กลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy

    ตอนที่หนึ่งร้อยสาม การเล่นแร่แปรธาตุ

    ตอนที่หนึ่งร้อยสาม การเล่นแร่แปรธาตุ

    อย่างที่กล่าวหากนี่คือแนวโชวเน็นทั่วไป

    เราคงมีคติสอนใจเรื่องของการ

    “เข้าไปข้องเกี่ยวกับศาสตร์มืดที่ไม่ควรจะยุ่ง”

    ว่าแม้กระทั่งพระเอกโชวเน็นใช้วิชาลับก็ต้องมีผลตอบแทนในด้านร่างกายที่จะเสียหายหากใช้ศาสตร์ลับวิชาใดวิชาหนึ่งมากเกินไป

    แต่นี่คือดินแดนเสรีของนางเอกอเมริกัน

    พวกเธอไม่เชื่อเรื่องการควบคุมตนเองการฝึกฝนหรือการมีวินัยในตนเองแต่อย่างใด

     เชื่อเรื่องการแสดงออกด้านอารมณ์คือคุณงามความดีขั้นสูงสุดที่การที่พยายามจะขัดขวางคือความชั่วช้า

    ทำให้การใช้เวทย์ที่มีผลเสียในตอนต้นเรื่องนั้นหายไปอย่างรวดเร็วว่าการใช้เวทย์ไม่มีข้อเสียใดใดทั้งสิ้น

    ว่าอาการลูกตาทั้งลูกกลายเป็นสีดำผมร่วง อ้วกเป็นเลือด เลือดไหลออกจากจมูกและดวงตา ฯลฯ

    นั้นมาจากการใช้เวทย์ที่

    “น้อยเกินไป”

    พอคุณเธอกลับมาใช้เวทย์อีกครั้งแบบไม่ต้องระวังอะไรก็ทำให้อาการต่างๆหายไป

    จนต้องสงสัยพอสมควรว่า

    หากเป็นอย่างนั้น

    “ทำไมคนทั้งโลกไม่กลายเป็นผู้ใช้เวทย์?”

    หากมันไม่มีข้อเสียอะไรอย่างที่เรื่องพยายามจะสื่อ

    ผมเดาว่าเพระาหากเผลอเขียนเนื้อเรื่องว่าเวทย์ไม่ใช่เรื่องดี

    จะกลายเป็นสนับสนุนว่าศาสนาต่างๆคิดถูกไปนั่นเอง

    ความเคารพต่อศาสนาในจักรวาลนี้มีน้อยกว่าจักรวาลfate เสียอีก

    จักรวาล fate แม้จะเขียนให้เวทย์ ศาสตร์มืดต่างๆมีอยู่จริงก็ยังให้สเกลพระเจ้าเหนือกว่าบัลลังก์วีรชน

    ไม่ได้ด้อยค่าพระเจ้าหรือพลังของสายศาสนาลงไปแต่อย่างใด

    ดังนั้นผมไม่ได้คิดจะให้พวกเธอปาลูกไฟใส่กัน

    “บอนนี่เธอถนัดเรื่องเครื่องสำอางใช่ไหม?”

    ผมกล่าวถาม

    “ชั้นถนัดไหมน่ะหรือ นกบินได้ไหมล่ะ?”

    บอนนี่กอดอกเชิดจมูกขึ้น

    “ส่วนเธอวิลโล่ถนัดเคมี”

    ผมชี้ไปทิ่วิลโลj

    จากนั้นเอามือไขว้กัน

    “พวกเธอทั้งสองคนแข่งกันเรื่องการเล่นแร่แปรธาตุคนที่ทำยาบำรุงผิวได้ดีกว่าคือคนชนะ”

    ให้พวกเธอลองวิชาเล่นแร่แปรธาตุที่ปลอดภัยมากกว่าละกัน

    อย่างน้อยก็ไม่ใช่การขว้างลูกไฟใส่กันของทั้งสองฝ่าย