ปัง!
“แกว่ายังไงนะ!!” สินธ์ตบโต๊ะด้วยความโกรธ
กรก้มหน้าด้วยความกลัว
หลังจากได้ยินเหตุการณ์ในงานเลี้ยงฉลองจากปากกร สินธ์ก็เต็มไปด้วยอารมณ์โกรธ เขาวางแผนกดดันหญิงสาวด้วยความมั่นใจว่าจะสำเร็จร้อยเปอร์เซนต์ ทว่ากลับมีตัวแปรที่ไม่คาดคิดอย่างโจเข้ามา
“มันเป็นใคร?” สินธ์ตวาดลั่น
“ผะ…ผมไม่รู้” กรนึกถึงชายหนุ่มก็รู้สึกหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิม ภาพหลอนตอนนั้นทำเอาเขาขาอ่อน
เพียะ!!
กรตกตะลึงพร้อมกับแก้มชาจากนั้นก็เจ็บแสบ เขาตกตะลึงที่อยู่ๆสินธ์ก็ตบหน้าเขา เขาไม่เคยถูกใครตบหน้ามาก่อน อย่างไรก็ตามเขาได้แต่เก็บความโกรธไว้ในใจเพราะเขาไม่อยากถูกไล่ออก
“ไม่รู้? ไม่รู้ได้ยังไงวะ แกไม่ได้หาประวัติส่วนตัวของมันรึไงห๊ะ?!” สินธ์โวยวายง้างมือทำท่าจะตบอีกครั้งแต่หยุดไว้ก่อน
“ไปตรวจสอบดูว่ามันเป็นใครจากนั้นก็หาทางไล่มันออก” กล่าวจบสินธ์ก็นั่งลงพร้อมกับจุดบุหรี่
กรไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทำตาม เขาเดินจากไปพร้อมความโกรธแต่ไม่กล้าแสดงออกทางสีหน้า อย่างไรก็ตามถ้าเป็นแค่ตรวจสอบเขาเองก็ยังพอกล้าทำ แต่ถ้าให้ไปเจอต่อหน้าชายหนุ่มเขายอมลาออกดีกว่า ภาพหลอนยังทำเอาขนหัวลุกจนถึงตอนนี้
เขารู้ว่ามันเป็นภาพหลอนแต่ไม่รู้ว่าทำไมร่างกายถึงรู้สึกเย็นเฉียบไปถึงขั้วหัวใจราวกับความตายกำลังมาเยือน หากเป็นไปได้เขายอมหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้าดีกว่า
หลังจากกลับไปที่โต๊ะทำงานเขาก็เริ่มตรวจสอบข้อมูลของโจ เขาดึงภาพจากกล้องวงจรปิดแล้วสแกนใบหน้าค้นหาในคลังข้อมูล
ทว่า…
“นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!” กรตะโกนเสียงเบาเมื่อได้เห็นข้อความปฏิเสธการเข้าถึงข้อมูลของโจ
เขาไม่เชื่อจึงลองตรวจสอบบุคคลอื่นๆผลปรากฏว่าเข้าถึงได้ทุกคนนอกจากโจและพวกระดับสูง
“มันเป็นคนระดับสูงรึไง?” กรอุทาน
แต่กรสงสัยว่าถ้าโจเป็นคนระดับสูงแล้วทำไมสินธ์ถึงไม่รู้จัก? อย่างน้อยเขาก็ได้อธิบายหน้าตาให้สินธ์ฟังไปแล้ว แต่ดูเหมือนว่าสินธ์ก็ไม่รู้จักชายคนนั้น
กรไม่รู้หรอกว่าตัวตนของโจรวมถึงข้อมูลของเขาไม่มีใครเข้าถึงได้นอกจากมายด์คนเดียว เนื่องจากเธอเป็นคนใส่ข้อมูลตัวตนของเขาเอาไว้และใส่รหัสผ่านที่มีไฟล์วอลหนาแน่นจนเจาะไม่เข้า แต่ถ้าอยากเจาะไฟล์วอลก็คงต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่าสามเดือน ทว่าเมื่อถึงตอนนั้นระบบจะต้องส่งสัญญาณเตือนก่อนแน่นอน ตัวตนของโจแม้แต่พวกระดับสูงก็ยังไม่รู้จัก
อย่างไรก็ตามไม่ว่ากรจะค้นหาอย่างไรเขาก็ไม่อาจรู้ข้อมูลประวัติของโจได้ เมื่อทำอะไรไม่ได้ก็ได้แต่ลืมมันไป แต่เขาก็ไม่โง่พอที่จะไปบอกสินธ์ตอนนี้เขาจะรอให้เวลาผ่านไปสักสองสามวันแล้วค่อยไปบอกกับสินธ์ ที่รอหลายวันก็เพื่อให้สินธ์เห็นว่าเขาพยายามหลายวันแล้วแต่ก็ทำอะไรไม่ได้
เมื่อนึกถึงสินธ์ก็ทำให้เขานึกถึงตอนถูกตบหน้า เขาก็โกรธขึ้นมาอีกครั้งแต่ทำได้แค่สงบสติอารมณ์
“ถ้าไม่ใช่เพราะว่าแกเป็นพวกระดับสูงล่ะก็ฉันจะไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย” กรคำรามอยู่ในใจ
สินธ์เป็นหัวหน้าฝ่ายบุคคลซึ่งอยู่ในระดับสูง มีอำนวจควบคุมคนเข้าออกองค์กร ในฐานะที่อยู่ระดับสูงกรทำได้เพียงยอมก้มหัวให้เท่านั้น เขาอยู่ระดับกลางในองค์กรซึ่งไม่มีอำนาจเทียบเท่าสินธ์
ตอนเย็นวันเดียวกันขณะที่โจกำลังอ่านหนังสือในห้องพักของโรงแรม เสียงมือถือก็ดังขึ้นเขาหยิบมันขึ้นมาและมีเบอร์พร้อมรูปของหญิงสาว
เขากดรับ
“อ๊ะ…หัวหน้าโจ”
“ว่าไง มีอะไรรึเปล่า?” โจกล่าวถาม
“คืออยากจะลองโทรมาดูว่ามือถือของหัวหน้าใช้งานได้ดีไหม” มายด์พูดเสียงตะกุกตะกัก
โจเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ นี่เป็นมือถือเครื่องใหม่ที่ได้รับมาจากเธอในวันนี้เพื่อสะดวกต่อการติดต่อแล้วมันจะมีปัญหาได้ยังไง?
