บทที่ 16 ควรเคารพเธอ
ชายหญิงทั้งสองทำงานร่วมกันอย่างเข้าขากันดี เหมือนคู่สามีภรรยาชาวไร่ชาวนา
ในบริเวณบ้านมีพื้นที่เพาะปลูกแค่นี้ ไม่นานทั้งคู่ก็หว่านเมล็ดพันธุ์หมดแล้ว
จากนั้น จางจิงจิงก็พาเ้าตัวเล็กไปรดน้ำต้นไม้ด้วยกัน
เมล็ดพันธุ์ใหญ่ ๆ สามารถรดน้ำได้เลย เพราะมันจะงอกเร็ว ส่วนเมล็ดเล็ก ๆ ไม่ควรรดน้ำ เพราะจะทำให้เมล็ดหลุดลอยไปได้
หลังจากทำทุกอย่างเสร็จ หญิงสาวก็ตบมือปัดฝุ่นดินออกจากมือ ยืนกอดอกชื่นชมผลงานของตัวเอง
ไม่เลวเลย น่าพึงพอใจมาก ไม่นานก็คงได้กินผักสด ๆ แล้ว ตระกูลฮั่วนี่รวยจริง ๆ ในเมืองยังมีบ้านที่มีสวนแบบนี้ ซ่อมแซมอีกหน่อยคงราคาไม่เบา
หลังจากล้างมือแล้วนั่งพัก พลางคิดถึงชีวิตในสองวันนี้ มันช่างเติมเต็มจริง ๆ
จางจิงจิงทุ่มเทขนาดนี้แล้ว ต่อไปคนในตระกูลฮั่วคงไม่ทำหน้าบึ้งใส่เธออีกหรอกนะ?
“ผมจะออกไปข้างนอกหน่อยนะ”
ฮั่วฉางชิงบอกว่าเขาจะออกไปข้างนอก จางจิงจิงก็ไม่ได้ถามว่าเขาจะไปทำอะไร เพียงพยักหน้ารับคำเท่านั้น
ไม่นานนัก ฮั่วฉางชิงก็กลับมาพร้อมกับของกินมากมาย และผ้าที่กำลังเป็ที่นิยมใน่นี้
"เื่เสื้อผ้า คุณไปหาช่างตัดเย็บก็ได้ เดี๋ยวผมให้แม่พาคุณไปเอง"
ห้างสรรพสินค้ามีเสื้อผ้าสำเร็จรูปขาย แต่มันราคาแพง แม้ครอบครัวของพวกเขาจะมีฐานะ แต่พ่อและแม่ของเขาก็เป็ถึงหัวหน้า ไม่สามารถฟุ่มเฟือยกับเื่เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มได้ ไม่อย่างนั้นจะถูกคนนินทา
"ไม่เป็ไรหรอก ฉันเห็นว่าที่บ้านเรามีจักรเย็บผ้าอยู่ เดี๋ยวฉันทำเองก็ได้"
จางจิงจิงพูดอย่างไม่ใส่ใจ เหมือนกับพูดเื่ง่ายๆ อย่างเช่นคืนนี้จะกินอะไรดี
ฮั่วฉางชิงชะงักไปครู่หนึ่ง ลังเลอยู่ครึ่งค่อนวันจึงถามออกไปว่า "คุณเย็บผ้าเป็ด้วยเหรอ?"
ถ้าเป็เมื่อก่อนเขาคงไม่เชื่อ แถมยังคิดว่าจางจิงจิงอาจแสร้งทำเป็ แต่ตอนนี้เขากลับเชื่ออยู่บ้าง
เพราะวันนี้จางจิงจิงเพิ่งได้รับคัดเลือกจากสถานีวิทยุ ก่อนหน้านี้ใครจะไปคิดว่าเด็กสาวจากชนบทอย่างเธอจะมีสำเนียงมาตรฐานได้ขนาดนี้กันล่ะ?
"ไม่ค่อยเป็หรอก เดี๋ยวฉันไปซื้อหนังสือมาศึกษาเอาน่ะ"
จางจิงจิงเองก็ไม่กล้าพูดว่าเธอทำได้ เกรงว่าฮั่วฉางชิงจะเอะใจ เพราะตอนนี้เธอก็เผยพิรุธออกไปบ้างแล้ว
ฮั่วฉางชิงถอนหายใจออกมาเบาๆ "เื่นี้มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณคิดหรอกนะ หาคนอื่นทำเถอะ"
จางจิงจิงตอบรับอย่างว่าง่าย แต่ในใจกลับคิดไปอีกอย่าง พรุ่งนี้ฮั่วฉางชิงก็จะกลับกองทัพแล้ว ถึงตอนนั้นอะไรๆ เธอก็จัดการได้เอง
ตกเย็น คุณพ่อฮั่วคุณฮั่วก็กลับมา ระหว่างกินข้าว ฮั่วฉางชิงกระแอมไอก่อนจะเล่าเื่ที่วันนี้จางจิงจิงถูกสถานีวิทยุรับให้ไปทดสอบเสียง
ฮั่วฟางฟางที่กำลังทานซุปน้ำแกงอยู่ พอได้ยินก็ถึงกับพ่นน้ำแกงออกมา
"พี่ พี่พูดว่าอะไรนะ? เธอถูกสถานีวิทยุรับแล้วเหรอ?!"
