ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม

    ตอนที่ 51 เซียนขับรถสวีเสี่ยวหลาน

              ภายในห้องโดยสารของเฟอร์รารี่สีแดงเพลิงสวีเสียวหลานเม้มปากจิ้มลิ้มไว้ กำลังขับรถอย่างไม่สะทกสะท้าน

                แต่ทว่าร่างของนางสั่นเทิ้มเล็กน้อย ราวกับกำลังกลั้นขำ

                เมื่ออันหลินเห็นฉากนี้ก็พูดอย่างเอือมระอาว่า“เจ้าอยากขำก็ขำเถอะ กลั้นไว้ทำไม”

                “พรืดฮ่าๆ...”

                สวีเสี่ยวหลานหัวเราะออกมาแล้วจริงๆ ไม่ไว้หน้ากันเลยแม้แต่นิด “เมื่อครู่เจ้าอนุญาตให้ข้าขำแล้วนะ ห้ามโกรธนะ ฮ่าๆ...”

                “มีอะไรน่าขำกัน” อันหลินเบะปากเล็กน้อย

                สวีเสี่ยวหลานยกมือเรียวยาวขึ้นใช้แทนไมโครโฟนจ่ออยู่ข้างปากของอันหลินแล้วพูดขำๆ ว่า “งั้นข้าขอสัมภาษณ์ท่านอันผู้ถูกสวมเขาหน่อยว่าตอนนั้นเจ้ารู้สึกอย่างไร”

                “นี่ เกินไปแล้วนะ ท่านอันผู้ถูกสวมเขาอะไรกัน!”

                อันหลินถลึงตาใส่สวีเสี่ยวหลาน “ข้ากับหลินอู่หัวเป็นแค่แฟนที่คบกันไม่กี่วันเพราะข้าติดหนี้หลายล้าน เลิกกับข้าไปนานแล้ว ถูกสวมเขาหรือ มีที่ไหนกัน!”

                “อะไรกัน เป็นแฟนกันแค่ไม่กี่วันงั้นหรือ นี่มันแฟนประสาอะไรกันเจ้ายังมีหน้าแนะนำกับข้าว่าเป็นแฟนเก่าของเจ้า”

                สวีเสี่ยวหลานพูดพลางส่ายหน้า

                อันหลินได้ฟังก็เถียงหน้าดำหน้าแดงว่า“ข้าเคยจับมือนางด้วย จะไม่ใช่แฟนได้อย่างไร”

                สวีเสี่ยวหลานขำพรืด “เจ้ากับข้าก็เคยจับมือเหมือนกันเช่นนั้นต่อไปเจ้าก็ประกาศไปทั่วได้น่ะสิว่า เจ้าเป็นคนรักของข้า”

                เมื่ออันหลินได้ยินแบบนี้ ก็จุกจนพูดไม่ออก

                “พูดแบบนี้คิดว่าเจ้าคงไม่แยแสกับเรื่องเมื่อครู่มากนักสินะ...ให้ตายเถอะเสียดายที่ข้าอุตส่าห์พยายามเล่นละคร รักษาเกียรติของเจ้าขนาดนี้” สวีเสี่ยวหลานพูดอย่างผิดหวัง

                เมื่ออันหลินได้ยินประโยคนี้จิตใจก็สงบลงพูดอย่างซึ้งใจว่า “ไม่ว่าอย่างไรเมื่อครู่นี้ก็ขอบคุณเจ้ามากจริงๆ”

                สวีเสี่ยวหลานขานรับในลำคอ ไม่พูดอะไร 

                อันหลินสงบสติอารมณ์ จากนั้นก็เบนความสนใจมองไปทางอื่น ทำให้เขาพบเรื่องที่น่าตะลึงมากอย่างหนึ่ง

                “เสี่ยวหลาน...เจ้าไปฝึกขับรถตั้งแต่เมื่อไร!”

