หมัดสุดท้ายหยุดลงเท่ากับบอกเป็นนัยว่า ครบสิบกระบวนท่าแล้วได้เวลาให้จ้าวหอสงครามเอาจริง !
จ้าวหอสงครามไม่รอช้าปะทุพลังขึ้นทันที ตูม ! ปฐพีสั่นสะเทือนพลังของมันถึงกับสั่นคลอนพื้นที่โดยรอบระยะหนึ่งลี้ได้ !
ศิษย์หลายคนได้รับแรงกดดันอย่างมาก ต้องถอยหนีออกมาผู้อาวุโสและจ้าวหอทำหน้าที่สร้างม่านพลังป้องกัน
“ก่อนอื่นข้าต้องยอมรับว่าเจ้าเป็นศิษย์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดแม้แต่ศิษย์หลักทั้งสามก็ไม่ใช่คู่มือของเจ้าแต่ว่าพลังแค่นี้ยังไม่อาจสยบข้าลงได้ ข้าแนะนำว่าเจ้าควรจะยอมแพ้แล้วข้าจะให้คะแนนเจ้าสองแต้ม ดีหรือไม่ ?” หน้าของจ้าวหอสงครามจริงจังขึ้นแต่เมื่อมองเห็นชายหนุ่มที่ตั้งใจฟังด้วยความนอบน้อม ท่าทีก็ผ่อนปรนลง
“สองแต้ม ไม่ยุติธรรม !” ศิษย์คนอื่น ๆ พากันประท้วงทว่าเมื่อจ้าวหอสงครามกวาดสายตาออกไป เสียงพวกนั้นก็เงียบทันทีกลับเข้าสู่ภาวะที่ปกติ
“ขอบคุณท่านสำหรับคำแนะนำ”
“เช่นนั้นเจ้าก็ไปเถอะ” จางซีเผยรอยยิ้มบาง มันพึงพอใจกับศิษย์คนนี้มากแม้ว่าจะอัดมันก่อนหน้านี้ แต่ก็ไม่ใช่คนไร้เหตุผล ยอมฟังคำเตือนจากมันถือว่ายังขัดเกลาได้
“ไปไหน ?” หนิงเฟยหลงไม่ได้กวนเพียงแต่ไม่เข้าใจ
จ้าวหอสงครามเองก็งงกับคำถามของชายหนุ่มตกลงว่าทั้งสองเข้าใจในสิ่งเดียวกันหรือไม่ ? มันจึงอธิบายเพิ่มอย่างใจเย็น “ในเมื่อเจ้ายอมแพ้แล้วก็ไปจากเวที”
หนิงเฟยหลงได้ฟังก็ยิ้มขึ้นมือประสาน โค้งตัวเล็กน้อยแล้วเอ่ยขึ้นทำท่าทางขอโทษด้วยนะ “ข้าจะไปจากมันได้อย่างไร ? ในเมื่อข้ายังประลองอยู่”
จางซีหนังตากระตุก “นึกว่าจะเป็นคนฟังรู้ความ ที่แท้ก็เป็นคนฟังไม่รู้ความในเมื่อไม่รู้ความก็ไม่ต้องกล่าววาจาอันใดอีก !”
ไอสังหารพวยพุ่งออกจากจ้าวหอสงคราม ตูม ! พื้นที่ทั้งหมดตลบอบอวนไปด้วยไอที่เย็นยะเยือก ผู้คนสั่นสะท้าน!
จ้าวหอสงครามเอาจริงแล้ว !
