อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

    บทที่ 54 บททดสอบเริ่มต้นขึ้น

    บทที่ 54 บททดสอบเริ่มต้นขึ้น




    ไม่ว่าจะพยายามหาอาจารย์อย่างไร นักเรียนทั้งหลายก็ไม่สามารถเจอคนเป็นอาจารย์ได้ ท่ามกลางความมืดมิดเช่นนี้ กอปรกับเสียงคำรามของสัตว์กลายพันธุ์ที่กำลังใกล้เข้ามา พวกเขาไม่สามารถควบคุมสติของตนเองได้เลย หลายคนแสดงความหวาดกลัวจนล้มลงไปนั่งกองกับพื้นด้วยซ้ำ




    “พวกเราไปกันเถอะ รีบออกไปจากที่นี่กันได้แล้ว ไม่อย่างนั้นพวกเราอาจจะตายกันหมดก็ได้”




    “ใช่ๆ พวกเราก็ต้องไปกันแล้ว อาจจะเกิดเรื่องขึ้นกับพวกอาจารย์จนไม่ได้เรียกพวกเรา” 




    “พวกเราอยู่ที่นี่โดยไม่มีอาจารย์ได้ยังไง พวกเราเพิ่งขึ้นชั้นปีที่หนึ่งเท่านั้นเอง เมื่อกลางวัน...พวกเราก็ทำได้แค่ยืนดูการต่อสู้ของอาจารย์เท่านั้น ยังไม่เคยได้ต่อสู้กับสัตว์กลายพันธุ์เองจริงๆเลยสักครั้ง”




    “ถึงฉันจะคิดติดตามนักล่าของตระกูลไปยังพื้นที่ล่ามาก่อนก็เถอะ แต่เวลานั้นฉันก็ไม่ได้ทำอะไรเหมือนกัน เพียงแค่ดูพวกเขาต่อสู้ด้วยความสนุกสนานเท่านั้น”




    “ใช่ ฉันเองก็เหมือนกัน ในเมื่อเป็นแบบนี้...พวกเราก็ออกเดินทางกันเถอะ ตอนนี้อาจจะหนีทันก็ได้” 


                


    เพราะความหวาดกลัวและไม่ได้ทันตั้งตัวทำให้พวกเขาเริ่มขาดสติ ทุกคนสนใจแค่ว่าจะหนีเอาตัวรอดออกไปยังไงเท่านั้น ที่ผ่านมาพวกเขาเคยต่อสู้จริงก็แค่กับพวกหุ่นซ้อมอินทรีย์เท่านั้น ไหนเลยจะเคยได้สู้กับพวกกลายพันธุ์โดยไม่มีคนในตระกูลปกป้องแบบนี้


                


    ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับการล่าในพื้นที่เขต A แล้วมีนักเรียนตายเป็นจำนวนมากหรือ? เห็นว่าไปล่ากันเป็นกลุ่ม 4-5 คน สุดท้ายก็ตายกันหมด ข่าวนี้ทำให้นักเรียนจากเขตชั้นในต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว สัตว์และพืชกลายพันธุ์ในเขต A นั้นอ่อนแอที่สุดก็จริง ทว่าเมื่อเทียบกันแล้ว...พวกมันไม่กลัวที่จะตาย แต่พวกเธอกลัว!


                


    ตอนนี้ในฐานะนักเรียนชั้นปีที่หนึ่ง พวกเธอรู้ว่าตัวเองมีดีกว่าพวกนักล่าทั่วไปก็แค่เรื่องพื้นฐานของร่างกายเท่านั้น เพราะกลายเป็นผู้ใช้พลังงาน ดังนั้นจึงมีร่างกายที่เหนือกว่า ส่วนทักษะใดๆ...เรียกว่าแทบจะไม่ต่างกันเลย


                


    บางที พวกนักล่าที่มีประสบการณ์การล่าจริงอาจจะแข็งแกร่งกว่าพวกเธอด้วยซ้ำไป ยิ่งคิดแบบนี้ ความหวาดกลัวก็ยิ่งเข้าครอบงำในหัวใจ


                


    เนื่องจากพวกเธอไม่มั่นใจในตัวเองแล้ว ก็ยังไม่มั่นใจในพวกพ้องด้วย ทุกคนที่นี่ก็เป็นมือใหม่กันทั้งนั้น ไม่เคยมีใครล่าพวกกลายพันธุ์เป็นอาชีพเหมือนพวกนักล่าเสียหน่อย ยิ่งคิดก็ยิ่งกลัว ยิ่งกลัวก็ยิ่งสติแตกกันไป




    “กลับไม่ได้หรอก”




    “หมายความว่ายังไงกลับไม่ได้น่ะ พวกเราต้องกลับไปได้สิ แค่รีบหนีตอนนี้...”