                อันหลินเบิกตาโต มองโชเฟอร์หญิงข้างๆ คนนี้ด้วยความตะลึง

                สวีเสี่ยวหลานยิ้มบางๆ“เมื่อครู่นี้นี่เอง”

                เมื่อครู่นี้นี่เอง?

                อันหลินกลืนน้ำลายเอื๊อกมองท่าทางคล่องแคล่วของผู้หญิงคนนี้ ก็อดมึนงงไม่ได้

                นี่นางจะพิสูจน์ตัวเองแทนโชเฟอร์ผู้หญิงงั้นเหรอ...

                พรสวรรค์ที่น่ากลัวปานนี้เซียนขับรถกลับมาชาติมาเกิดหรือไง!

                “เช่นนั้นรถคันนี้...” อันหลินชี้เฟอร์รารี่แล้วเอ่ยถาม

                “อ้อ ข้าอยากฝึกขับรถ จึงขอรถจากเจิ้งหงยี่คันหนึ่งจากนั้น เขาก็ให้รถข้ามา รูปลักษณ์ของรถคันนี้เท่มากทีเดียว...งามกว่ารถบนถนนพวกนั้นเยอะเลยไม่พูดไม่ได้ว่าเจิ้งหงยี่มีรสนิยมจริงๆ!” สวีเสี่ยวหลานเอ่ยปากชมซึ่งไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก

                อันหลินพูดไม่ออกนี่ไม่ใช่ปัญหาเรื่องรสนิยมแล้วที่รัก!

                รถยนต์หลายสิบล้านกับรถไม่กี่แสนจะเหมือนกันได้อย่างไร!

                แต่จะว่าไป เจิ้งหงยี่ช่างใจป้ำเสียจริง

                ซูเปอร์คาร์ลิมิเต็ดเอดิชันแบบนี้ยังวางใจให้คนที่ไม่เคยสัมผัสรถยนต์อย่างสวีเสี่ยวหลานขับ เขานับถือจริงๆ!

                “ต่อไปเจ้าจะทำอะไร ข้าไปส่งเจ้าเอง!” สวีเสี่ยวหลานพูด

                “อืม...ลำดับต่อไปศูนย์การค้านานาชาติแล้วกันข้าต้องไปซื้อชุดร่วมหลายร้อยชุดกับเครื่องประดับนับไม่ถ้วน” อันหลินตอบ

                “หาเจ้าคงไม่ได้อยากเปิดร้านเสื้อผ้าเครื่องประดับหรอกนะ!” สวีเสี่ยวหลานได้ฟังก็มองอันหลินอย่างตกตะลึง

                อันหลินยิ้มจากนั้นก็เล่าเรื่องที่เขาช่วยหิ้วสินค้าให้พวกรุ่นพี่ทั้งหลายกับสวีเสี่ยวหลานจนหมดเปลือก

                สวีเสี่ยวหลานได้ยินก็พยักหน้ารัวๆใบหน้าเปื้อนยิ้ม “ไม่คิดเลยว่าเจ้าจะมีหัวการค้ากับเขาด้วย”

                “มันแน่นอนอยู่แล้ว” อันหลินกระหยิ่มยิ้มย่องจากนั้นพูดว่า “ตอนนี้เจ้าต้องการหินวิญญาณไหมข้ามีหินวิญญาณสามหมื่นก้อน ตอนนี้เก็บไว้ก็ไม่ได้ใช้ ให้เจ้าดีไหม”

                อันหลินได้รับความเมตตาจากสวีเสี่ยวหลานไม่น้อยแต่กลับไม่มีโอกาสได้ตอบแทนนางเลย

                ตอนนี้เขาอยากใช้โอกาสนี้ประพฤติตนให้ดี

                “หินวิญญาณหรือ” สวีเสี่ยวหลานยักไหล่“เจ้านั่นข้าไม่ขาดหรอก อีกอย่างไม่ง่ายเลยกว่าเจ้าจะเก็บหอมรอมริบได้ ข้าจะกล้ารับได้อย่างไร”

                เมื่ออันหลินได้ฟังก็ผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ “แล้วเจ้ามีของที่อยากได้เป็นพิเศษไหม”

                “ของที่อยากได้เป็นพิเศษงั้นหรือ...” สวีเสี่ยวหลานลูบคางใบหน้าแสดงอาการครุ่นคิด

                อันหลินทำหน้าคาดหวังรอคำตอบจากสวีเสี่ยวหลานเงียบๆ

                แต่ที่น่าเสียดายคือนางขบคิดอยู่เกือบสิบห้านาที ก็คิดอะไรไม่ออก...