หนิงเฟยหลงเห็นจ้าวหอสงครามลงมือแล้วก็ไม่กล้าประมาท มันรู้ดีว่าแก่นแท้พลังขั้นกลางแข็งแกร่งเพียงใด
จ้าวหอสงครามเปิดฉากโจมตี เริ่มจากหมัดลุ่น ๆ เข้าปะทะกับหมัดของชายหนุ่มทั้งสองรัวหมัดใส่กันอย่างบ้าคลั่ง ไม่มีใครยอมใคร เสียงอากาศระเบิดออกเป็นระยะเสื้อผ้าทั้งคู่ขาดวิ่น จนบัดนี้กายท่อนบนเปลือยเปล่า เผยให้เห็นร่างกายที่บึกบึนและกล้ามเนื้อที่ร้อนระอุของทั้งสองแม้ว่าจางซีจะตัวใหญ่กว่ามัดกล้ามเนื้อมากกว่า ทว่าความได้เปรียบไม่มีให้เห็นเลยกลับดูเหมือนว่าทั้งคู่ต่อสู้ได้อย่างสูสี
ศิษย์หลักทั้งสามตกอยู่ในความตะลึงแต่เดิมไม่คิดว่ามีใครทำให้จ้าวหอบาดเจ็บได้ แต่เมื่อเห็นการเผชิญหน้าอย่างเอาเป็นเอาตายแบบนี้ของทั้งคู่ก็ยิ่งทำให้พวกมันตะลึงมากกว่าเดิม
การต้านรับได้อย่างสูสีเช่นนั้นในบรรดาหมู่ศิษย์ไม่เคยมีมาก่อน เดิมทีพวกมันทั้งสามคิดว่าตนเองสูงส่งที่สุดในหมู่ศิษย์แม้แต่ระดับผู้อาวุโสพวกมันก็ยังหยิ่งผยองได้ แต่ต่อหน้าจ้าวหอทั้งสามพวกมันนั้นไม่กล้าทว่าเจ้าศิษย์ในผู้นี้กลับกล้าท้าทายและยังต่อสู้ได้อย่างสูสีนี่มัน...มันยากจะทำใจเชื่อได้
ยิ่งด้วยการปะทะซึ่งหน้ากับจ้าวหอสงครามยิ่งไม่มีทางกับบุคคลผู้เป็นที่เลื่องลือในความแข็งแกร่งทางกายแล้วไม่มีใครเหนือล้ำกว่าจ้าวหอสงครามถึงแม้ว่าจะเป็นรองเจ้าสำนักก็ตามหรือต่อให้จ้าวหออีกสองคนรุมจ้าวหอสงครามก็ไม่แน่ว่าจะชนะแต่ศิษย์คนนี้นอกจากจะต้านรับไว้ได้ก็ยังโจมตีกลับได้ช่างเป็นบุคคลที่สุดยอดเกินไปแล้ว !
ความหยิ่งผยองของพวกมันถูกทำลายเมื่ออยู่ต่อหน้าบุคคลนี้ความภูมิใจในฐานะจุดสูงสุดของศิษย์ในสำนัก นั่นไม่ใช่อีกแล้วความผิดหวังกลับมาเยือนพวกมัน ทว่าก็มีอีกสิ่งส่องประกายขึ้น...ความมุ่งมั่น !
ใช่แล้วด้วยความมุ่งมั่น ความใฝ่ฝันในสิ่งใหม่ ความตื่นเต้น และความท้าทาย ! เป้าหมายในสิ่งที่สูงกว่าการก้าวข้ามทางความคิด พวกมันต่างตั้งเป้าในสิ่งใหม่ ความทะเยอะทะยานที่หมดลงบัดนี้ได้ถูกเติมเต็มแล้ว !
ย้าก !!!!!!!
ปุ ปุ ปุ ปึง !!!!
จ้าวหอสงครามปลดปล่อยความสามารถที่แท้จริง พลังหยวนที่ผนึกไว้ ระเบิด !
ตูม !!!!
“!!!!!!” หนิงเฟยหลงเบิกตาโพลง แย่แล้วมันไม่มีวิชาป้องกัน !
หลบไม่พ้น ไม่มีที่ให้หลบ !
คงต้องลองดูสิ่งนั้น...
ร่างธาราเคลื่อน !
ตูม !!!!