    “กลับไม่ได้ ไม่ใช่เพราะพวกกลายพันธุ์จะทำร้ายพวกเราจนตาย แต่ที่กลับไม่ได้ เป็นเพราะอนาคตของพวกเราขึ้นอยู่กับการทดสอบนี้ต่างหาก”




    “การทดสอบ?”




    “ใช่ ฉันคิดว่านี่เป็นการทดสอบจากอาจารย์ พวกเธอจำกฎที่อาจารย์พูดไว้ตั้งแต่ก่อนมาที่นี่ไม่ได้หรือไง นอกจากหน้าที่ที่พวกเราต้องล่าแกนพลังงาน 72 แกนแล้ว ก็มีอีกกฎหนึ่งที่พวกเราไม่ได้ใส่ใจตั้งแต่แรก นั่นก็คือ...ห้ามออกจากพื้นที่ล่าจนกว่าจะครบ 5 คืน 6 วัน”




    “....!!.....” แม้จะมีนักเรียนหลายคนที่ไม่อาจคิดตามได้ทัน ทว่าก็ไม่ใช่ว่านักเรียนชั้นปีที่หนึ่งทั้งหมดจะเป็นคนโง่ เมื่อสังเกตดูสถานการณ์แล้ว พวกเขาก็ค้นพบว่านี่น่าจะเป็นความตั้งใจของพวกอาจารย์ต่างหาก


                


    อาจารย์ตั้งใจทิ้งพวกเขาให้อยู่ที่นี่และดูแลตัวเอง ไม่อย่างนั้นจะมีกฎห้ามออกจากเขตพื้นที่ล่าไปทำไมตั้งแต่แรก เห็นได้ชัดว่านี่เป็นแผนที่วางเอาไว้แล้ว ส่วนพวกเขา...ถ้าอ่อนแอก็ต้องยอมแพ้กันไป




    หากในอนาคตพวกเขากลายเป็นนักล่าที่แท้จริง บททดสอบทางจิตใจจะเกิดขึ้นมากมาย และตอนนั้นมันก็คงไม่ง่ายดายแบบนี้แน่ ยกตัวอย่างเช่น หากพวกเขารับภารกิจของกองทัพแล้วเกิดเหตุฉุกเฉิน เป็นเหตุไม่คาดฝันและไม่ได้เตรียมการมาก่อน หากพวกเขาเลือกที่จะหนีทัพ ไม่ใช่แค่ปัญหาจะเกิดขึ้นกับตัวของคนหนีเองเท่านั้น แต่จะทำให้ชื่อเสียงของสถาบันย่ำแย่ไปด้วย ดังนั้น...เพื่อไม่ต้องการเก็บพวกจิตใจอ่อนแอและเห็นแก่ตัวเหล่านี้เอาไว้ การคัดกรองใสครั้งนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก




    “พวกเราจะต้องเตรียมพร้อมเพื่อรับมือกับสัตว์กลายพันธุ์ที่กำลังมาถึงแล้ว พวกเราจะหนีออกไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นทุกคนก็จะต้องออกจากสถาบัน”


                


    หลังจากที่มีคนหนี่งเตือนสติ นักเรียนคนอื่นๆก็คิดได้เช่นกัน พวกเขารีบพยักหน้ารับแล้วรีบเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ อย่างไรก็ตาม...ก่อนหน้านี้พวกเขาเสียเวลาไปมากแล้ว อีกทั้งยังไม่ได้เตรียมพร้อมเหมือนกับซูหยวนตั้งแต่แรก ดังนั้นยังไม่ทันที่จะได้เตรียมพร้อมอะไรมาก บางคนยังไม่ทันได้หยิบอาวุธด้วยซ้ำ สัตว์กลายพันธุ์ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าแล้ว




    “พวกมันคือโคเขาแหลมกลายพันธุ์!!” นักเรียนที่อยู่ด้านหน้าสุดร้องตะโกนบอกข้อมูล


                


