เลี่ยวข่าย” จี้เยี่ยนจื๋อเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงคุกคามจนเลี่ยวข่ายต้องรีบสงบปากสงบคำอย่างรู้งาน
เมื่อััได้จากหางตาว่าจี้ทิงกำลังมองมาเขาจึงเบือนหน้าหนีด้วยท่าทีเ็า “นายอย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลยที่ฉันไปเฮ่อหยวนก็เพื่อจี้ลี่ผิง สองพ่อลูกนั่นทำผิดกฎหมายก็ต้องชดใช้กรรมต่อให้เป็หมาก็ไม่ควรต้องไปรับโทษแทนพวกมัน”
จี้ทิงพยักหน้าเบาๆรับคำ : [ที่แท้จี้เยี่ยนจื๋อก็ไม่ได้จงใจหาเื่ฉันหรอกเหรอเนี่ย แต่คำพูดดีๆพอออกมาจากปากเขาแล้ว กลับฟังดูระคายหูไปหมด เป็พวกอีคิวต่ำจริงๆ สินะ]
จี้เยี่ยนจื๋อขมวดคิ้วพลางหันขวับกลับมาทว่าสิ่งที่เห็นคือจี้ทิงที่ใบหน้าขาวซีดกำลังหลับตาพิงหน้าต่างรถคล้ายกับเหนื่อยล้าเต็มที
เมื่อจ้องมองรอยเืที่ติดอยู่บนคอเสื้อของอีกฝ่ายจี้เยี่ยนจื๋อก็สะกดกลั้นอารมณ์พลางลดเสียงต่ำ และหันไปสั่งเลี่ยวข่าย“ในกล่องหน้ารถมีทิชชูแอลกอฮอล์อยู่ ลองหาดูซิ”
เลี่ยวข่ายหยิบส่งให้ทันทีจี้เยี่ยนจื๋อดึงออกมาสองแผ่นแล้วเริ่มเช็ดทำความสะอาดมือตัวเองอย่างละเอียด
ผ่านไปครู่หนึ่งเลี่ยวข่ายก็โพล่งขึ้นมา “ท่านประธานจี้ครับคุณชายรองหลับแบบนี้จะดีเหรอครับ?”
จี้เยี่ยนจื๋อที่กำลังเช็ดคราบเืตามซอกนิ้วอย่างตั้งอกตั้งใจไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง“ทำไม กลัวเขาจะนอนตกหมอนหรือไง?”
น้ำเสียงของเลี่ยวข่ายดูร้อนรนขึ้นมา“ผมจำได้ว่าคนที่เสียเืมากห้ามหลับนะครับเห็นว่ามันจะทำให้สมองขาดออกซิเจนจนช็อกตายได้เลย”
มือของจี้เยี่ยนจื๋อชะงักกึกทันทีเขาหันไปมองจี้ทิงและพบว่าใบหน้าของอีกฝ่ายขาวซีดผิดปกติจริงๆ
"เพียะๆ" จี้ทิงตื่นขึ้นมาเพราะแรงตบเบาๆที่น่ารำคาญใจ เขาฝืนลืมตาขึ้นมองและพบว่า ‘คนร้าย’ ก็คือจี้เยี่ยนจื๋อตามคาด
เมื่อเห็นว่าจี้ทิงทำท่าจะหลับลงไปอีกครั้งจี้เยี่ยนจื๋อก็สั่งด้วยเสียงดุดัน “จี้ทิงลืมตาขึ้นมาคุยกับฉันเดี๋ยวนี้”
“ไม่มีอะไรจะคุยครับ” จี้ทิงตอบอย่างอ่อนแรง
จี้เยี่ยนจื๋อถึงกับสำลักคำพูดก่อนตัดสินใจดึงตัวอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นนั่ง “ถ้าไม่มีเื่จะคุยก็เล่าเื่ตลกสินายเคยบอกไม่ใช่เหรอว่านายเล่าเื่ตลกเก่งที่สุด?”
ในเวลาเช่นนี้จี้ทิงยังคงรักษาจุดยืนของตนเองไว้อย่างเหนียวแน่น “ผมไม่เล่าให้พี่ฟังหรอก”
“งั้นก็เล่าให้เลี่ยวข่ายฟังแทน”
เลี่ยวข่ายรีบรับคำทันที“ใช่ครับๆ ผมเนี่ยชอบฟังเื่ตลกที่สุดเลย”
จี้ทิงผ่อนลมหายใจยาวด้วยความเหนื่อยหน่ายใจก่อนจะจำใจลืมตาขึ้น “การช็อกจากการเสียเืจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเสียเืมากกว่าสองพันมิลลิลิตรขึ้นไปแต่าแของผมเสียเือย่างมากไม่เกินเจ็ดร้อยห้าสิบ พี่ไม่ต้องกังวลหรอก”
จี้เยี่ยนจื๋อหรี่ตาลงแววตาคมเข้มลึกล้ำยากจะหยั่งถึง “ในเมื่อนายได้ยินหมดแล้วเมื่อกี้จะหลับทำไม?”
