“คุณนี่มัน!” โมโหไปเถอะ ฉันไม่สนใจหรอกอิอิ
“ขอบคุณที่มาส่งหนูนะคะ” ฉันยกมือขึ้นไหว้พี่โลคาอย่างเป็กุลสตรีและมีมารยาทมากที่สุด ส่วนอีกฝ่ายก็ทำหน้านิ่งส่งมาให้ฉันแทน แถมยังไม่สนใจที่จะหันมามองฉันแม้แต่น้อย ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ มีแต่ภาพที่ฉันเห็นว่าพี่เขาขับรถออกไปแล้ว เชอะ! หยิ่งชะมัด
โลคา Talk
ผมวนรถจอดตรงที่ลับตาคน ก่อนจะนั่งมองเด็กผู้หญิงที่ชื่อว่าเลเน่อะไรนั่น เมื่อเห็นว่าเธอเข้าไปในบ้านของตัวเองแล้วผมจึงสตาร์ตรถออกไปจากตรงนี้
วันนี้ผมมีนัดกับไอ้แบล็คที่ผับ อันที่จริงแล้วผมเป็คนที่ตรงต่อเวลามาก แต่วันนี้ผมต้องเตรียมใจโดนไอ้แบล็คล้อผมแน่ เพราะดันมียัยเด็กแสบนั่นมาทำให้ผมต้องมาไม่ตรงเวลาแบบนี้
แต่ก็ช่างมันเถอะ เพราะไม่แน่ถ้าไปถึงแล้วไอ้แบล็คมันอาจจะยังไม่โผล่มาก็ได้ ไอ้นี่มันเคยตรงต่อเวลาที่ไหน ถึงแม้ภายนอกผมกับมันจะดูแตกต่างกันและไม่น่าเป็เพื่อนกันได้ แต่ใครจะหารู้ไม่ว่าผมกับมันก็ไม่ได้ต่างอะไรนักหรอก แต่เพราะลุคของผมที่แสดงออกมามันเลยทำให้ดูต่างกันเฉย ๆ
อันที่จริงแล้วนิสัยของผมกับมันก็ไม่ได้ต่างกันมากหรอกครับ แค่ผมไม่ได้แสดงออกมาให้ใครเห็นเหมือนมันก็แค่นั้น
Wip198 Bar
ผมส่งกุญแจรถให้กับพนักงานของผับเมื่อขับเข้ามาถึงโซนจอดรถ วันนี้คนก็ยังคงแน่นเหมือนเดิม ดูจากปริมาณรถที่จอดแล้วก็พอเดาได้ว่าภายในผับจะต้องแออัดเป็อย่างมากแน่ ดีนะที่โต๊ะประจำของพวกผมอยู่ตรงโซนวีไอพี
ผับนี้เป็ผับของรุ่นพี่พวกผมเองครับ พวกผมกับไอ้แบล็คเลยได้ที่นั่งประจำโดยไม่ต้องโทรมาจองโต๊ะล่วงหน้าเหมือนคนอื่น
“ไม่คิดว่าคนตรงต่อเวลาแบบมึงจะมาสายซะเองนะ”
“หึ” ผมเค้นหัวเราะใส่มันไป เมื่อได้ยินประโยคแดกดันที่มันส่งมาให้พร้อมกับใบหน้าที่กวนตีนของไอ้แบล็ค ได้ทีเอาใหญ่เลยไอ้เวรนี่
“ติดปัญหานิดหน่อย” ผมตอบมันส่ง ๆ แล้วเดินไปหย่อนสะโพกลงที่โซฟาสีแดงสดตรงข้ามกับมัน โต๊ะนี้มีแค่ผมกับมันสองคนเท่านั้นที่นั่งอยู่ ง่าย ๆ เลยก็คือว่ามีแค่มันเท่านั้นที่ผมคบเป็เพื่อน และมันก็มีแค่ผมเหมือนกันที่กล้าเป็เพื่อนกับมัน
นอกนั้นก็มีแต่คนกลัวมัน ส่วนของผมที่คนไม่อยากจะยุ่งด้วยก็เพราะไม่ชอบที่ผมดันเป็ลูกของเ้าของมหา’ ลัย และมีบาง ‘จำพวก’ ที่ถูกพ่อแม่บังคับให้มาตีสนิทกับผม ซึ่งอันนี้ผมดูออกง่ายมาก และผมมักจะชอบทำตัวแย่ ๆ ใส่พวกมันซะด้วยสิ
