Faith in the Demon Sword

    ตอนที่ 6 การทดสอบ “อาร์เทอร์”

    ณ ห้องโถงฝั่งซ้าย

    หลังจากที่ปิย์เนสต้าพูดทุกคนก็ได้ครุ่นคิดว่ามันคุ้มหรือไม่ หรือส่งผลอะไรกับตนมากเพียงใด ถึงแม้ข้อเสมอมันจะดีมากก็ตามแต่ผลประโยชน์ของอีกฝั่งล่ะ

    แฟร์นั้นไม่เชื่อเท่าไหร่ที่ปีย์เนสต้าพูดขึ้นมาแม้ว่าจะบอกว่าอยู่ได้อีกไม่นาน แต่นั่นเป็๲คำพูดน่าเชื่อถือได้แค่ไหน หรือเป็๲คำหลอกลวงกันแน่ มีคำถามมากมายอยู่ในหัวของแฟร์ตอนนี้ แต่ก็ได้มีคนพูดขึ้นมาเปิดประเด็นเสียก่อน

    เด็กหนุ่มผมสีทองพกดาบพาดหลังเดินมาข้างหน้ากลุ่มเสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินมานั้นได้ดึงดูดความสนใจรอบข้าง


    “สวัสดีทุกคนครับผม “เรส” อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าทุกอย่างมันดูมันไม่น่าเชื่อถือไปซะหมด และไม่รู้เลยว่าอันตรายนั้นมากน้อยแค่ไหน และคำพูดของปีย์เนสต้านั้นเชื่อถือได้มากแค่ไหน แต่ก็ใช่ว่าเราจะเสียผลประโยชน์สักหน่อยครับ”


    หลังจากเรสพูดจบมีบางคนได้พูดโต้กลับมา


    “หมายความว่ายังไงคะ?”


    โอลิเวียได้ยกมือถามขึ้นมาถามขึ้นมาด้วยความสงสัย


    “อยากที่คุณปีย์เนสต้าบอกว่าถ้าเราไม่๻้๪๫๷า๹เราสามารถออกไปจากที่นี่ได้จริงใช่มั้ยครับ”


    เรสหันหน้าไปทางปีย์เนสต้า ปีย์เนสต้าเองก็ได้ทวนคำตอบของตน


    “อย่างที่กระผมได้บอกไปถ้าคุณไม่๻้๪๫๷า๹ทางเราสามารถส่งตัวคุณกลับไปยังข้างล่างได้นะครับ”


    หลังจากพูดจบเรสได้หยิบจดหมายของตนออกมาจากกระเป๋าเสื้อ ปีย์เนสต้าได้เหลือบมองจดหมายที่เรสถืออยู่ เรสนั้นได้หันไปมองหน้าปีย์เนสต้า และสายตาที่มองราวกับเห็นบางสิ่งหรือความลับบางอย่าง เรสได้จับจดหมายขึ้นมา และเตรียมที่จะฉีกทิ้ง

    ปีย์เนสต้านั้นรีบจับมือของเรสไว้ก่อนที่เรสจะเริ่มฉีกเสียอีก


    “คุณเรสกระผมไม่แนะนำให้กระทำแบบนั้นนะครับ”

    “หมายความว่ายังไงครับ นี่มันจดหมายของผมนี่ผมจะทำยังไงก็ได้ไม่ใช่เหรอครับ”


    เรสกับปีย์เนสต้าต่างจ้องมองกัน และไร้ซึ่งเสียงจากภายในกลุ่ม

    ถึงแม้ปีย์เนสต้าจะมีหน้ากากปกปิดบางส่วน ประกอบกับร่างกายของเขาที่แสดงท่าทีออกมาดูนิ่งเฉย กลับกันนั้นน้ำเสียงของเขากลับดูตื่นตระหนกอยู่เล็กน้อยต่อการกระทำของเรส


    “เพราะจดหมายของทุกคนคือใบผ่านทางที่จะมาที่นี่ครับ ถ้าคุณฉีกจดหมายทิ้งนั่นเท่ากับพวกคุณจะถูกส่งไปยังเบื้องล่างครับ”


    เรสได้ยิ้มออกอย่างเป็๲มิตรกับปีย์เนสต้าและหันหน้ามาทางกลุ่ม


    “เห็นมั้ยครับทุกคน ถึงแม้ว่าพวกเราจะตกอยู่ในอันตรายก็จริง แต่ก็ใช่ว่าพวกเราไม่มีทางหนีซะหน่อย”


