บทที่ 11: เข็มขัดจอมมาร
กลางหุบเขาแห่งหนึ่ง ชายสูงอายุสองคนยืนประจันหน้ากันอยู่
มีโดมสีฟ้าใสขนาดใหญ่ขึ้นมาคลุมทั้งสองคน นั่นคือค่ายกลป้องกันที่กางไว้เพื่อมิให้ความเสียหายจากข้างในรั่วไหลออกไปข้างนอก ที่โล่งท่ามกลางหุบเขาบรรยากาศเงียบสงัดไร้เสียงของสิ่งมีชีวิตทั้งปวง ผู้เฒ่าทั้งสองคนหลับตาหลับตาลงพร้อมกัน จากนั้นเกิดเสียงดังและการะเิมากมายกระจายไปรอบค่ายกล “ฉั้วะ ตู้ม ฟิ้ว ฉับ ฉับ” ทั้งสองคนยังยืนนิ่งอยู่กับที่สองมือไพล่หลัง มีแต่ชุดที่พลิ้วไหวตามแรงลมแต่ไร้รอยขีดข่วน แต่ปราณดาบและปราณกระบี่ส่งมาปะทะกันอย่างไม่ขาดสาย จากแสงแดดยามบ่ายจนพระอาทิตย์คล้อยต่ำลงจนฟ้าเริ่มเปลี่ยนสี ในที่สุดชายเสื้อของจอมมารชุดดำก็ขาดเพราะโดนปราณดาบของอดีตเ้าสำนักสุญญตาดารา การต่อสู้จึงจบลง
โถงสมบัติแห่งสำนักสุญตาดาราตั้งอยู่ลึกลงไปใต้ดินของยอดเขาหลัก บรรยากาศภายในเต็มไปด้วยกลิ่นอายความเก่าแก่และพลังิญญาที่เข้มข้นจนแทบจะจับตัวเป็หยดน้ำ ค่ายกลป้องกันนับร้อยชั้นซ้อนทับกันอย่างซับซ้อน
“สำนักเราแม้จะอยูอันดับ 9 แต่ก็เป็สำนักเก่าแก่ที่สุด ขึ้นอยู่กับวาสนาของเ้าแล้ว” ซูซินบอกกับเกาจิ้ง คำนั้นทำให้แววตาเขาสว่างวาบขึ้นมา่หนึ่ง
“เอาล่ะ เ้า…” ซูซินกำลังจะหันมาบอกแต่เกาจิ้งหายไปแล้ว เหลือแต่เส้นประรูปคนที่เสมือนว่าเขาเคยยืนอยู่ตรงนั้น ตัวจริงเข้าห้องสมบัติไปแล้ว
เกาจิ้งเดินดูสมบัติรอบๆ อย่างใจเย็น แววตาของเขาสว่างวาบขึ้นมาครู่หนึ่ง ศาสตราวิเศษพวกนี้มีพลังรุนแรงก็จริง แต่มันไม่ตอบโจทย์วิถีการเอาชีวิตรอดของเขา ทันใดนั้น เขาก็เพ่งสมาธิเปิดใช้งาน ‘เนตริญญา’ ทักษะการมองเห็นกระแสพลังที่ติดตัวมา ก่อนที่จะส่งคำถามสั้นๆ เข้าไปในหัว
‘แชท ในห้องนี้มีชิ้นไหนที่ซ่อนฟังก์ชันพิเศษหรือมีประโยชน์คุ้มค่าที่สุด?’
ภาพในหัวของเขาสว่างวาบขึ้น ระบบทำการสแกนวัตถุทั้งหมดในห้องอย่างรวดเร็ว ก่อนจะขึ้นกรอบสีแดงเน้นไปที่จุดสองจุดใกล้ๆ และจุดที่สามตรงมุมอับสุดของชั้นวางแถวสุดท้าย ตอนนี้เกาจิ้งใช้เนตริญญาได้30วิโดยไม่มีผลกระทบแล้ว ั้แ่กายาไร้มนทิลตื่นขึ้นมา
[-ตรวจพบไอเทมระดับตำนานที่ถูกปิดผนึก: เข็มขัด-ตราหยก-กระบี่] [-สถานะ: รอการเชื่อมต่อิญญา.]
