บทที่ 21 ร้องไห้น้ำตาแตก
ต่อให้ซูเถียนหลินขู่จะฆ่าตัวตาย ก็ไม่อาจขวางพ่อลูกตระกูลจี้ได้
นางไม่อาจวางใจเื่ความปลอดภัยของลูกชาย จึงทำได้เพียงบีบบังคับให้จี้ป๋อหรูเพิ่มจำนวนองครักษ์ติดตามจี้หานซวนไปให้มากที่สุด
จี้หานซวนนำกองกำลังองครักษ์นับร้อยนาย
เร่งเดินทางออกจากเมืองหลวงทั้งคืน ไล่ตามขบวนของจี้หานลั่วมาติด ๆ แต่เมื่อมาถึงครึ่งทาง พิราบสื่อสารที่ถูกฝึกมาเป็พิเศษของจวนจี้กั๋วกง ก็ร่อนลงเกาะที่แขนของเหิงหลิง บ่าวรับใช้คนสนิท
“นายน้อย แย่แล้วขอรับ คุณหนูเก้าและคณะ ถูกโจรูเาดักปล้นที่โรงเตี๊ยมซุ่นผิง...”
ยังไม่ทันที่เหิงหลิงจะพูดจบ
จี้หานซวนก็คว้าจดหมายไปกวาดสายตาอ่านอย่างรวดเร็ว
คิ้วของจี้หานซวนขมวดแน่น “สั่งให้ทุกคนเร่งความเร็วขึ้นอีก!”
น้องเก้าของเขาจะเป็อะไรไปไม่ได้เด็ดขาด
จวนจี้กั๋วกงอันยิ่งใหญ่ หากลูกสาวที่ส่งตัวไปแต่งงานถูกโจรฆ่าตายกลางทาง
นอกจากจะทำให้ความสัมพันธ์กับตระกูลเซี่ยงร้าวฉานแล้ว
ยังจะกลายเป็ตัวตลก ให้คนทั้งเมืองหลวงหัวเราะเยาะ จวนจี้กั๋วกงแบกรับความอับอายเช่นนี้ไม่ไหวแน่
...
ณ ลานโล่งใกล้โรงเตี๊ยม
จี้หานลั่วในมือยังกำมีดผ่าฟืนแน่น ร่างกายแข็งทื่อราวกับรูปปั้น
นางก็เป็เพียงผู้หญิงธรรมดา ๆ คนหนึ่ง
ไม่ได้มีความทะเยอทะยานยิ่งใหญ่ และไม่คิดจะเกาะแข้งเกาะขาผู้มีอำนาจ
ยิ่งไม่อยากเอาครึ่งชีวิตที่เหลือ ไปทิ้งขว้างในเรือนหลังเพื่อแย่งชิงผู้ชายเพียงคนเดียว
นางขอแค่...อยากจะมีบ้านเป็ของตัวเองสักหลัง
ปลูกดอกไม้และต้นไม้ที่ชอบไว้ในสวน
ยามว่างก็ตั้งเตาย่างเนื้อในลานบ้าน รินสุราจิบเบา ๆ กับคนรู้ใจ
มองดูดอกไม้บานในฤดูใบไม้ผลิ รอคอยผลผลิตอุดมสมบูรณ์ในฤดูใบไม้ร่วง
แต่ใครจะคิดว่าความปรารถนาที่เรียบง่ายเพียงเท่านี้
ในยุคสมัยนี้...กลับยากเย็นแสนเข็ญถึงเพียงนี้?
ถึงขนาดต้องให้นางจับมีดผ่าฟืน ฝ่าฟันเอาชีวิตรอดท่ามกลางพายุคาวเืเช่นนี้
“ฮูหยิน าเ็ตรงไหนหรือไม่?”
