High Human

    HH 94

    ปัง!

    “แกว่ายังไงนะ!!” สินธ์ตบโต๊ะด้วยความโกรธ

    กรก้มหน้าด้วยความกลัว

    หลังจากได้ยินเหตุการณ์ในงานเลี้ยงฉลองจากปากกร สินธ์ก็เต็มไปด้วยอารมณ์โกรธ เขาวางแผนกดดันหญิงสาวด้วยความมั่นใจว่าจะสำเร็จร้อยเปอร์เซนต์ ทว่ากลับมีตัวแปรที่ไม่คาดคิดอย่างโจเข้ามา

    “มันเป็นใคร?” สินธ์ตวาดลั่น

    “ผะ…ผมไม่รู้” กรนึกถึงชายหนุ่มก็รู้สึกหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิม ภาพหลอนตอนนั้นทำเอาเขาขาอ่อน

    เพียะ!!

    กรตกตะลึงพร้อมกับแก้มชาจากนั้นก็เจ็บแสบ เขาตกตะลึงที่อยู่ๆสินธ์ก็ตบหน้าเขา เขาไม่เคยถูกใครตบหน้ามาก่อน อย่างไรก็ตามเขาได้แต่เก็บความโกรธไว้ในใจเพราะเขาไม่อยากถูกไล่ออก

    “ไม่รู้? ไม่รู้ได้ยังไงวะ แกไม่ได้หาประวัติส่วนตัวของมันรึไงห๊ะ?!” สินธ์โวยวายง้างมือทำท่าจะตบอีกครั้งแต่หยุดไว้ก่อน

    “ไปตรวจสอบดูว่ามันเป็นใครจากนั้นก็หาทางไล่มันออก” กล่าวจบสินธ์ก็นั่งลงพร้อมกับจุดบุหรี่

    กรไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทำตาม เขาเดินจากไปพร้อมความโกรธแต่ไม่กล้าแสดงออกทางสีหน้า อย่างไรก็ตามถ้าเป็นแค่ตรวจสอบเขาเองก็ยังพอกล้าทำ แต่ถ้าให้ไปเจอต่อหน้าชายหนุ่มเขายอมลาออกดีกว่า ภาพหลอนยังทำเอาขนหัวลุกจนถึงตอนนี้

    เขารู้ว่ามันเป็นภาพหลอนแต่ไม่รู้ว่าทำไมร่างกายถึงรู้สึกเย็นเฉียบไปถึงขั้วหัวใจราวกับความตายกำลังมาเยือน หากเป็นไปได้เขายอมหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้าดีกว่า

    หลังจากกลับไปที่โต๊ะทำงานเขาก็เริ่มตรวจสอบข้อมูลของโจ เขาดึงภาพจากกล้องวงจรปิดแล้วสแกนใบหน้าค้นหาในคลังข้อมูล

    ทว่า…

    “นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!” กรตะโกนเสียงเบาเมื่อได้เห็นข้อความปฏิเสธการเข้าถึงข้อมูลของโจ

    เขาไม่เชื่อจึงลองตรวจสอบบุคคลอื่นๆผลปรากฏว่าเข้าถึงได้ทุกคนนอกจากโจและพวกระดับสูง

    “มันเป็นคนระดับสูงรึไง?” กรอุทาน

    แต่กรสงสัยว่าถ้าโจเป็นคนระดับสูงแล้วทำไมสินธ์ถึงไม่รู้จัก? อย่างน้อยเขาก็ได้อธิบายหน้าตาให้สินธ์ฟังไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าสินธ์ก็ไม่รู้จักชายคนนั้น 

    กรไม่รู้หรอกว่าตัวตนของโจรวมถึงข้อมูลของเขาไม่มีใครเข้าถึงได้นอกจากมายด์คนเดียว เนื่องจากเธอเป็นคนใส่ข้อมูลตัวตนของเขาเอาไว้และใส่รหัสผ่านที่มีไฟล์วอลหนาแน่นจนเจาะไม่เข้า แต่ถ้าอยากเจาะไฟล์วอลก็คงต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสามเดือน ทว่าเมื่อถึงตอนนั้นระบบจะต้องส่งสัญญาณเตือนก่อนแน่นอน ตัวตนของโจแม้แต่พวกระดับสูงก็ยังไม่รู้จัก

    อย่างไรก็ตามไม่ว่ากรจะค้นหาอย่างไรเขาก็ไม่อาจรู้ข้อมูลประวัติของโจได้ เมื่อทำอะไรไม่ได้ก็ได้แต่ลืมมันไป แต่เขาก็ไม่โง่พอที่จะไปบอกสินธ์ตอนนี้เขาจะรอให้เวลาผ่านไปสักสองสามวันแล้วค่อยไปบอกกับสินธ์ ที่รอหลายวันก็เพื่อให้สินธ์เห็นว่าเขาพยายามหลายวันแล้วแต่ก็ทำอะไรไม่ได้

    เมื่อนึกถึงสินธ์ก็ทำให้เขานึกถึงตอนถูกตบหน้า เขาก็โกรธขึ้นมาอีกครั้งแต่ทำได้แค่สงบสติอารมณ์ 

    “ถ้าไม่ใช่เพราะว่าแกเป็นพวกระดับสูงล่ะก็ฉันจะไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย” กรคำรามอยู่ในใจ

    สินธ์เป็นหัวหน้าฝ่ายบุคคลซึ่งอยู่ในระดับสูง มีอำนวจควบคุมคนเข้าออกองค์กร ในฐานะที่อยู่ระดับสูงกรทำได้เพียงยอมก้มหัวให้เท่านั้น เขาอยู่ระดับกลางในองค์กรซึ่งไม่มีอำนาจเทียบเท่าสินธ์

    ตอนเย็นวันเดียวกันขณะที่โจกำลังอ่านหนังสือในห้องพักของโรงแรม เสียงมือถือก็ดังขึ้นเขาหยิบมันขึ้นมาและมีเบอร์พร้อมรูปของหญิงสาว 

    เขากดรับ

    “อ๊ะ…หัวหน้าโจ” 

    “ว่าไง มีอะไรรึเปล่า?” โจกล่าวถาม

    “คืออยากจะลองโทรมาดูว่ามือถือของหัวหน้าใช้งานได้ดีไหม” มายด์พูดเสียงตะกุกตะกัก

    โจเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ นี่เป็นมือถือเครื่องใหม่ที่ได้รับมาจากเธอในวันนี้เพื่อสะดวกต่อการติดต่อแล้วมันจะมีปัญหาได้ยังไง?

    อย่างไรก็ตามเขารู้สึกว่าหญิงสาวมีบางอย่างแปลกๆ บางทีเธอกำลังมีปัญหาอะไรรึเปล่า?

    “เป็นอะไรรึเปล่า เสียงคุณดูไม่ค่อยดีเท่าไรนะ” โจกล่าวถาม

    “เอ่อ…คือว่า” 

    ในขณะที่มายด์กำลังอ้ำๆอึ้งๆอยู่นั้น โจก็ได้ยินเสียงบางอย่างจากนั้นเสียงผู้หญิงในสายก็ดังขึ้นอีกครั้งทว่าครั้งนี้เป็นเสียงของหยาดทิพย์

    “พี่โจคะ ไปทานอาหารด้วยกันมั้ยคะ?” 

    โจมองนาฬิกาและเห็นว่ามันเย็นมากแล้วจึงตอบตกลง “ได้สิ”

    จากนั้นหยาดทิพย์ก็นัดสถานที่แล้ววางสาย 

    “นี่ยัยทิพย์ มันเสียมารยาทนะรู้มั้ย อยู่ๆก็ไปชวนเขาแบบนั้นถ้าเกิดว่าเขายุ่งอยู่ล่ะ?” มายด์เอ็ดใส่เพื่อนของเธอ

    หยาดทิพย์กรอกตามองบนแล้วเม้มปากพูดว่า “ฉันไม่รู้ว่าเธอกลายเป็นสาวน้อยขี้เกรงใจตั้งแต่เมื่อไรกัน และอีกอย่างเมื่อกี้มันก็แค่การชวนไปกินข้าวเฉยๆไม่ได้เสียมารยาทสักหน่อย”

    “ก็นั่นแหละ” มายด์เถียงข้างๆคูๆ

    หยาดทิพย์รู้สึกช่วยไม่ได้ เพื่อนสนิทของเธอกลายเป็นสายน้อยอ่อนต่อโลกไปได้ยังไง? เธอคิดว่าเพื่อนของเธอได้อยู่ในสงครามอวกาศหลายปีคิดว่าจะมีจิตใจเข้มแข็งและเด็ดขาดมากกว่านี้ แต่สิ่งที่เห็นอยู่นี้มันตรงกันข้ามชัดๆ อย่างเรื่องเมื่อกลางวันในงานฉลองก็ไม่กล้าตัดสินใจอะไรจนได้ชายหนุ่มเข้ามาช่วย

    แต่มันก็น่าแปลกถ้าเป็นเหตุการณ์ปกติเพื่อนของเธอจะกล้ามากกว่านี้และไม่กลัวใครหน้าไหนเหมือนอย่างในห้างที่จัดการแช่แข็งชายสองคน 

    “เธอแอบชอบพี่โจใช่มั้ย?” หยาดทิพย์จ้องหน้ามายด์

    มายด์ลุกลี้ลุกลนปฏิเสธ “ไม่ใช่สักหน่อย ฉันเคยบอกไปแล้วว่านับถือเขาแค่นั้น”

    “เธอก็เอาแต่พูดแบบนี้” หยาดทิพย์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มอย่างมีเลศนัยและกล่าวว่า “ถ้างั้นฉันจีบเขานะ”

    “ไม่ได้นะ!” มายด์ตะโกนฉับพลันทำเอาหยาดทิพย์ตกใจ

    “ฮ่าๆ เนี่ยนะที่บอกแค่นับถือ ฉันว่าไม่ใช่แล้วม้างงง” หยาดทิพย์หัวเราะคิกคัก

    “ยัยทิพย์!!…เธอแกล้งฉัน!” 

    จากนั้นสองสาวก็ต่อสู้กันด้วยหมอนและจบลงด้วยชัยชนะของมายด์ 

    หลังจากนั้นสองสาวและชายหนุ่มก็ไปพบกันที่ร้านอาหาร ในระหว่างนั้นมายด์ได้กล่าวขอบคุณโจที่ช่วยเหลือเธอเมื่อตอนกลางวัน นี่เป็นเหตุผลที่เธอคิดชวนเขาออกมากินข้าวเพื่อเลี้ยงขอบคุณ