“ปัญหา?” ผมพยักหน้าตอบมันไปไม่อยากจะลงรายละเอียดมากนัก เพราะ ปัญหา ที่ว่ามันเองก็ดันรู้จักเ้าตัวปัญหานี่ดีซะด้วย ผมไม่อยากมานั่งปวดหัวตอบคำถามของมันก็แค่นั้นแหละ
“พรุ่งนี้การส่งของจะมีปัญหาหรือเปล่า?” ผมยกขวดเบียร์ขึ้นมาเทน้ำสีหม่นลงแก้วเหล้าทรงเหลี่ยมที่กำลังตั้งวางอยู่เบื้องหน้าอย่างใจเย็น และรอฟังคำตอบจากไอ้แบล็คที่กำลังกระดกน้ำมึนเมาเข้าปากอยู่ ที่ผมต้องถามมันแบบนั้นก็เพราะในวันพรุ่งนี้ผมและมันจะต้องไปร่วมงานกับทางคณะ
แถมมันยังดันตรงกับวันที่ผมกับมันจะต้องส่งของสำคัญซะด้วยสิ เนื่องด้วยผมกับมันทำ ‘ธุรกิจ’ บางอย่างร่วมกัน นั่นจึงทำให้ผมกับมันมักจะนัดมาคุยงานกันที่นี่บ่อย ๆ
“กูให้คนของกูรอจัดการแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร” ผมพยักหน้าตอบมันไป พร้อมกับยกแก้วทรงเหลี่ยมที่บรรจุน้ำดื่มมึนเมาขึ้นมาดื่มอย่างใจเย็น เมื่อได้ยินคำตอบอันน่าพึงพอใจจากปากของไอ้แบล็ค สายตาผมก็มองไปยังบริเวณชั้นล่างที่มีเหล่าผู้คนมากมายกำลังเต้นกันไปมาอย่างเมามัน
“มึงคิดยังไงกับไอ้เน่” ผมละสายตาจากการมองดูผู้คนเพลิน ๆ ไปมองที่หน้าของไอ้แบล็ค สีหน้าของมันตอนนี้ดูเหมือนจะจริงจังกับคำถามที่ถามออกมาพอสำควร ไอ้เน่ที่ว่าคงจะเป็เด็กที่ชื่อ เลเน่ นั่นสินะ
“ไม่ได้คิดอะไร” ผมตอบตามความจริงไป ผมไม่ได้คิดอะไรกับเด็กนั่น และผมก็ยังไม่อยากคิดเื่คบกับใครอีกด้วย เพราะมีอีกหลายอย่างที่ผมจะต้องทำ และไหนจะตัวตนจริง ๆ ของผมอีก คนที่เข้ามาชอบผม มาจีบผม ก็เพราะมองผมแค่เปลือกที่ผมสร้างขึ้นมาให้ดูก็แค่นั้น
แน่นอนว่าถ้าพวกคนเ่าั้ได้เข้ามายังโลกจริงของผม ผมว่าพวกเธอคงจะใและรับไม่ได้อย่างแน่นอน
“ก็ดี” ผมมองมันด้วยความสงสัย ที่มันถามผมแบบนี้หรือว่ามันกำลังสนใจยัยเด็กนั่นงั้นเหรอ แต่เท่าที่ผมรู้มาตอนนี้เหมือนมันกำลัง ‘ติดพัน’ กับเพื่อนร่วมคณะอยู่นี่
“ทำไม...หรือมึงสนใจ?” แม้ก่อนหน้านี้ผมจะตอบมันไปว่าไม่ได้คิดอะไร แต่พอต้องมาถามหาเหตุผลจากมันแบบนี้ก็ทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดใจเล็กน้อยเหมือนกันแฮะ ที่จะได้รู้ว่ามันอาจจะกำลังสนใจยัยเด็กนั่น แถมดูจากท่าทางก่อนหน้านั้นแล้วมันกับเด็กนั้นก็ดูสนิทกันพอสมควรเลยนะ
“หึ”
เลเน่ Talk
ปัง! ปัง!