อย่างไรก็ตามเขารู้สึกว่าหญิงสาวมีบางอย่างแปลกๆ บางทีเธอกำลังมีปัญหาอะไรรึเปล่า?
“เป็นอะไรรึเปล่า เสียงคุณดูไม่ค่อยดีเท่าไรนะ” โจกล่าวถาม
“เอ่อ…คือว่า”
ในขณะที่มายด์กำลังอ้ำๆอึ้งๆอยู่นั้น โจก็ได้ยินเสียงบางอย่างจากนั้นเสียงผู้หญิงในสายก็ดังขึ้นอีกครั้งทว่าครั้งนี้เป็นเสียงของหยาดทิพย์
“พี่โจคะ ไปทานอาหารด้วยกันมั้ยคะ?”
โจมองนาฬิกาและเห็นว่ามันเย็นมากแล้วจึงตอบตกลง “ได้สิ”
จากนั้นหยาดทิพย์ก็นัดสถานที่แล้ววางสาย
“นี่ยัยทิพย์ มันเสียมารยาทนะรู้มั้ย อยู่ๆก็ไปชวนเขาแบบนั้นถ้าเกิดว่าเขายุ่งอยู่ล่ะ?” มายด์เอ็ดใส่เพื่อนของเธอ
หยาดทิพย์กรอกตามองบนแล้วเม้มปากพูดว่า “ฉันไม่รู้ว่าเธอกลายเป็นสาวน้อยขี้เกรงใจตั้งแต่เมื่อไรกัน และอีกอย่างเมื่อกี้มันก็แค่การชวนไปกินข้าวเฉยๆไม่ได้เสียมารยาทสักหน่อย”
“ก็นั่นแหละ” มายด์เถียงข้างๆคูๆ
หยาดทิพย์รู้สึกช่วยไม่ได้ เพื่อนสนิทของเธอกลายเป็นสายน้อยอ่อนต่อโลกไปได้ยังไง? เธอคิดว่าเพื่อนของเธอได้อยู่ในสงครามอวกาศหลายปีคิดว่าจะมีจิตใจเข้มแข็งและเด็ดขาดมากกว่านี้ แต่สิ่งที่เห็นอยู่นี้มันตรงกันข้ามชัดๆ อย่างเรื่องเมื่อกลางวันในงานฉลองก็ไม่กล้าตัดสินใจอะไรจนได้ชายหนุ่มเข้ามาช่วย
แต่มันก็น่าแปลกถ้าเป็นเหตุการณ์ปกติเพื่อนของเธอจะกล้ามากกว่านี้และไม่กลัวใครหน้าไหนเหมือนอย่างในห้างที่จัดการแช่แข็งชายสองคน
“เธอแอบชอบพี่โจใช่มั้ย?” หยาดทิพย์จ้องหน้ามายด์
มายด์ลุกลี้ลุกลนปฏิเสธ “ไม่ใช่สักหน่อย ฉันเคยบอกไปแล้วว่านับถือเขาแค่นั้น”
“เธอก็เอาแต่พูดแบบนี้” หยาดทิพย์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มอย่างมีเลศนัยและกล่าวว่า “ถ้างั้นฉันจีบเขานะ”
“ไม่ได้นะ!” มายด์ตะโกนฉับพลันทำเอาหยาดทิพย์ตกใจ
“ฮ่าๆ เนี่ยนะที่บอกแค่นับถือ ฉันว่าไม่ใช่แล้วม้างงง” หยาดทิพย์หัวเราะคิกคัก
“ยัยทิพย์!!…เธอแกล้งฉัน!”
จากนั้นสองสาวก็ต่อสู้กันด้วยหมอนและจบลงด้วยชัยชนะของมายด์
หลังจากนั้นสองสาวและชายหนุ่มก็ไปพบกันที่ร้านอาหาร ในระหว่างนั้นมายด์ได้กล่าวขอบคุณโจที่ช่วยเหลือเธอเมื่อตอนกลางวัน นี่เป็นเหตุผลที่เธอคิดชวนเขาออกมากินข้าวเพื่อเลี้ยงขอบคุณ