาศอันว่างเปล่า
หน้าจอสีฟ้าโปร่งแสงเด้งสว่างขึ้นตรงหน้าชายหนุ่มทันที
[มีข้อความใหม่จากระบบการค้าต่างมิติ]
[ผู้ส่ง: แบร็กซ์ (มิติไซไฟขยะ)]
นนท์สบตากับเอลวิน่าอย่างแปลกใจ ก่อนจะแตะเปิดอ่านข้อความ
ตัวอักษรภาษาไทยแสดงขึ้นมาตามรหัสแปลสัญญาณของไซบอร์ก
'ขอบคุณสำหรับแซนด์วิชพริกเผา เตาปฏิกรณ์ในร่างข้าเสถียรแล้ว ไม่มีหิมะดำเกาะตามข้อต่อโลหะอีก'
'ข้าพบบางอย่างขณะขุดซากรถไฟใต้ดินโบราณ มันน่าจะเป็ประโยชน์แก่ร้านค้าของเ้า'
'ข้ากำลังเดินทางผ่านรอยแยกมิติ รอรับชิ้นส่วนนี้ด้วย'
*กริ๊ง...*
กระดิ่งลมทองเหลืองหลังร้านสั่นไหวอย่างแรง
ประตูแง้มเปิดพร้อมไอความร้อนไหม้ และกลิ่นน้ำมันเครื่องคละคลุ้ง
ไซบอร์กั์ร่างเกือบสองเมตร ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาในร้าน
ซีกมนุษย์ฝั่งซ้ายเต็มไปด้วยรอยแผลเป็ ซีกขวาที่เป็โลหะหนาส่งเสียงเคลื่อนไหว
*แก๊ก... ครืด...*
"ยินดีต้อนรับครับคุณแบร็กซ์ วันนี้รับเมนู..."
นนท์ยังพูดไม่ทันจบ แบร็กซ์ยกมือเหล็กหนาขึ้นเป็เชิงห้าม
"ข้าไม่ได้มากินอาหารในวันนี้"
เสียงทุ้มต่ำและสัญญาณซ่าดังลอดจากลำโพงโลหะตรงลำคอ
ชายร่างั์ยื่นกล่องเหล็กสีเทาดำที่มีรอยไหม้เกรียมให้แก่นนท์
"สิ่งนี้ แทนคำขอบคุณสำหรับความอบอุ่นที่เ้าเคยมอบให้"
นนท์รับกล่องเหล็กหนักอึ้งมาวางบนโต๊ะด้วยความระมัดระวัง
เขาเลือนเปิดฝากล่องออก เผยให้เห็นวัตถุทรงกระบอกเหลี่ยมขนาดใหญ่
ผิวนอกเป็โลหะทองแดงโบราณ สลักลวดลายวงจรแสงเรืองรอง
แกนกลางภายใต้กระจกหนามีของเหลวเรืองแสงสีฟ้าหมุนวนเป็เกลียวคลื่น
ไอพลังงานอันอบอุ่นแผ่ซ่านออกมาจนััได้
"นี่มันอะไรกันครับ"
นนท์มองดูสิ่งนั้นด้วยความทึ่ง
[ระบบเริ่มสแกนวัตถุและประเมินราคาอัตโนมัติ...]
[ชื่อไอเทม: แกนพลังงานโบราณ (Ancient Energy Core)]
[ระดับความหายาก: หายากพิเศษ (Epic)]
[รายละเอียด: แบตเตอรี่ฟิวชันสภาพสมบูรณ์จากยุคจักรกลโบราณของมิติไซไฟขยะ ปลอดภัย ไร้รังสีรั่วไหล พลังงานหนาแน่นสูง]
[ข้อเสนอระบบ: ระบบยินดีรับซื้อเพื่อเสถียรภาพในการเชื่อมต่อมิติ]
[มูลค่ารับซื้อ: 25,000 บาท หรือ แลกเปลี่ยนเป็แต้มมิติ 400 แต้ม]
ชายหนุ่มใจเต้นระทึก ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นตัวเลขเงินบาท
"สองหมื่นห้าพันบาท พอดีกับที่ขาดอยู่เลย!"