เกาจิ้งเดินไปดูกระบี่ที่อยู่ใกล้ที่สุด “สวยงามและโดดเด่นเกินไป คนไร้ความผิด แต่มีของล้ำค่ากับเป็ภัย” เกาจิ้งรีบเอามือปิดปาก “เชี้ย! โคตรคม ตรูพูดออกมาได้ไงวะ”
[เป็นิสัยเก่าของเ้าของร่าง เสี้ยวความคิดหนึ่งของท่านตรงกันพอดี เลยพูดออกมาแบบไม่รู้ตัว]
เกาจิ้งเดินไปดูตราประทับหยกก็ยังไม่ถูกใจ เขาตรงไปที่มุมเก็บเข็มขัดทันที บนชั้นวางฝุ่นเขรอะ มีเพียงเข็มขัดหนังสีดำเก่าๆ เส้นหนึ่งวางอยู่ มันดูไร้ค่าและไม่มีกลิ่นอายปราณใดๆ แผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อยซึ่งตรงใจเขา เมื่อระบบการันตี เขาจึงไม่ลังเลที่จะคว้ามันขึ้นมา เกาจิ้งนึกถึงตอนอาจาร์ซูซินเอาเรือเหาะออกมาจากเข็มขัด เขาก็เข้าใจแล้วว่า พอระดับสูงจะหาสมบัติพวกนี้คงไม่ยาก แต่ตอนนี้ไม่ควรมีสมบัติเวทที่เด่นเกินไป
“ข้าเลือกชิ้นนี้ครับ ท่านอาจารย์” เกาจิ้งเดินกลับมาหาเ้ายอดเขาโอสถ
ซูซินขมวดคิ้วมองเข็มขัดหนังเก่าๆ ในมือชายหนุ่ม “เ้าแน่ใจหรือ? สิ่งนั้นถูกวางทิ้งไว้ั้แ่สมัยอดีตเ้าสำนัก มันไม่มีค่ายกลเวทหรือพลังป้องกันใดๆ เลยนะ เป็เพียงของเก่าเก็บเท่านั้น เ้ายังมีโอกาสเปลี่ยนใจ”
“วาสนาของข้าคงเชื่อมโยงกับสิ่งนี้ ข้าตัดสินใจแล้วครับ” เกาจิ้งยืนยันหนักแน่น ซูซินจึงได้แต่ถอนหายใจและลงบันทึกการเบิกจ่ายสมบัติให้เขา
เมื่อกลับมาถึงห้องพักส่วนตัวบนยอดเขาที่เก้า เกาจิ้งไม่รอช้า เขากรีดนิ้วหยดเืลงบนเข็มขัดหนังสีดำ พร้อมกับส่งพลังปราณเข้าไปกระตุ้น เข็มขัดดูดกลืนเืของเขาไปจนหมดสิ้น ก่อนที่ลวดลายอักขระสีแดงเืจะสว่างวาบขึ้นมาและจางหายไป
- เข็มขัด 5 สะพาน์: ระดับ: วัตถุเวทระดับ์
-เอฟเฟกต์พิเศษ: เปลี่ยนรูปลักษณ์ดังใจนึก,ปกปิดกลิ่นอาย, ดูดซับเศษิญญาเพื่อสะสมพลังงาน,รักษาคุณสมบัติของวัตถุดิบ
ทันทีที่การทำพันธสัญญาเสร็จสิ้น ข้อมูลของเข็มขัดก็หลั่งไหลเข้ามาในหัว ‘เข็มขัดจอมมาร’ ชิ้นนี้มีความสามารถในการพรางตัวขั้นสุดยอด มันสามารถคัดลอกรูปลักษณ์และปรับเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็เข็มขัดแบบอื่น หรือแม้แต่ผ้าคาดเอวธรรมดาๆ สีอะไรก็ได้ เกาจิ้งนึกภาพผ้าคาดเอวสีขาวเรียบๆ เข็มขัดในมือก็แปรสภาพกลายเป็ผ้าคาดเอวสีขาวนุ่มลื่นที่ดูเนียนตาในพริบตา
แต่สิ่งที่ทำให้เขายิ้มกว้างคือช่องเก็บของมิติทั้ง 5 ช่องที่ซ่อนอยู่ภายใน!