    โคเขาแหลมกลายพันธุ์เป็นสัตว์กลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งมาก ผิวกายของมันไม่ธรรมดาเลย นักต่อสู้ที่ใช้อาวุธระยะไกลแทบจะไร้ประโยชน์เมื่อเจอพวกมันเช่นนี้ อย่างไรก็ตาม...ซูหยวนที่สะพายธนูอยู่ด้านหลังกลับผ่อนคลายลงไม่น้อยเมื่อเห็นศัตรูชุดแรก


                


    หากเป็นโคเขาแหลมกลายพันธุ์ล่ะก็...เธอก็น่าจะพอทำอะไรได้บ้าง หลังจากนั้นพวกเพื่อนนักเรียนก็น่าจะเตรียมพร้อมกันแล้ว




    “บ้าเอ้ย!! ทำไมต้องเป็นพวกมันด้วย ฉันยังเตรียมพร้อมไม่เสร็จเลย”




    “ใช่ ฉันก็ด้วย พวกนักสู้ระยะไกลก็ไร้ประโยชน์ในเวลานี้อีก พวกเรานักล่าระยะใกล้ก็จำเป็นต้องสวมชุดเกราะให้เสร็จก่อนนะ ไม่อย่างนั้นด้วยการโจมตีเดียวของพวกมัน อาจจะส่งพวกเราไปตายเลยก็ได้”


                


    เงื่อนไขของพวกนักล่าระยะใกล้เองก็มีอย่างที่พวกเขากังวล ก่อนที่จะต้องต่อสู้ พวกเขาต้องเตรียมพร้อมอุปกรณ์ให้ดี ไม่เหมือนพวกที่ต่อสู้ระยะไกล พวกนั้นสามารถขยับหนีศัตรูได้ถ้าเห็นแววไม่ดี แต่นักต่อสู้ระยะประชิดนั้นต่างออกไป พวกเขาต้องใช้ร่างกายเพื่อเข้าใกล้ศัตรูตั้งแต่แรก ซึ่งหมายความว่าถ้าหากพลาดท่าขึ้นมา...ก็มีแค่จุดจบที่ไม่สวยงามเท่านั้น




    “ถึงจะโจมตีไม่เข้า ก็ช่วยสกัดพวกมันเอาไว้ก่อน พวกนักต่อสู้ระยะประชิดต้องการเวลาเตรียมพร้อม”




    “อะไร? แล้วพวกเราไม่ต้องเตรียมพร้อมหรือไง! เพื่อให้มีระยะโจมตีที่เหมาะสม นักล่าระยะไกลอย่างพวกเราก็ต้องการเวลานะ”




    “หมายความว่ายังไง คนนั้นก็ทำไม่ได้ คนนี้ก็ทำไม่ได้ ตอนนี้มีคนที่พร้อมสำหรับต่อสู้อยู่แค่กี่คนเอง ถ้าไม่ช่วยกันก่อนก็พังกันทั้งหมดนี่แหละ!!”




    “ชิ! เอาคนที่พร้อมรับมือออกมาก่อน เร็วเข้า!” เสียงโหวกเหวกของพวกนักเรียนดังลั่น แทบจะดังกว่าเสียงของพวกโคเขาแหลมกลายพันธุ์อยู่แล้ว เพราะแบบนั้น...เสียงที่ดังมากจึงเรียกความสนใจจากสัตว์กลายพันธุ์มากขึ้นไปด้วย


                


    ในขณะที่พวกเขากำลังร้องโวยวายเพื่อที่จะผลักให้คนนั้นคนนี้เข้าต่อสู้ ร่างเล็กหนึ่งก็วิ่งออกไปข้างหน้าแล้ว นักเรียนทั้งหลายเห็นแค่เงาร่างหนึ่งพุ่งผ่านไป ก่อนจะเกิดเสียง


                


    ตึง!! ฟวับ!! ผลั๊วะ!!


                


    และตามด้วยเสียงร้องของโคเขาแหลมกลายพันธุ์ดังขึ้นเท่านั้น




    “รีบเตรียมพร้อมเร็วเข้า โคเขาแหลมสามตัวนี้ฉันสามารถจัดการได้” ร่างเล็กร่อนลงมาถึงพื้นหลังจากที่ก่อนหน้านี้กระโดดโจมตีใส่โคเขาแหลมกลายพันธุ์หนึ่งตัวไป และทำให้มันล้มลงได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว


                