“อั่ก !ไม่ได้ผล...ข้ายังทำ.......ไม่ได้..” หนิงเฟยหลงหน้าซีดไม่คิดว่าแรงระเบิดจะรุนแรงถึงเพียงนี้ จ้าวหอสงครามรับมือไม่ง่ายแล้ว
“ร่างราชสีห์ทองคำ !” จางซีตะโกนออกมาร่างกายก็แปรเปลี่ยนเป็นทองคำผมยาวที่ปลิวไสวก็ยิ่งฟูคล้ายราชสีห์กล้ามเนื้อที่แต่เดิมมีมากอยู่แล้วก็ยังขยายใหญ่ขึ้นไปอีก“นานมาแล้วที่ข้าไม่ได้ใช้ร่างกายนี้เจ้าช่างเป็นคนที่น่าทึ่งถึงกับบีบให้ข้าต้องใช้พลังขั้นสูงสุดเตรียมตัวรับมือให้ดี เพราะต่อแต่นี้ ข้าจะไม่มีการปราณี !”ดวงตาคู่นั้นประกายความดุร้าย ฝูงชนขนลุกซู่ ดวงตาที่เหี้ยมเกรียมนั่น !
จ้าวหอสงครามกระโจนเข้าใส่หนิงเฟยหลงด้วยความเร็ว ประหนึ่งราชสีห์ล่าเหยื่อหมัดหนึ่งที่ปล่อยออกเต็มไปด้วยอานุภาพทำลายล้างใบหน้าของชายหนุ่มแสดงอาการหวาดหวั่น หากเทียบกับชายผมแดงแล้วจ้าวหอผู้นี้น่ากลัวกว่าเยอะ เกรงว่าพลังที่ปลดปล่อยมาคงไม่อ่อนด้อยไปกว่าแก่นแท้พลังขั้นปลายเลย
ความดุร้ายและป่าเถื่อนนั่นแผ่ออกมาจากกายของจ้าวหอสงครามคล้ายราชสีห์ผู้หิวโหย โหยหา...โหยหาการต่อสู้ที่ดุเดือดเลือดที่เดือดพล่านส่งมาถึงคู่ต่อสู้ !
ใบหน้าที่น่าหวาดหวั่นนั่นทำให้ผู้คนต้องพรั่นพรึง ข้าจะไม่ยอมแพ้ !
เจตจำนงแห่งหมัด จงกู่ร้อง !!!!!!
โฮก !!!!
เสียงคำรามของราชสีห์และเสียงคำรามจากหมัดพลันกู่ร้องพร้อมกันการปะทะของทั้งสองดุเดือดขึ้นทันตา การต่อสู้เข้าไปสู่จุดที่หยุดไม่อยู่แล้วเวทีค่อย ๆ พังไปที่ละส่วนจนสุดท้ายก็เหลือเพียงซากของมันทว่าการต่อสู้ยังไม่สิ้นสุด ประกายไฟลุกโชนจากนัยน์ตาทั้งคู่ยังไม่มอดดับความสนุกนั้นแค่กำลังเริ่มต้น...
หนิงเฟยหลงคล้ายเข้าสู่การต่อสู้ที่แท้จริงการต่อสู้กับจ้าวหอสงครามทำให้เลือดลมเดือดพล่านมันไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน นี่คือสิ่งที่มันต้องการ !
หมัดพิฆาตผสานที่มีเจตจำนงแห่งหมัดแม้จะแข็งแกร่งแต่ก็ยังดูอ่อนด้อยกว่าหมัดของจ้าวหอสงครามอยู่ดีกายราชสีห์ทองคำของจ้าวหอสงครามดูท่าแล้วคงไม่ธรรมดาหมัดของจ้าวหอก็มีเจตจำนงเช่นกัน หากต่อสู้ด้วยพลังกายต่อไปแม้ว่าจะผ่านไปอีกสองชั่วยามหรือทั้งวันก็ดูท่าจะไม่จบลงง่าย ๆความแข็งแกร่งด้านร่างกายของคนทั้งสองนับว่าอยู่จุดสูงสุดของมนุษย์แล้ว
หนิงเฟยหลงไม่คิดจะให้การต่อสู้นี้ยืดเยื้อ มือของชายหนุ่มปรากฏกระบี่“ข้าเองก็คงต้องจริงจังหน่อยแล้ว” สายตาของชายหนุ่มพลันคมกริบปราณกระบี่พุ่งพรวดดุจลูกธนูยิงออกจากคันศร
“หืม ? ไอ้เด็กนี่ รนหาที่ตาย !” จ้าวหอสงครามคำรามอย่างเดือดดาลคำพูดของหนิงเฟยหลงไม่ไว้หน้ามันสักนิด มันทุ่มสุดตัวแต่อีกฝ่ายกลับบอกจะพึ่งจริงจัง นี่ไม่ถือเป็นการหักหน้ามันหรือ สมควรตาย ! สมควรตาย !!
