บทที่39 ตำนานเจียงซือที่ถูกลืม
สิ่งที่เหลียนเฟ่ยเห็นนั่นคือตำนานหลายร้อยปีหรืออาจจะพันปีมาแล้ว มันเป็นตำตานของเจียงซือ เจียงซือหรือผีดิบจีนเชื่อว่าเป็นแวมไพร์ที่อาศัยนอนหลับอยู่ในโลงศพหรือถ้ำในเวลากลางวัน และในเวลากลางคืน จะออกหากินด้วยการดูดเลือดของมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ด้วยการกระโดด เจียงซือมีผิวที่ขาวซีดและมีขนยาว ซึ่งเกิดจากเชื้อรา ที่เจริญเติบโตบนร่างกาย แต่ถ้าเจียงซือกระโดดข้ามกระสอบข้าว จะก้มลงนับเมล็ดข้าวทุกเมล็ด ซึ่งวิธีป้องกันเจียงซือ บางครั้งจะใช้การโปรยเมล็ดพืชหรือข้าวไว้ตามทางเดินหรือหลังคาบ้าน เพื่อถ่วงเวลาให้เจียงซือนับเมล็ดข้าวจนถึงเช้าซึ่งวิธีการเช่นนี้ก็เป็นวิธีเดียวกันกับการป้องกันแวมไพร์ของยุโรป ทว่าสิ่งที่เหลียนเฟ่ยเห็นมันแตกต่างออกไปจากตำนานเหล่านั้นผิวของมันเป็นสีดำออกเขียวมันนอนเอามือทั้งสองวางไว้บนหน้าอกของมันในลักษณะอกไขว้กันอยู่มีเล็บแหลมยาว สวมชุดของหน่วยทหารในยุคปัจจุบัน บนหน้าผากของมันมียันต์ติดอยู่ เหลียนเฟ่ยแถบหยุดหายใจเมื่อเห็นมันลืมตาขึ้นและสูดดมกลิ่นในอากาศและแยกเขี้ยวออกมา เขี้ยวของมันคล้ายกับฟันของอสูรกายมันร้องคำรามออกมา (((โฮกกกก)))ทุกคนถึงกับกระเด็นถอยออกไป
“ทุกคนออกไปเร็ว”เหลียนเฟ่ยตีลังกาไปอีกด้านแล้วเตะฝาโลงไปปิดไว้เหมือนเดิม เสียงของมันจึงสงบลง ทว่ามันก็สงบไม่นาน ปัง!!!!ฝาโลงเปิดออกมันพุ่งใส่เหลียนเฟ่ย
“ไอ้บ้านี่”เหลียนเฟ่ยชักดาบออกมาจากด้านหลัง แล้ววาดมันออกไปเป็นเส้นโค้ง ปัง!!!ฝาโลงขาดออกเป็นสองส่วนพร้อมกับร่างของมันพุ่งเข้ามาเหลียนเฟ่ยหมุนตัวแล้ววาดดาบไปอีกครั้ง เคร้ง!!! มันเอากรงเล็บปันออกแล้วถอยออกไป
“ยืนทำบ้าอะไรกันถอยออกไปเร็ว”ทุกคนยังไม่อยากเชื่อกับภาพที่เห็น พวกมันเคยเห็นแต่ในหนังไม่อยากเชื่อว่าจะมีอยู่จริง เหลียนเฟ่งมองไปที่ผีดิบไม่มีแม้แต่รอบขีดข่วน หน้าตาของมันเหมือนกับชาวจีนธรรมดามีผมยาวรุงรังเล็บและฟันขาวสะอาด
“ยันก็ติดอยู่มันขยับได้ยังไง”ทุกคนวิ่งอันออกไปทันที เหลียนเฟ่ยถูกโจมตีอย่างต่อเนื่อง เคร้งๆๆๆๆ มันรวดเร็วมากความเร็วทั้งสองพอๆกัน มันไม่ใช่ผีดิบเหมือนในหนังแต่มันมีทักษะการต่อสู้แบบทหารและมีพลังพอๆกับผู้บ่มเพาะขั้นสี่