                ขณะที่อันหลินเริ่มทำหน้าสลดอีกครั้งเสียงหวานเยิ้มก็ดังขึ้นภายในห้องโดยสาร

                “นายท่าน เสี่ยวหงรู้ว่าพี่หลานหลานอยากได้อะไร!”

                หัวมนๆ สีแดงสวยสด ยื่นออกมาจากกระเป๋าของอันหลินแล้วโพล่งขึ้นมา

                เพราะเสี่ยวหงได้รับการหล่อเลี้ยงจากพลังปราณของอันหลินและหลุดพ้นจากพันธนาการของรากแล้ว เริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างมีความสามารถในการเคลื่อนไหวแล้ว

                “เอ๊ะ รีบว่ามา!” อันหลินได้ยินก็ตาลุกวาว

                ขณะนั้นเองสวีเสี่ยวหลานก็ชำเลืองมองเสี่ยวหง สงสัยกับคำตอบของเสี่ยวหง

                เสี่ยวหงสั่นหัวดิกๆ“สตรีเป็นดั่งบุปผาบุปผาเป็นดุจฝัน มอบดอกไม้ให้ผู้หญิงเป็นเรื่องที่สวยงามยิ่งนัก จะทำให้พวกนางเกิดความรู้สึกชอบจากก้นบึ้งของหัวใจ!”

                หนังตาอันหลินกระตุก “ความหมายของเจ้าคือ...”

                เสี่ยวหงพูดอย่างตื่นเต้นว่า “นายท่านท่านมอบข้าให้พี่หลานหลานเถอะ! เพื่อท่านแล้วข้ายอมแลกด้วยร่างกายของข้าโดยไม่เสียใจเลย!”

                เมื่ออันหลินได้ฟังใบหน้าก็กระตุกส่วนสวีเสี่ยวหลานกลับทนไม่ไหวระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทันที

                “คำพูดย่ำแย่นี่มันอะไรกันอยู่กับข้ามันลำบากเจ้าขนาดนั้นเลยหรือ!” อันหลินบีบหัวของเสี่ยวหงพร้อมกับพูดอย่างเกรี้ยวกราด

                “โอ๊ย!” เสี่ยวหงถูกบีบจนรู้สึกเจ็บจึงรีบขอโทษเป็นพัลวัน “ไม่ใช่นะ! เสี่ยวหงก็ไม่ได้อยากไปจากนายท่านเสี่ยวหงเพียงอยากช่วยนายท่านแบ่งเบาภาระ โอ๊ย...”

                อันหลินฮึดฮัดในลำคอ ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดกับมันยัดภูตพฤกษาน่ารำคาญตัวนี้ลงกระเป๋าไป

                สวีเสี่ยวหลานป้องปากขำผ่านไปครู่หนึ่งก็พูดว่า “ถึงแล้ว”

                ณ ศูนย์การค้านานาชาติ เฟอร์รารี่สุดเท่คันหนึ่งจอดอยู่ในลานจอดรถดึงดูดสายตาของผู้คนนับไม่ถ้วน

                จากนั้นฉากที่ชายหญิงหน้าตาดีลงจากรถ ยิ่งทำให้ทุกคนตกใจจนอ้าปากค้าง

                เห็นสองคนที่รูปร่างหน้าตาโดดเด่นถือถุงใบใหญ่ รีบรุดเข้าไปในศูนย์การค้า...

                สถานีช้อปปิ้งแรกของพวกเขาคือร้านอัญมณี!