ช่องที่ 1: พื้นที่เก็บของขนาด 5x5 เมตร เป็ช่องธรรมดาสำหรับหยิบจับสิ่งของทั่วไปที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ช่องที่ 2: พื้นที่เก็บของขนาดมหึมา 500x500 เมตร! เมื่อเกาจิ้งส่งจิตเข้าไปสำรวจ เขาถึงกับผงะ เพราะภายในนั้นไม่ได้ว่างเปล่า มันมีซากรถม้าโบราณ และกองกระดูกของสัตว์ิญญาขนาดั์ที่ตายมานานนับพันปีสุมรวมกันอยู่ ช่องที่ 3: พื้นที่ว่างเปล่าขนาด 1 ตารางกิโลเมตร ความพิเศษของช่องนี้คือมันมีอากาศและสภาวะแวดล้อม สิ่งมีชีวิตสามารถเข้าไปอยู่ด้านในได้! ช่องที่ 4: ช่องกักเก็บรักษาสภาพ มิติในช่องนี้เวลาจะหยุดนิ่ง สมุนไพรหรือของสดที่ใส่เข้าไปจะไม่มีวันเน่าเปื่อยหรือสูญเสียพลังปราณ ช่องที่ 5: ช่องกักขังิญญา ภายในนี้เต็มไปด้วยเสียงโหยหวน มีดวงิญญาที่ถูกจองจำเอาไว้กว่าสองร้อยดวง! จากข้อมูลที่ขึ้นมา ทำให้เกาจิ้งรู้ว่า ช่องนี้เกิดจากการหลอมศาสตราเวท ธงหมื่นิญญากับผลึกมณีบำรุงิญญา ให้เป็ผลึกมณีกักเก็บิญญา ทันทีที่รู้ว่ามีเ้าของใหม่ปรากฏขึ้น ิญญาข้างในร่ำร้องยินดี ข้างในมีแต่ิญญาที่มีพลังระดับสูง และมีเคล็ดวิชาบางอย่าง เกาจิ้งรู้ว่าตอนนี้เขายังมีพลังไม่พอ จึงวางความสนใจจากมันไว้ก่อน
“ของโคตรดี! มาสักทีสมบัติโกงฮ่าฮ่า” เกาจิ้งหัวเราะร่า นี่มันไอเทมระดับโกงชัดๆ
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เกาจิ้งจึงลองดึงสติสัมปชัญญะและร่างเนื้อของตนเองมุดเข้าไปในช่องที่ 3 ซึ่งเป็พื้นที่ขนาดหนึ่งตารางกิโลเมตร
ทันทีที่เท้าของเขาััพื้นดินในมิติปิดนั้นเอง บรรยากาศรอบด้านก็เย็นะเื แสงสีเหมือนตอนค่ำคืนที่มีแสงจันทร์เต็มดวงให้พอมองเห็น กลิ่นอายชั่วร้ายสายหนึ่งพุ่งพรวดออกมาจากความว่างเปล่า มันก่อตัวเป็กลุ่มควันสีดำทะมึนที่มีใบหน้าดุร้าย
“ฮ่าฮ่าฮ่า! ในที่สุด... ในที่สุดก็มีร่างเนื้อสดๆ หลงเข้ามาเสียที ร่างกายนี้ ข้าขอรับไปล่ะ!”
เสียงคำรามแหบพร่าดังก้อง ก่อนที่กลุ่มควันนั้นจะพุ่งทะลวงเข้าสู่กลางหน้าผากของเกาจิ้งอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ!