    ซูหยวนสะบัดพลั่วสีดำในมือของตนเอง เลือดสีเขียวสาดกระจายออก เกิดเป็นภาพคล้ายกับเทพนักล่าที่ปรากฏตัวให้เห็น แม้ว่านักเรียนทั้งหลายจะตกใจกับท่าทางที่สง่างามของเธอ เนื่องจากพวกเขาไม่เคยเห็นอันซูหยวนที่ใช้พลั่วสีดำในการต่อสู้มาก่อน จึงไม่ได้คาดคิดว่าฝีมือในการต่อสู้ระยะประชิดของเธอแน่นอนยิ่งกว่าการโจมตีระยะไกลจากธนูอีก




    “เร็วเข้า” เมื่อเห็นทุกคนยังยืนบื้อ ซูหยวนก็สั่งพวกเขาอีกครั้ง คราวนี้นักเรียนทั้งหมดจึงได้สติ พวกเขารีบเข้าไปในกระโจมของตนเองเพื่อสวมใส่อุปกรณ์ พวกที่โจมตีระยะไกลก็รีบหาที่ของตนเองแล้วช่วยยิงสกัดพวกกลายพันธุ์ที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ


                


    ฉายาผู้สังหารโคเขาแหลมกลายพันธุ์ที่ซูหยวนตั้งให้ตนเองนั้นไม่เกินจริง เนื่องจากพลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของซูหยวน การฆ่าพวกมันจึงง่ายดายขึ้นกว่าเดิมเสียอีก


                


    ก่อนหน้านี้ในห้องทดสอบขององค์กรนักล่าสกุลจาง มีพวกมันเป็นจำนวนมาก และยังต้องเร่งทำเวลาด้วย ซูหยวนยังสามารถสังหารพวกมันได้ทั้งหมดรวดเดียวเลย นับประสาอะไรกับโคเขาแหลมกลายพันธุ์เพียงแค่สามตัวเท่านั้น


                


    ซูหยวนกระโดดจากโคเขาแหลมกลายพันธุ์ตัวหนึ่งไปยังอีกตัวได้ง่ายดาย ผ่านไปเพียงไม่ถึงหนึ่งนาทีก็สังหารตัวที่สองได้แล้ว ส่วนตัวที่สามนั้นไม่ต้องพูดถึง...เธอไม่ได้ใส่ใจมันมากด้วยซ้ำ


                


    โชคดีที่นักเรียนหลายคนเตรียมพร้อมเสร็จแล้ว พวกเขาจึงสามารถช่วยจัดการพวกลิเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์และแมลงปีกแดงกลายพันธุ์ที่ตามเสียงเข้ามาได้


                


    แน่นอนว่าพวกลิเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์ยังคงเป็นตัวอันตรายมากที่สุด พวกมันสามารถกระโดดได้สูงมาก และทุกการกระโดดก็มีจังหวะที่ทำให้พวกมันผ่านด่านหน้าในการต่อสู้เข้ามาระยะกลาง อันเป็นช่องว่างระหว่างนักล่าระยะประชิดและนักล่าที่โจมตีระยะไกล เป้าหมายของพวกมันย่อมเป็นนักล่าโจมตีระยะไกลที่เวลานี้กำลังยุ่งอยู่กับการต่อสู้กับพวกแมลงปีกแดง ดังนั้นพวกเขาจึงได้รับบาดเจ็บกันไปไม่น้อย


                


    เมื่อซูหยวนเห็นว่าด้านหลังกลายเป็นช่องโหว่ที่ทำให้สัตว์กลายพันธุ์โจมตีเข้ามาได้ เธอจึงถอนตัวจากด้านหน้าแล้วใช้ธนูของเธอเพื่อฆ่าศัตรูแทน


                


    แมลงปีกแดงนั้นไม่ได้มีร่างกายแข็งแรงนัก ถ้าสามารถโจมตีเข้าจุดตายได้ พวกมันก็แค่มีดีในด้านจำนวนเท่านั้น ดังนั้นเมื่อซูหยวนหยิบธนูของตนเองออกมา แมลงปีกแดงกลายพันธุ์เหล่านั้นก็ร่วงลงราวกับใบไม้


                


    ตอนนี้ลิเวอร์เร่อร์กลายพันธุ์เหลือจำนวนเพียง 2 ตัวเท่านั้น มันถูกจัดการไปแล้ว 2 ตัว จึงไม่สร้างความกดดันให้เพื่อนนักเรียนมากเหมือนเดิม พอซูหยวนถอนตัวจากแนวหน้าก็ไม่สร้างความลำบากมากนัก เธอหันไปจัดการแมลงปีกแดงที่บินอยู่รอบๆไปแล้ว 3 ตัว เป็นการโจมตีเข้าจุดตายทั้งหมด ทว่ายังมีอีก 5 ตัวที่อยู่ในระยะห่างเกินไป พวกมันกระจายตัวไปรอบๆ และทำให้นักเรียนคนอื่นสับสนไม่น้อย