“บ้าไปแล้วมันสู้เป็น”เหลียนเฟ่ยไม่มีทางเลือก ควงดาบเป็นวงกว้างแล้วใส่พลังฉีลงไปในดาบ
“ดาบตัดเหล็ก”ผีดิบต่อยไปที่หัวของเหลียนเฟ่ยด้วยความเร็ว ดาบของเหลียนเฟ่ยมีแสงสีเขียวออกมาเธอก้มต่ำลงแล้ววาดดาบฟันที่ขามัน ฉัวะ!!!ขาขาดกระเด็นมันเสียหลังล้มลงไป เหลียนเฟ่ยเตะไปที่หัวของมัน ปัง!!มันลอยกลับไปทันที เหลียนเฟ่ยพุ่งไปที่มันเพื่อสังหาร ดาบพุ่งไปยังคอของผีดิบ หมับ!!!มันจับดาบของเหลียนเฟ่ยไว้เพื่อหยุดการจู่โจม ทำให้เธอขยับไม่ได้
“แรงเยอะเป็นบ้าเลย”เหลียวซูมกระโดดถีบไปที่หัวของมันทันที ปัง!!!ผีดิบกระเด็นถอยหลังกลับไป
“ยัยบ้าหนีเร็ว”ทั้งสองลุกขึ้น
“ไม่ได้พี่ถ้ามันออกไปเรื่องใหญ่แน่”
“ก็ได้ฆ่ามันก่อน”สิ่งที่พวกคาดไม่ถึงคือผีดิบกระโดดขึ้นไปยังศพที่แขวนอยู่ด้านบนแล้วดูดเลือดทันที
“ให้ตายพี่หยุดมันเร็วมันกำลังเพิ่มพลัง”เหลียนซูอัดพลังฉีเข้าที่เท้าแล้วเตะมัน ปังๆๆๆ เนี่องจากพลังของเหลียนซูต่ำเกินไปมันยังไม่รู้สึกอะไร
“พี่นี่จริงๆเลยฉันบอกแล้วว่าอย่าหยุดฝึกฝน”เหลียนซูตระหนักได้ว่าสิงที่มันคิดว่าไม่สำคัญในยุคนี้นั้นถึงยามจำเป็นแล้ว มันสำคัญกว่าเงินทองเสียอีก เหลียนเฟ่ยกระโดดถีบไปยังร่างของผีดิบด้วยพลังฉีระดับห้าจนมันกระเด็นออกไปปัง!!!มันรีบลุกขึ้นแล้วร้องคำราม(((โฮกกกก)))มันขาขาดไปหนึ่งข้างเดินไม่ได้จึงใช้แขนดีดตัวพุ่งใส่เหลียนเฟ่ย
“ไอ้บ้า”เหลียนเฟ่ยม้วนตัวอัดพลังฉีเต็มที่ถีบสวนกลับไปที่หัวของมัน ปัง!!!ทั้งสองลอยออกจากกัน
“ระวังอย่าให้ฝาโลงอืนเปิดออก”เหลียนเฟ่ยสั่งออกไปทุกคนระวังตัวทันทีคนที่กำลังหนีจึงหยุดลงแล้วทำตามที่เธอสั่งไม่รู้ทำไมว่าคำสั่งของเหลียนเฟ่ยพวกมันจึงต้องทำตาม มู่หวานกระชากคอเสื้อซางกัวหยวนถอยออกมาจากที่อันตราย
“ไอ้แก่แกจะยืนมองหาอะไรเดี๋ยวก็ตายหรอก”มู่หวานไม่พอใจแต่ก็ช่วยเอาไว้ เหลียนซูกระโดดเหยียบที่หลังของผีดิบทันที
“ตอนนี้แหละอะเฟ่ย”เหลียนเฟ่ยตีลังกาม้วนตัวด้วยย่างก้าววายุ แล้ววาดดาบด้วยท่าดาบตัดเหล็ก วาบ!!!เคร้ง!!!มันใช้เล็บของมันปัดออกแล้วใช้แขนกระแทกไปที่ท้องของเหลียนเฟ่ย เปรี้ยง!!!พรวด…เหลียนเฟ่ยพ่นเลือดออกมา ทว่าเธอไม่ใช่คนอ่อนแอ เหลียนปาดเลือดออกแล้วลุกขึ้น เหลียนซูโดนดีดออกลอยออกไปทันที โครม!!! มันรีบคลานไปเลียเลือดเหลียนเฟ่ยทันที