ฮั่วฟางฟางสงสัยว่าตัวเองหูฝาดไปเอง มิเช่นนั้นจางจิงจิงจะมีบุญวาสนาอะไรถึงขนาดได้งานที่สถานีวิทยุกัน? ผู้อำนวยการสถานีวิทยุตาบอดหูหนวกไปหมดแล้วหรือไง? หรือว่าเป็บ้ากันหมด? หรือว่าใครๆ ก็เป็ผู้ประกาศได้?
เธอเคยได้ยินมาว่าตอนนั้นจางจือจือได้เข้าไปทำงานก็เพราะใช้เส้นสาย
"ใช่ แล้วไง?"
ฮั่วฟางฟางวางตะเกียบลงดังปัง "เป็ไปไม่ได้! เธอเป็แค่เด็กบ้านนอก สถานีวิทยุจะเอาเธอไปทำไม? ตอนนั้นพี่จือจือยังต้องวิ่งเต้นถึงเข้าไปทำงานได้เลย แล้วเธอมีสิทธิ์อะไรถึงได้ไปเป็ผู้ประกาศ?"
พูดจบฮั่วฟางฟางก็หันไปมองคุณพ่อฮั่วของตน
"พ่อคะ พ่อใช้อำนาจหน้าที่ หรือติดสินบนให้เธอเข้าไปรึเปล่า? ทำไมพ่อถึงทำแบบนี้? ตอนพี่ใหญ่หางานทำ ทำไมพ่อไม่เห็นกระตือรือร้นแบบนี้บ้างละ!"
ฮั่วฟางฟางร้อนใจเจียนตายเพราะความวิตกกังวล ราวกับว่าการที่จางจิงจิงได้เป็ผู้ประกาศเป็เื่น่าอับอายสำหรับเธออย่างมาก
เื่นี้ทำให้จางจิงจิงไม่เข้าใจ ถึงแม้ก่อนหน้านี้เธอจะทำผิดพลาดไป แต่ไม่ว่าอย่างไร เธอก็เป็พี่สะใภ้ของฮั่วฟางฟาง การที่เธอมีงานการที่มั่นคงเป็หน้าเป็ตาเวลาพูดออกไป คนนอกก็มองว่าตระกูลฮั่วดี ทำไมฮั่วฟางฟางถึงอยากให้เธอทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จไปเสียทุกอย่าง?
เมื่อได้ยินลูกสาวพูดจาคลางแคลงใจเช่นนี้ คุณพ่อฮั่วก็โกรธขึ้นมา
เขาเป็ถึงหัวหน้าทีมสอบสวนวินัย ปกติแล้วเื่ที่เขาตรวจสอบก็คือปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันแบบนี้ เขาจะกล้าทำผิดกฎหมายเสียเองได้อย่างไร ตำแหน่งหน้าที่การงานของคนในครอบครัว ล้วนแล้วแต่ได้มาด้วยความสามารถของตัวเองทั้งนั้น
แม้แต่ลูกแท้ๆ เขายังไม่ช่วยเลย แล้วทำไมเขาต้องไปช่วยลูกสะใภ้ด้วย?
“หุบปากเดี๋ยวนี้! เื่แบบนี้พูดส่งเดชได้ยังไง? ฉันไม่มีทางทำเื่แบบนั้นเด็ดขาด การที่พี่สะใภ้แกได้รับเลือก เพราะเธอมีความสามารถ ก่อนจะพูดอะไรออกมาน่ะ ใช้สมองก่อนพูดบ้างได้ไหม!"
ฮั่วฟางฟางถูกพ่อของเธอดุแบบนี้ ภายในจิตใจก็เริ่มชัดเจนขึ้นมาบ้าง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงไม่มั่นใจ
"หนูไม่เชื่อหรอก งานผู้ประกาศข่าวน่ะ มันจะเป็กันง่ายๆ อย่างนั้นได้ยังไง? บอกมา แกน่ะ อยู่บ้านนอกแท้ๆ แต่ไปเรียนเื่แบบนั้นมาจากที่ไหนหะ?"