ชุดเ้าสาวสีแดงสดที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเืของจี้หานลั่ว ทำเอาหัวใจของเซี่ยงเฉิงหลีบีบรัดจนเ็ป เขาไม่สนาแที่มีเืซึมของตัวเอง แต่กลับลนลานรีบตรวจสอบร่างกายของจี้หานลั่วด้วยความร้อนรน
จี้หานลั่วถูกดึงกลับสู่โลกแห่งความจริง
ซากศพเกลื่อนกลาดในสนามรบ เืสีแดงฉานย้อมรองเท้าปักลายของนางจนชุ่ม พื้นรองเท้าเหนียวเหนอะหนะ
กลิ่นคาวเืคละคลุ้งในอากาศ ฉุนจมูกจนน่าสะอิดสะเอียน
คราบเืที่กระเซ็นมาติดบนหมวกคลุมหน้า ช่างบาดตาบาดใจยิ่งนัก
เส้นด้ายแห่งความเยือกเย็นในใจของนาง...ขาดผึง
มือที่กำมีดผ่าฟืนคลายออก มีดร่วงหล่นลงพื้น นางกระชากหมวกคลุมหน้าทิ้งอย่างแรง แล้วเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสีนิลที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของเซี่ยงเฉิงหลี ความน้อยเนื้อต่ำใจพลันถาโถมเข้ามา...
น้ำตาไหลทะลักราวกับเขื่อนแตก ร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่
“ข้าก็แค่อยากใช้ชีวิตดี ๆ ไปวัน ๆ”
“ทำไมมันถึงยากเย็นเพียงนี้?”
“นี่เพิ่งห่างจากเมืองหลวงมาได้แค่ไหนกันเชียว?”
“ทำไมถึงมีโจรูเาเยอะแยะขนาดนี้?”
“พวกขุนนางที่กินเงินเบี้ยหวัดราชสำนัก วัน ๆ มัวทำอะไรกันอยู่หรือ?”
บนใบหน้าที่งดงามปานล่มเมืองนั้น เต็มไปด้วยความอัดอั้นตันใจและความไม่เข้าใจโลกใบนี้
ดวงตาคู่สวยพร่ามัวไปด้วยม่านน้ำตา
หยาดน้ำตาร่วงหล่นราวกับไข่มุกสายขาด ไหลอาบแก้มขาวเนียนใส ทุกหยดที่ร่วงหล่น ราวกับหยดลงกลางใจของเขา ทำให้เขาเ็ปและทรมานเหลือเกิน
เจ็บยิ่งกว่าโดนดาบฟันเสียอีก
ทำเอาชายชาตรีผู้ยืนหยัดค้ำฟ้า องอาจผ่าเผย ไม่เกรงกลัวต่อภยันตรายใด ๆ อย่างเขา ถึงกับทำตัวไม่ถูก ร้อนรนจนมือไม้ปั่นป่วน...
ยื่นมืออยากจะช่วยเช็ดน้ำตาให้นาง ก็กลัวว่าคราบเืบนมือจะทำใบหน้าเปื้อน อยากจะดึงนางเข้ามากอดปลอบโยน ก็กลัวกลิ่นคาวเืบนตัวจะทำให้นางระคายเคือง...
สุดท้ายเขาจึงตัดสินใจ ช้อนตัวนางขึ้นอุ้มไว้ในอ้อมอกทันที
ลมหายใจอุ่นร้อนและหอมกรุ่นของดรุณีสาว ราวกับจะกลบกลิ่นคาวเืที่คละคลุ้งในอากาศจนสิ้น มันเป่ารดที่หลังใบหูของเซี่ยงเฉิงหลี เพิ่มความรู้สึกวาบหวามและบรรยากาศอันคลุมเครือให้คุกรุ่นขึ้น...
