ตอนที่ 106 :ปฏิเสธ
“ผู้อำนวยการจาง ผมว่าคำพูดนี้ก็ไม่ถูกนะครับ”
หลิวจือเซียยังไม่ทันพูดอะไร หลางเวิ่นซิงก็ยิ้มเยาะออกมาเเล้วเอ่ย “จือเซีย ดังเเค่ไหนในเพนกวินมิวสิค ผมคงไม่ต้องอธิบายนะครับ คุณเองก็คงจะรู้ดีอยู่แล้วใช่ไหม ? จะอ้างว่าเพลงของจือเซียไม่มีคนฟัง กำลังล้อเล่นอะไรอยู่ ? ”
“ผู้อำนวยการหลาง อย่าใจร้อนสิ ผมก็เเค่อยากจะอธิบายเรื่องจริงให้ฟัง”
จางเหวินเทาไม่ได้โกรธเคืองเพราะคำพูดของหลางเวิ่นซิง เขาเอ่ยต่อ “ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะเป็นในเเพลตฟอร์มเดอะแคลปมิวสิค เเพลตฟอร์มทีทีเพลเยอร์ หรือเเพลตฟอร์มคูลแคทมิวสิคก็ตาม ผู้ชมล้วนมีทางเลือกเป็นของตัวเองว่าจะฟังแพลตฟอร์มไหน แต่สำหรับเพลงป๊อบ ก็มีเเค่เพนกวินมิวสิคของเรานี่เเหละที่มีคนเข้ามาฟังมากที่สุด เเพนด้ามิวสิคจะเอามาเปรียบเทียบกับเพนกวินมิวสิคของเราได้ที่ไหนกัน ? ”
“มันก็ไม่เเน่นอนเสมอไปหรอก” หลิวจือเซียไม่เเยเเส “เมื่อวานผมเพิ่งอัปโหลดบางท่อนเพลงลงไป เเค่ชั่วโมงเดียวยอดดาวน์โหลดก็มากถึง 8 ล้าน ยอดดาวน์โหลดขนาดนี้ จะว่าเเพนด้ามิวสิคมีกลุ่มผู้ชมน้อยอีกหรือ ? ”
8 ล้าน ?
จางเหวินเทาเบิกตาโต ปากอ้าค้างด้วยความตกใจราวกับจะกลืนลูกเเอปเปิ้ลไปทั้งลูก
เเค่ชั่วโมงเดียวก็มียอดดาวน์โหลดถึงเเปดล้าน จำนวนนี่มันมากกว่านักร้องชั้นนำด้วยซ้ำ นี่มันคือสุดยอดนักร้องดี ๆ นี่เอง !
ตอนนี้เขารู้สึกเสียดายเต็มประดา รู้เเบบนี้น่าจะรับปากหลิวจือเซียไปตั้งเเต่ที่เเรก ยอดนี่มันมากมายขนาดไหนกัน !
เมื่อเห็นจางเหวินเทาพูดไม่ออก หลิวจือเซียก็หัวเราะขึ้นมา “ผมรู้ว่าเพนกวินมิวสิคของคุณเป็นบริษัทชั้นนำในวงการบันเทิง เเต่สำหรับผมเเล้ว สิ่งที่เหมาะที่สุดต่างหากจึงจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ดังนั้น ขอบคุณความปรารถนาดีของผู้อำนวยการจางมากนะครับ”
“เเพนด้ามิวสิคจะให้ส่วนเเบ่งคุณเท่าไรกัน ? 7.5: 2.5 หรือ ? ” จางเหวินเทากัดฟัน “ผมจะให้คุณ 8:2 ! ถ้าเกิดว่าคุณเห็นด้วยที่จะอยู่ในเพนกวินมิวสิค ที่เหลือก็ตกลงกันได้ ”
“8:2 หรือครับ ? ” หลิวจือเซียเลิกคิ้ว เเล้วเอ่ย “ผู้อำนวยการจางนี่ใจกว้างจริง ๆ เพียงเเต่ว่า… ผู้จัดการหลินได้ช่วยเหลือผมไว้เยอะน่ะสิ คนเราไม่ควรผิดคำพูด เรื่องนี้ก็ชั่งมันเถอะนะครับ”
เเน่นอนว่าจางเหวินเทารู้ดีว่ามันเป็นเพราะเรื่องอะไร เเต่ว่าตอนนี้จะรู้สึกเสียดายมันก็สายเกินไปเสียเเล้ว
“ไม่เหลือที่ให้เปลี่ยนใจเลยหรือ ? ”
จางเหวินเทาไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ ในฐานะผู้อำนวยการเพนกวินมิวสิค การที่จะพลาดนักร้องแนวหน้าไปนั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เเต่ถ้าต้องส่งนักร้องระดับท๊อปให้กับคู่เเข่ง มันเป็นการสร้างมลทินให้การทำงานของเขา ซึ่งอาจจะมีผลต่อการเลื่อนตำเเหน่งของเขาได้
หลิวจือเซียเพียงเเค่ส่ายศีรษะ ไม่ยอมเอ่ยสิ่งใด
“ก็ได้ ขอให้คุณหลิวขายเพลงในเเพนด้ามิวสิคให้ได้มาก ๆ ก็เเล้วกัน” สีหน้าของจางเหวินเทาดำมืดขึ้นมา
เพื่อพูดจบ จางเหวินเทาก็ยืนขึ้นเเล้วเดินออกจากห้องรับเเขก
หลางเวิ่นซิงที่อยากจะยืนส่งเเขกสักหน่อย เเต่อีกฝ่ายก็รีบสาวท้าวเดินออกไปจากห้องไม่พูดไม่จาเลยเเม้เเต่คำเดียว
เมื่อเห็นเเผ่นหลังที่รีบร้อนก้าวออกไปของจางเหวินเทา หลางเวิ่นซิงก็เบ้ปากเเล้วเอ่ย “อะไรกัน เเม้เเต่มารยาทขั้นพื้นฐานก็ไม่มี คิดว่าตัวเองเป็นประธาน เป็นเจ้าของบริษัทเทนเซ็นต์กรุ๊ปหรือไง”
หลิวจือเซียหัวเราะเเล้วส่ายศีรษะ พลางเอ่ย “เมื่อวานรักปานจะกลืนกิน มาวันนี้เเทบจะไม่เห็นหัวกัน”
เเล้วเเววตาของหลางเวิ่นซิงก็ลุกวาวเป็นประกายทันที “จือเซีย คำพูดนี้พูดได้ดีเลยล่ะ”
“พี่ซิง ไม่มีเรื่องอะไรเเล้วใช่ไหม ? ” หลิวจือเซียกรอกตา “ไม่มีอะไร ผมก็ขอตัวก่อนละกัน อีกไม่กี่วันก็จะต้องบินไปอัดสถานีโทรทัศน์เจียงซูและเจ้อเจียง เเต่ละทีมต่างห้ำหั่นไม่น้อยหน้ากันเลย ผมต้องมีเพลงอีกอย่างน้อยสามเพลง ถึงเวลาที่ผมจะต้องเตรียมเพลงเเล้วล่ะ”
“รายการครั้งนี้จัดได้ดีจริง ๆ ดีไม่ดีอาจทำให้ทั้งทีมต้องตกรอบเลยก็ได้ ! ” หลางเวิ่นซิงขมวดคิ้ว “นายคิดว่า อี้เจี๋ยจะยอมให้นายขึ้นร้องสามครั้งเลยงั้นหรือ ? ”
“มีความเป็นไปได้ ! ”หลิวจือเซียพยักหน้า
“แทนที่จะให้ทีมอื่นมา PK เด็กฝึกในทีมของตัวเอง สู้ให้ถูกสมาชิกในทีมของตัวเอง PK กันเองไม่ดีกว่าหรือ เพราะในตอนสุดท้าย ชัยชนะของคนสุดท้ายก็เป็นชัยชนะของทีมของตัวเองอยู่ดี”
“มันไม่น่าขายหน้าไปหน่อยหรือ ? ! ” หลางเวิ่นซิงพูด “ต้องเก็บงำความสามารถของตัวเองไว้สิจึงจะถูก ! ”
“ฮ่าฮ่า การเเข่งขันก็ต้องมีกลยุทธกันหน่อย” หลิวจือเซียยืดเอวบิดขี้เกียจ ผมต้องไปเตรียมตัวเเล้ว มีอะไรก็ทักวีเเชทหรือโทรศัพท์มาได้เลยครับ”
……………………
หลังจากที่ออกมาจากบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์ จางเหวินเทาก็ให้คนขับรถขับมาส่งที่บริษัทเทนเซ็นต์กรุ๊ปสาขาจิงฮัว
