ปีที่ยี่สิบสองแห่งการครองราชย์ของฮ่องเต้ิเจี้ยน ลมหนาวของเดือนหนึ่ง ช่างหนาวเหน็บลึกลงไปถึงขั้วหัวใจ หญิงสาวร่างกายผ่ายผอม เหลือเพียงหนังหุ้มกระดูก ริมฝีปากแห้งผากราวกับพื้นดินที่แตกระแหง ขาดน้ำหล่อเลี้ยงจิตใจ ดวงตาบวมช้ำปิดสนิท จนไม่สามารถลืมตาขึ้นมามองโลกภายนอกได้
“ไปกันเถอะ” ร่างดำทมิน ทว่ากลับดูสง่างาม ยากนักที่จะละสายตาให้มองไปทางอื่นได้
“ไม่ ข้ายังไม่อยากตาย” หลี่เจียวกำลังยืนมองร่างอันไร้ิญญา หากเมื่อพินิจมองแล้วเป็ต้องใ เพราะนั่นคือนาง
“เ้าจักฝืนไปไย ในเมื่อทุกอย่างเป็เ้าที่โง่งม เลือกทางเดินด้วยตนเอง” คำพูดที่ถากถางไปถึงขั้วหัวใจ แฝงไปด้วยความเย้ยหยัน
“เพราะข้าโง่งม ปล่อยให้ความรักบังตา จนมองไม่เห็นความจริง ว่าแท้จริงแล้วผู้ใดที่รักและหวังดีกับข้า ได้โปรด...เช่นนี้หาได้ยุติธรรมสำหรับข้าไม่” ร่างที่ไร้เรี่ยวแรง ทำเพียงแค่หันไปมองบุคคลลึกลับผู้นั้น ทั้งที่ไม่ได้เปล่งเสียงใด ๆ ออกมา ทว่ากลับรับรู้ได้ว่ากำลังสนทนา เพื่อต่อดวงชะตาให้กับตนเองอยู่
“ยามมีอยู่ไม่เห็นค่า ยามจากมาเหตุใดถึงอาวรณ์เพียงนี้เล่า?” น้ำเสียงเย้ยหยันแกมประชดประชัน กับน้ำเสียงนั้น น่าแปลกที่เขาไม่ได้พูดหรือแสดงสีหน้าใดๆ ให้เห็น หากแต่ััได้ว่ากำลังเย้ยหยันที่นางโง่เขลานัก
“ท่านไม่เป็ข้าย่อมไม่เข้าใจ ว่าคนเลวเ่าั้มอบาแใดให้แก่ข้าบ้าง เหตุใดคนชั่วถึงได้อยู่เสวยสุข แล้วคนที่ถูกรังแกไม่มีทางสู้ ถึงพบกับจุดจบเช่นนี้เล่า ์...เหตุใดถึงได้ลำเอียงเช่นนี้”
เมื่อรู้ว่าไม่มีหนทางที่จะกลับไปแก้ไขได้อีก จึงได้แต่พร่ำพรรณา ถึงความอยุติธรรมที่ตนเองได้รับ ทั้งในยามที่มีชีวิตอยู่ หรือแม้กระทั่งในยามที่ไร้ลมหายใจ กลับไม่มีผู้ใดให้ความยุติธรรมแก่ตนเองได้
“เ้าไม่มีทางรู้ว่า์ลำเอียงหรือยุติธรรม จนกว่าจะได้ััถึงแก่นแท้ของชีวิตโดยแท้จริง” เสียงกระซิบข้างหูคล้ายสายลมพัดผ่านมาแ่เบา จากนั้นร่างทั้งร่างก็กระตุกวูบไหว รับรู้ถึงแรงสั่นะเืบางอย่าง จนยากจะควบคุม จากนั้นสติที่เหลือเพียงน้อยนิดก็ดับวูบไป
รถม้าคันหนึ่งวิ่งด้วยความเร็ว เสียงแส้ของคนขับรถเร่งม้าเร็วอย่างไม่ลดละ แทบไม่ได้หยุดพักระหว่างทาง ทำให้คนที่นอนซมอยู่ถึงกับต้องตื่นขึ้นมาในทันใด แม้ว่าในตอนนี้ยากที่จะลืมตาตื่นขึ้นมาก็ตาม