จี้ทิงได้ยินเสียงแว่วๆในตอนที่กำลังครึ่งหลับครึ่งตื่น แต่ตอนนี้เขาี้เีจะอธิบาย จึงถอนหายใจพลางถาม“ตอนนี้ผมขอนอนต่อได้หรือยัง?”
“ถ้ากล้าพูดออกมาอีกคำเดียว นายตายแน่” จี้เยี่ยนจื๋อกัดฟันพูด
ยี่สิบนาทีต่อมารถก็มาถึงโรงพยาบาล
าแหลังหูของจี้ทิงค่อนข้างลึกต้องเย็บถึงสิบสามเข็ม และหลังจากทำแผลเสร็จเขาก็ถูกส่งตัวไปให้เืต่อ
จี้เยี่ยนจื๋อสั่งให้เลี่ยวข่ายเฝ้าอยู่ที่โรงพยาบาลส่วนตัวเองขับรถกลับบริษัทก่อน
“ท่านประธานจี้ครับ ไม่ไปคลับแล้วเหรอครับ เห็นว่า...”
“ตอนนี้รีบไปก็ไม่ทันแล้ว หลิงซีคงถูกคนแซ่ฉินนั่นพาตัวไปแล้วล่ะ” ยังไงซะฉินไจ้เย่ก็คงไม่ทำร้ายหลิงซี ตราบใดที่อีกฝ่ายปลอดภัยก็ไม่จำเป็ต้องอยู่ข้างกายเขาเสมอไป
จี้เยี่ยนจื๋อหยิบกุญแจรถแล้วเดินจากไปทิ้งให้เลี่ยวข่ายยืนเกาหน้าด้วยความสงสัย
เขารู้สึกว่าประธานจี้ดูจะไม่ค่อยใส่ใจคุณหลิงคนนั้นเท่าไหร่เลยถ้าอย่างนั้นทำไม่ก่อนหน้านี้ถึงสั่งให้พวกเขางมเข็มตามหาตัวกันทั้งวันทั้งคืนขนาดนั้นกันนะ
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป
เลี่ยวข่ายเดินไปส่งจี้ทิงที่หน้าโรงพยาบาลพลางชี้ไปที่ประตูทางเข้า“คุณชายรองครับ รถจอดรออยู่ข้างหน้าแล้วเดี๋ยวผมไปส่งคุณที่บ้านครับ”
จี้ทิงส่ายหน้า“ผมจะไปแจ้งความ”
“หา?”
“แผลของผมยาวขนาดนี้ เข้าข่ายาเ็สาหัสระดับสองถือเป็ความผิดฐานทำร้ายร่างกายโดยเจตนา จี้ซือเหล่ยต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย”
เลี่ยวข่ายกลืนน้ำลายเอื้อกพลางเอ่ยอย่างลำบากใจ“งั้น... เื่นี้ควรปรึกษาประธานใหญ่ก่อนไหมครับ?”
จี้ทิงปรายตามองเขาด้วยสายตาเ็า“คู่กรณีคือผมกับจี้ซือเหล่ย ทำไมต้องถามความเห็นของจี้เจิ้นถิงด้วย?”
เลี่ยวข่ายได้รับรู้ซึ้งถึงนิสัยของจี้ทิงใหม่อีกครั้งขนาดประธานใหญ่เขายังไม่เกรงกลัวมิน่าล่ะประธานจี้ถึงได้ถูกกวนประสาทจนแทบคลั่งอยู่บ่อยๆ
เพื่อความปลอดภัยหลังจากขึ้นรถแล้วเขาจึงส่งข้อความรายงานจี้เยี่ยนจื๋อทันที
ไม่กี่นาทีต่อมาข้อความก็ถูกส่งกลับมา : [ตามใจเขา]
ภายในห้องทำงานประธานบริษัทจี้เยี่ยนจื๋อวางโทรศัพท์ลงก่อนจะเรียกเลขาเข้ามา
“สวีเหรินกลับไปหรือยัง?”
“วิศวกรซุนกับคุณสวีทานมื้อเที่ยงเสร็จก็กลับเข้าห้องประชุมตอนนี้ยังอยู่ที่ชั้นยี่สิบสองครับ”
จี้เยี่ยนจื๋อพยักหน้า“อืม ฝากดูหน่อย ถ้าคุยกันเสร็จแล้วให้สวีเหรินมาพบฉันที่ห้องทำงานด้วย”
“รับทราบครับ” เลขาเอ่ยจบก็หยิบการ์ดเชิญฉลุลายสวยงามวางลงบนโต๊ะ“ท่านประธานจี้ครับเมื่อเที่ยงนี้ประธานจางแห่งกลุ่มบริษัทเหิงรุ่ยให้คนส่งมาเชิญท่านไปร่วมงานเลี้ยงในวันเสาร์หน้าครับ”
จี้เยี่ยนจื๋อหยิบขึ้นมาพิจารณาพลางขมวดคิ้ว“เหิงรุ่ยงั้นเหรอ?”
