ณ ห้องโถงฝั่งซ้าย
หลังจากที่ปิย์เนสต้าพูดทุกคนก็ได้ครุ่นคิดว่ามันคุ้มหรือไม่ หรือส่งผลอะไรกับตนมากเพียงใด ถึงแม้ข้อเสมอมันจะดีมากก็ตามแต่ผลประโยชน์ของอีกฝั่งล่ะ
แฟร์นั้นไม่เชื่อเท่าไหร่ที่ปีย์เนสต้าพูดขึ้นมาแม้ว่าจะบอกว่าอยู่ได้อีกไม่นาน แต่นั่นเป็คำพูดน่าเชื่อถือได้แค่ไหน หรือเป็คำหลอกลวงกันแน่ มีคำถามมากมายอยู่ในหัวของแฟร์ตอนนี้ แต่ก็ได้มีคนพูดขึ้นมาเปิดประเด็นเสียก่อน
เด็กหนุ่มผมสีทองพกดาบพาดหลังเดินมาข้างหน้ากลุ่มเสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินมานั้นได้ดึงดูดความสนใจรอบข้าง
“สวัสดีทุกคนครับผม “เรส” อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าทุกอย่างมันดูมันไม่น่าเชื่อถือไปซะหมด และไม่รู้เลยว่าอันตรายนั้นมากน้อยแค่ไหน และคำพูดของปีย์เนสต้านั้นเชื่อถือได้มากแค่ไหน แต่ก็ใช่ว่าเราจะเสียผลประโยชน์สักหน่อยครับ”
หลังจากเรสพูดจบมีบางคนได้พูดโต้กลับมา
“หมายความว่ายังไงคะ?”
โอลิเวียได้ยกมือถามขึ้นมาถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
“อยากที่คุณปีย์เนสต้าบอกว่าถ้าเราไม่้าเราสามารถออกไปจากที่นี่ได้จริงใช่มั้ยครับ”
เรสหันหน้าไปทางปีย์เนสต้า ปีย์เนสต้าเองก็ได้ทวนคำตอบของตน
“อย่างที่กระผมได้บอกไปถ้าคุณไม่้าทางเราสามารถส่งตัวคุณกลับไปยังข้างล่างได้นะครับ”
หลังจากพูดจบเรสได้หยิบจดหมายของตนออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ปีย์เนสต้าได้เหลือบมองจดหมายที่เรสถืออยู่ เรสนั้นได้หันไปมองหน้าปีย์เนสต้า และสายตาที่มองราวกับเห็นบางสิ่งหรือความลับบางอย่าง เรสได้จับจดหมายขึ้นมา และเตรียมที่จะฉีกทิ้ง
ปีย์เนสต้านั้นรีบจับมือของเรสไว้ก่อนที่เรสจะเริ่มฉีกเสียอีก
“คุณเรสกระผมไม่แนะนำให้กระทำแบบนั้นนะครับ”
“หมายความว่ายังไงครับ นี่มันจดหมายของผมนี่ผมจะทำยังไงก็ได้ไม่ใช่เหรอครับ”
เรสกับปีย์เนสต้าต่างจ้องมองกัน และไร้ซึ่งเสียงจากภายในกลุ่ม
ถึงแม้ปีย์เนสต้าจะมีหน้ากากปกปิดบางส่วน ประกอบกับร่างกายของเขาที่แสดงท่าทีออกมาดูนิ่งเฉย กลับกันนั้นน้ำเสียงของเขากลับดูตื่นตระหนกอยู่เล็กน้อยต่อการกระทำของเรส
“เพราะจดหมายของทุกคนคือใบผ่านทางที่จะมาที่นี่ครับ ถ้าคุณฉีกจดหมายทิ้งนั่นเท่ากับพวกคุณจะถูกส่งไปยังเบื้องล่างครับ”
เรสได้ยิ้มออกอย่างเป็มิตรกับปีย์เนสต้าและหันหน้ามาทางกลุ่ม
“เห็นมั้ยครับทุกคน ถึงแม้ว่าพวกเราจะตกอยู่ในอันตรายก็จริง แต่ก็ใช่ว่าพวกเราไม่มีทางหนีซะหน่อย”
เรสนั้นได้แสดงการกระทำที่ดูน่าเชื่ออย่างมาก นั่นทำให้การตัดสินใจส่วนใหญ่ไปทิศทางเดียวกันแฟร์เองก็เช่นกัน
“เหอะ! ถ้าพวกแกอยากกลับมากนัก ก็กลับไปซะฉันไม่อยากอยู่กับพวกอ่อนหัดนักหรอก”
มาร์ก้าได้เดินเข้ามาหาเรสด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด
“แล้วก็แก อย่าทำตัวมาสั่งฉันเข้าใจมั้ย!?”
มาร์ก้าได้จ้องไปที่หน้าของเรสออร่าของมาร์ก้าได้ออกมาอีกรอบ แต่คราวนี้มันต่างไปจากก่อนหน้า ออร่ามันแผ่พุ่งไปที่เรสเพียงคนเดียว
“แน่นอนครับ คุณมาร์ก้าผมไม่ได้คิดอยากเป็หัวหน้าหรอก แต่ผมเพียง้าช่วยทุกคนแค่นั้นเอง”
แรงกดดันที่มาร์ก้าแสดงออกมานั้นรุนแรงเป็อย่างมาก แต่เรสกลับไม่ได้สะทกสะท้านมีเพียงรอยยิ้มเท่านั้น มาร์ก้าเองได้มองเรสเป็เพียงแค่แมลงตัวหนึ่งที่จะเหยียบย้ำเมื่อไหร่ก็ได้ จึงไม่สนใจมากนักและเรสนั้นไร้ซึ่งการตอบโต้
“หึ!”
มาร์ก้าได้เดินแยกวงออกไป และไปยืนอยู่ตรงมุมห้อง
หลังจากนั้นไม่นานทุกคนก็ได้ตัดสินใจที่จะอยู่ต่อ ปีย์เนสต้าเองหลังจากเห็นเช่นนั้นปีย์เนสต้าได้หยิบสมุดบันทึกขึ้นมา
“หลังจากที่ทุกคนได้ตัดสินใจแล้ว กระผมจะมีการทดสอบเล็กน้อยให้พวกคุณครับ ซึ่งเป็การทดสอบ “อาร์เทอร์” ในตัวของทุกคนครับ
“อาร์เทอร์”นั้นมีหลากหลายประเภทและทางเราได้จัดจำแนกออกเป็ 3 ประเภทด้วยกัน
ประเภทแรกนั้น เป็อาร์เทอร์ที่ทรงพลังและมีพลังกายที่มากกว่าคนทั่วไปมี เรียกว่า "อาร์เทอร์แห่งพลัง"
ประเภทสองนั้น ความรู้คือทุกสิ่งและจะแสวงหาบางสิ่งจากความรู้ของตนและหวั่นไหวไปกับความรู้ เรียกว่า "อาร์เทอร์แห่งความรู้"
ในส่วนของประเภทที่สามนั้น เป็รูปแบบที่ไม่ตายตัวมากนักและเป็อาร์เทอร์ที่เฉพาะตัวอย่างมาก "อาร์เทอร์แห่งดวงดาว”
ในตอนที่ปีย์เนสต้าได้อธิบายอาร์เทอร์แต่ละประเภทอยู่ระหว่างนั้นได้มีบริกรหน้ากากกระต่ายเดินเข้ามา บริกรนั้นได้แจกกล่องสี่เหลี่ยมสีดำขนาดเท่าฝ่ามือให้กับทุกคน
“สิ่งที่อยู่ในมือทุกคนนั้นเป็สิ่งจำแนกอาร์เทอร์ของทุกคนครับ ปุ่มสีขาวที่อยู่บนลูกบาศก์สีจะแบ่งตามความสามารถของคนครับ”
หลังจากปีย์เนสต้าอธิบายจนจบทุกคนก็ทำตาม แฟร์ได้กดปุ่มสีขาวบนลูกบาศก์ และแล้วภาพตรงหน้าก็มืดลง
“แฟร์ แฟร์ แฟร์”
เป็เสียงเรียกที่ชวนคิดถึงอะไรเช่นนี้ เสียงนี้เป็เสียงของใครกับแน่นะ
“แฟร์ แฟร์”
เสียงเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ ทำไมเสียงนี้ถึงชวนคิดถึงขนาดนี้
“แฟร์!!”