ทำเอาชายชาตรีผู้แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า ร่างกายเกร็งเขม็งขึ้นมาในทันที
หัวใจเ้ากรรมเต้นแรงจนควบคุมไม่อยู่ ราวกับจะทะลุออกมานอกอก ตึกตัก ตึกตัก
ภายใต้ความมืดใบหูของเขาร้อนผ่าว อาศัยความสุขุมเยือกเย็นที่สั่งสมมาถึงสองชาติภพ จึงจะพอข่มกลั้นความพลุ่งพล่านในกายเอาไว้ได้...เขาโอบอุ้มหญิงงามเดินหน้าต่อไป
[หลงรักใบหน้าของเ้า: โอ้ว ๆ ๆ พระเอกสายแข็งกับภรรยาตัวน้อยผู้เลอโฉม หวานเจี๊ยบ นี่สิถึงจะเรียกว่าซีรีส์โรแมนติก ฟินจิกหมอน มอบรางวัล 999 เหรียญดวงดาว]
[น้องสาวรีบมาซบอกพี่: คนหน้าตาดีเนี่ย ขนาดร้องไห้ยังน่าสงสารจนละสายตาไม่ได้ อยากสิงร่างคุณชายเซี่ยง แล้วอุ้มสตรีมเมอร์เดินบ้างจัง......มอบรางวัล 888 เหรียญดวงดาว]
[นินี่ผู้น่ารัก: เห็นหูแดง ๆ ของคุณชายเซี่ยงแล้ว เป็อีกวันที่อยากสิงร่างสตรีมเมอร์ มอบรางวัล 9,999 เหรียญดวงดาว]
เหิงกวางหัวหน้ากององครักษ์ของจวนจี้กั๋วกง ได้รับาเ็ที่แขนในระหว่างการปะทะ
เขาใช้มือซ้ายประคองมือขวาที่เพิ่งพันแผลเสร็จ
เมื่อเห็นเซี่ยงเฉิงหลีอุ้มจี้หานลั่วเดินผ่านหน้าไป
ในใจพลันเกิดความตื่นตระหนก
หากคุณหนูเก้าเป็อะไรไป เขาในฐานะหัวหน้าองครักษ์ที่ถูกส่งมาคุ้มกัน ย่อมไม่อาจปัดความรับผิดชอบได้ สถานเบาคือหัวหลุดจากบ่า สถานหนักคือเดือดร้อนไปทั้งครอบครัว
“คุณชายเซี่ยง คุณหนูเก้าไม่เป็ไรใช่หรือไม่ขอรับ?”
“ไม่เป็ไรมาก” ั์ตาสีนิลของเซี่ยงเฉิงหลี กวาดมองแขนที่าเ็ของเหิงกวาง แล้วขมวดคิ้วแน่น “กององครักษ์ของจวนจี้กั๋วกง าเ็ล้มตายเท่าไหร่?”
“ตาย 9 นาย าเ็ 21 นายขอรับ” เหิงกวางตอบด้วยใบหน้าละอายใจ
พวกเขาถูกเลี้ยงดูมาในจวนจี้กั๋วกง เคยชินกับความสงบสุข การปะทะกับโจรูเาเพียงครั้งเดียว ก็เผยให้เห็นถึงความแตกต่างราวฟ้ากับเหวเมื่อเทียบกับตระกูลเซี่ยง
ทั้งที่เผชิญหน้ากับกองทัพโจรกลุ่มใหญ่เหมือนกัน
คนของตระกูลเซี่ยงที่มาช่วยรับตัวเ้าสาว กลับยืนหยัดต่อสู้ในแนวหน้าที่อันตรายที่สุด อาศัยความเก่งกาจสังหารโจรไปไม่น้อย แถมยังรักษาชีวิตตัวเองไว้ได้
ส่วนพวกเขา ถูกคนของตระกูลเซี่ยงปกป้องให้อยู่ในวงล้อม
แต่กลับถูกโจรูเาขู่ขวัญจนค่ายกลแตกกระเจิง าเ็ล้มตายไปไม่น้อย