“ยัยเน่ แกจะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงไหนห๊า!” เสียงเคาะประตูบวกกับเสียงะโของแม่เล่นเอาฉันที่กำลังนอนฝันหวานถึงพี่โลคาอยู่ถึงกับต้องสะดุ้งตัวตื่นขึ้นมาอย่างตกอกใ
“ตื่นแล้ว ๆ!!!” ฉันะโตอบแม่ไป จากนั้นเสียงฝีเท้าและเสียงเคาะประตูก็ค่อย ๆ เงียบหายไป แม่ฉันเป็แบบนี้แหละถึงจะดูเหมือนผู้ใหญ่ใจร้ายแต่ฉันชินแล้ว แม่ฉันที่จริงไม่ได้ใจร้ายอะไรหรอก แต่เพราะคงกลัวว่าฉันจะขึ้นเครื่องสายเลยมาปลุกฉันนะสิ
“ง่วงชะมัด ไม่น่านอนดึกเลยเรา” เมื่อคืนกว่าฉันจะข่มตาหลับได้เล่นเอาแทบแย่ ก็มันตื่นเต้นที่จะได้ไปเที่ยวกับพี่โลคานี่นา
เอ่อ...ไม่สิ ไปดูงานกับคณะนั้นแหละ ไหนจะมีพี่โลคาไปด้วยอีก ฉันเลยนั่งคิดวิธีที่จะได้อยู่กับพี่โลคาสองต่อสองไว้หลายแผนเลย จนไม่ได้หลับไม่ได้นอนเนี่ย แต่ก็คุ้มนะ อิอิ
“รีบไปอาบน้ำแต่งตัวดีกว่า” เมื่อมองไปที่นาฬิกาดิจิตอลตั้งโต๊ะเห็นว่าเป็เวลาที่ใกล้จะสายแล้ว ฉันก็รีบวิ่งตรงดิ่งไปที่ห้องน้ำอย่างไว ไม่ลืมที่จะหยิบเสื้อผ้าเข้าไปเปลี่ยนด้วย
“เลเน่ ลูกแต่งตัวเสร็จหรือยังจ้ะ” ไม่ใช่เสียงใครหรอกแต่เป็เสียงแม่ของฉันเอง ที่เวลาไอ้พี่แบล็คมันมาบ้านฉันแม่ฉันจะเปลี่ยนเป็อีกร่างทันที
ฮ่ะ! แต่เดี๋ยวนะ นี่อย่าบอกนะว่า...
“แต่งตัวเสร็จแล้วก็รีบออกมานะลูก อย่าปล่อยให้พี่แบล็คเขารอนานนะลูก มันไม่งาม” โว๊ยไอ้พี่บ้านั้นจะมาทำมะเขืออะไรวะ หงุดหงิดดดดดดด ฉันรีบจัดการแต่งหน้าทำผมอย่างว่องไวเท่าที่จะไวได้ ไม่งั้นฉันจะต้องโดนแม่แหกอกแน่ ๆ
“เสร็จหรือยังยัยเน่!” นั้นไงล่ะ เสียงโมโหของแม่ดังขึ้นเบา ๆ ที่หน้าประตูห้อง บ่งบอกได้เป็อย่างดีว่าแม่ฉันกำลังหงุดหงิดแล้ว
“เสร็จแล้วจ้า ๆ” ฉันวิ่งไปเปิดประตู พร้อมกับยืนยิ้มให้กับคนเป็แม่ที่กำลังทำหน้าพร้อมจะฆ่าฉันได้ทุกเมื่อ ฮือ
“ไว ๆ เลยยัยตัวดี แล้วไหนกระเป๋าล่ะ” เกือบลืมไปเลยนะเนี่ย ว่าจบฉันก็รีบไปขนกระเป๋าที่เตรียมไว้ั้แ่เมื่อคืนออกมาทีละใบไว้หน้าห้อง จากนั้นแม่ก็ะโหาตาลื่นที่เป็พ่อบ้านของบ้านฉันให้มาขนกระเป๋าไปไว้ที่รถของไอ้พี่แบล็ค
“ช้าจังวะ” นอกจากจะทำน้ำเสียงเบื่อหน่ายแล้วพี่เขายังทำหน้าหน้าตาบอกบุญไม่รับอีกด้วย อีรอบนี้ไม่พ้นโดนคุณป้าบังคับมาแน่ ๆ นี่แม่ฉันคงต้องไปคุยอะไรกับคุณป้าแน่ ๆ ถึงได้บังคับให้พี่เขามารับฉันแต่เช้าแบบนี้เนี่ย