เกาจิ้งหน้ามืดทะมึน สติของเขาถูกดึงกระชากลงสู่ ‘ทะเลจิติญญา’ ของตนเอง เสี้ยวิญญาของจอมมารที่ซ่อนตัวหลับใหลอยู่ในเข็มขัดมานานนับพันปีกำลังพยายามจะกลืนกินสติสัมปชัญญะของเขาเพื่อยึดร่าง
“บัดซบ! โดนของแถมเล่นงานเข้าแล้ว!” เกาจิ้งสบถ พยายามรวบรวมจิตต่อต้าน
แต่ในเสี้ยววินาทีที่ิญญาจอมมารกำลังจะแผ่ขยายอาณาเขตนั้นเอง ลึกลงไปในก้นบึ้งของทะเลจิติญญาของเกาจิ้ง กลับมีแสงสว่างวาบขึ้น! มันคือ ‘เสี้ยวิญญาดั้งเดิม’ ของเ้าของร่าง เ้าของร่างตัวจริงยังคงหลงเหลือเสี้ยวิญญาอยู่ และฝังรากลึกผสานไว้ใต้ทะเลิญญาของเขาอย่างแยกไม่ออก
ทันทีที่มีสิ่งแปลกปลอมบุกรุก เสี้ยวิญญาดั้งเดิมนั้นทำหน้าที่เสมือนกำแพงเหล็กกล้าหรือระบบป้องกันภัยขั้นเด็ดขาด มันเปล่งแสงสะท้อนพลังชั่วร้าย! ทำให้ิญญานั้นอ่อนกำลังลง
“อ๊ากกก! นี่มันิญญาซ้อนทับ! กฎเกณฑ์แห่งฟ้าดินปฏิเสธการยึดครอง! เป็ไปไม่ได้!” จอมมารกรีดร้องอย่างโหยหวนเมื่อพบว่าตัวเองไม่สามารถทะลวงผ่านการป้องกันนี้ได้ ซ้ำร้าย พลังิญญาอันมหาศาลของจอมมารกลับถูกทะเลจิติญญาของเกาจิ้งบดขยี้และดูดซับเข้ามาอย่างตะกละตะกลาม
เกาจิ้งมองดูฉากตรงหน้าด้วยความตื่นตะลึงปนยินดี เขาค้นพบความจริงข้อหนึ่งที่ทำให้เขาสบายใจไปตลอดกาล... ร่างกายนี้ เป็ร่างที่ ‘ไม่มีใครสามารถแย่งชิงหรือยึดร่างได้’ อย่างเด็ดขาด!
เมื่อิญญาจอมมารแตกสลายกาลยเป็พลังบริสุทธิ์ไหลเวียนเข้าสู่จิตของเกาจิ้ง พร้อมกับความทรงจำบางส่วน จอมมารทิ้งเสี้ยวิญญาไว้ในหยกคัมภีร์กลืนิญญาแล้วทิ้งไว้ช่องเก็บของนี้ ภาพฉายในหัวแสดงให้เห็นถึงการต่อสู้สั่นะเืฟ้าดินในอดีต กลางหุบเขาแห่งหนึ่ง ชายสูงอายุสองคนยืนประจันหน้ากันอยู่
“พี่เฉียน รอบนี้ท่านเอาอะไรมาเดิมพันละ” ชายร่างผอมผมสีม่วงแซมขาวในชุดดำถามชายอีกคน
“โอสถกำเนิดิญญา ไม่ทราบพอจะทำให้ท่านสนใจหรือไม่” ชายผมดำแซมขาว ใช้มือลูบเคราอย่างมั่นใจ
“โฮ่…น่าสนใจมาก ของที่เ้าอยากได้คือเข็มขัดนี่เหมือนเดิมสินะ เอาล่ะ มาเริ่มกันเถอะ” พอเขาพูดจบก็มีโดมสีฟ้าใสขนาดใหญ่ขึ้นมาคลุมทั้งสองคน ทั้งสองคนหลับตา จากนั้นเกิดเสียงดังและการะเิมากมายกระจายไปรอบค่ายกล “ฉั้วะ ตู้ม ฟิ้ว ฉับ ฉับ” ทั้งสองยังยืนนิ่ง แต่ปราณดาบ ปราณกระบี่ส่งมาปะทะกันอย่างไม่ขาดสาย จากแสงแดดยามบ่ายจนพระอาทิตย์คล้อยต่ำลงจนฟ้าเปลี่ยนสี ในที่สุดชายเสื้อของจอมมารชุดดำก็ขาดเพราะโดนปราณดาบของอดีตเ้าสำนักสุญญตาดารา การต่อสู้จึงจบลง จอมมารถอดเข็มขัดมอบให้อดีตเ้าสำนัก
