“ดูเหมือนจะมีสัตว์อสูรเฝ้าทรัพย์อยู่นะ เอาอย่างไรดี?” จื่อต้าหลงกล่าวพลางขบคิด
สัตว์อสูรลิงยักษ์ลมปราณจิตขั้นสิบ มันถือว่าเป็นราชันย์ในแถบนี้ได้เลย แม้ จื่อต้าหลงจะเคยเผชิญกับคู่ต่อสู้ที่มีลมปราณจิตขั้นที่สิบมาแล้ว เขาก็ยังคงไม่ประมาทและดูถูกอีกฝ่ายเป็นอันขาด สัตว์อสูรลิงยักษ์นั้นคงเฝ้าอยู่ที่นี่มาช้านานแล้ว
“คงมีเพียงปะทะโดยตรงกับล่อมันไปที่อื่นเท่านั้น…”จื่อต้าหลงกล่าว
“เราควรล่อมันหรือปะทะโดยตรงดีล่ะ?” หลิวสุ่ยเยว่ถามจื่อต้าหลง
“ข้าจะล่อมันให้เองส่วนท่านตรงไปเก็บบัวหิมะ ดีหรือไม่” จื่อต้าหลงกล่าว
“ท่านจะล่อมัน?” หลิวสุ่ยเยว่ถาม
“ใช่ข้าจะล่อมันออกไปจากบริเวณนี้เอง” จื่อต้าหลงกล่าวอย่างหนักแน่น เขาหมายที่จะใช้ลิงยักษ์ตัวนี้เพื่อฝึกฝนวิชาและการสับประยุทธ เขาอยากรู้ว่าตัวเขาแข็งแกร่งไปถึงขั้นไหนแล้ว
“ถ้างั้นหลังจากเก็บบัวหิมะได้แล้ว ข้าจะไปเสริมท่านอีกแรง” หลิวสุ่ยเยว่กล่าว
“ตกลง….”จื่อต้าหลงตอบรับ
หลังจากนั้นจื่อต้าหลงก็เดินเข้าไปในอาณาเขตปากถ้ำ เขายืนห่างจากปากถ้าราว ห้าสิบเมตร จากนั้นเขาจึงตะโกน
“เจ้าลิงเหม็น!! จงไสหัวไปให้พ้นจากที่นี่ซะ”
สัตว์อสูรลิงยักษ์ที่กำลังหลับอยู่ก็ตื่นขึ้นมาทันที เมื่อเห็นผู้มารบกวน มันจึงคำรามทันที
โฮกกก!!!
โดยปกติแล้วด้วยชั้นลมปราณจิตขั้นที่สิบ ไม่มีสัตว์อสูรตัวไหนที่กล้าเข้ามายังบริเวณอาณาเขตของมันจึงทำให้มันหลับเฝ้าดอกบัวหิมะได้อย่างสบายใจ แต่บัดนี้กลับมีมนุษย์ผู้หนึ่งต้องการท้าทายมัน มันสัมผัสได้ถึงพลังของมนุษย์ผู้นี้ว่าไม่สูงส่งเท่าใดนัก มันจึงเตรียมที่จะบุก
จื่อต้าหลงเห็นดังนั้น เขาจึงกวักมือเรียกมันเข้ามาอย่างท้าทาย สัตว์อสูรลิงยักษ์พุ่งเข้ามาด้วยความรวดเร็ว มันปล่อยหมัดใส่จื่อต้าหลงอย่างรวดเร็ว ด้วยท่าร่างมังกรม่วงทำให้จื่อต้าหลง หลบมันอย่างพริ้วไหว สร้างภาพติดตาไว้ในขณะที่สัตว์อสูรลิงยักษ์จู่โจม มันจู่โจมด้วยหมัดจำนวนถี่ยิบ จื่อต้าหลงแววตาทอประกายสีม่วง หลบหลีกอย่างง่ายดาย
สัตว์อสูรมักมีรูปแบบการโจมตีซ้ำๆ ทำให้จื่อต้าหลงเดาทางการโจมตีของมันออกทั้งหมด สัตว์อสูรลิงยักษ์ยิ่งจู่โจมยิ่งดุดัน จื่อต้าหลง ถอยไปหลบไปเรื่อยๆ ล่อมันออกจากบริเวณปากถ้ำ
หลิวสุ่ยเยว่นั้นมองอย่างตกตะลึงในใจ จื่อต้าหลงผู้นี่นับว่าเป็นยอดฝีมือจริงๆ แม้แต่สัตว์อสูรลิงยักษ์ปราณจิตขั้นสิบยังทำอะไรเขาไม่ได้!!
