จุติเทพกระบี่

    ตอนที่ 83 บอกความจริง


            ภายในรถม้า หลิวอี้กับเยี่ยนฟางจูบกันอย่างร้อนแรง มือของหลิวอี้สัมผัสไปทุกส่วนของร่างกายนาง มีบางครั้งที่เยี่ยนฟางร้องออกมาเบาๆ คนขับรถม้าได้ยินเสียงเขาถึงกับอยากจะรู้ว่าข้างในเกิดอะไรขึ้นแต่เขาก็ไม่กล้าที่จะเปิดม่านเข้าไปดู


            หลิวอี้เพียงแค่จูบและสัมผัสร่างกายของนางแต่เขาไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่านี้


            รถม้าหยุดลงหลิวอี้จึงหยุดจูบนางและอุ้มนางออกจากตักของเขา


            “ท่านจะหยุดทำไม”เยี่ยนฟางพูดขึ้นมา นางกำลังมีความสุข


            “ข้าจะต้องไปแล้วเพราะว่าถึงโรงเตี้ยมที่พัก”


            หลิวอี้พูดจบประโยคเขาลงจากรถม้าทันที


            เยี่ยนฟางเห็นการกระทำของเขานางรู้สึกโมโหยิ่งนัก เขายังเป็นบุรุษอยู่หรือไม่ถึงกับกล้าทิ้งสาวงามแบบนางไป ตอนนี้นางอารมณ์ค้างเป็นอย่างมากนางจึงนั่งหลับตาลงเพื่อที่จะทำให้อารมณ์ของนางกลับมาเป็นปกติ


            หลิวอี้เข้ามาในโรงเตี้ยม เขาเห็นรถม้าของเยี่ยนฟางจากไปเขาจึงเดินออกจากโรงเตี้ยมและออกจากเมืองไปยังเรือนสิบทิศทันที เขาเข้ามา

    ถึงเรือนเห็นชายแก่ผู้ดูแลเรือนยืนรอต้อนรับเขาอยู่


            “ท่านอย่าบอกข้านะว่าหินกำเนิดปราณที่ข้ามอบให้ท่านหมดลงแล้ว”


            “นายท่านช่างเก่งกาจยิ่งนักที่รับรู้ความคิดของผู้น้อย”

            

            หลิวอี้อยากจะเอาเท้าของเขาถีบชายแก่คนนี้จริงๆแต่เขาไม่สามารถที่จะทำได้เขาได้แต่ยอมมอบหินกำเนิดปราณก้อนสุดท้ายให้กับชายแก่ไป จากนั้นหลิวอี้จึงเดินเข้าไปภายในห้องพักของเขา


            “ท่านชนะหรือไม่”เย่เอ๋อพูดขึ้นมา


            “สามีของเจ้าเก่งกาจแค่ไหน เจ้าน่าจะรู้ดี”หลิวอี้พูดพร้อมกับเข้าไปกอดไปหอมแก้มนาง


            เย่เอ๋อเห็นการกระทำของหลิวอี้ นางรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมา แต่ก็ต้องรีบสงบจิตใจเอาไว้เดียวหลิวอี้จะมองออก


            หลิวอี้นอนหนุนตักของนางอยู่บนเตียง


            “สิ่งที่ข้าให้เจ้าทำเรียบร้อยหรือไม่”


            “ข้าจัดการตามที่ท่านสั่งแล้ว”


            “ผลเป็นยังไงบ้าง”


            “ข้าไม่กล้าที่จะเข้าไปดู”เย่เอ๋อนางได้ยินเสียงร้องโหยหวนของชายวัยกลางคนนางก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปดูว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น นางจึงรอหลิวอี้กลับมาก่อนจึงจะเข้าไปดู


            “พวกเราไปดูกันเถอะ”