“แล้วใครใช้ให้มานั่งรอละวะ” ฉันบ่นอุบอิบกับตัวเองเบา ๆ พอที่จะไม่ให้อีกฝ่ายได้ยิน
“มึงว่าไงนะ?” ฉันรีบส่งยิ้มไปให้ไอ้พี่แบล็คเพื่อกลบเกลื่อนเื่เมื่อกี้ ถ้าไอ้พี่มันรู้ว่าฉันยอกย้อนมันนะมีหวังฉันได้โดนมันบีบคอตายแน่ ๆ
“เปล่า ปะ ๆ รีบไปกัน จะสายละ” โชคดีที่พี่เขาไม่เอะใจอะไร พี่เขาเพียงพยักหน้าแล้วเดินนำฉันไปตรงที่รถจอดอยู่
สนามบิน Runway Airport
ใช้เวลาไม่นานมากนักฉันกับพี่แบล็คก็มาถึงสนามบินที่อาจารย์นัดหมายตรงเวลาเป๊ะ ๆ ไม่ขาดไม่สายและไม่โดนตำหนิ ตอนนี้พวกกลุ่มคณะฉันกำลังยื่นรอต่อแถวเพื่อเช็กน้ำหนักกระเป๋ากันอยู่ และคาดว่าคงอีกนานกว่าจะถึงคิวฉัน เพราะงั้นเวลานี้ฉันจะต้องใช้โอกาสนี้มองหาพี่โลคาดีกว่า
“อยู่ไหนของพี่เขาน้า” ฉันยืนสอดส่องสายตาไปมามองหาทั้งทางซ้ายและทางขวา แต่ก็ไม่เห็นวี่แววของพี่เขาสักนิด จนฉันเกือบจะยกธงขาวยอมแพ้แล้ว
“แกดูสิ! พี่โลคาอย่างเท่เลย” เสียงแหลมแสบแก้วหูของเพื่อนร่วมคณะพูดขึ้น ทำให้ฉันที่ยืนคอตกเป็หมาหงอยต้องรีบเงยหน้าขึ้นไปมองตามสายตาของยัยนั้นอีกครั้ง
ก็เห็นเป็พี่โลคาที่อยู่ในชุดสบาย ๆ แต่มันกลับดูดีและดูมีออร่าสุด ๆ แสดงว่าพี่เขาเพิ่งมาถึงแน่เลย ไม่งั้นออร่าเด่นขนาดนี้ไม่มีทางเล็ดลอดสายตาเหยี่ยวของฉันไปได้หรอก
“ชิ! มากับยัยลูกคุณหนูนั้นอีกละ ยัยนั้นเป็แฟนพี่เขาหรือไงถึงได้ทำตัวติดกันยังกับเป็เหาฉลามไปได้” หนอยอีนี่มันกล้ามาว่าเพื่อนฉันงั้นเหรอ มีเหรอฉันจะยอม
“อย่ายัยเน่!” เสียงนางพิ้งดังขึ้นพร้อมกับข้อมือฉันถูกมันกระชากไว้
“ปล่อย ฉันจะไปเอาเืในปากของพวกมันออก หนอย! นินทากันเก่งดีนัก!” ฉันพูดออกมาด้วยความหงุดหงิดเมื่อโดนยัยพิ้งเข้ามาขัดอารมณ์ที่กำลังปะทุเดือนของฉัน โดยไม่ได้สนใจเลยว่าตอนนี้ทุกคนกำลังมองมาที่ฉันอยู่ เพราะเสียงที่ฉันใช้พูดก็ดังพอที่จะให้ทุกคนหันมาสนใจ
“หยุดเลย! แกไม่เห็นหรือไงว่าพวกอาจารย์มองใหญ่แล้ว” ยัยพิ้งกระซิบกระซาบบอกฉันให้ได้สติกลับมา เมื่อฉันควบคุมตัวเองได้จึงมองไปรอบ ๆ ตัว ก็พบว่าตอนนี้พื้นที่ที่ฉันยืนอยู่ได้เงียบลง