หลังจากล่อมันออกมาได้ราวๆ หนึ่งร้อยเมตรจากปากถ้ำ หลิวสุ่ยเยว่ก็ทะยานร่างบางไปที่ปากถ้ำทันที เมื่อมาถึงนางได้เก็บดอกบัวหิมะไว้ในแหวนมิติจนหมดจากนั้นนางจึงไปหาจื่อต้าหลงเพื่อช่วยสมทบอีกแรง
“ต้าหลง ข้าเก็บมาได้หมดแล้ว” หลิวสุ่ยเยว่กล่าว ขณะที่มาถึงในระยะที่จื่อต้าหลงได้ยิน
จื่อต้าหลงได้ยินดังนั้นก็เตรียมจู่โจม เมื่อภารกิจสำเร็จเขาก็อยากวัดกำลังกับสัตว์อสูรลิงยักษ์ตัวนี้เสียหน่อย
สัตว์อสูรลิงยักษ์ปล่อยหมัดเข้ามา จื่อต้าหลงโคจรวิชาเกราะกายา แลกหมัดกับมัน หมัดชนหมัด เปรี้ยง!!
สัตว์อสูรลิงยักษ์ถอยไป สองถึงสามก้าว ส่วนจื่อต้าหลงถอยไป สี่ถึงห้าก้าว การประทะกันครั้งนี้ ทำให้จื่อต้าหลงรู้ว่าเขารับมือมันได้แน่นอน สัตว์อสูรลิงยักษ์เห็นดังนั้นมันยิ่งโมโห ส่งหมัดเขามาอีกด้วยพลังเต็มสิบส่วน จื่อต้าหลงเองก็ไม่ยอมแพ้ เขาเองก็ระดมปล่อยหมัดพลังเต็มสิบส่วนใส่มันด้วยเหมือนกัน หนึ่งสัตว์อสูร หนึ่ง มนุษย์ ทั้งสองแลกหมัดใส่กันอย่างดุเดือด ด้วยวิชาเกราะกายาขั้นสูงทำให้ร่างกายของจื่อต้าหลงแข็งแกร่งกว่าชาวยุทธทั่วไปมาก เขาคิดไม่ผิดในตอนที่หยิบวิชากายาขั้นสูงนี้มาจากหอตำราของสำนักปลาทอง
หลิวสุ่ยเยว่ยืนมองอย่างตกตะลึง แม้นางจะรู้อยู่แล้วว่าจื่อต้าหลงร้ายกาจแต่นี่…สัตว์อสูรลมปราณจิตขั้นสิบเลยนะ เขาแลกหมัดกับมันโดยไม่เพรี่ยงพล้ำได้อย่างไร ยิ่งคิดหลิวสุ่ยเยว่ยิ่งนับถือจื่อต้าหลง
จื่อต้าหลงนั้นยืนแลกหมัดกับสัตว์อสูรลิงหินอย่างเมามัน เขาไม่ถอยแม้แต่เพียงก้าวเดียว ทั้งสองแลกหมัดกันสักพัก หลิวสุ่ยก็เยว่เข้ามาในระยะ นางถามจื่อต้าหลงว่า “ต้องให้ช่วยหรือไม่?”