อดีตเ้าสำนักเก็บเข็มขัดมาได้โดยไม่รู้เลยว่ามีเสี้ยวิญญาของจอมมารหลบหนีเข้าไปซ่อนอยู่ด้านใน
นอกจากพลังิญญาที่เพิ่มพูนขึ้นมหาศาลแล้ว เกาจิ้งยังได้รับ ‘วิชากลืนิญญา’ จากคัมภีร์หยกที่จอมมารทิ้งไว้ ทักษะลับของจอมมารที่สามารถดูดซับพลังจากิญญาดวงอื่นมาเสริมความแข็งแกร่งให้ตนเองได้
“เ้ายังกังวลกับที่ที่เ้าจากมา มันทำให้การบำเพ็ญของเ้าล่าช้า และอนาคตจะเป็มารในใจ”
เสียงที่เกาจิ้งจำได้ดีเพราะเป็เสียงที่พาเขามาที่นี่ดังขึ้นในใจเขา
*ใช่สิ วันนั้นข้ากับหลินตกลงว่าจะเป็ของกันและกัน แต่ดันเกิดเื่ซะก่อน โธ่ ครั้งแรกของข้า*
“ข้าต้องทำอย่างไร?” เกาจิ้งถามอย่างสงสัยเพราะเขาก็ไม่รู้ว่าจะแก้ยังไง
“ข้าจะผนึกความจำบางส่วนของเ้า เ้าแค่คิดว่ามาผจญภัย พอเ้าตื่นที่โลกของเ้า เ้าก็จะหายาเ็ ในโลกนี้แค่ตั้งใจฝึกเพื่อเอาชีวิตรอด ‘วิชาพันหมื่นฝึกได้ หาได้รู้แจ้งทั้งพันหมื่นไม่ เต๋าคือธรรมชาติ ธรรมชาติในตัวเ้าคือเต๋า ฝึกฝนบำเพ็ญเพื่อมรรคาสูงสุด สูงสุดของมรรคากับว่างเปล่า’ ” แล้วแสงิญญาสีทองก็หายไป
เกาจิ้งได้สติ เก็บเคล็ดวิชาของจอมมารแล้วแตะที่หน้าผาก เคล็ดวิชากลืนิญญาวิ่งเข้ามาในหัว เขานั่งปรับลมปราณและพิจารณาวิชาอยู่พักใหญ่
“คิดซะว่าเล่นเกมเสมือนจริงละกัน” เกาจิ้งไม่รู้ตัวเลยว่าตอนนี้ความทรงจำบางส่วนถูกผนึกไว้แล้ว
“มีิญญาในช่องที่ห้าอีกสองร้อยกว่าดวง... หึหึ เอาไว้เป็เสบียงค่อยๆ ดูดซับก็แล้วกัน” เกาจิ้งยิ้มเหี้ยมก่อนจะดึงสติกลับออกมาสู่โลกภายนอก
หลังจากจัดการปัญหาในเข็มขัดเสร็จสิ้น เกาจิ้งก็นำเคล็ดวิชาที่เ้าสำนักมอบให้ออกมาจากความทรงจำ มันคือ ‘เคล็ดหลอมกาย’ ซึ่งเป็วิชาสายเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางกายภาพ
เกาจิ้งไม่รอช้า เขาใช้วิธีเดิมในการสอบถามระบบ ‘แชท วิชานี้มีจุดติดขัดตรงไหน ถ่ายทอดเส้นทางโคจรปราณที่สั้นและมีประสิทธิภาพที่สุดมาให้ที’
ภาพเส้นชีพจรและจุดลมปราณสว่างวาบขึ้นในหัว เกาจิ้งใช้เวลาสองวันในการทำความเข้าใจเคล็ดวิชาขั้นแรกจนทะลุปรุโปร่งในขั้นแรก แต่ปัญหาคือ การจะดึงศักยภาพของ ‘กายาไร้มลทิน’ ออกมาผสานกับเคล็ดหลอมกายได้อย่างสมบูรณ์ ร่างกายต้องเผชิญกับสภาวะวิกฤตเพื่อกระตุ้นการฟื้นฟูและผลัดเปลี่ยนเซลล์
“ต้องบีบคั้นตัวเองสินะ...”
เกาจิ้งเดินไปที่ตู้เก็บยา เขาหยิบขวด ‘พิษแมงมุมเหมันต์’ ที่หลอมพลาดในตอนฝึกปรุงยาออกมา มันคือพิษร้ายแรงที่ทำให้เส้นชีพจรอยู่ในสภาวะเยือกแข็ง
“เอาวะ! ลองดู” ^_^! 
