เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 154 กลับบ้าน (1)

            การที่ต้องไปเยี่ยมบ้านคุณตาคุณยายของลู่เชียนสวิน ทำให้ทิงเสวี่ยรู้สึกประหม่าไม่น้อย เพราะรู้ดีว่าผู้เฒ่าทั้งสองไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ

            “แม่บุญธรรมคะ... หนูไม่ไปบ้านคุณตาคุณยายพี่เชียนสวินได้ไหมคะ” ทิงเสวี่ยเอ่ยเสียงอ่อย ขนตางอนยาวกะพริบถี่ๆ ดวงตากลมโตฉายแววกังวล

            ลู่ตันชิงดูออกทันทีว่าเด็กน้อยกำลังตื่นกลัว เธอจึงยิ้มพลางตบไหล่เล็กๆ ของทิงเสวี่ยเบาๆ “แม่รู้ว่าหนูกำลังกังวล ไม่ต้องกลัวไปหรอกนะ สองตายายท่านใจดีและเป็นกันเองมาก ท่านรักและเอ็นดูเด็กๆ จะตายไป ตอนนี้หนูก็เป็นลูกสาวบุญธรรมของแม่แล้ว ท่านทั้งสองก็เปรียบเสมือนคุณตาคุณยายแท้ๆ ของหนูนั่นแหละจ้ะ”

            ลู่เชียนสวินรีบเสริมขึ้น “ใช่แล้วจ้ะเสียวเสวี่ย พี่รับรองเลยว่าคุณตาคุณยายต้องชอบเธอมากแน่ๆ ถึงท่านจะมีตำแหน่งสูงอยู่บ้าง แต่จริงๆ แล้วท่านก็เหมือนคุณตาคุณยายที่ใจดีทั่วไปนั่นแหละ”

            ทิงเสวี่ยพยักหน้ารับ “ก็ได้ค่ะ หนูจะไปเยี่ยมคุณตาคุณยายกับพี่”

            ลู่เชียนสวินยิ้มกว้าง ก่อนจะยื่นมือมาหยิกแก้มป่องๆ ของน้องสาวอย่างมันเขี้ยว “ค่อยยังชั่วหน่อย... พอไปถึงเธอก็ทำตัวเหมือนเวลาเจอผู้ใหญ่ในหมู่บ้านเรานั่นแหละ พูดจาหวานๆ อ่อนน้อมเข้าไว้ รับรองว่าเด็กปากหวานใครเห็นก็ต้องรักต้องเอ็นดู”

            ทิงเสวี่ยได้แต่ยิ้มรับบางๆ “...”

            เวลาล่วงเลยไปจนถึงสองทุ่มกว่า ทิงเสวี่ยและลู่เชียนสวินอาบน้ำแปรงฟันเสร็จเรียบร้อยก็พากันเข้านอน

            เตียงนอนที่บ้านของลู่เชียนสวินเป็นเตียงสปริงอย่างดีจึงนุ่มสบายมาก แม้แต่เตียงที่บ้านของทิงเสวี่ยที่ปูด้วยผ้านวมหนาถึงสองชั้นก็ยังเทียบไม่ได้กับความนุ่มของที่นอนหลังนี้

            ตอนแรกทิงเสวี่ยคิดว่าแปลกที่คงจะนอนไม่หลับ แต่ใครจะคิดว่าเธอจะหลับสนิทตลอดคืนจนกระทั่งฟ้าสาง

            เช้าวันรุ่งขึ้น ลู่ตันชิงตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อเข้าครัวทำอาหาร เธอจำได้เสมอว่าทิงเสวี่ยชอบกินโจ๊กแปดเซียนเป็นพิเศษ จึงตั้งใจต้มหม้อใหญ่เตรียมไว้ให้ นอกจากนี้ยังลงไปซื้อขนมปังอบร้อนๆ จากร้านอาหารเช้าเจ้าประจำข้างล่าง และต้มไข่ไก่อีกหลายฟอง

            หลังจากกินมื้อเช้ากันเรียบร้อย ลู่ตันชิงก็ออกไปทำงานที่หน่วยงาน ส่วนลู่เชียนสวินก็พาทิงเสวี่ยเรียกรถแท็กซี่มุ่งหน้าไปยังบ้านของคุณตาคุณยายทันที