                


    เพราะพวกเขายังไม่มีความเชี่ยวชาญมากนัก โอกาสที่จะโจมตีพวกมันก็น้อยไปด้วย นอกจากนี้ยังต้องระวังไม่ให้การโจมตีของตนเองโดนเพื่อนที่กำลังต่อสู้อยู่ ดังนั้นจึงทำได้เพียงจับกลุ่มล่าพวกมันเท่านั้น


                


    อีกประการที่ทำให้การจัดการแมลงปีกแดงเป็นไปได้ช้า ต้องบอกว่าปัญหานี้มาจากความเอนเอียงของผู้โจมตีระยะไกลที่มีน้อยกว่าผู้โจมตีระยะประชิดถึง 7 เท่า กล่าวคือในรุ่นของเธอ ผู้ที่มีความสามารถในการโจมตีระยะไกลมีแค่ 5 คนจาก 36 คน รวมอันซูหยวนด้วยแล้ว


                


    ดังนั้นตอนแรกที่สู้กับแมลงปีกแดงกลายพันธุ์จึงเป็นการต่อสู้ที่มากกว่า 1 ต่อ 1 การที่พวกเขายังคงโจมตีได้อยู่เช่นนี้ถือเป็นความเก่งกาจแล้ว


                


    หลังจากที่อันซูหยวนจัดการแมลงปีกแดงไปได้ 3 ตัว พวกนักล่าระยะไกลก็รู้สึกผ่อนคลายลงไปมาก พวกเขาวิ่งตามศัตรูไปเพื่อหวังปลิดชีพมันให้ได้ ตอนนี้เหลือพวกมันแค่ 5 ตัว ในขณะที่พวกเขาก็มี 5 คนเหมือนกัน ซูหยวนเข้าใจตำแหน่งของตนเองทันทีและพุ่งไปหาแมลงปีกแดงกลายพันธุ์ตัวหนึ่งที่กำลังทำลายกระโจมที่พักของพวกนักเรียนราวกับกำลังเล่นสนุก


                


    ซูหยวนยกธนูขึ้นมาเพื่อเล็งโจมตีมันในขณะที่กำลังใช้ปีกฟาดไปรอบๆ อย่างไรก็ตาม...ก่อนที่ศรของเธอจะถูกปล่อยออกไป จู่ๆแขนเล็กของเธอก็ถูกกระชากอย่างรุนแรงเสียอย่างนั้น


                


    แม้ว่าซูหยวนจะรู้อยู่แล้วว่ามีคนอยู่ไม่ไกล แต่เธอไม่ได้คิดว่าในจังหวะแบบนี้ คนพวกนั้นจะยังสร้างปัญหาให้กับเธออีกจนได้




    “นักเรียนทุนอัน!! เร็วเข้า เธอต้องจัดการแมลงปีกแดงตัวนั้นให้ได้ ดูสิ! มันกำลังทำลายกระโจมของฉันแล้ว” นักเรียนทุนชายคนหนึ่งกระชากซูหยวนและเกือบจะลากเธอให้ไปด้วยกัน ซูหยวนดึงแขนของตัวเองออกจากมืออีกฝ่าย คิ้วเรียวขมวดมุ่น นึกอยากจะปล่อยศรใส่หัวของชายคนนี้เหลือเกิน


                


    เธอมองไปเห็นแมลงปีกแดงตัวหนึ่งกำลังทำลายกระโจมพักเก่าๆอยู่จริงตามที่ทางนั้นพูด ทว่าไม่ไกลก็มีนักเรียนที่ใช้หน้าไม้กำลังเล็งโจมตีอยู่ แน่นอนว่านักเรียนทุนชายย่อมมองเห็น แต่เขาก็เห็นด้วยว่านักเรียนคนนั้นโจมตีพลาดท่ามาสองสามรอบแล้ว และนั่นก็ทำให้กระโจมที่เก่าอยู่แล้วเริ่มพังมากขึ้น


                


    สำหรับเขา การจะใช้เงินจำนวนมากเพื่อซื้อกระโจมเป็นไปได้ยากมากๆแล้ว ตอนนี้มันยังถูกทำลายต่อหน้าต่อตาอีก เขาย่อมไม่ต้องการเห็นเช่นนั้น




    …………………………………

    คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน