วันแรกของการเปิดร้านอาหารจานด่วนทุกอย่างดูจะวุ่นวายไปหมด ลูกค้าสั่งอาหารเข้ามาไม่ขาดสายตลอดทั้งวัน ่เวลา 16.00น.เสียงโทรศัพท์ของร้านอาหารดังขึ้น ลูกค้าโทรมาสั่งอาหารเพื่อรับประทานในตอนเย็น ทวนออเดอร์ทั้งหมดแล้วมีลูกค้าทั้งหมด3เ้าที่หนิงเหอเป็ผู้รับผิดชอบในการส่งอาหาร
หลังจากเตรียมออเดอร์ของลูกค้าเสร็จเรียบร้อยหนิงเหอก็ขับสกู๊ตเตอร์คู่ใจออกไปส่งอาหาร ที่แรกที่เธอต้องไปส่งอาหารก็คือ “สตูดิโอชีชวน”
สตูดิโอชีชวน อยู่ที่ชั้น9 ของตึกสูงใหญ่โต สวยงาม หรูหรา หนิงเหอจอดรถไว้ที่ลาดจอดรถส่งของชั่วคราวอยู่ตรงด้านข้างของตึกลูกค้าเ้านี้เป็ลูกค้าใหม่ฉันพึ่งเคยส่งอาหารเป็ครั้งแรก ระหว่างเดินเข้าไปในตึกหนิงเหอมองไปรอบๆตึกนี้ดูดีทั้งภายนอก ทั้งภายใน พนักงานที่ทำงานอยู่ในตึกนี้ได้ น่าจะเป็คนเก่งมีความสามารถ และคงได้เงินเดือนที่สูง ดูจากการแต่งตัวของแต่ละคนดูดีมีรสนิยมกันทั้งนั้น
กดลิฟต์ไปที่ชั้น9เดินไปตามทางเดิน ผ่านประตูทางหนี้ไฟ เดินตรงไปอีกสักพักก็เจอป้ายชื่อสตูดิโอชีชวนหญิงสาวกด กริ่งที่หน้าประตู
Doorphone (กริ่งประตูแบบเห็นหน้า)
หนิงเหอ “สวัสดีค่ะ..มาส่งอาหารค่ะ” ไม่นานก็มีคนเดินมาเปิดประตูรับอาหาร หนิงเหอยิ้มก้มศีรษะลงเล็กน้อย “ขอบคุณ ที่ไว้วางใจสั่งอาหารจากร้านของเรานะคะ” มาเร็วทันใจดีจัง ไว้คราวหน้าจะสั่งอาหารไปอีกนะ(ผู้หญิงที่เดินมารับอาหาร พูดพลางยิ้มตอบหนิงเหอแล้วเดินกลับเข้าไปพร้อมข้าวกล่อง)
เมื่อส่งอาหารเสร็จหนิงเหอก็เดินกลับมาทางเดิมเพื่อตรงไปยังลิฟต์แต่ทันใดนั้น!! ตรงประตูทางหนี้ไฟ หนิงเหอได้ยินเสียงผู้ชายร้องขอความช่วยเหลือ หนิงเหอขยับเท้าเข้าไปช้าๆ อย่างระมัดระวังเพราะเป็ที่ลับตาคนดูจะไม่ค่อยปลอดภัยซักเท่าไหร่นักแต่หนิงเหอก็ตัดสินใจเดินเข้าไปหาเ้าของเสียงนั้น
ชายหนุ่ม : ใครก็ได้...ช่วยด้วยครับ!! ช่วยด้วย ผมปวดท้อง!!
หนิงเหอ : คุณ......ปวดท้อง ปวดแบบไหนคะ แล้วจะให้ฉันช่วยคุณอย่างไรได้บ้าง....ให้ฉันไปตามคนมาช่วยดีไหม
ชายหนุ่ม :ไม่....ไม่ได้!! ผมไม่อยากให้ใครเห็นผมในสภาพแบบนี้
หนิงเหอ : แล้วคุณ...จะให้ฉันช่วยคุณยังไง(หนิงเหอประคองร่างที่ไร้เรี่ยวแรงให้นั่งผิงกำแพงไว้) หนิงเหอเข้าประชิดตัวชายหนุ่มเมื่อมองหน้าเขาชัดๆหนิงเหอก็จำเขาได้ทันที (หล่อสะดุดตาขนาดนี้ต่อให้อยู่ห่างในระยะ 100เมตรฉันยังจำเขาได้เลย) คุณ...เราเคยเจอกันที่ร้านเค้ก คุณจำฉันได้ไหม??
ชายหนุ่ม : พอเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าคุณนั้นเอง!! (ทั้งรอทั้งตามหากลับไม่เจอ...กลับจะมาเจออะไรกันตอนนี้) จำได้ครับผมจำคุณได้...ความเ็ปทำให้เขาพูดอะไรไม่ออก กลั้นใจพูดได้เพียง รบกวนคุณ...ช่วยพาผมไปส่งที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดได้ไหมครับ พาผมเดินลงบันไดไป 1 ชั้น รถผมจอดที่ลานจอดคุณช่วยประคองผมไปที่รถหน่อย
หนิงเหอ :ได้...ได้ค่ะ คุณค่อยๆ ดันตัวชิดกับกำแพงแล้วดันตัวลุกขึ้นฉันจะประคองคุณไปที่รถ (หนิงเหอเก็บกระเป๋าสะพายของชายหนุ่มที่ตกอยู่ที่พื้นประคองร่างชายหนุ่มไปที่รถอย่างทุลักทุเล)
พอขึ้นนั่งบนรถหญิงสาวก็พยายามตั้งสติ (เราไม่เคยขับรถแบบนี้มาก่อน..เอาไงดี!!....หายใจเข้าลึกๆ...เป็ไงเป็กัน...ยังไงก็ต้องช่วย!! คนก่อน) นี้ครับกุญแจรถ (ชายหนุ่มล้วงกุญแจออกจากกระเป๋ากางเกงส่งให้หนิงเหอ)คุณขับรถเป็ใช่ไหม “ขับรถเป็ไหม....พอเออ...พอจะขับได้ค่ะ”
ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา มือของเขาสั่นเทา....ร้องโอด...โอ๊ยด้วยความเ็ปจนตัวงอ....เหงื่อแตกเต็มใบหน้าหนิงเหอช่วยปรับเบาะรถให้เขาเอนตัวลงนอน “หันมาจับพ่วงมาลัยรถพร้อมกับบอกตัวเองว่าหนิงเหอเธอทำได้”
สตาร์ทรถ!! เข้าเกียร์ เหยียบขับเร่ง ฉันจะมามัวกังวลเื่ขับรถได้ไม่ได้ตอนนี้ไม่ทันแล้วยังไงฉันก็ต้องช่วยพาเขาส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด
ชายหนุ่ม : (กดมือถือโทรหาพี่สาว)ผมปวดท้องมาก ช่วยเลื่อนนัดประชุมกับลูกค้าแทนผมด้วย ผมกำลังไปที่โรงพยาบาลใกล้ๆ กับสตูดิโอของเรา“เจี่ยเจี๊ยรีบมาหาผมตอนนี้เลยนะ”
หลิงฟาน : (พี่สาวเมื่อได้รับสายจากน้องชายก็มือไม้สั่นไปหมด)ได้ๆเจี่ยเจี๊ยจะรีบไปที่โรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ แล้วนี่!! นาย ไปโรงพยาบาลยังไง ขับรถไหวเหรอ
ชายหนุ่ม : ไม่ต้องห่วงครับมีคนช่วยผมไว้ตอนนี้เธอกำลังขับรถไปส่งผมที่โรงพยาบาล
#สัญญาณไฟแดง
หนิงเหอ: คุณยังพอไหวไหมหายใจเข้าออกลึกๆ อาจจะพอช่วยบรรเทาอาการปวดได้บ้าง อดทนอีกนิดใกล้จะถึงโรงพยาบาลแล้วฉันสัญญาจะพาคุณไปให้ถึงโรงพยาบาลอย่างปลอดภัยเชื่อฉัน!! คุณจะต้องไม่เป็ไร (ฉันพูดไปพร้อมกับขยับเข้าใกล้เอื้อมมือไปเช็ดเหงื่อที่ไหลอยู่ตามใบหน้าให้ชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน)
ชายหนุ่ม :ยังไหวครับ ขอบคุณมากนะครับ....ที่ช่วยผม (มือเรียวเล็กนั้น ลูบซับเหงื่อที่มีอยู่บนใบหน้าเขาอย่างอ่อนโยนแฝงไปด้วยความห่วงใย ชายหนุ่มรับรู้ได้ถึงความรู้สึกนั้นเธอคนนี้ชั่งเป็คนที่พิเศษกว่าใครๆ ที่เขาเคยเจอมาจริงๆ)
บุรุษพยาบาลเข่นเตียงมารับชายหนุ่มเข้าห้องฉุกเฉินชายหนุ่มจับมือหนิงเหอไม่ยอมปล่อย ตอนนี้ความเ็ปทำให้เขากำลังจะหมดสติ พยาบาลดึงตัวหนิงเหอไว้ไม่ให้เข้าไปในห้องฉุกเฉินแล้วจึงเอ่ยถามหนิงเหอว่า
พยาบาล : คุณเป็อะไรกับคนไข้ค่ะ ขอชื่อคนไข้ด้วยค่ะ
หนิงเหอ :เราไม่ได้เป็อะไรกันค่ะ ชื่อเขาฉันก็ไม่รู้ค่ะฉันแค่บังเอิญเจอเขาเลยพาเขามาส่งที่โรงพยาบาล แต่เมื่อกี้เขาโทรหาญาติแล้ว อีกสักครู่ญาติเขาน่าจะมาถึงค่ะ
หมอ : ญาติคนไข้มาถึงหรือยังต้องผ่าตัดคนไข้ด่วน!!