                เมื่อเหล่าพนักงานขายของร้านอัญมณี เห็นทั้งคู่ลากถุงใบใหญ่เข้าร้านต่างก็ตกใจ

                ขณะที่กำลังขายอัญมณีพบว่ามีคนลากถุงกระสอบกระวีกระวาดเข้ามา คุณจะนึกถึงอะไรเป็นอย่างแรก

                แน่นอนว่าคือการปล้น!

                โดยเฉพาะผู้ชายที่เดินนำหน้าคนนั้น ชี้อัญมณีในตู้สินค้าแล้วพูดเสียงดังว่า“เอาของพวกนี้...ออกมาให้หมด!”

                แค่ประโยคนี้ ก็ทำเอาพนักงานหญิงหลายคนตกใจตัวสั่นระริกมีบางคนถึงขั้นเคลื่อนมือไปที่สัญญาณแจ้งเตือนแล้ว...

                แต่ทว่าขณะนั้นเองชายคนนั้นกลับล้วงบัตรใบหนึ่งออกมาอย่างผ่าเผย โยนใส่เคาน์เตอร์ “พวกคุณนิ่งอยู่ทำไม! รีบเอาอัญมณีออกมาให้ผม!ผมยุ่งมากนะ!”

                พนักงานหญิงคนหนึ่งเห็นดังนั้น ก็หยุดการกระทำที่จะกดสัญญาณแจ้งเตือนถามอย่างลังเลว่า “คุณผู้ชาย...คุณจะรูดบัตรเหรอคะ”

                “เหลวไหล! ถ้าผมไม่รูดบัตร จะให้ปล้นหรือไง” ชายคนนั้นกลอกตาใส่เธอ

                ในใจของพนักงานหญิงคนนั้นคิดในใจว่าคุณผู้ชาย เมื่อกี้ฉันคิดว่าคุณจะปล้นจริงๆ ซะอีก!

                เมื่อพนักงานคนนั้นได้ฟังก็โล่งอก ใจเย็นลงบ้างแล้ว

                “แล้วคุณผู้ชายลากถุงกระสอบมา ตั้งใจจะทำอะไรคะ”พนักงานขายอีกคนถามอย่างสงสัย

                “แน่นอนว่าใส่ให้เต็มถุงใบนี้” ชายคนนั้นตอบอย่างไม่ยี่หระ

                “ใส่...ใส่ให้เต็ม?” ทุกคนจ้องชายคนนั้นอย่างตะลึงพรึงเพริด

                คุณเคยเห็นคนลากถุงกระสอบมาซื้ออัญมณีไหม

                นี่มันอัญมณีนะ! ไม่ใช่ข้าวสาร!

                ไม่ง่ายเลยกว่าพนักงานขายจะสงบสติอารมณ์ได้บัดนี้เริ่มตกใจขึ้นมาอีกครั้ง

                เป็นอย่างที่คิด...พวกเราแจ้งความกันเถอะ!          

                ชายคนนั้นนึกอะไรขึ้นมาได้“อ้อไม่สิ ไม่ใช่ใส่ให้เต็มถุงใบนี้”

                เมื่อพนักงานได้ยินประโยคนี้ก็โล่งใจ

                ที่แท้คุณผู้ชายคนนี้ก็ล้อเล่นเองเหรอ

                “เพราะยังมีถุงกระสอบอีกใบ...อาจจะต้องใส่ให้เต็มสองกระสอบ!”

                ชายคนนั้นชี้ผู้หญิงที่อยู่ข้างหลัง

                เห็นผู้หญิงคนนั้นถือถุงกระสอบหน้าระรื่นท่าทางอยากรู้อยากเห็น...

                พนักงานขาย“…”

                ด้วยประการนี้ พนักงานร้านอัญมณีถูกอันหลินกับสวีเสี่ยวหลานปั่นหัวจนหัวหมุน...                                                                                                                 

     

    คล้ายกับเรื่องระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม ที่คุณอ่าน