“ตาย !!!!!”จ้าวหอสงครามระเบิดพลังหมัดปรากฏภาพมายาของพญาราชสีห์ทับซ้อนพร้อมกับภาพราชสีห์พุ่งทะยานเร็วประหนึ่งสายฟ้าฟาดถึงกับเร็วกว่าปราณกระบี่ของชายหนุ่มเสียอีก
ตูม !!
ปราณกระบี่แตกสลาย หนิงเฟยหลงคาดไม่ถึงแต่กวัดแกว่งกระบี่อีกคราสับเปลี่ยนสายลมถูกใช้ออก เพื่อหลบการโจมตี ทว่า...
ปัง !
ชายหนุ่มโดนการโจมตีเต็ม ๆ ล้มหมอบลงกับพื้น อวัยวะภายในกระทบกระเทือนกระอักโลหิตออกมา แววตาเต็มไปด้วยความตกใจ !
“ทำไมกัน..?!!” ชายหนุ่มไม่เข้าใจทั้ง ๆ ที่ตนเองก็ใช้ท่ากระบี่สับเปลี่ยนสายลมที่สามารถเบี่ยงวิถีการโจมตีได้โดยตลอด แต่กลับไม่สามารถเบี่ยงการโจมตีหมัดนี้ได้เป็นเพราะอะไร ?
“ตกใจรึ ? ข้าจะบอกให้เจ้ารู้ เพลงกระบี่นั่นของเจ้าระดับต่ำเกินไปไม่อาจต้านรับพลังที่แท้จริงได้ !!” จางซีกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ
“พลังที่แท้จริง......แก่นแท้ของพลังสินะ !” หนิงเฟยหลงหลับตาลง “หึ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้”
สะบั้นสายลม !
“ไร้ประโยชน์” จางซีสะบัดฝ่ามืออกราชสีห์อีกตัวก็พุ่งปะทะปราณกระบี่“ข้าจะทำให้การต่อสู้ที่ยาวนานนี่จบลง”
“หึ ท่านประมาทไปหน่อยแล้ว”ปราณนั่นเป็นตัวหลอกอันที่จริงชายหนุ่มมาอยู่ด้านหลังของมันแล้วพร้อมกับกระบี่ที่พาดอยู่บนบ่าของมัน
“นี่...เจ้า.....” จ้าวหอสงครามถึงกับพูดไม่ออกดูจากดวงตาที่สั่นไหวก็คงรู้ว่ามันตกใจเพียงใด นี่ยังใช่ศิษย์สำนักอีกรึ ?นี่คงเป็นความฝันแน่ ๆ มันจะแพ้ให้กับศิษย์ได้อย่างไรกัน
ความเงียบงันกลับมาอีกครั้ง ทุกคนตกอยู่ในความตกตะลึงนี่พวกมันตกตึงกับวันนี้มากี่ครั้งกัน ?อะไรคือการต่อสู้ที่พลิกผันมากมายถึงเพียงนี้แน่ใจนะว่านี่เป็นการต่อสู้ของศิษย์กับจ้าวหอ นี่ไม่ใช่การต่อสู้ของจ้าวหอหรอกรึ ?