“ลูกเป็อะไรรึเปล่า แม่เรียกเท่าไหร่ลูกก็ไม่ตื่นสักที”
“ ท่าน ม-แม่เหรอ”
จำได้แล้วเสียงที่น่าคิดถึงนี้เป็ของท่านแม่นี่เอง แต่ทำไมถึงมาอยู่นี่ได้ล่ะ? ก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงจำอะไรไม่ได้เลย ทำให้รู้สึกสับสนไปหมด
“ลูกเป็อะไรรึเปล่า ให้แม่เรียกหมอมาให้มั้ย”
“ไม่ต้องหรอกค่ะ แค่ปวดหัวเล็กน้อยเท่านั้นเองค่ะ”
“แต่สีหน้าของลูกไม่ค่อยดีเลยนะ วันนี้ลูกไม่ต้องไปก็ได้นะ”
“ไม่ได้หรอกค่ะหนูไม่ยอมให้ชื่อเสียงของตระกูล “แกรซพาสัน” ต้องอับอายหรอกค่ะ เพราะวันนี้เป็ที่เราไปเข้าเฝ้าองค์จักรวรรดิ”
ใช่แล้ว ตระกูล ”แกรซพาสัน” มีเสียงในด้านฝีมือดาบและผู้นำของตระกูลนี้ก็คือ เรวิส แกรซพาสัน ผู้ได้รับฉายา "าาแห่งดาบพาสัน" เป็ฉายาที่องค์จักรวรรดิมอบให้ผู้เสมือนเป็มือขวา และท่านแม่คือ ไอริส แกรซพาสัน เป็ขุนนางที่มีความเป็กุลสตรีที่แฝงไปด้วยเจตจำนงบางอย่าง สีผมนั้นเป็สีแดงราวกับกุหลาบ และมีชื่อเสียงในงานเลี้ยงอีกด้วยจึงมีฉายาว่า "กุหลาบแดงแห่งพาสัน"
“ท่านพ่อล่ะคะท่านแม่ ท่านพ่ออยู่ไหนเหรอคะ”
“ท่านพ่อ เหมือนมีภารกิจเร่งด่วนั้แ่เมื่อวานคงใกล้จะกลับมาแล้วล่ะ”
สีหน้าของท่านแม่นั้นดูน่าเป็ห่วงอย่างเห็นได้ชัดเจน
“ท่านแม่เกิดอะไรขึ้นคะ?”
“ไม่มีอะไรหรอกนะ แค่คิดว่าลูกแม่คนนี้จะได้แต่งงานกับเค้าบ้างรึยังน้า”
“ท่านแม่! หนูยังไม่แต่งหรอกค่ะ หนูสนใจแค่ดาบเท่านั้น”
“เหมือนทั้งพ่อทั้งลูกจริงๆ เลยนะ”
ท่านแม่ลูบหัวไปมาเป็มือที่อบอุ่นเสียเหลือเกิน และแล้วก็มีทหารรับใช้คนหนึ่งพูดแทรกขึ้นมา
“ท่านหญิงคะ ใกล้จะได้เวลาแล้วนะคะ”
“ตายแล้ว ลืมดูเวลาดูเวลาด้วยสิ แฟร์เตรียมตัวให้เรียบร้อยด้วยล่ะ”
“ค่ะ ท่านแม่”
ใน่เวลานั้นแฟร์และท่านหญิงไอริสก็ได้ขึ้นรถม้าเมื่อไปเตรียมตัวไปที่พระราชวัง
ระหว่างทางนั้นทั้งสองพูดคุยเื่ราวต่างๆ นานาและแล้วสิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ทั่วทั้งท้องฟ้าได้มีควันไฟมากมายลอยมาจากทางพระราชวัง
“ท่านแม่!! มีควันไฟอยู่พระราชวัง!”
ท่านแม่นั้นรีบเปิดหน้าต่าง และสีหน้านั้นตื่นตระหนกเป็อย่างมาก
“ไม่นะ! มันเกิดขึ้นแล้ว”
ท่านแม่บ่นพึมพำเล็กน้อยก่อนที่จะบอกทหารด้านนอกนั้นรีบไปที่พระราชวังโดยด่วน
“ทราบแล้วครับท่านหญิง”
รถม้าก็ได้เร่งความเร็วขึ้นเพื่อที่จะไปให้ถึงพระราชวังโดนเร่งด่วน แต่ถึงกระนั้นก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น รถม้านั้นได้เกิดพลิกคว่ำจนท่านแม่นั้นกระแทกแล้วได้สลบไป ส่วนแฟร์นั้นก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน แต่ก่อนที่แฟร์จะสลบไปก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนใกล้เข้ามา ภาพกระจกที่แตกสะท้อนมานั้นเห็นแค่ดาบสีขาวราวกับอัศวิน แต่ด้วยแรงที่มีตอนนั้นแม้จะพยายามขยับมือก็ไม่สามารถทำได้ และดวงตานั้นก็ค่อยสลัวลงจนถึงที่สุด
“นี่มัน…”
เสียงที่สั่นเครือ มือที่สั่นเทาไปด้วยความกลัว นั่นเป็่ที่แฟร์ไม่สามารถก้าวข้ามผ่านมาได้และได้เก็บไว้ในส่วนลึกของจิตใจ ดวงตาของแฟร์นั้นได้เปลี่ยนเป็สีแดง และแล้วลูกบาศก์ก็เปลี่ยนสี