            คุณตาของลู่เชียนสวินเป็นอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เกษียณอายุแล้ว ส่วนคุณยายเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย ทั้งสองท่านล้วนเป็นบุคคลที่น่าเคารพนับถือ หลังเกษียณก็ย้ายมาอาศัยอยู่ในบ้านพักข้าราชการที่รัฐบาลจัดสรรให้

            ย่านบ้านพักแห่งนี้ล้วนเป็นที่พำนักของอดีตข้าราชการระดับสูงและผู้ทรงคุณวุฒิทั้งสิ้น ข้าราชการแต่ละท่านจะมีบ้านพักส่วนตัวเป็นหลังๆ พร้อมเจ้าหน้าที่คอยดูแลอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันโดยเฉพาะ

            บ้านพักของคุณตาตั้งอยู่ค่อนไปทางใจกลางของเขตบ้านพัก เป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นมีรั้วรอบขอบชิด บริเวณทั้งในและนอกรั้วปลูกไม้ดอกไม้ประดับไว้อย่างสวยงามร่มรื่น แถมยังมีแปลงผักสวนครัวเล็กๆ อยู่อีกแปลงด้วย

            สองตายายยังคงมีสุขภาพแข็งแรงมาก จึงไม่จำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่เข้ามาคอยดูแลเป็นพิเศษ

            พวกท่านมักจะดูแลเรื่องอาหารการกินกันเอง เวลาว่างก็จะพากันไปที่ศูนย์กิจกรรมผู้สูงอายุของหมู่บ้าน เพื่อเดินหมากรุก เต้นรำสังสรรค์ หรือพูดคุยสัพเพเหระกับเพื่อนเก่าในละแวกเดียวกัน ชีวิตวัยเกษียณของพวกท่านช่างสุขสบายและอิสระเสรีอย่างแท้จริง

            สองตายายมีลูกเพียงสองคน คือลูกสาวซึ่งก็คือลู่ตันชิง และลูกชายชื่อลู่หยวนเหอ ซึ่งเป็นนักวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ตลอดทั้งปีแทบไม่มีโอกาสได้กลับมาเยี่ยมเยียนพ่อแม่เลย

            เมื่อเดินเข้ามาในเขตบ้าน ลู่เชียนสวินก็รีบตะโกนเรียกเสียงใส “คุณตา คุณยาย หนูพาเสียวเสวี่ยมาเยี่ยมแล้วค่ะ”

            ประตูบ้านเปิดออก ปรากฏร่างของหญิงชราท่านหนึ่งในชุดผ้าไหมลายดอกสีม่วงเข้มเดินออกมาจากด้านใน

            คุณยายท่านนี้ดูอายุราวหกเจ็ดสิบปี รูปร่างท้วมเล็กน้อย ผมบนศีรษะขาวโพลนไปหมดแล้ว

            ลู่เชียนสวินรีบชี้ไปที่คุณยายแล้วกระซิบแนะนำทิงเสวี่ย “นั่นคุณยายของพี่เอง เรียกคุณยายสิจ๊ะ”

            ทิงเสวี่ยรีบยกมือไหว้พร้อมกับเรียกคุณยายเสียงหวาน ก่อนจะแนะนำตัวเองอย่างง่ายๆ

            คุณยายมองสำรวจเด็กน้อยตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วรีบเดินเข้ามากุมมือเล็กๆ อันอ่อนนุ่มของเธอ “แม่หนูคนนี้น่ารักน่าเอ็นดูจริงเชียว เสียงก็หวานใส ฟังแล้วถูกชะตากับยายเหลือเกิน รีบตามยายเข้ามานั่งพักในบ้านเถอะลูก”

            ทิงเสวี่ยยอมให้คุณยายจูงมือเดินเข้าบ้านอย่างว่าง่าย จังหวะนั้นเอง ชายชราคนหนึ่งในชุดเสื้อยืดแขนสั้นสีเทาก็กำลังเดินลงมาจากบันไดชั้นบนพอดี