“ไอ้โรคจิตเอ้ย”เธอหยิบปืนออกมายิงที่หัวของมัน ปังๆๆๆ!!!กระสุนไม่อาจผ่านผิวของมันได้
“ไร้ประโยชน์เสียจริง”มันแยกเขี้ยวแล้วพุ่งเข้ามาหาเธอ
“ฉันรอจังหวะนี้แหละไอ้ผีโง่”เหลียนเฟ่ยแยกข้าออกทำให้เธอตัวต่ำลงเหมีนท่ายิมนาสติกแล้วตวัดดาบขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยพลังฉี ฉัวะ!! ร่างมนหล่นลงทันทีแล้วเอามือจับไปที่ลำคอของมัน จากนั้นหัวของมันก็ขาดหล่นลงมาจากลำคอ เหลียนเฟ่ยหอบหายใจลึก ร่างผีดิบกลายเป็นควันแล้วค่อยๆสลายไป เหลียนเฟ่ยรีบถ่ายรูปจากนั้นก็ร้องบอก
“ออกไปเร็ว”เหลียนเฟ่ยรู้ทันทีว่าผีดิบตัวที่เธอกำจัดไปมันยังเติบโตไม่เต็มที่ไม่งั้นเธอคงไม่จัดการง่ายแบบนี้ และเธอก็รู้ถึงความหมายของศพที่แขวนอยู่ด้านบนแล้ว
“ไอ้บ้าเอ้ยที่แท้ศพที่แขวนอยู่คืออาหารของมันนี่เอง”เธออดด่าคนที่สร้างของแบบนี้ไม่ได้
“ไอ้พวกนั้นมันบ้าไปแล้วสร้างของแบบนี้ขึ้นมาได้ยังไง”เหลียนเฟ่ยพาทุกคนออกไปทันที ดูเหมือนว่าเธอได้รู้ในสิ่งที่ไม่ควรรู้เสียแล้ว เมื่อทุกคนกลับออกมาเหลียนเฟ่ยสั่งการทันที ทว่าซางกัวหยวนแทบเป็นบ้า
“ฉันไม่ผิดฉันไม่รู้เรื่องนะ”มันพูดซ้ำๆไปมา เหลียนเฟ่ยเดินเข้าไปหามันทันที
“เฮ้ยๆไหวไหม”เธอตบหน้าเรียกสติมันหลายครั้งจนได้สติขึ้นมา
“ฟังฉันให้ดีเผาทุกอย่างในนี้แล้วปิดตายห้องนั้นเสีย ท่างที่ดีไปตามนักพรตมาเป่ารับควานซะ”เหลียนเฟ่ยคิดอยู่สักพัก
“อ่อไปตามหานักปล้นสุสานแล้วให้เขามาผนึกที่นี้จะดีที่สุดฉันสงสัยว่าหากมันหลุดออกมาต่อให้ส่งกองทัพมาก็เอาไม่อยู่ ถ้านายมีน้ำใจสืบที่มาศพพวกนี้ด้วยแล้วกัน”เหลียนเฟ่ยส่งรูปทั้งหมดให้มันไป ซางกัวหยวนตัวแข็งไป มันไม่คิดเลยว่าเหตุการณ์จะใหญ่กว่าที่มันคิดไว้ เหลียนเฟ่ย เหลียนซู มู่หวาน ออกจากตระกูลซางทันทีตระกูลซาง
เสียงโทรศัพท์ของมู่หวานดังขึ้นเธอเห็นหมายเลขโทรศัพท์ก็ยิ้มออกมา มันเป็นเหลียนชิงโทรมาหาเธอแล้วบอกสถานะการณ์ที่บ้านให้ฟัง
“ว่าไงลูก”
“คุณย่าอยากคุยด้วยค่ะแม่”
“งั้นหรือได้เลย”
“มู่หวานปลอดภัยไหม”
“แน่นอนคะคุณแม่อาเฟ่ยอยู่ด้วยทุกอย่างราบรื่นดีคะ”ตอนนี้เหลียนเฟ่ยหลับไปแล้วจากการใช้พลังมากเกินไป
“ดีงั้นรับกลับมา”
“ค่ะคุณแม่”เจียวเชิงเอ่ยถามถึงเฉินหนานออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆ
“แล้วเรื่องเด็กคนนั้นเป็นไง”
“อาเฟ่ยบอกว่าเขาเป็นคนสำคัญของเธอค่ะหนูได้ยินเธอเรียกว่าน้องชาย”
“อะไรนะอาเฟ่ยเนี่ยนะ”มู่หวานยิ้ม
“ใช่ค่ะหนูเองก็แปลกใจเหมือนกัน”
“งั้นรึดูเหมือนเด็กคนนั้นไม่ธรรมดาเลย ยังไงรีบกลับมาแล้วกัน”
“ค่ะงั้นแค่นี้ก่อนนะคะ”เมื่อวางสายเธอก็กลับมาคุยกับเหลียนซู
“เราจะกลับไปสภาพนี้หรือคะ”
“เราจะไปที่คอนโดก่อนค่อยกลับบ้าน”เหลียนซูพูดออกมา ทั้งสามไปที่คอนโดตระกูลเหลียนเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนชุด เหลียนเฟ่ยตื่นขึ้นมา
“เรามาที่นี้ทำไม”
“เธอจะกลับไปสภาพนี้หรือไงยัยบ้า”เธอมองดูตัวเองก็ยิ้มแห้งจากนั้นพวกเขาก็ขึ้นคนโดไป
“งั้นฉันไปอาบน้ำก่อนนะ อ่อมีอีกเรื่องฉันอยากให้ซื้อบ้านที่ดีที่สุดใกล้มหาวิทยาลับเซี่ยงไฮ้ที่สุดพร้อมรถราคาสองล้านขึ้นไปสามคันจัดการให้ฉันด้วย”
“นี่เธอมีเงินมากไปใช่ไหมถึงเอามาทิ้งเล่นบ้านที่เธออยู่ในเซี่ยงไฮ้ก็มีแล้วนะสิบคันไม่พอรึไง”เหลียนเฟ่ยไม่สนใจ
“อ่อ รถนี้ต้องนำเขานะเอาแบบหรูๆ”เหลียนซูส่ายหน้า
“ตามใจเธอเถอะค่ะคุณเคยขัดใจเธอได้หรือไง”มู่หวานห้าม
“ฉันก็ว่างั้นแหละ”เมื่อทั้งสามเตรียมพร้อมก็ออกจาคอนโด เหลียนเฟ่ยใส่เสื้อก้ามของทหารสีดำและกางเกงยีนรองเท้าบูทผู้หญิง แม้จะดูเรียบง่ายแต่ก็สง่างามผิดกับมู่หวานที่สวยแบบเซ็กซี่ ทั้งสามกลับมาถึงบ้านก็เป็นเวลาเที่ยงครึ่งแล้ว เท่ากับว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นไม่ถึงสามชั่วโมง รถเลี้ยวเข้าบ้านทรงโบราณหลังใหญ่ ก็มีคนออกมาต้อนรับรวมไปถึงอาวุโสสาม ด้วยความตื่นเต้น พวกเขาทราบข่าวแล้วว่าตระกูลเหลียนชนะแถมได้ผลประโยชน์ไม่น้อย
ผิดกับตระกูลอู๋ที่หน้าเดี๋ยวซีดเดี๋ยวแดง ปัง!!มันตบโต๊ะอย่างไม่พอใจเรียกได้ว่าเหลียนเฟ่ยอ่านเกมขาด ผลประโยชน์ที่มันต้องการแบ่งมาแบบไม่ต้องลงแรงตอนนี้ตกเป็นของตระกูลเหลียนทั้งหมด แน่นอนว่าสถานะของตระกูลเหลียนพุ่งขึ้นสูงจนมันเริ่มอยู่ไม่สุขแล้ว
“นางปีศาจ”!!!