แถมยังมีสายตาจับจ้องมาที่ฉันเป็สายตาเดียวอีกด้วย ทั้งสายตาของเพื่อนร่วมคณะและสายตาจากบรรดาอาจารย์ ไม่พอพี่โลคาเองก็มองมาทางฉันเช่นกัน ฮือ ไม่ได้ ฉันจะมาให้พี่เขาเห็นด้านไม่น่ารักของฉันไม่ได้
“เอ่อ...ขอโทษที่เสียงดังค่ะ” ฉันรีบยกมือไหว้อาจารย์และก้มหัวขอโทษเพื่อนคนอื่นเล็กน้อย ไม่นานสถานการณ์ก็กลับเข้าสู่ปกติเหมือนเดิม เกือบไปแล้ว ฟู่ววว
“รู้งี้ฉันน่าจะปล่อยให้แกอาละวาดดีกว่า ถ้าพี่โลคามองอยู่แบบนี้ ฉันจะได้หมดศัตรูไปได้หนึ่งคน โอ๊ย! เจ็บนะยัยเน่!” พอมันพูดจบฉันก็เลยตีมันไปสักป้าบ โทษฐานที่กล้าจะมากำจัดศัตรูอย่างฉัน
“ไม่มีทางหรอกย่ะ” ฉันยักไหล่ใส่มันไป ส่วนมันก็กลอกตามองบนใส่ฉันแทน เห็นเราทำท่าทีแบบนี้ใส่กันแต่อันที่จริงไม่ได้มีอะไรหรอก และมันก็ไม่ได้จริงจังกับการชอบพี่โลคาเหมือนฉันอะไรขนาดนั้น มันก็แค่ปลื้มเท่านั้น เพราะจริง ๆ แล้วมันมีแฟนเป็ตัวเป็ตนอยู่แล้วยังไงล่ะ
พอพูดคุยกับยัยพิ้งเสร็จฉันก็หันไปมองทางพี่โลคาอีกรอบ พี่เขาก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม และก็มียัยด้ายืนอยู่ข้าง ๆ ด้วย ฉันยืนมองพี่เขานานพอสมควรจนเ้าตัวคงรู้สึกละมั้ง พี่เขาเลยหันมาจ้องที่ฉันแทน
จังหวะนี่แหละได้โอกาสแล้ว ฉันรีบโบกมือทักทายพี่เขาพร้อมกับยิ้มกว้างที่คิดว่าน่าจะน่ารักที่สุดส่งไปให้พี่เขา แต่ดูเหมือนพี่เขาจะไม่สนใจเลย เพราะพี่เขาดันส่งสายตาดุมาให้ฉันแทน แล้วก็ไม่หันมามองฉันอีกเลย เฮ้ออ
ประเทศสหรัฐอเมริกา รัฐแมสซาชูเซตส์
“ถึงสักที เมื่อยโว๊ยยย” ฉันยืนบิดตัวไปมาด้วยความเมื่อยสุด ๆ จากประเทศไทยมายังอเมริกาไม่ใช่เื่ง่ายเลยนะเนี่ย อย่างต่ำที่ฉันนั่งมาก็ล่อไปสิบชั่วโมงขึ้นแล้ว ไม่พอฉันยังต้องทนกับความหูอื้อและอาการกลัวความสูงของตัวเองอีก
ฉันเกลียดมากเวลาที่ต้องขึ้นเครื่องบิน ตอนที่เครื่องกำลังจะแลนดิ้งนะเหมือนกับว่าฉันกำลังนั่งอยู่บนเครื่องเล่น อาทิ พวกรถไฟเหาะเลยล่ะจะบอกให้ องศาก่อนขึ้นบินมันคล้าย ๆ กันเลย น่ากลัวชะมัด
อีกอย่างที่พวกอาจารย์ต้องพามาดูงานที่รัฐนี้ก็เพราะว่าที่รัฐนี้มีสถาบันที่ขึ้นชื่อเื่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาก แถมยังเป็มหา’ ลัยอีกด้วยนะ เป็มหา’ ลัยที่ติดอันดับหนึ่งเลยล่ะ จะบอกให้ แต่คงสงสัยกันใช่ม้าว่าแล้วคณะฉันเกี่ยวไร