“คุณหนู ฟื้นแล้วหรือเ้าคะ บ่าวเป็ห่วงคุณหนูเหลือเกินเ้าค่ะ” สาวใช้นางหนึ่งประคองเ้านายลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล หากมองจากเสื้อผ้าการแต่งกายในตอนนี้ แทบแยกไม่ออกว่าใครเป็นาย ใครเป็บ่าว เนื่องจากเสื้อผ้าที่สวมใส่ไม่ได้แตกต่างกันเลยสักนิด
หากจะมองหาความต่าง คงจะเป็หน้าตาและผิวพรรณ ที่แม้ว่าผู้ที่ถูกเรียกว่าคุณหนู ตอนนี้ใบหน้าของนางจะซีดขาว มองไม่เห็นเม็ดเืบนใบหน้า ทว่ากลับมีใบหน้างดงามชวนมอง โดยเฉพาะดวงตาที่สุกสกาวดุจดวงดาราบนท้องนภา ความอ่อนล้าตลอดการเดินทางหลายวันที่ผ่านมา ไม่สามารถทำให้ความงามของหญิงสาวลดลงได้เลยแม้สักเพียงนิด
“อือ...น้ำ”
หลี่เจียว อดีตคุณหนูใหญ่แห่งจวนตระกูลหลี่ บุตรสาวคนโตของราชครูหลี่กับอดีตฮูหยินใหญ่ ภายหลังถูกจับได้ว่าสวมหมวกเขียวให้กับสามี ถูกเนรเทศมาอยู่ที่บ้านเกิดยังพื้นที่ห่างไกลจากเมืองหลวง เพื่อสำนึกผิดพร้อมกับบุตรสาวคนโต ถูกคนงานกลั่นแกล้งจนล้มป่วย และเสียชีวิตในภายหลัง
ฉินซิน บ่าวรับใช้ที่ติดตามคุณหนูใหญ่มาั้แ่เด็ก ดีใจจนร้องไห้ออกมา ด้วยคิดว่าผู้เป็นายจะไม่รอดพ้นราตรีนี้ไปได้อีกแล้ว แต่กลับกลายเป็ว่า ์ท่านเมตตาคุณหนูผู้น่าสงสาร ชีวิตอาภัพ มารดามาด่วนจากไป บิดาหลงลืมไม่ไยดี บัดนี้นายท่านฟื้นคืนสติ ถึงได้ส่งแม่บ้านมารับคุณหนูกลับเข้าจวนของราชครู
สองนายบ่าวประคองกันอย่างทุลักทุเล โดยมีแม่บ้านประจำตัวฮูหยินคนใหม่ของจวน คอยชำเลืองมองอยู่ แต่หาได้ให้การช่วยเหลือใดไม่ นายเป็เช่นไร บ่าวย่อมมีนิสัยไม่แตกต่างกัน
หลังจากที่ได้ดื่มน้ำเข้าไป ความกระหายเริ่มทุเลา ความทรงจำต่าง ๆ เริ่มกลับเข้ามาในหัวของ หลี่เจียว คล้ายว่าเหตุการณ์เหล่านี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนแล้วเมื่อหลายปีก่อน เหตุใดนางถึงยังอยู่ที่นี่ มิใช่ว่านางตรอมใจจนตายไปแล้วหรือ
“เ้าไม่มีทางรู้ว่า์ลำเอียงหรือยุติธรรม จนกว่าจะได้ััถึงแก่นแท้ของชีวิตโดยแท้จริง”
ทันใดนั้น น้ำเสียงแ่เบาราวกระซิบ ก็กลับเข้ามาในโสตประสาท ทุกอย่างเริ่มกระจ่างแจ่มแจ้งขึ้น หลี่เจียวหันไปสำรวจรอบ ๆ อีกครั้ง พบว่าภายในรถม้าที่หรูหราแห่งนี้ ไม่ได้มีแค่นางและสาวใช้ข้างกายเท่านั้น หากว่ายังมีแม่บ้านใหญ่คนสนิทของฮูหยินรองอีกด้วย