            ชายชราผู้นี้ยังคงดูแข็งแรงกำยำ ผิวสีทองแดง แม้ใบหน้าจะมีริ้วรอยเหี่ยวย่น แต่ก็ไม่อาจบดบังรัศมีความองอาจกล้าหาญแบบวีรบุรุษได้เลย

            นี่คือคุณตาของลู่เชียนสวินนั่นเอง

            ท่านมีอายุมากกว่าคุณยายราวเจ็ดแปดปี ในอดีตเคยเข้าร่วมสงครามปลดแอกชาติ ผ่านสมรภูมิเลือดเดือดที่ต้องต่อสู้แลกชีวิตกับศัตรูมาอย่างโชกโชน

            หลังจากประเทศได้รับการปลดแอก ท่านก็เข้ารับราชการในหน่วยงานรัฐบาล แม้จะไม่ได้ออกรบแล้ว แต่ความห้าวหาญและจิตวิญญาณนักรบในตัวชายชราผู้นี้ก็ยังคงอยู่ไม่เสื่อมคลาย

            หลังลู่เชียนสวินแนะนำสั้นๆ ทิงเสวี่ยก็รีบยกมือไหว้ทักทายชายชราทันที

            เสียงเรียกคุณตาที่สดใสเจื้อยแจ้วของเด็กน้อย ทำให้ชายชราหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข

            สองตายายมีลูกเพียงสองคน คนหนึ่งแทบไม่ได้พบหน้า ส่วนหลานก็มีเพียงลู่เชียนสวินและลู่ฉงหนิงที่เป็นลูกชายของลู่หยวนเหอ แต่เพราะอยู่ไกลกันมาก นานๆ ทีถึงจะได้เจอหลานชาย ปกติคนที่จะมาคอยอยู่เป็นเพื่อนข้างกายพวกท่านจึงมีแค่ลู่เชียนสวินคนเดียว

            คุณยายรีบขนขนมออกมามากมายให้ทิงเสวี่ยกิน “เสียวเสวี่ยจ๊ะ ขนมพวกนี้หนูชอบไหมลูก ถ้าไม่ชอบเดี๋ยวยายให้พี่เชียนสวินออกไปซื้อมาให้ใหม่นะ”

            ทิงเสวี่ยรีบขอบคุณ “อร่อยมากเลยค่ะคุณยาย หนูชอบทุกอย่างเลย โดยเฉพาะขนมถั่วเขียวนี่ หนูกินได้เยอะเลยค่ะ”

            คุณยายยิ้มตอบ “ชอบก็ทานเยอะๆ นะลูกนะ”

            ลู่เชียนสวินกลัวทิงเสวี่ยจะเกรงใจ เธอเองไม่ค่อยชอบของหวานเท่าไหร่ แต่ก็ยังหยิบมากินเป็นเพื่อน “เสียวเสวี่ย นี่ของโปรดหนูทั้งนั้นเลยนี่นา กินเยอะๆ เลยนะ ขนมพวกนี้มีคนเอามาฝากคุณตาคุณยายตอนมาเยี่ยมน่ะ ท่านอายุมากแล้วทานหวานเยอะไม่ได้ พี่กับแม่ก็ไม่ค่อยชอบของหวาน หนูต้องช่วยพวกเรากำจัดให้หมดนะ”

            คุณตารีบเสริม “ค่อยๆ กินนะลูก ยังมีอีกเยอะแยะ ตอนกลับก็ห่อไปกินที่บ้านได้ด้วย”

            ทิงเสวี่ยรีบเคี้ยวขนมกลืนลงคอแล้วเอ่ยขอบคุณ “ขอบคุณค่ะคุณตา”

            เมื่อเห็นเด็กน้อยกินขนมอย่างเอร็ดอร่อย สองตายายก็พลอยมีความสุขไปด้วย

            “เสียวเสวี่ยจ๊ะ ยายได้ยินจากแม่บุญธรรมของหนูบอกว่าหนูอยู่กับคุณพ่อแค่สองคนใช่ไหมลูก” คุณยายถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย

            ทิงเสวี่ยรีบตอบ “ใช่ค่ะคุณยาย พ่อกับแม่หย่ากันตั้งแต่หนูอายุไม่ถึงสองขวบดี หนูเลยอยู่กับพ่อมาตลอด อ้อ แล้วก็มีอาสามกับคุณย่าด้วยค่ะ แต่คุณย่าเพิ่งเสียไปเมื่อเกือบสามปีที่แล้วนี่เอง”

            พอพูดถึงคุณย่า ขอบตาของเด็กน้อยก็แดงก่ำขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว

            เมื่อได้ยินว่าเด็กน้อยคนนี้ถูกแม่ทิ้งไปตั้งแต่เล็ก คุณยายก็ยิ่งสงสารจับใจ “น่าสงสารจริงลูก เด็กไม่มีแม่ก็เหมือนต้นหญ้ากลางลมฝน ยายไม่นึกเลยว่าต้นหญ้าต้นน้อยของยายจะเติบโตมาได้อย่างงดงามแข็งแรงขนาดนี้ ช่างไม่ง่ายเลยจริงๆ”

            หญิงชรายื่นมืออันอบอุ่นมาลูบใบหน้าเล็กๆ ของเด็กน้อยอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่อ่อนโยนทำให้ทิงเสวี่ยรู้สึกอบอุ่นหัวใจ พาลให้คิดถึงคุณย่าผู้ล่วงลับขึ้นมาจนน้ำตาพานจะไหล

            คุณตาเห็นบรรยากาศเริ่มเศร้า จึงรีบเปลี่ยนเรื่อง “เอาล่ะๆ อย่าคุยเรื่องเศร้าเลย มาคุยเรื่องสนุกๆ กันดีกว่า เสียวเสวี่ย ตาได้ยินจากแม่บุญธรรมของหนูว่าหนูเขียนเรียงความเก่งไม่แพ้พี่เชียนสวินเลย แถมยังชอบคัดลายมือพู่กันจีนกับวาดรูปด้วย จริงรึเปล่าลูก”

            ไม่รอให้ทิงเสวี่ยตอบ ลู่เชียนสวินก็รีบชิงตอบ “จริงแท้แน่นอนค่ะคุณตา! เสียวเสวี่ยคัดลายมือสวยมาก วาดรูปก็เก่ง ร้องเพลงก็เพราะ ทำงานบ้านก็คล่อง ที่สำคัญนะคะ จักจั่นทอดฝีมือน้องอร่อยเหาะไปเลย เกิดมาหนูยังไม่เคยกินอะไรอร่อยขนาดนี้มาก่อน ไม่เคยเห็นเด็กผู้หญิงคนไหนเก่งรอบด้านขนาดนี้เลยค่ะ”

            “จริงๆ แล้วหนูก็ไม่ได้เก่งกาจอย่างที่แม่บุญธรรมกับพี่เชียนสวินโม้หรอกค่ะ” ทิงเสวี่ยตอบอย่างเขินอาย

            คุณตาหัวเราะลั่น “ดีแล้วล่ะ เด็กๆ รู้จักถ่อมตนเป็นเรื่องดี ความอ่อนน้อมถ่อมตนทำให้ก้าวหน้า ความเย่อหยิ่งจองหองทำให้ล้าหลังนะหลานรัก เอาล่ะ ตามตาเข้าไปดูการเขียนตัวอักษรในห้องหนังสือกันหน่อยดีกว่า”

            ว่าแล้วทิงเสวี่ยก็เดินตามคุณตาเข้าไปในห้องหนังสือ

            ห้องหนังสือของคุณตามีพื้นที่ไม่ใหญ่มาก บนผนังแขวนภาพตัวอักษรพู่กันจีนไว้มากมาย ส่วนใหญ่เป็นผลงานของนักเขียนพู่กันร่วมสมัยที่มีชื่อเสียง

            ดูจากชื่อ “ตันชิง” ที่ท่านตั้งให้ลูกสาว ก็พอเดาได้ไม่ยากว่าท่านคงหลงใหลในศิลปะการวาดภาพและเขียนพู่กันจีนอยู่ไม่น้อย

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808