อันที่จริงไม่เกี่ยวหรอก แต่เพราะว่าคณะวิทย์เขามาต่างประเทศพอดี เบื้องบนเลยส่งคณะภาษาอย่างพวกฉันมาลองฝึกเจอสถานการณ์จริงด้วยซะเลย เห็นว่าไหน ๆ ก็เบิกงบมาเยอะละก็เอาพวกฉันมาด้วยซะเลย นี่แหละเลยกลายเป็ว่าเหมือนพาคณะฉันมาเที่ยว ส่วนดูงานจริงจังจริง ๆ ก็คงเป็คณะวิทย์มากกว่า
“แก ฉันกลัวตอบไม่ได้” ยัยพิ้งพูดขึ้นข้างหูฉันเป็รอบที่ล้านแล้ว ไม่ใช่แค่มันที่กลัวนะแต่ฉันก็กลัวเหมือนกัน แถมยัยบ้านี่ก็ดันพูดวนไปวนมาซ้ำไปซ้ำมาจนฉันเริ่มกลัวมากขึ้นพอ ๆ กับมันแล้วเนี่ย
และที่ฉันกลัวไม่ใช่อะไร นอกจากด่านตรวจคนเข้าเมืองที่จะต้องพูดคุยเป็ภาษาอังกฤษอย่างไรเล่า! ที่ฉันฝึกมามันสูญเปล่ามาก เพราะว่า ฉัน-จำ-อะไร-ไม่-ได้-เลย! ความกลัวนำพาสมองฉันว่างเปล่ามากตอนนี้
“เลิกพูดสักที ฉันก็เริ่มจะกลัวพอ ๆ กับแกแล้วนะโว้ย!” ฉันหันหลังไปด่ามันเบา ๆ ไม่งั้นคนอื่นได้มองฉันกับมันอย่างน่าสมเพชแน่นอนที่ดันโง่ภาษา
“ก็ฉันกลัวนี่แก” ยัง มันยังไม่หยุดอีก
“งั้นแกไปก่อนเลยพูดมากนัก!” ฉันรีบเดินสลับที่กับมัน ซึ่งเป็จังหวะประจวบเหมาะพอดีที่คิวต่อไปจะเป็คิวของฉันพอดี และแน่นอนว่ามันก็ช่วยไม่ได้เพราะยัยพิ้งถูกเรียกเข้าไปถามคำถามแล้ว มันมองฉันด้วยสายตาอาฆาตแค้นมาก แต่ฉันไม่สนใจหรอกย่ะ ฮิฮิ
เยาะเย้ยมันได้ไม่นานหรอก มันก็แลบลิ้นส่งมาให้ฉันเมื่อแฟนของมันที่เรียนคณะวิทย์รีบวิ่งเข้ามาตอบคำถามแทนมัน และช่วยมันพูดคุยกับพี่เ้าหน้าที่ จนในที่สุดมันก็เดินผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองไป
“ซวยแน่ฉัน ไม่น่าไปแกล้งมันเลย!” ฉันบ่นกับตัวเองแล้วก็พยายามก้าวขาช้า ๆ ไปหาพี่เ้าหน้าที่ ถ้าฉันไม่แกล้งมันป่านนี้มันคงให้แฟนมันมาช่วยฉันแล้ว
“Hello” ฉันพ่นคำทักทายอย่างสุภาพที่ฉันพอจะรู้ออกไป พร้อมกับยื่นเอกสารที่ฉันแอบเห็นว่ายัยพิ้งมันส่งอะไรให้เ้าหน้าที่ไปบ้าง
ส่วนเ้าหน้าที่ไม่ตอบอะไร แต่ก้มหน้าดูเอกสารและรูปในพาสปอร์ตสลับกับหน้าของฉันแทน พร้อมกับเอ่ยอะไรบางอย่างออกมา และใช่ค่ะ ฉันแปลไม่ออก
“What’ s the purpose of your visit?” อะไร มันแปลว่าอารายยยย!!! ไม่พอนะเ้าหน้าที่ก็ดันมองฉันอย่างกดดันอีก ตาย ๆ ทำไงดีละเนี่ย