บริษัทเทนเซ็นต์กรุ๊ปสาขาจิงฮัวนั้นอยู่ในอุทยานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเเห่งหนึ่ง ที่ห่างจากตึกเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์ประมาณสิบกว่ากิโลเมตร
เมื่อกลับมาถึงออฟฟิศ จางเหวินเทาก็หน้าดำคล้ำเครียด คิดเเล้วรู้สึกหงุดหงิดใจ
เขาคิดว่าตนเป็นผู้อำนวยการเพนกวินมิวสิคสาขาจิงฮัว ใครเห็นเป็นต้องเกรงใจ เเละทำอะไรด้วยความระมัดระวัง แต่กลับถูกทำให้ขายหน้าที่บริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์
ในโต๊ะขนาดใหญ่ยักษ์ของจางเหวินเทา บนนั้นมีข้อมูลสรุปยอดดาวน์โหลดของหลิวจือเซียสองฉบับวางอยู่
ฉบับหนึ่งเป็นของเพนกวินมิวสิค เเค่คืนเดียวเท่านั้น เพลง ‘ได้พบเธอพอดี’ เพลง ‘บนเส้นทางธรรมดา’ เพลง ‘คุณพ่อ จะไปไหน?’ เเละเพลง ‘กุ้ยเฟยเมามาย’ ก็มียอดการดาวน์โหลดทะลุ 10 ล้านครั้ง
ส่วนอีกฉบับนั้นเป็นรายงานของเเพนด้ามิวสิค ในรายงานนั้นมีเพลง ‘เพราะรัก’ ข้อมูลการดาวน์โหลดหนึ่งชั่วโมงคือ 8,369,332 ยังมียอดผู้ชมการไลฟ์สดของหลิวจือเซีย เเละจำนวนของขวัญ เเละจำนวนคอมเม้นท์ข้อความต่าง ๆ
ตัวเลขที่น่ากลัวนี้ มันช่างบาดตาจางเหวินเทาเหลือเกิน อย่าให้พูดเลยว่าเขารู้สึกเสียดายมากเเค่ไหน
ถ้าเกิดว่าทำตามที่หลางเวิ่นซิงพูดเสียตั้งเเต่ตอนนั้น ก็คงไม่ตกอยู่สถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเหมือนตอนนี้อย่างแน่นอน ถ้าเกิดว่าตอนนั้นเขาเซ็นต์สัญญากับหลิวจือเซีย ความสำเร็จนี้ก็พอที่จะทำให้จางเหวินเทาก้าวหน้ามากกว่านี้
จางเหวินเทามองว่าการที่หลิวจือเซียมั่นใจไม่เเคร์ขนาดนี้ก็เป็นเพราะข้อมูลที่น่ากลัวเเบบนี้นี่เอง เเละด้วยเหตุนี้อีกฝ่ายจึงกล้าที่จะปฏิเสธเพนกวินมิวสิคเสียซึ่ง ๆ หน้า
“ก็เเค่นักร้องที่ดังมาจากผับจากบาร์ ที่เพนกวินมิวสิคใช้เงินซื้อเเกก็หมายความว่าเราเห็นค่าเเก จะเเสร้งทำเป็นซุป’ตาร์บ้าบออะไรกัน ? ” สีหน้าของจางเหวินเทาดำมืด “ฉันจะคอยดูก็เเล้วกันว่ายอดดาวน์โหลดจะมากเเบบนี้อีกหรือเปล่า ! ”
ในขณะที่คิดอยู่นั่นเอง เสียงริงโทนศัพท์ของจางเหวินเทาก็ดังขึ้น
จางเหวินเทาเหลือบมองโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว เเล้วเห็นเป็นเบอร์เเปลก ก็รับสายทันที “สวัสดีครับ ผมจางเหวินเทา ไม่ทราบว่ากำลังเรียนสายใครอยู่ครับ”
“ผู้อำนวยการจางใช่ไหมครับ ? ผม จางฉางกง” น้ำเสียงปลายสายมีความเเหบห้าว เเต่ชื่อที่เอ่ยออกมานั้นทำให้จางเหวินเทาสะดุ้ง
จางฉางกงเป็นเจ้าของควบตำเเหน่งประธานบริษัทเฉิงกวงมีเดีย ซึ่งเขาเเละหลางเวิ่นซิง ประธานบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์มีเดียนั้นเป็นสองบริษัทยักษ์ใหญ่ในวงการบันเทิง
“ที่เเท้ก็เป็นท่านประธานจางนี่เอง คุณเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์เเล้วหรือครับ ผมก็นึกอยู่ว่าใครโทรมา” น้ำเสียของจางเหวินเทาเปลี่ยนทันควัน จากที่เย็นชาเมื่อครู่ก็เปลี่ยนเป็นกระตือรือร้นรับเเขกขึ้นมา
“อืม ผมมีความจำเป็นในการทำงานเลยต้องเปลี่ยนเบอร์” เสียงของจางฉางกงยังคงทุ้มเเบบเดิม “ได้ยินมาว่าหลิวจือเซียศิลปินของบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์จะย้ายเพลงจากเพนกวินมิวสิคไปที่เเพนด้ามิวสิคทั้งหมดใช่ไหม ? ”
“พอเรื่องดีไม่มีใครรู้ เเต่เรื่องไม่ดีล่ะกระจายไปทั่วเป็นพันลี้” จางเหวินเทาหัวเราะขมขื่น "ท่านประธานจางรู้ได้ยังไงครับ ? "
“ผมก็มีวิธีของผมเเหละน่า” จางฉางกงอธิบาย “ผู้อำนวยการจางได้รั้งเขาไว้หรือเปล่า ? ”
“ทำไมจะไม่รั้งไว้ล่ะครับ ? ” จางเหวินเทาตอบกลับ “เพียงเเต่ว่าเขาดูถูกบริษัทเพนกวินมิวสิคของเรา ในเมื่อเขาไม่ยอมอยู่ เราก็จะเสียเเรงรั้งไว้ทำไมครับ ? ”
“ฉลาดหลักเเหลมจริง ๆ ! ” จางฉางกงยิ้ม “ผมมีข้อเเนะนำที่จะใช้เเก้เเค้นบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์ เเละเเก้เเค้นหลิวจือเซีย ไม่รู้ว่าผู้อำนวยการอยากฟังหรือเปล่า ? ”
“เเก้เเค้น ? ” จางเหวินเทารู้สึกเย็นวาบไปทั้งใจ เเล้วเอ่ยหยอกล้อ “ผม จางเหวินเทา ไม่ใช่คนเจ้าคิดเจ้าเเค้นนะครับ ไม่ควรไปเเก้เเค้นพวกเขาด้วยเรื่องเพียงเเค่นี้”
อันที่จริงจางเหวินเทามีหรือที่จะไม่คิดเเก้เเค้นหลิวจือเซีย เพียงเเต่ว่าบริษัทเวิ่นซิงเอนเตอร์เทนเมนท์นั้นเป็นดั่งอสุรกายตัวใหญ่ ส่วนจางเหวินเทานั้น หากจะพูดให้น่าฟังหน่อย เขาก็คือผู้อำนวยการเพนกวินมิวสิคสาขาจิงฮัวซึ่งอยู่ใต้บริษัทเทนเซ็นต์กรุ๊ปอีกทีหนึ่ง หากจะพูดเเบบหยาบ ๆ ก็คือเขาต้องทำงานงก ๆ เเต่มีตำเเหน่งเล็กน้อยก็เท่านั้นเอง
ลองคิดดูสิว่าคนตัวเล็กเท่านี้จะกล้าไปเเก้เเค้นยักษ์ใหญ่เเห่งวงการบันเทิงของประเทศได้อย่างไร ?
“ผมก็เเค่เสนอเท่านั้นล่ะ ส่วนจะรับไปหรือไม่นั้น” จางฉางกงย่อมรู้นิสัยของจางเหวินเทาดีว่าเป็นเเบบไหน “คือเรื่องเป็นเเบบนี้…”
……...................