หลิงฟาน : (วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา)ฉันเป็พี่สาวคนไข้ค่ะ
น้องชายฉันเป็อะไรมากหรือเปล่าคะ ทำไมถึงต้องผ่าตัดด่วน
หมอ :ต้องทำการผ่าตัดด่วนครับ คนไข้มีอาการไส้ติ่งอักเสบขั้นรุนแรง ตอนนี้มีความเสี่ยงสูงที่ไส้ติ่งจะแตกเมื่อไหร่ก็ได้ หากไส้ติ่งแตกจะเป็อันตรายถึงชีวิตได้ครับ
หลิงฟานได้ยินดังนั้นถึงกับใเธอรีบเซ็นต์ใบอนุญาตให้ผ่าตัด และไม่ลืมโทรไปเลื่อนนัดประชุมกับลูกค้าทันที เสร็จจึงหันมาหาหนิงเหอ
หลิงฟาน :คุณเป็คนพาน้องชายฉันมาส่งที่โรงพยาบาลใช่ไหมคะ
หนิงเหอ : ใช่ค่ะนี้กระเป๋ากับกุญแจรถของน้องชายคุณ
หลิงฟาน :ขอบคุณมากค่ะ ถ้าไม่ได้คุณน้องชายฉันต้องแย่แน่ๆ
หนิงเหอ: ไม่เป็ไรค่ะฉันต้องขอตัวก่อน ขอให้การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดีนะคะ (พูดจบ...หนิงเหอก็รีบวิ่งไปเรียกรถแท็กซี่ที่จอดอยู่หน้าโรงพยาบาล)
หลิงฟาน :เดี๋ยวก่อนค่ะ คุณชื่ออะไรคะ ฉันอยากจะตอบแทนน้ำใจที่คุณช่วย...น้องชายฉันเอาไว้ (ะโ...ตามหลังไปแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว)
ระหว่างนั่งรถแท็กซี่หนิงเหอหามือถือของเธอเพื่อจะโทรไปบอกที่ร้านถึงเื่ที่เกิดขึ้น เวรกรรม!! อะไรกันเนี่ย ฉันลืมมือถือไว้ในรถสกู๊ตเตอร์ นาฬิกาบอกเวลา 18.40น. ลูกค้าอีก 2เ้ายังรอให้เธอไปส่งอาหาร ตอนนี้ต่อให้ฉันเหาะได้ก็คงไปส่งอาหารให้ลูกค้าไม่ทันแล้ว
เมื่อกลับมาถึงตึกที่รถสกู๊ตเตอร์จอดอยู่หนิงเหอหยิบมือถือจากใต้เบาะรถขึ้นมาดูเ้าของร้านโทรหาฉัน 30กว่าสายคราวนี้ฉันตายแน่!! หนิงเหอรีบโทรกลับไปที่ร้าน เสียงปลายสายะโเข้ามาในโทรศัพท์ดังลั่น
เ้าของร้าน : หายไปไหนมาโทรหาก็ไม่รับสายลูกค้าโทรมาด่า เขาบอกว่าเขาจะไม่สั่งอาหารร้านฉันอีกต่อไปแล้วจะบอกต่อไปด้วยว่าร้านอาหารจานด่วนของฉันบริการห่วยแตก!!
หนิงเหอ : ขอโทษค่ะมันเกิดเื่สุดวิสัยจริงๆ
เ้าของร้าน :ฉันไม่้าฟังคำแก้ตัว...อะไรทั้งนั้น......ฉันไล่เธอออก!!