จางจิงจิงเล่าเื่ที่เธอฟังวิทยุและฝึกฝนตัวเองที่บ้านให้ทุกคนฟัง
ทุกคนที่ได้ฟังต่างก็รู้สึกว่าที่แท้ก็เป็แบบนี้นี่เอง ในขณะเดียวกันก็รู้สึกเหลือเชื่อ
ในเวลานี้คุณพ่อฮั่วก็เอ่ยปากพูดขึ้น เขาสูดจมูกอย่างเ็าและทำท่าทางเหมือนจะสั่งสอน
"แกได้ยินที่พี่สะใภ้แกพูดไหม? เธออยู่ในชนบท แต่สามารถสอบเข้าสถานีวิทยุได้จากการฟังวิทยุ โดยที่ไม่มีครูคอยสอนเลย แล้วแกล่ะ? ที่บ้านก็ให้ทรัพยากรในการเรียนรู้ที่ดีขนาดนี้ แต่แกกลับเอาแต่เล่น ไม่เอาใจใส่การเรียน ผลการเรียนก็แย่จนน่าใ แกมีสิทธิ์อะไรไปหัวเราะเยาะคนอื่นเขา?"
เมื่อคุณพ่อฮั่วพูดจบ จางจิงจิงก็รู้สึกสบายใจขึ้นมา
พูดถูกต้องที่สุดแล้ว ควรจะพูดแบบนี้แหละ!
เธอคิดว่าตัวเองเก่งกว่าน้องสามีคนนี้อยู่มาก คอยแต่พูดว่าบ้านนอก บ้านนอก ไม่ดูตัวเองเลยว่าเป็ยังไง
ฮั่วฟางฟางถูกพ่อตัวเองพูดใส่จนพูดไม่ออก หันมองหน้าจางจิงจิงสลับกับพ่อและพี่ชาย รู้สึกว่ามันยากที่จะยอมรับได้
เธอถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี อยู่ในเมือง แท้จริงแล้วกลับสู้เด็กสาวบ้านนอกไม่ได้ นี่จะให้เธอยอมรับได้ยังไงกัน?
เมื่อนึกถึงคำพูดที่ตัวเองพูดกับจางจือจือเอาไว้ เธอก็รู้สึกหน้าร้อนผ่าว
ไม่คิดเลยว่าจางจิงจิงจะได้งานนี้จริงๆ มันช่างเป็การตบหน้าเธออย่างจัง
ฮั่วฟางฟางโมโหจนตัวสั่น เธอปัดตะเกียบทิ้งแล้วกลับเข้าห้องตัวเองไป
คราวนี้ทั้งพ่อและแม่ฮั่วก็ไม่สนใจลูกสาวเลย
จางจิงจิงที่เกิดมาแบบนั้นยังได้เป็ผู้ประกาศ ในขณะที่ลูกสาวตัวเองกลับทำอะไรก็ไม่เป็ชิ้นเป็อัน ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดใจ
“จิงจิง ครั้งนี้เธอน่ะทำได้ดีมาก ต่อไปในอนาคต เวลาทำงานต้องยิ่งขยันให้มากขึ้นอีกนะ”
“ค่ะ หนูจะตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่”
ไม่ว่าจะเมื่อไหร่ ความสามารถก็ทำให้คนอื่นมองเราใหม่ได้เสมอ จางจิงจิงทำอาหารอร่อย ทุกคนก็ได้แต่คิดว่าเธอเป็คนใช้ได้ เป็คนรักครอบครัว แค่นั้นก็เท่านั้น
แต่ถ้าเธอประสบความสำเร็จในงานล่ะก็ ทุกคนจะต้องมองเธอใหม่แน่ เวลาออกไปคุยโวกับคนอื่นก็คุยได้ไม่อายใคร นั่นแหละถึงเรียกว่ามีหน้ามีตา
คนธรรมดายังเป็แบบนี้ แล้วนับประสาอะไรกับครอบครัวอย่างตระกูลฮั่ว
หลังจากคุยกันอีกเล็กน้อย พวกเขาก็ทานอาหารเย็นเสร็จ จางจิงจิงกำลังจะเก็บชามแต่คุณแม่ฮั่วรีบห้ามไว้
"วันนี้เธอทั้งปลูกผัก ทั้งทำอาหาร ไม่ต้องล้างจานแล้ว ปล่อยให้ฉันล้างเองมา"
จางจิงจิงรู้สึกประหลาดใจปนดีใจ
ผู้ใหญ่คนไหนบ้างที่ไม่อยากได้รับความเคารพ ยัยเ้าของร่างเดิมทำเื่ดีๆ พังไปหมด ตอนนี้เธอได้แต่พยายามสร้างความเคารพให้กลับมาทีละนิด
"งั้นก็รบกวนคุณแม่แล้วค่ะ"
"ไม่เป็ไรหรอก"
คุณแม่ฮั่วเก็บชามและตะเกียบไปล้าง จางจิงจิงเองก็ไม่ได้อยู่เฉย เธอกวาดลานบ้าน และอาบน้ำแปรงฟันให้เด็กๆ ทั้งสามคนตามปกติ