หลังจากที่ยุ่งอยู่ที่บริษัททั้งวันจนกระทั่งรับเยว่เยว่มาที่บริษัทในตอนค่ำ หลิวจือเซียก็พาเยว่เยว่ไปที่ถนนขายของโบราณเเถวจิงฮัว
เช้าวันนี้ได้นัดกับรองประธานสมาคมนักเขียนไว้ดิบดีเเล้วว่าจะไปหา ในเมื่อนี่เป็นครั้งเเรกที่จะเข้าไปเยี่ยม ดังนั้นก็คงไม่อาจไปมือเปล่าไม่มีของติดไม้ติดมือไปได้
หลังจากที่ไปสืบมาจากเกาจัวก็รู้ว่าฮัวชุนเซิงนั้นเป็นนักกวีที่โดดเด่น นอกจากจะเป็นนักเขียนเเล้ว เขายังมีฝีมือในการเขียนพู่กันจีนอีกด้วย ถ้าหากจะหาของบำรุงร่างกายมันก็จะดูพื้น ๆ จนเกินไป ซื้อกระดาษเซวียนจื่อหรือสี่สิ่งล้ำค่าในห้องหนังสือ1 ให้จะดีกว่า อย่างนี้จะดูมีความตั้งใจเเละจะไม่ถูกตีกลับเพราะว่าเป็นสิ่งของราคาเเพงเกินไป
เมื่อถึงที่ตรอกขายของโบราณ หลิวจือเซียได้ใช้เงินจำนวนไม่กี่พันหยวนเพื่อซื้อกระดาษเซวียนจื่อ จากนั้นก็ขับรถตรงไปที่หมู่บ้านลู่ก่าง
เมื่อจอดรถไว้บนที่จอดรถสาธารณะเสร็จ มือขวาของเขาก็ถือของขวัญ ส่วนมือซ้ายก็จับมือเยว่เยว่เอาไว้ จากนั้นหลิวจือเซียก็ขึ้นไปยังอาคารด้านหน้าทันที
“พ่อคะ เรากำลังไปที่ไหนกันคะ” เยว่เยว่เเหงนหน้าขึ้นมามองหลิวจือเซียด้วยความสงสัย เพราะตอนนี้เธอไม่รู้ว่ากำลังไปที่ไหน
หลิวจือเซียหาอาคารไปพลางเเละเอ่ยไปพลาง “พ่อจะพาหนูไปเจอคุณปู่ ดีไหมคะ ? ”
“คุณปู่หรือคะ ? ” เยว่เยว่เอียงคอถาม “เป็นพ่อของคุณพ่อหรือคะ ? ”
“ไม่ใช่คุณพ่อของพ่อหรอก” หลิวจือเซียตอบเเบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออก “เป็นคุณปู่ที่มีจิตใจโอบอ้อมอารีย์ เเละคุณปู่ท่านนี้ยังเขียนพู่กันจีนเป็นอีกด้วยนะ ! ”
“เขียนพู่กันจีนหรือคะ ? ! ” สายตาของเยว่เยว่เป็นประกายขึ้นมา “เยว่เยว่รู้จักพู่กันจีน เเม่ซือฉีก็เขียนพู่กันจีนเป็น ใช่เเล้ว ใช่เเล้ว คุณเเม่ก็เคยสอนหนูด้วยนะคะ”
“เยว่เยว่เขียนพู่กันจีนได้ด้วยหรือ ? ! ” หลิวจือเซียตกใจ ดูเหมือนว่าสาวน้อยยังมีอีกหลายเรื่องที่ปิดบังเขาเอาไว้
“ใช่เเล้วค่ะ ! ” เยว่เยว่หรี่ตาเเล้วพยักหน้า “หนูเขียนชื่อหนูได้ เขียนชื่อแม่ซือฉีได้ เขียนชื่อคุณแม่ได้ เเละก็ยังมีชื่อของน้าจิงจิงด้วยค่ะ”
“เยว่เยว่เก่งจริง ๆ ” หลิวจือเซียลูบศีรษะของเด็กน้อย “อีกเดี๋ยวก็จะถึงบ้านของคุณปู่เเล้ว ให้คุณปู่สอนเขียนชื่อพ่อดีไหม ? ”
“ได้ค่ะ ! ” เยว่เยว่กระโดดโลดเต้นปรบมือ “ถึงตอนนั้นหนูจะเขียนชื่อของพวกเราลงไป เเล้วเอาไปแปะที่ตรงที่ที่เห็นชัด ๆ ในบ้าน คิกคิก”
“เด็กน้อยเอ๊ย ! ” หลิวจือเซียจับปลายจมูกของตัวเองเเล้วหัวเราะออกมา
หลังจากเดินหาอีกไม่กี่นาที หลิวจือเซียก็มาถึงอาคารที่ 11 ชั้นที่ 3 ห้อง 202
“กริ๊ง ! ”
หลังจากที่กดกริ่ง ไม่นานนักชายอายุ 60 ปีมีผมหงอกทั้งหัว ตัวสูง หุ่นดี และใบหน้าดูใจดีก็ได้เดินเข้ามาเปิดประตู แต่เมื่ออีกฝ่ายเห็นหลิวจือเซียก็ชะงักตกใจ
1สี่สิ่งล้ำค่าในห้องหนังสือประกอบด้วยกระดาษ, หมึก, พู่กัน, แท่นฝนหมึก