กลุ่มบริษัทซื่อลี่กับกลุ่มบริษัทเหิงรุ่ยแทบจะไม่เคยร่วมงานกันเลยความสัมพันธ์ส่วนตัวก็เบาบาง แล้วทำไมทางนั้นถึงเชิญเขาอย่างเป็ทางการขนาดนี้กัน
“ครับ ประธานจางยังฝากบอกมาอีกว่าหวังว่าท่านและคุณชายรองจะให้เกียรติไปร่วมงานครับ”
พอได้ยินชื่อจี้ทิงจี้เยี่ยนจื๋อก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จางซวี่ลูกชายคนเล็กของบ้านนั้นเหมือนจะเป็เพื่อนกับจี้ทิงเมื่อก่อนเห็นชอบไปเที่ยวเตร่ด้วยกันบ่อยๆ
เมื่อคิดได้ดังนั้นจี้เยี่ยนจื๋อก็ตีสีหน้าบึ้งตึงพลางวางการ์ดเชิญไว้ข้างๆ“ก่อนจะถึงวันเสาร์ นายหาข้ออ้างอะไรก็ได้ปฏิเสธไปซะ”
“ได้ครับท่านประธาน”
ท้องฟ้าเกือบจะมืดสนิทแล้วสวีเหรินถึงได้เดินออกมาจากห้องประชุมเมื่อเขาก้าวออกจากห้องก็เจอเข้ากับเลขาของจี้เยี่ยนจื๋อ จึงถูกพาขึ้นลิฟต์ไปทันที
เมื่อก้าวเข้ามาในห้องทำงานประธานบริษัทจี้เยี่ยนจื๋อกำลังก้มหน้าอ่านเอกสารในคอมพิวเตอร์พลางเอ่ยสั้นๆ“หาที่นั่งตามสบายนะครับ”
สวีเหรินนั่งลงบนโซฟาอย่างสำรวมเมื่อจ้องมองใบหน้าอันเ็าและจดจ่ออยู่กับการทำงานของจี้เยี่ยนจื๋อเขาก็รู้สึกถึงความจริงบางอย่างที่เพิ่งจะแล่นเข้ามากระทบใจ
ก่อนหน้านี้เขาคอยสังเกตจี้ทิงที่ศึกษาการแสดงออกทางสีหน้าอยู่เสมอภาพจำของจี้เยี่ยนจื๋อที่เขามักจะเห็นคือท่าทางหงุดหงิดโมโหตลอดเวลาสวีเหรินจึงจดจำจี้เยี่ยนจื๋อในฐานะพี่ชายขี้โมโหมาโดยตลอด
ทว่าในวินาทีที่ได้นั่งอยู่ในห้องทำงานอันกว้างขวางนี้เขาถึงเพิ่งจะตระหนักได้ว่า คนที่อยู่ตรงหน้าคือั์ใหญ่แห่งวงการเทคโนโลยีของจีนและเป็ถึงประธานบริหารของกลุ่มบริษัทซื่อลี่
ไม่กี่นาทีต่อมาหลังจากอ่านเอกสารจบ จี้เยี่ยนจื๋อก็ลุกเดินเข้ามาหา
“คุณครูสวี สัปดาห์นี้คุณเข้ามาช่วยปรับปรุงข้อมูลในห้องแล็บของซื่อลี่เถอะไม่ต้องไปสอนพิเศษให้จี้ทิงแล้ว”
“ครับ?” สวีเหรินเบิกตากว้างพลางร้อนใจขึ้นมาทันที“ผมไม่มาซื่อลี่ครับ งานวิจัยของผมทำที่มหาวิทยาลัยก็ได้ผมจะไปสอนพิเศษให้อาจารย์จี้... เอ้ย สอนให้จี้ทิงต่อครับ!”
จี้เยี่ยนจื๋อมองท่าทางกระวนกระวายใจของเขาแล้วก็ได้แต่รู้สึกรำคาญใจและหมดคำจะพูดแม้ใบหน้าของจี้ทิงจะดูหลอกล่อคนได้เก่งเพียงใดแต่สำหรับความหลงใหลอย่างบ้าคลั่งของสวีเหรินนี้ เขายังคงไม่เข้าใจอยู่ดี
จี้เยี่ยนจื๋อผ่อนลมหายใจ“ไม่ใช่ว่าผมจะไม่ให้คุณสอนแล้ว แต่จี้ทิงได้รับาเ็วันสองวันนี้ต้องพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน”
สีหน้าของสวีเหรินเปลี่ยนไปทันควัน“าเ็เหรอครับ! เจ็บตรงไหน รุนแรงไหมครับ?”
เมื่อเจอคำถามรัวด้วยความตื่นตระหนกจี้เยี่ยนจื๋อจึงได้แต่ชี้นิ้วไปที่ใบหูพลางตอบอย่างอ่อนใจ“เจ็บที่...”
“ที่หัวเหรอครับ?!” สวีเหรินเด้งตัวขึ้นจากโซฟาทันทีแววตาเริ่มเปลี่ยนเป็สีแดงระเรื่อ “าเ็ที่หัวได้ยังไงคุณรู้ไหมครับว่าหัวของอาจารย์จี้สำคัญขนาดไหน!”