นนท์สบตากับเอลวิน่าที่มีสีหน้าตื่นเต้นไม่แพ้กัน
"พี่นนท์คะ เงินครบจ่ายหนี้ธนาคารแล้วค่ะ!"
เอลวิน่าดีใจจนใบหูขยับไหวไปมา
นนท์หันไปหาไซบอร์กั์ซึ่งยืนนิ่งสงบดั่งเสาหินโลหะ
"คุณแบร็กซ์ครับ ของชิ้นนี้มีราคาแพงมากเลยนะ แน่ใจหรือครับว่าจะยกให้ผม"
แบร็กซ์พยักหน้าช้าๆ กลไกข้อต่อส่งเสียงดังคลิก
"มันไม่มีค่าในมิติของข้า มีแต่คนแย่งชิงไปเพื่อประทังไฟชาร์จร่าง"
"แต่ที่นี่... มันช่วยรักษาร้านที่แสนอบอุ่นไว้ได้ ข้าอยากกลับมาทานแซนด์วิชร้อนๆ อีก"
คำพูดทื่อๆ ของไซบอร์กทำให้นนท์รู้สึกอุ่นวาบในอก
"ขอบคุณมากครับคุณแบร็กซ์ ผมขอยอมรับการแลกเปลี่ยนนี้ไว้ครับ"
นนท์แตะตกลงบนหน้าจอมิติสีฟ้า
[ยืนยันการแลกเปลี่ยน 'แกนพลังงานโบราณ' เป็สกุลเงินบาทไทย...]
*วิ้ง!*
แสงสีฟ้าห่อหุ้มกล่องเหล็กจนสลายกลายเป็ละอองระยิบระยับหายไป
*แกรก...*
ช่องรับเงินใต้เคาน์เตอร์เลื่อนเปิดออกช้าๆ
ธนบัตรสีเทาปึกหนาจำนวนยี่สิบห้าใบถูกดันออกมาอย่างประณีต
นนท์ััปึกธนบัตรใหม่เอี่ยม ความรู้สึกสมจริงนี้ทำให้เขายิ้มออก
"เรียบร้อยแล้วครับคุณแบร็กซ์ ขอบคุณมากจริงๆ"
นนท์รีบหันไปที่เตามนตราอุ่นๆ ที่ตั้งอยู่ข้างหลัง
"รบกวนช่วยจัดแซนด์วิชแฮมชีสกับน้ำขิงร้อนให้คุณแบร็กซ์หน่อยนะเอลวิน่า"
"ได้เลยค่ะพี่นนท์!"
เอลวิน่ารับคำเสียงใส ใช้เวทลมพยุงกล่องแซนด์วิชหอมกรุ่นและกระบอกน้ำขิงส่งให้แบร็กซ์
แบร็กซ์รับกล่องอาหารไปถือ แววตาซีกเนื้อฉายแวพึงพอใจอย่างที่สุด
"ขอบคุณ... เ้าของร้าน..."
ร่างใหญ่หันหลังก้าวกลับผ่านรอยแยกประตูมิติไป
*กริ๊ง...*
บานประตูไม้ปิดลง ปล่อยให้ลมหนาวและควันจางๆ จางหายไปในความเงียบ
นนท์นำปึกเงินสดใหม่มารวมกับเงินเก็บเดิมในลิ้นชัก
เขานับทวนเงินสดช้าๆ เพื่อความแม่นยำ
ยี่สิบเก้าพันห้าร้อยบาท รวมกับยี่สิบห้าพันบาท
ยอดเงินทั้งหมดกลายเป็ห้าหมื่นสี่พันห้าร้อยบาทถ้วน
นนท์กำปึกเงินสดแน่น ความรู้สึกตึงเครียดที่สะสมมาหลายเดือนสลายไปสิ้น
"วันพรุ่งนี้... เราจะไปจ่ายหนี้งวดแรกกันนะเอลวิน่า"
ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมรอยยิ้มโล่งอก
"ค่ะพี่นนท์! ในที่สุดเราก็รักษาตึกของปู่เอกไว้ได้ก้าวหนึ่งแล้ว!"
เอลวิน่าชูกำปั้นจิ๋วขึ้น แววตาสดใสแจ่มเริงร่า