            หลิวอี้เดินโอบเอวเย่เอ๋อออกจากห้อง พวกเขาทั้งสองคนเดินไปยังห้องที่มัดผู้อาวุโสลำดับที่ 7 ของสำนักหมื่นโอสถเอาไว้ ทั้งสองไปถึงหน้าห้องแต่ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไร


            “ท่านเข้าไปคนเดียวเถอะเดียวข้าจะรอด้านนอก”เย่เอ๋อนางไม่กล้าที่จะเข้าไปดูข้างในห้อง


            หลิวอี้เปิดประตูเข้าไปเพียงคนเดียว ภาพที่หลิวอี้เห็นคือสัตว์อสูรแรดแน่นิ่งอยู่บนพื้น ส่วนชายวัยกลางคนนอนอยู่บนพื้นเช่นกัน ท่อนล่างของเขาอยู่ในสภาพเปือยเปล่า หลิวอี้คิดว่าเขาน่าจะถูกเจ้าแรดตัวนี้ผสมสายเลือดอย่างหนักหน่วงแน่นอน ส่วนแรดน่าจะตายจากอาการเหนื่อยล้า แค่เขาคิดก็ขนลุกแล้ว


            หลิวอี้เดินไปสำรวจดูชายวัยกลางคน จึงรู้ว่าเขายังไม่ตาย หลิวอี้จึงนำโอสถฟื้นฟูให้กับชายวัยกลางคนกิน 


            เพียงไม่นานชายวัยกลางคนลืมตาขึ้นมา


            “อย่าทำอะไรข้า พอแล้ว ๆ”เสียงตะโกนของชายวัยกลางคนดังขึ้นมา


            “หากว่าท่านพอแล้วก็บอกข้ามาว่าใครเป็นคนสั่งให้ท่านมาลักพาตัวภรรยาของข้า”


            ชายวัยกลางคนแหงนหน้าไปมองหลิวอี้ด้วยความชิงชังและโกธแค้น


            “เจ้าสำนักเป็นคนสั่งให้ข้าทำ”เขาได้แต่บอกความจริงกับหลิวอี้เพราะว่าเขาไม่อยากจะโดนลงโทษอีกแล้ว


            หลิวอี้ได้รับรู้ผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้เขาก็ไม่ได้แปลกใจอะไรมาก


            “ข้าเป็นคนรักษาสัญญา ข้าจะปล่อยท่านไป นี่คือโอสถฟื้นฟูอีกหนึ่งเม็ด ท่านกินลงไปเพียงไม่นานพลังของท่านจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม ข้าจะไปส่งท่านเอง”หลิวอี้นำโอสถออกมาหนึ่งเม็ดมอบให้กับชายวัยกลางคน


            ชายวัยกลางคนรีบกลืนโอสถทันที จากนั้นเขาเดินตามหลิวอี้ออกไปจากเรือนสิบทิศ เขาไม่ได้สังเกตุอะไรภายในเรือน พอเขาออกมาจากเรือนเขารีบกลับไปยังสำนักหมื่นโอสถทันที


            “ท่านปล่อยเขาไปแบบนี้ได้ยังไง ทำไมท่านถึงไม่สังหารเขา”เย่เอ๋อพูดกับหลิวอี้

            

            “เจ้าก็รู้ว่าสามีของเจ้าเป็นคนจิตใจดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น จะให้ข้าสังหารเขาได้ยังไง”


            เย่เอ๋อได้ยินคำพูดของหลิวอี้ถึงกับขนลุก เขาช่างกล้าที่บอกว่าเขาเป็นคนดี คนดีที่ไหนจะวางยานางกับพี่สาวของนางและผสมสายเลือดกับพวกนาง นี่ไม่ใช้สิ่งที่คนดีเขาทำกัน


            หลิวอี้เห็นนางยืนเงียบเขาจึงเข้าไปอุ้มนางกลับเข้าห้องทันที ทั้งสองคนจบลงด้วยการผสมสายเลือดกันอย่างร้อนแรง