“เห้อ... ฝันไปหรอกเหรอ ไอ้เราก็คิดว่าจะได้รู้อะไรเพิ่มแล้วจริง ๆ ซะอีก”
พายุกล่าวด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ ข้างของเขาคือคุณแม่ที่ฟุบหลับอยู่ที่ข้างเตียง
“ตื่นแล้วเหรอลูก... แม่เป็ห่วงเรามากรู้ไหม ลูกหลับไปตั้ง 1 อาทิตย์แหนะ นึกว่าจะเป็อะไรไปเสียแล้ว”
แม่นายพายุกล่าวด้วยน้ำเสียงอันห่วงใยอย่างรุนแรง พร้อมกับมองหน้าของเขาเหมือนกับอยากจะร้องไห้ออกมา
“ผมไม่เป็อะไรแล้ว ขอโทษที่ทำให้ต้องเป็ห่วง ผมน่ะไม่ได้ตายง่าย ๆ หรอกนะครับ”
“แม่ไม่อยากเสียใครไปอีกแล้ว มันเกินที่หัวใจของแม่จะรับไหว”
เสียงแม่ลูกต่อบทสนทนากัน
“แม่อยากให้ลูกเลิกงานนี้ซะ... แล้วไปทำงานอะไรก็ได้เื่ค่ารักษาพยาบาลแม่ไม่ต้องไปกังวลกับมันหรอก ขอแค่ลูกปลอดภัยเท่านั้นพอ”
เธอพูดด้วยความห่วงใยต่อลูกชายของเธอเอง
พายุดูมีสีหน้าที่ลังเล ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงต่ำของเขาว่า
“มันก็แค่เื่ซวยที่ผมได้พบเจอในวันแรกก็เท่านั้นเอง ถ้ามันมีครั้งแรกผมมั่นใจว่าองค์กรนี้จะต้องระวังเื่แบบนี้ในครั้งต่อไปแน่นอนครับ เอาเป็ว่า... ผมสัญญาก็แล้วกันว่าถ้าหากมันเกิดอะไรที่ผมรับมือไม่ได้ผมจะลาออกเองครับ”
ทั้งคู่ยกเหตุผลต่าง ๆ เพื่อมาประกอบความคิดที่ตนเองว่าถูกต้อง ฝ่ายพายุก็อยากอยู่สืบเื่ราวที่เขาอยากรู้ต่อ ส่วนแม่ก็อยากให้ลูกตัวเองอยู่รอดปลอดภัย การเถียงที่ไม่รุนแรงของทั้งคู่จบลงด้วยการที่คุณแม่ยอมใจอ่อนอย่างไม่เต็มใจนัก เพราะพายุบอกอ้างว่าตนรักงานงานนี้เพื่อปกป้องแม่และผู้คนที่ถูกแวมไพร์พรากชีวิตไป ส่วนลึกของเขาคิดเช่นนั้นพายุเป็คนที่ถือส่วนรวมเป็ใหญ่อยู่แล้วแต่ก็มีความลำเอียงเกี่ยวกับครอบครัวอยู่ด้วย เนื่องด้วยแม่ของพายุอยู่เฝ้าลูกมาหลายวันพายุเลยบอกให้คุณแม่กลับไปพักผ่อนที่บ้านและดูแมวให้เขาหน่อย เธอจึงได้กลับบ้านไปเพราะเห็นว่าลูกชายปลอดภัยแล้ว
หลังจากคุณแม่ออกไปแล้วก็ได้มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!!
พายุไม่ทันจะได้ตอบรับเพื่อเชื้อเชิญให้บุคคลปริศนาเข้ามาภายในห้อง มือเล็ก ๆ ก็ได้บิดลูกบิดดันประตูแล้วก็มีร่างของชายคนหนึ่งเดินเข้ามา และมีบุคคลที่เดินตามหลังมาอีกคนหนึ่ง ทั้งสองคือคนที่เขาเคยพบกันเมื่อไม่กี่วันก่อน
“เห้อ... หนักเอาการเลยนะไอ้หนุ่มแค่วันแรกก็พังพินาศขนาดนี้”
เสียงแหลม ๆ ของจ่อยดังขึ้นมาพร้อมกับคุณเอกที่เดินตามหลังมาติด ๆ
“เป็ยังไงบ้าง2206 นี่ไม่าเ็หนักใช่ไหม เห็นหัวหน้าห้องเก็บอาวุธบอกว่านายฉีดแซทเทิลโซลเข้าไปแล้วยังไม่ตาย ฉันเป็ห่วงแทบแย่แหนะ” นายเอกกล่าว
“ผมสบายดีครับ แล้วมีใครในหน่วยเรารอดบ้างครับ” เสียงของพายุดูเบาลง
“มีแค่นาย 2203 และ2205 ที่รอดนอกนั้นก็เสียชีวิตทั้งหมด” เอกตอบกลับ
“หา... ไทอิน กับเวลรอดก็ยังดีนะที่รอดกันมาได้”
จ่อยได้ส่งเสียงออกมาเป็คำพูดแทรกระหว่างบทสนทนาว่า
“เข้าเื่ดีกว่านะ 2206 ไม่สินายพายุ แกน่าจะรู้นะ ว่าแกฝืนกฎการใช้อาวุธใช่ไหม?” พายุพยักหน้ากับสีหน้าเจื่อน ๆ
“ฉันต้องมาบอกคำสั่ง แกต้องถูกปลดออกจากองค์กรนี้และรับค่าชดเชยความเสียหายทั้งหมดทั้งร่างกายและจิตใจ จากไอ้คืนบ้าบอนั่น เสียใจด้วยนายไม่สามารถอยู่ในองค์กรของเราได้อีกต่อไป”
หลังจ่อยพูดจบก็เล่ารายละเอียดเงินชดเชยและประกันของพายุ ทั้งสองคนที่มาเยี่ยมพายุส่ายหน้าแล้วเดินออกไป พายุที่แสดงสีหน้าไม่สู้ดีได้ะโออกไปเพื่อรั้งชายกลางคนทรงผมหัวเห็ดว่า
“เดี๋ยวก่อนครับคุณจ่อย ผมขอโอกาสที่จะได้อยู่ต่อได้ไหมครับ!!”
จ่อยชะงักแล้วหันหน้ากลับมาด้วยสีหน้าที่มีรอยยิ้มแบบเข้ม ๆ แล้วพูดว่า
“คุณเอกกลับไปก่อนเลยนะครับ ผมคงต้องพูดอะไรกับไอ้หนุ่มนี่ซะหน่อย”
หลังจากประตูปิดลงจ่อยก็เดินเข้ามาใกล้ ๆ พายุแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ข้างเตียง
“โอ้! คราวนี้แกเสนอตัวเองเลยรึทั้ง ๆที่ครั้งก่อนฉันก็ชวนไปหลายรอบแล้วแท้ ๆ
ไหนลองบอกเหตุผลที่ฉันจะต้องรับแกมาอยู่กับฉันหน่อยสิ”
พายุนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า
“เหตุผลง่าย ๆ ผม้าแก้แค้นให้กับเพื่อนที่ต้องสูญเสียครอบครัวให้แวมไพร์ ทุกสิ่งที่พวกนั้นพรากผมไม่อยากเห็นอีกแล้ว”
พลันในหัวของพายุก็มีภาพของหลาย ๆ บุคคลเช่นมาคัสและแชมป์ผุดขึ้นมา
“ฉันรู้แล้วล่ะนะ คดีนั้นที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อนเกี่ยวกับครอบครัวนาย ในที่สุดก็พูดความจริงได้ซักทีนะ”
พายุตะลึงงันอยู่ครู่หนึ่งก่อนสายตาที่จะมองต่ำลง
“ความจริงประวัติชีวิตนายมันหน้าสนใจดี แถมยาหลอดนั้นคนที่ยังไม่ได้ฝังแซทเทิลโซลก็ตายแทบทั้งหมดที่ฉีดมันเลยล่ะ รูปพรรณนั่นอีกเป็อสูรกายรูปแบบเดี่ยวไม่มีสัตว์อื่นมาผสมเลยเป็ัสัตว์ในตำนาน เป็นักสู้ระดับ A ขึ้นไปเท่านั้นที่จะปรากฏรูปแบบนั้นได้ 1 ใน 1000 เลยโอกาสที่จะเป็ไปได้ ทำฉันทึ่งเลยทีเดียว” จ่อยกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“แล้วคำตอบล่ะครับ?” พายุยังยืนกรานที่ยังอยากอยู่ในหน่วยนี้
“ได้สิอาจจะยุ่งยากนิดหน่อย ฉันจะจัดการให้หลังหายดีไปให้แกที่หน่วยชำระบาป แล้วแม่ของแกที่เธอไม่อยากให้แกทำงานต่อ จะบอกเขาว่ายังไง”
“พูดตรง ๆ ตามจริงนะครับ ผมคงต้องโกหก” นั่นคือคำตอบที่เขาไม่อยากจะทำมันจริงๆ เลยเพราะที่ผ่านมาพายุไม่เคยโกหกแม่ตัวเองเลย และมันจะเป็ครั้งแรก
จ่อยทำหน้าพอใจก่อนที่จะพูดต่อว่า
“ให้แกไปตามที่ฉันกำลังบอก ที่นั่นเป็ร้านขายยาชื่อเทวะโอสถ เดินเข้าไปแล้วบอกว่า ขอยาดับตะวัน”
“รีบหายนะไอ้หนุ่ม สำหรับฉันแกอาจจะใช้ประโยชน์ได้”
ความรู้สึกพายุในตอนนี้ไม่อาจจะบรรยายได้ ทั้งมีความกระหายความจริงและความกลัวในเวลาเดียวกัน
หลังจากนั้นจ่อยก็เดินออกไปโดยปิดประตูได้เงียบสงบสุด ๆ
หลังจากเจอความกดดันจากจ่อย พายุก็ได้พักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่หลายอาทิตย์โดยมีไทอินที่อยู่ในโรงพยาบาลเดียวกันมาเยี่ยมเยือนพูดคุยด้วยเป็ระยะ ใน่พักฟื้นพายุได้ยินสิ่งที่น่าใอย่างมากจากไทอิน ว่าแชมป์คือคนที่สลับแผงวงจรUVให้สังเคราะห์แสงออกมาไม่ได้ พร้อมทั้งมีหลักฐานเป็เงินนับสิบล้านที่ฝังไว้ในสวนหลังบ้านของเขา เป็เื่ที่ไม่น่าเชื่อทั้ง ๆ ที่แชมป์คือคนที่สละชีวิตของตนเองเพื่อช่วยเหลือเพื่อนๆ จนหนีรอดมาได้ แต่ก็ไม่มีอะไรที่เขาสามารถตัดสินได้เพราะตนเองก็เพิ่งเข้ามาอยู่ในองค์กรแค่ไม่กี่วันเท่านั้นเอง เวลาพักฟื้นก็ทำให้พายุครุ่นคิดเช่นกันว่าจะทำอย่างไรต่อไปในอนาคต
เมื่อพายุได้ออกจากโรงพยาบาล เขาก็ไปหาครอบครัวของมาคัสพร้อมเพื่อน ๆ ที่รอดเนื่องจากเวลรู้ว่ามาคัสคือใคร เหตุจากการที่เป็ครอบครัวเดียวกัน ทั้งสามได้แสดงความเสียใจต่อครอบครัวมาคัส มีแต่เวลที่ร้องไห้หนักกว่าเพื่อนจนตาแดงกล่ำ เมื่อสนทนากันจนเย็นทั้งหมดก็แยกย้ายกลับบ้าน พายุได้ตัดสินใจที่จะไปหาจ่อยในวันรุ่งขึ้น ไทอินก็จะไปเข้าหน่วยข้อมูลที่จู่ ๆ คนหนึ่งก็หายตัวไปขณะเกิดการโจมตีด้วยเื่ที่แชมป์ทรยศยังตงิดในใจไทอิน เวลก็อยากแก้แค้นจึงจะไปยื่นเื่เพื่อย้ายไปหน่วยชำระบาปตามพายุในวันรุ่งขึ้น นั่นคือการตัดสินใจของเพื่อนที่พบกันได้แค่ไม่กี่วันเท่านั้นแต่กลับได้ผ่านความเป็ความตายไปด้วยกัน ถึงพวกเขาอยากไปเยี่ยมครอบครัวของแชมป์แต่ก็ไม่ได้ เพราะทางองค์กรไม่อนุญาตและไม่เปิดเผยข้อมูลเหยื่อให้รับรู้ แต่เวลเคยไปห้องพักของแชมป์ จึงให้เพื่อนอีกสองคนไปหาแฟนสาวของเขาเพื่อบอกคำพูดในวาระสุดท้ายของเพื่อนเก่า แต่เวลไม่ไปเนื่องจากเขายังโกรธแค้นต่อตัวแชมป์ถึงมันจะไม่น่าเชื่อสักเท่าไหร่ ว่าคนที่เคยช่วยชีวิตพวกเขาในวันนั้นจะทรยศแต่เขาก็ตัดสินใจที่จะเชื่อเพื่อหาใครสักคนมาเป็ที่รองรับ”บาป” ในครั้งนี้
เช้าอันสดใส แต่ก็มาพร้อมกับจิตใจอันไม่สดใสเพราะผ่านเื่ราวมามากมายของพายุนั้นได้พาร่างกายเพื่อเดินทางไปหาจ่อย ซึ่งอาจจะได้เป็หัวหน้าคนไหมของเขา บนรถแท็กซี่ได้มีการสนทนาของคนขับเพื่อไม่ให้รถเงียบเกินไปแต่พายุที่ครุ่นคิดอยู่นั้นก็ได้แต่ถามคำตอบคำ หลังลงรถเขาได้หยุดยืนแล้วกวาดตามอง เมื่อแหงนหน้ามองท้องฟ้าก็พบกับตึกตระหง่านมากมาย เมื่อคืนเขาได้ค้นหาชื่อของร้านนี้ผ่านอินเทอร์เน็ตจึงมั่นใจว่ามาถูกเพราะผลค้นหานั้นมีอยู่ร้านเดียว พลันสายตาก็เหลือบมาเห็นป้ายหน้าร้านที่เขียนว่า “เทวะโอสถ” ร้านขายยาชั้นเดียว ด้านหน้าเป็กระจกใสที่เผยให้เห็นยาอยู่บนชั้นมากมาย มีประตูบานหนึ่งที่ไม่ใหญ่มากเป็ทางเข้าร้าน พายุได้เดินเปิดประตูเข้าไปแล้วกล่าวว่า
“ขอยาดับตะวันครับ”
พลันคนขายยาที่ใส่ชุดเภสัชกรได้หันมาหาเขาแล้วพูดว่า
“สินค้าหมดนะคะ กรุณาขึ้นไปชั้น 12 ผ่านลิฟต์ด้านหลังค่ะ”
พายุสงสัยในคำตอบของพนักงานขายยาคนนี้เป็อย่างมากเพราะที่นี้มันมีชั้นเดียวนี่!!