ชายหนุ่มกระดกขวดพิษกลืนลงคอโดยไม่ลังเล! ความเย็นเยียบเสียดแทงทะลุอวัยวะภายใน ความเ็ปแล่นริ้วไปทั่วร่าง แต่ในขณะเดียวกัน ‘กายาไร้มลทิน’ ก็ตื่นขึ้น มันทำปฏิกิริยาต่อต้านสิ่งแปลกปลอมทันที พลังปราณหมุนวนทั่วร่าง ขับไล่พิษร้ายออกทางรูขุมขน ส่วนไหนเป็พลังงานก็หลอมรวมเนื้อเยื่อที่เสียหายให้กลับมาแข็งแกร่งกว่าเดิม ผิวพรรณของเขาเปล่งประกายระยิบระยับ การฝึกกายมีสี่ขั้น กายปฐี,กายทองแดง,กายทองคำ,กายะ
เมื่อการต่อต้านพิษจบลงเขาจึงเข้าใจแล้วว่ากายาไร้มลทินแม้พิษจะทำอะไรไม่ได้ แต่เขาต้องให้ร่างกายรู้จักพิษนั้นๆ ก่อน และก่อนที่จะรู้จักทั้งหมด เขาต้องเจอกับความเ็ปจากพิษต่างๆ เกาจิ้งยังรู้สึกไม่พอ เขาเดินออกจากห้องพัก มุ่งหน้าไปยัง ‘หอฝึกยุทธ์’ ของสำนัก แต่เจอพวกศิษย์พี่มาดักรอที่หน้าบ้าน
“ออกมาสักที ข้าให้คนเฝ้าดูที่นี่มาสองวันแล้ว ข้าจะพาศิษย์พี่ของเ้ามาแนะนำให้รู้จัก” ชูหรันอธิบาย “นี่หลี่เสียนศิษย์พี่รอง ซููเซียนหนิวศิษย์พี่สาม เยี่ยหรินซวงศิษย์พี่สี่ ส่วนจางเทียนจื้อเ้าห้าไปทำภารกิจ พวกเราทุกคนพักอยู่ฝ่ายใน” ชูหรันแนะนำทุกคน เกาจิ้งประคองหมัดคารวะทุกคน
“คารวะศิษย์พี่ทุกคน ข้าขอฝากตัวด้วย” ทุกคนเข้ามาทำความรู้จักพร้อมมอบโอสถเป็ของขวัญให้คนละขวด หลังทำความรู้จักและพูดคุยกับพวกศิษย์พี่แล้ว เกาจิ้งก็ไปหอฝึกยุทธ์
สถานที่นี้มีไว้สำหรับฝึกซ้อมการต่อสู้ เกาจิ้งเดินเข้าไปในห้องฝึก เขาตั้งค่าหุ่นเชิดกลไกโลหะจำนวนห้าตัวให้อยู่ในโหมดโจมตี ‘ระดับหลอมปราณขั้นเก้า’ ซึ่งเป็ระดับที่สูงกว่าเขาสี่ขั้น!
“ไม่ได้เตะต่อยมานาน มาดูว่าคณิต ศิษย์ครูดำรงค์จะลืมวิชาไปหมดหรือยัง” เกาจิ้งคิดถึงตอนอายุ14-15 ที่ไปชกมวยวัดหาเงินแล้วรู้สึกคึกคักขึ้นมา
เมื่อหุ่นเชิดเริ่มทำงาน พวกมันพุ่งเข้าใส่เกาจิ้งด้วยความเร็วสูง หมัดโลหะและทวนไม้ไร้คมหวดเข้าใส่ร่างของเขาอย่างรุนแรง
เปรี้ยง! ปั้ก! โครม!
แทนที่เกาจิ้งจะใช้วิชาย่างก้าวไร้ขอบเขตหลบหลีก เขากลับยืนหยัดฝืนรับการโจมตีเ่าั้ด้วยร่างกายเนื้อๆ! และใช้มวยไทยเข้าสู้ไม่ใช้วิชาดัชนีวิญาณ หรือม่านปราณสลาย ร่างของเขากระเด็นไปกระแทกกำแพงครั้งแล้วครั้งเล่า กระดูกลั่นกรอบแกรบ เืไหลกบปาก แต่เขากลับหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
“เข้ามาอีก! แรงแค่นี้ยังไม่ได้ครึ่งของการโดนต่อยในสังเวียนเลยโว้ย!”
ทุกครั้งที่เขาถูกอัดจนบอบช้ำ กายาไร้มลทินและเคล็ดหลอมกายาก็จะทำงานร่วมกัน สูบปราณฟ้าดินเข้ามาซ่อมแซมและบีบอัดกล้ามเนื้อให้แ่าขึ้น แต่มันต้องใช้เวลาและการพักฟื้น เกาจิ้งหอบร่างบอบช้ำกลับมานอนพักที่บ้าน
จบตอน.