“ไม่ต้องหรอก ท่านคอยระวังรอบด้านไว้ก็พอ ข้าขอประมือกับมันเอง” จื่อต้าหลงกล่าว
หลังจากจู่โจมไปได้ครู่ใหญ่ ทั้งสองก็เริ่มอ่อนล้า จื่อต้าหลงนั้น สามารถหลบหลีกได้แต่เขาเลือกที่จะแลกหมด เพราะอยากวัดกำลังโดยตรง ซึ่งผลลัพธ์ออกมา เป็นที่พึงพอใจแก่เขา แต่หลังจากนี้เขาจะเอาจริงแล้ว
จื่อต้าหลงดีดตัวถอยและหลบหมัดของสัตว์อสูรลิงยักษ์ ทำให้ตอนนี้กลายเป็นสัตว์อสูรลิงยักษ์ที่จู่โจมอยู่ฝ่ายเดียวมันโจมตีอย่างบ้าคลั่งมาเป็นเวลานาน จื่อต้าหลงกำลังรอมันเผยช่องโหว่เขาหลบหลีกผ่านหมัดทั้งหลายของมันอย่างง่ายดาย สัตว์อสูรลิงยักษ์โมโหมากที่ไม่อาจล้มมนุษย์ผู้นี้ลงไปได้ ยิ่งสู้พละกำลังมันยิ่งหดลงไปเรื่อยๆ
จนในที่สุดมันก็เผยช่องโหว่ออกมาจนได้ จื่อต้าหลงดวงตาวาวโรจน์ ซัดมังกรม่วงทะยานฟ้าด้วยพลังเต็มสิบส่วนใส่ช่องโหว่นั้นโดยทันที สัตว์อสูรลิงยักษ์โดนฝ่ามือมังกรม่วงเข้าไปเต็มอก มันปลิวกระเด็นไปชนต้นไม้ ทำให้ต้นไม้ถึงกับหักโค่น!! ตอนนี้มันได้รับบาดเจ็บแล้ว ฝ่ามือมังกรม่วงขั้นแปดช่างทรงพลังยิ่งนักแม้ใช้จู่โจมผู้ที่พลังบ่มเพาะเยอะกว่าตัวเองหลายขั้นก็ยังทำให้อีกฝ่ายบาดเจ็บสาหัสได้
ฝ่ามือมังกรม่วงนับว่าเป็นสุดยอดวิชาโจมตีที่รวดเร็ว รุนแรงและดุดันเป็นอย่างมาก เขาถึงกับสงสัยต้นกำเนิดของมัน แต่วิชาชุดนี้ อยู่กับตระกูลเขามาช้านาน ในตระกูลเพียงบรรลุกันแค่ขั้นที่หนึ่งถึงสาม ผู้ที่บรรลุขั้นสี่ขึ้นไปนับว่าเป็นอัจฉริยะแล้ว มีเพียงผู้อาวุโสเท่านั้นที่สามารถบรรลุถึงขั้นที่ สาม ได้ ในตระกูลมีไม่มากนักที่บรรลุถึงขั้นหก ตัวเขาที่บรรลุขั้นแปดได้นับว่าเป็นอัจฉริยะในรอบร้อยปีเลยก็ว่าได้
เพียงฝ่ามือเดียวทำให้สัตว์อสูรลิงยักษ์บาดเจ็บสาหัสแทบจะไม่สามารถลุกขึ้นมายืนได้ มันนอนชักอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่หักโค่น
จื่อต้าหลงกลับมามีแววตาสีดำปิดใช้ทุกพลัง เนตรมังกรม่วงแม้จะทรงพลัง แต่มันก็ทำให้เขาเหนื่อยล้าอย่างรวดเร็วได้เหมือนกัน ยิ่งเปิดใช้ถึงขั้นที่แปดยิ่งทรงพลังและสิ้นเปลืองพลังปราณเป็นอย่างมาก ปกติเขาจะใช้แค่ขั้นสามถึงหกก็เพียงพอแล้วต่อการสู้กับคนที่มีระดับบ่มเพาะเท่ากันหรือมากกว่าเล็กน้อย
ชุดวิชาทั้งหมดของตระกูลจื่อล้วนแล้วแต่โดดเด่นมาก อีกทั้งยังเป็นวิชาทางสายเลือดอีกด้วย คนที่ไม่มีสายเลือดตระกูลจื่อไม่สามารถฝึกวิชายุทธเหล่านี้ได้!! เรื่องนี้ทำให้จื่อต้าหลงสงสัย ว่าทำไม ตระกูลเขาจึงได้มีวิชาในตำนานที่แข็งแกร่งอย่างนี้
เพียงฝ่ามือเดียว!? รุนแรงถึงเพียงนี้!? หลิวสุ่ยเยว่ตกตะลึง