“แบบนี้เราจะเอายังไงดีครับคุณพ่อ”ลูกชายคนโตถามออกไป
“ยังจะถามอะไรอีกเราจะทำอะไรได้ขนาดมันไปแค่สามคนตระกูลซางยังย่อยยับขนาดนี้แล้วแกคิดว่าเราจะทำอะไรได้งั้นหรือ”ทุกคนหน้าซีด
“เตรียมตัวไปงานศพลูกชายมัน”
ภายในตระกูลซาง ทุกคนต่างเร่งรีบจัดงานศพลูกชายคนเล็กทันทีโดยบอกว่า หัวใจวายตายเพื่อหลีกเลี่ยงคำถาม ซางกัวหยวนส่งคนติดต่อนักขุดสุสานทันที รวมไปถึงนักพรตที่ไม่รู้ว่ายุคสมัยนี้ยังมีตัวตนอยู่หรือไม่ อย่างไรก็ตามพวกมันได้ทำการป้องกันห้องของเทียนถงในระดับหนึ่งแล้ว เพื่อรอผู้เชี่ยวชาญ
“หาตัวเจอหรือยัง”
“ไม่ครับพวกเขามีตัวตนอยู่หรือเปล่าเราก็ไม่รู้”
“อย่างไรก็ตามเรื่องนี้เราจะให้ข่าวหลุดออกไปไม่ได้”
“ผมจัดการเรียบร้อยแล้วครับ”
“ดี”ไม่มีใครรู้ว่าคำว่าจักการเรียบร้อยหมายถึงอะไร อย่างไรก็ตามซากกัวหยวนทำลายไฟล์วิดีโอที่เกิดขึ้นวันนี้ทั้งหมดเพื่อไม่ให้มีใครสืบสวนได้
“แล้วงานศพเป็นยังไงบ้าง”
“ทางเราจัดการเรียบร้อยแล้วอีกไม่นานแขกจะเริ่มมากันแล้วครับ”ซางกเวหยวนพยักหน้า
บนเครื่องบินที่มุ่งหน้าไปยังทางทิศตะวันออกมณฑลหูหนาน เทียนถงกำลังนั่งอยู่ด้วยความทรมานจากความเจ็บปวดเลือดของมันซึมออกมาตลอดเวลา
“ช่างเป็นวิชาที่ร้ายกาจคอยดูเมื่อฉันหายเมื่อไรจะกลับมาหาตัวแกให้พบและจะทรมานอย่างช้าๆ”สีหน้าของมันเหี้ยมโหดมาก ทว่าตอนนี้แม้แต่เด็กมันยังสู้ไม่ได้ ไม่ไม่รู้เลยว่าความลับขอนิกานถูกเปิดเผยแล้ว
เฉินหนานลืมตาขึ้นในห้องที่เขาไม่คุ้นชินเขามองไปรอบๆก็ถึงกับประหลาดใจใจ มันเป็นห้องที่เรียบง่ายสะอาดและกว้างมากๆ มีรูปขนาดใหญ่นี่คือสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจ มีชายและหญิงยืนอยู่และทีเด็กสองคนอยู่ตรงกล้า ผู้หญิงด้านซ้ายมีหลายส่วนเหมือนเหลียนเฟ่ย แต่ไม่เหมือนกันทีเดียว
“พี่สาวงั้นหรือไม่ใช่แค่คล้ายๆกัน”เฉินหนานลุกขึ้นมาแล้วมองหาโทรศัพท์ของเขา มันถูกวางอยู่ข้างตัวเขาบนโต๊ะข้างเตียง เขาเปิดเครื่องจากนั้นข้อความหลายสิบข้อความก็เด้งขึ้นรวมไปถึง เบอร์แม่ของเขาสามสาย
“ตายห่าแล้ว”เฉินหนานรีบโทรกลับ
“ครับแม่โทรหาผมมีอะไรหรือไม่ครับ”
“ให้ตายลูกอยู่ไหนเนี่ยอ่านหนังสือหรือยังพรุ่งนี้สอบแล้วนะ”
“เอ่อผมอ่านหนังสือเลยปิดเครื่องน่ะครับ”น้ำเสียงลั่วอันอันก็อ่อนลงเมื่อรู้ว่าลูกชายอ่านหนังสือจึงปิดเครื่อง
“งั้นเองหรืองั้นแม่ไม่กวนแล้วทีหลังอย่าปิดเครื่องอีกนะลูกแล้วกินข้าวบ้างล่ะ”
“โอเคครับแม่”จากนั้นเฉินหนานก็โทรไปหาฟู่หลง
“นายอยู่ไหนฉันมีเรื่องจะคุยด้วย”
“ฉันมาจงซานนางมีอะไรงั้นหรือ”
“มีเรื่องที่เขาชิงเหอนิดหน่อยช่างเถอะนายอยู่จงซานคงมาไม่ได้”
“แล้วมีปัญหาอะไร”
“ฉันพบหินประหลาดขนาดใหญ่น่ะสิมันมีสีดำและมีลายเขียวฉันคิดว่าเป็นหยกแต่ว่าไม่ใช่ฉันเลยให้คนตรวจสอบแล้วแต่ไม่มีใครรู้จักเลยว่าเป็นหินอะไร”
“นายส่งรูปมาได้ไหม”
“เดี๋ยวนะฉันหาก่อนนะ”จากนั้นฟูหลงก็ส่งมาให้เขาดู เฉินหนานตาโตดูแล้วดูอีกไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองมือของเขาสั่นเทา
“มันมีจริงๆงั้นหรือเนี่ยในโลกนี้เนี่ยนะ”…