แถมยังเกือบทำให้คุณหนูและนายน้อยแห่งจวนจี้กั๋วกงต้องสังเวยชีวิต
ช่าง...น่าขายหน้าเหลือเกิน
“ให้พี่น้องที่าเ็ เข้าไปพักในโรงเตี๊ยม คุ้มกันหานชิงให้ดี” เซี่ยงเฉิงหลีรู้สึกโล่งใจยิ่งนัก
ตอนที่จี้หานลั่วเสนอตัวแต่งงาน
เขาได้เรียกตัวพี่น้อง ยอดฝีมือของตระกูลเซี่ยง
ให้มาร่วมขบวนรับเ้าสาวในครั้งนี้
“หานชิงเป็อย่างไรบ้าง?” จี้หานลั่วเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าใน่ชุลมุน นางในชุดเ้าสาวสีแดงสดตกเป็เป้าโจมตีหลัก
ตอนที่นางใช้มีดผ่าฟืนฟันดาบของโจรจนหัก รีบให้สาวใช้และแม่นมเฉียนคุ้มกันน้องชาย ถอยไปหลบหลังต้นไม้พร้อมกับองครักษ์อีกกลุ่มหนึ่ง
ไม่รู้ว่าจี้หานชิงและสาวใช้ข้างกายได้รับาเ็หรือไม่
นางกวาดสายตามองหาด้วยความร้อนรน
“คุณหนูเก้า นายน้อยปลอดภัยดีขอรับ เพียงแต่ใมาก ข้าเลยสกัดจุดหลับของนายน้อยเอาไว้” เหิงเฉวียนหัวหน้ากององครักษ์ชุดที่สองที่จวนจี้กั๋วกงส่งมาเสริม อุ้มจี้หานชิงเดินตรงเข้ามาหาพวกเขา
จี้หานลั่วขมวดคิ้วแน่น “เหิงเฉวียน ช่วยส่งข่าวไปบอกท่านพ่อที ให้ส่งคนมารับหานชิงกลับไป”
...
ณ โรงเตี๊ยมซุ่นผิง ในพงหญ้าที่ห่างออกไป
มีเสียงตะกุกตะกักดังขึ้นแ่เบา “ละ...ลูกพี่ ข้า...ข้ากลัว”
“......”
หวางม๋าจื่อ เหลือบมองสนามรบที่เกลื่อนกลาดไปด้วยซากศพ ก็รู้สึกหนังศีรษะชาวาบด้วยความสยอง เขาตบผัวะเข้าที่หน้าผากของลูกน้องติดอ่างอย่างแรง “คนตายจะมีอะไรน่ากลัววะ?”
ราวกับว่าการพูดเช่นนี้ จะช่วยขับไล่ความหวาดกลัวในใจออกไปได้
เขาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่มืดสนิทไร้แสงจันทร์
ลมหนาวพัดวูบผ่านมาทำเอาเขาหนาวสั่นไปทั้งตัว
จนอดไม่ได้ที่จะสบถด่าออกมา “ไอ้มัจจุราชเซี่ยงเฉิงหลีนั่น ทำไมป่านนี้ยังไม่โผล่หัวออกมาอีก?”
ขืนทำงานไม่สำเร็จ เงินห้าร้อยตำลึงมีหวังบินหนีไปแน่
ทันใดนั้น เสียงหยาบโลนอันน่ารังเกียจก็ดังแทรกขึ้นมา “ลูกพี่ คุณหนูเก้าจวนจี้กั๋วกงนั่น หน้าตายั่วยวนยิ่งกว่านางโลมอันดับหนึ่ง ของหอฮวาม่านเสียอีกนะขอรับ”
“ถ้าเป็ข้านะ รับรองว่าจะงัดเอาเรี่ยวแรงที่มีทั้งหมดไปลงบนเตียง จะจัดหนักให้แม่คนงามนั่นลุกไม่ขึ้นเลยเชียว”
“แม่เล้าที่หอชุนม่านเคยบอกไว้ ‘วสันต์ราตรีมีค่าดั่งทองพันตำลึง’”
“ฮี่ ๆ ๆ...”