ถ้าเป็เช่นนี้ แสดงว่านางย้อนเวลากลับมาจริง ๆ ย้อนเวลากลับมา เมื่อครั้งที่ท่านพ่อของนาง ส่งคนมารับตัวนางกลับไป เพื่อที่จะให้ปลอมตัวเป็คุณหนูรอง แล้วให้น้องสาวที่อายุห่างกันเพียงแค่ห้าเดือนมาเป็คุณหนูใหญ่ จะได้รับการแต่งตั้งไปเป็ชายาขององค์ชายแปด ตามที่ท่านตาของนางได้หมั้นหมายเอาไว้ให้ั้แ่เมื่อครั้งเยาว์วัย
หากเป็ในชาติที่แล้ว นางคงยินดีที่จะยอมสลับตัวกับน้องสาว เนื่องจากว่าชายในดวงใจของนาง มีเพียงบุรุษผู้เดียวเท่านั้น และเป็คนเดียวกับที่ทำให้ตนต้องตรอมใจตาย เพราะถูกทรมานทางด้านจิตใจ
ครั้งนี้มีโอกาสได้กลับมาแก้ไขอีกครั้ง ฝันไปเถิดว่าคนเ่าั้จะได้ในสิ่งที่้า นางจะทวงทุกอย่างที่ควรจะเป็ของตนเองกลับคืนมา
แม้กระทั่งความรัก ที่คนผู้นั้นเอ่ยปากบอก ว่าไม่หลงเหลือให้นางอีกต่อไปแล้ว นับตั้งวันที่ตนโง่เขลาถูกความรักบังตา ทำให้มองข้ามทุกอย่างที่คนผู้นั้นทำให้อย่างลึกซึ้ง แต่กลับมองไม่เห็นแม้เพียงน้อย ยอมลดศักดิ์ศรีของตนเองเพื่อชายที่รัก บัดนี้จะไม่เกิดเื่โง่งมพรรค์นั้นขึ้นอีกต่อไป
ใช้เวลา 20 วัน 20 คืน ก็เดินทางมาถึงจวนของราชครูหลี่ ในเวลานี้ท่านพ่อของนางกำลังรุ่งโรจน์อย่างหาที่เปรียบไม่ได้
เมื่อก่อนนางและท่านแม่ ถูกคนปล่อยข่าวว่าทั้งสองออกไปปฏิบัติธรรม เพื่อแสวงบุญส่งเสริมบารมีให้กับสามี หันหน้าเข้าหาทางธรรม ละทิ้งทางโลก
บัดนี้คำมั่นสัญญาของท่านตานาง ที่มีต่อองค์ฮ่องเต้ถูกทวงถาม เนื่องจากองค์ชายแปด ถึงเวลาอันสมควรที่จะต้องแต่งพระชายา อีกทั้งยังเป็ตัวเลือกหนึ่งเดียวที่จะได้รับแต่งตั้งให้เป็องค์รัชทายาท แทนองค์เก่าที่จากไปก่อน เพื่อรักษาตำแหน่งไม่ให้สั่นครอน จะได้มีทายาทไว้เป็เครื่องยืนยัน ว่าตำแหน่งรัชทายาทรุ่นต่อไป จะยังคงอยู่ไม่มีการเปลี่ยนมือ
เหล่าบรรดาบ่าวรับใช้ ต่างเรียงแถวออกมาต้อนรับคุณหนูใหญ่กลับเข้าจวน มีเพียงฮูหยินผู้เฒ่า ที่ร่างกายไม่ค่อยจะแข็งแรง จึงไม่ได้ที่จะออกมายืนรอหลานสาว แข่งกับความหนาวเหน็บของอากาศ่วสันต์นี้ได้
หากผู้คนภายนอกมองเข้ามา อาจจะทำให้พวกเขาเ่าั้เห็นว่า จวนราชครูให้ความสำคัญกับคุณหนูใหญ่มากเพียงใด
ทว่าจะมีสักกี่คน ที่เข้าใจว่าการเดินทาง่เดือนหนึ่ง ซึ่งเป็่ที่หิมะตกหนักที่สุด จะแสนยากลำบากเพียงใด ไม่แปลกหากว่าคนที่ร่างกายไม่แข็งแรงมาั้แ่ยังเล็ก ๆ ประกอบกับขาดการบำรุงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลอดการเดินทางร่างกายเริ่มป่วย เนื่องจากได้รับไอเย็นมากเกินไป