ทันใดนั้นก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นทำลายความสงบ “เหอ เหอ ไม่คิดว่าจ้าวหอสงครามผู้ยิ่งใหญ่จะพ่ายแพ้ศิษย์ฝ่ายในช่างน่าอับอาย อับอาย อับอายยิ่งนัก ยังไม่รีบจัดการศิษย์โอหังนั่นอีกหรือเจ้าจะทำให้สำนักเสื่อมเสียชื่อเสียง !” กงซุนอู๋ตวาดขึ้น มองมันดูความดูแคลน
“ที่แท้จ้าวหอสงครามก็อ่อนด้อยถึงเพียงนี้ ท่านไม่สมควรได้ฐานะเป็นถึงจ้าวหอหากเป็นข้าหากไม่อาจล้างอายได้ ก็คงต้องปลิดชีพตน” จ้าวหอขุนนางเยาะเย้ย แววตานั้นก็ไม่ต่างจากรองเจ้าสำนักกงซุน
“!!!!!!!” สีหน้าที่เหลืองทองของจ้าวหอสงครามก็แดงก่ำขึ้นมาทันทีมันตัดสินใจชั่วพริบตา ระหว่างที่ชายหนุ่มไม่ระวัง กระทุ้งศอกใส่ หมุนตัวแล้วกระโดดถอยหลังด้วยความเร็ว พร้อมกับรีดเค้นพลังภายในของตน และสูดพลังมากมายเข้าไปเร่งระดับพลังเข้าสู่สภาวะสูงสุดภายในพริบตา จากนั้นก็ปลดปล่อยคลื่นพลังหยวนมหาศาลออกมา!
ราชสีห์คำราม !!!!!!
โฮก !!!!!!!!!!!
ตูม ตูม ตูม ตูม !!!!!!
เสียงดังสนั่นภพ แผ่นดินสะท้านสะเทือนคลื่นเสียงนี้ช่างทรงพลังพลังหยวนก่อตัวเป็นเกลียวหมุนวนไม่สิ้นสุด พุ่งเข้าใส่ชายหนุ่ม ฝูงชนพากันปิดหูทะยานร่างหนีไปคนละที่ทาง พากันหนีเอาตัวรอด คลื่นเสียงนี้รุนแรงมากยิ่งด้วยพลังหยวนที่หมุนเป็นเกลียวราวกับวายุพิโรธนั่น คาดว่าคงทำลายล้างได้แม้แต่คีรีธาราอันยืนยงยังคงต้องพินาศแล้วไฉนพวกมันต้องอยู่รับฟัง
หนี !หนีเท่านั้น !!
ปราการพลังที่ควรจะมีแตกสลายผู้อาวุโสหอบหิ้วศิษย์จำนวนไม่มากหนีไป จ้าวหอทั้งสองต่างพากันสร้างม่านพลังที่ยิ่งใหญ่ป้องกันไว้ทว่าเพียงสร้างขึ้นได้ไม่นานม่านพลังก็ดูแตกร้าว
รองเจ้าสำนักจวี่ขมวดคิ้วมุ่น นี่มันปัญหาใหญ่แล้วไม่คิดเลยว่าจางซีจะมีพลังถึงเพียงนี้ เจ้าเด็กนั่นจะเป็นอะไรหรือไม่ ?
ถ้าเกิดเรื่องกับทายาทตระกูลหนิง มีหวังสำนักยุทธ์หลวงต้องวุ่นวายเป็นการใหญ่ไม่เพียงตระกูลหนิงจะเอาเรื่องแม้แต่จวนอี้อ๋องก็คงต้องมาตามเรื่องถึงที่สุด
การใช้พลังทั้งหมดสู้กับศิษย์นับว่าเสียเกียรตินักจ้าวหอสงครามลืมเรื่องนี้ได้อย่างไร ? จางซีนะจางซี เจ้าจางซีตัวดีเรื่องแค่นี้ก็ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ไหนว่าเจ้าเป็นคนเที่ยงธรรมอย่างไร ?
จวี่เซิงโกรธจนหน้าแดงก่ำ ทั้งโกรธทั้งร้อนรนมันตั้งใจจะเข้าไปช่วยชายหนุ่มนั่นแต่ก็คงไม่ทันการณ์แล้วทั้งพลังที่จางซีปลดปล่อยออกมาก็ใช่จะต้านทานได้โดยง่ายจ้าวหอสงครามทุ่มเทพลังทั้งหมดคิดว่าจะต้านทานได้ง่ายดายรึ ? จ้าวหอสงครามเป็นใครมันเป็นถึงจ้าวหอเชียวนะ
แล้วอีกอย่างเจ้ากงซุนอี๋กับจ้าวหอขุนนางผู้เจ้าเล่ห์นั่นเองคิดจะยืมมือคนอื่นรึ? ช่างน่าไม่อาย เลวทรามเกินไปแล้ว !!