“Study” ไม่ใช่เสียงของฉันที่ตอบแต่เป็เสียงของคนด้านข้างฉันแทน พอหันไปดูก็เห็นเป็พี่โลคานั่นเอง แต่พี่เขาไม่ได้หันมามองฉันสักนิดเลยนะ และดูเหมือนพี่เขาก็กำลังจะตอบคำถามอยู่เหมือนกัน
ใช่สิ ก่อนหน้านี้เ้าหน้าที่ก็ถามคำถามที่คล้ายกันนี่นา งั้นฉันก็ตอบตามที่พี่โลคาพูดได้นะสิ ดีนะที่พี่เขาพูดเสียงดังพอให้ฉันแอบได้ยินด้วย
“I say what’ s the purpose of your visit?” เ้าหน้าที่ถามฉันอีกรอบเมื่อเห็นว่าฉันเงียบและไม่ตอบอะไร ถ้าฉันเดาไม่ผิดเขาจะต้องถามคำถามเดิมแน่ ๆ เพราะเขาพูดซ้ำคำเดิมกับที่พูดก่อนหน้านี้ ฉันเลยต้องรีบตอบกลับเ้าหน้าที่ไปเพราะเขาเริ่มมองฉันไม่ดีแล้ว
“Study” ฉันตอบออกไปพร้อมกับยิ้มกว้างที่สุดเท่าที่จะทำได้
“Is this your first time here?” ยังไม่จบอีกเหรอ แล้วมันแปลว่าไรอีกเนี่ย รู้งี้น่าจะตั้งใจเรียนภาษาดีกว่า
“Yes, this is my first time” เป็เสียงพี่โลคา (อีกแล้ว) ที่พูดเสียงดัง ฉันว่าพี่เขาควรจะต้องไปเช็กหูนะเพราะพี่เขาพูดเสียงดังมากเลย แต่ก็ดีหน่อยเพราะฉันจะได้ลอกคำตอบจากพี่เขาไปเลย
“Yes” ฉันจำได้แค่คำว่า ‘Yes’ นอกนั้นฉันจำไม่ได้ เพราะงั้นก็ตอบแค่นี้น่าจะได้อยู่มั้ง
เย้! และแล้วฉันก็ผ่านด่านตรวจได้อย่างเฉียดฉิว แม้จะมีหลายคำถามมากมายก็เถอะ แต่ดีนะที่คำถามมันดันตรงกับของพี่เขาพอดี ฉันเลยลอกคำพูดพี่เขามาตอบจนผ่าน และมายืนสบายใจได้อยู่แบบนี้เนี่ย
สงสัยต้องไปขอบคุณพี่โลคาสักหน่อยแล้ว อืม...ว่าแต่พี่เขาไปไหนละเนี่ย
“นั่นไง! พี่โลคาคะ” ฉันวิ่งสุดแรงเกิดเพื่อจะไล่ตามพี่เขาให้ทัน ให้ตายสิทำไมพี่เขาถึงได้เดินเร็วขนาดนั้นนะ หรือว่าผิดที่ฉันดันเกิดมาขาสั้นละเนี่ย
“มีอะไร?” พี่เขาหยุดเดินแล้วหันมามองฉันที่กำลังก้มตัวหอบหายใจอยู่
“แฮ่ก ๆ ขะ...ขอบคุณนะคะ” ฉันพยายามปรับการหายใจเข้าออกให้บาลานซ์ที่สุด แต่ก็ยังคงมีเสียงหอบหายใจแทรกเข้าไปอยู่ดี
“เื่?” เออนั่นสิ! แล้วฉันจะบอกพี่เขาไปอย่างไรดี แบบว่าขอบคุณที่พูดเสียงดังให้ฉันลอกคำตอบงั้นเหรอ ไม่ได้สิ ไม่งั้นพี่เขาก็ต้องรู้นะสิว่าฉันโง่อะ เอาไงดีวะ
“เอ่อ...คือว่า ขอบคุณที่ไปส่งหนูที่บ้านเมื่อวันก่อนน่ะค่ะ” อะไรของแกเนี่ยยัยเน่! แกก็เคยขอบคุณพี่เขาไปแล้วไม่ใช่เหรอโอ๊ย!
“อืม” ว่าจบพี่เขาก็หันหลังเดินออกไป ฉันได้แต่ยืนทำหน้าเศร้ามองพี่เขาที่กำลังเดินออกไปอย่างเสียดาย อุตส่าห์ได้คุยกันแล้วแท้ ๆ
“เฮ้อ ยัยเน่นะยัยเน่!” ฉันยืนคอตกโทษตัวเองที่ดันเผลอไปพูดอะไรไม่เข้าเื่ และพี่เขาก็ดันจบบทสนทนาได้สวยมากจนฉันไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี
แต่แล้วฉันก็ต้องเงยหน้าขึ้นมามองที่พี่เขาอีกรอบเมื่อได้ยินเสียงของอีกฝ่ายเอ่ยพูดขึ้น
“ถ้าคุณมีเวลาว่างขนาดที่มาตามผมได้ ผมว่าคุณควรเอาเวลานี้ไปเรียนเพิ่มนะ จะได้ไม่เป็ภาระ” และนั่นเป็บทสนทนาสุดท้ายที่พี่เขาพูดออกมา ก่อนที่พี่เขาจะเดินออกไปจนลับตา
ส่วนฉันนะเหรอ...ได้แต่ยืนนิ่งอ้าปากค้าง เพราะคำพูดของพี่เขาที่มันฟังดูเหมือนว่าจะเป็คำด่าก็ไม่ใช่ จะเป็คำแนะนำก็ไม่เชิง เพราะพี่เขาดันพูดว่าฉันด้วยคำว่า ‘ภาระ’ อะไรนั้นออกมาด้วยไง
“ภาระงั้นเหรอ...นี่อย่าบอกนะว่า” ฉันยิ้มหน้าบานเป็กระด้งอย่างไม่อายใครพร้อมกับบิดตัวไปมา มือทั้งสองข้างจับเข้าที่หน้าร้อน ๆ ของตัวเองอย่างเคอะเขิน เมื่อคิดได้ว่าคำว่าภาระที่พี่โลคาพูดออกมามันหมายความว่าอย่างไร อร้ายยยย
ถึงมันจะดูออกว่าเป็คำว่าคำด่าก็เถอะ แต่ฉันไม่สนใจหรอก ฉันให้อภัยคุณว่าที่สามีในอนาคตได้ค่ะ ^3^
- - - - - - - - - -
หยกจะขอเปลี่ยนมาลงเป็ทุกวัน วันอังคาร กับ วันพฤหัสบดี อย่างละบทแทนนะคะ แบบว่าหยกเหงามากมีความไม่ชินแต่ก่อนลงทุกวันหยกจะได้พูดคุยตอบเม้นทุกคนเป็ประจำพอต้องมานาน ๆ ทีลงแล้วหยกเหงามาก 55555555 หรือว่าใครอยากให้ลงทุกวันเหมือนเดิมดี ( แต่แยก 3-4 พาทเหมือนเดิมนะ )
- - - - - - - - - -
นิยาย Set 'เ้าพ่อ' มีทั้งหมด 4 เื่ 4 คน
เื่แรก เ้าพ่ออสูร (คู่อาชากับลินา)
กดซื้อตรงนี้ > : https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzM2Mjg4NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEzMDg2MyI7fQ
เื่ที่สอง เ้าพ่ออิทธิพล (คู่เคียร์กับสร้อย)
กดซื้อตรงนี้ > : https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzM2Mjg4NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEzNDUyMiI7fQ
เื่ที่สาม เ้าพ่อเพชฌฆาต (คู่ดีไวน์กับเทียน)
กดซื้อตรงนี้ > : https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzM2Mjg4NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEzODk2OCI7fQ
เื่สุดท้าย เ้าพ่อนักซิ่ง (คู่เทนชิกับบุญ)
กดซื้อตรงนี้ > : https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMzM2Mjg4NSI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjE0MjQ4OCI7fQ
สามารถสั่งซื้อได้จากเว็บ MEB โดยการพิมพ์ค้นหาชื่อเื่ หรือ นามปากกาของหยกก็ได้จ้า
หรือใครไม่สะดวกเว็บ MEB ใน ธัญวลัย , Fictionlog , Hongsamut หยกก็ลงขายเช่นกันน้า (แต่ราคาจะต่างจากใน MEB น้า)