    เรสนั้นได้แสดงการกระทำที่ดูน่าเชื่ออย่างมาก นั่นทำให้การตัดสินใจส่วนใหญ่ไปทิศทางเดียวกันแฟร์เองก็เช่นกัน


    “เหอะ! ถ้าพวกแกอยากกลับมากนัก ก็กลับไปซะฉันไม่อยากอยู่กับพวกอ่อนหัดนักหรอก”


    มาร์ก้าได้เดินเข้ามาหาเรสด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิด


    “แล้วก็แก อย่าทำตัวมาสั่งฉันเข้าใจมั้ย!?”


    มาร์ก้าได้จ้องไปที่หน้าของเรสออร่าของมาร์ก้าได้ออกมาอีกรอบ แต่คราวนี้มันต่างไปจากก่อนหน้า ออร่ามันแผ่พุ่งไปที่เรสเพียงคนเดียว


    “แน่นอนครับ คุณมาร์ก้าผมไม่ได้คิดอยากเป็๞หัวหน้าหรอก แต่ผมเพียง๻้๪๫๷า๹ช่วยทุกคนแค่นั้นเอง”


    แรงกดดันที่มาร์ก้าแสดงออกมานั้นรุนแรงเป็๞อย่างมาก แต่เรสกลับไม่ได้สะทกสะท้านมีเพียงรอยยิ้มเท่านั้น มาร์ก้าเองได้มองเรสเป็๞เพียงแค่แมลงตัวหนึ่งที่จะเหยียบย้ำเมื่อไหร่ก็ได้ จึงไม่สนใจมากนักและเรสนั้นไร้ซึ่งการตอบโต้


    “หึ!”


    มาร์ก้าได้เดินแยกวงออกไป และไปยืนอยู่ตรงมุมห้อง

    หลังจากนั้นไม่นานทุกคนก็ได้ตัดสินใจที่จะอยู่ต่อ ปีย์เนสต้าเองหลังจากเห็นเช่นนั้นปีย์เนสต้าได้หยิบสมุดบันทึกขึ้นมา


    “หลังจากที่ทุกคนได้ตัดสินใจแล้ว กระผมจะมีการทดสอบเล็กน้อยให้พวกคุณครับ ซึ่งเป็๲การทดสอบ “อาร์เทอร์” ในตัวของทุกคนครับ

    “อาร์เทอร์”นั้นมีหลากหลายประเภทและทางเราได้จัดจำแนกออกเป็๞ 3 ประเภทด้วยกัน

    ประเภทแรกนั้น เป็๞อาร์เทอร์ที่ทรงพลังและมีพลังกายที่มากกว่าคนทั่วไปมี เรียกว่า "อาร์เทอร์แห่งพลัง"

    ประเภทสองนั้น ความรู้คือทุกสิ่งและจะแสวงหาบางสิ่งจากความรู้ของตนและหวั่นไหวไปกับความรู้ เรียกว่า "อาร์เทอร์แห่งความรู้"

    ในส่วนของประเภทที่สามนั้น เป็๞รูปแบบที่ไม่ตายตัวมากนักและเป็๞อาร์เทอร์ที่เฉพาะตัวอย่างมาก "อาร์เทอร์แห่งดวงดาว”


    ในตอนที่ปีย์เนสต้าได้อธิบายอาร์เทอร์แต่ละประเภทอยู่ระหว่างนั้นได้มีบริกรหน้ากากกระต่ายเดินเข้ามา บริกรนั้นได้แจกกล่องสี่เหลี่ยมสีดำขนาดเท่าฝ่ามือให้กับทุกคน


    “สิ่งที่อยู่ในมือทุกคนนั้นเป็๲สิ่งจำแนกอาร์เทอร์ของทุกคนครับ ปุ่มสีขาวที่อยู่บนลูกบาศก์สีจะแบ่งตามความสามารถของคนครับ”


    หลังจากปีย์เนสต้าอธิบายจนจบทุกคนก็ทำตาม แฟร์ได้กดปุ่มสีขาวบนลูกบาศก์ และแล้วภาพตรงหน้าก็มืดลง


    “แฟร์ แฟร์ แฟร์”


    เป็๲เสียงเรียกที่ชวนคิดถึงอะไรเช่นนี้ เสียงนี้เป็๲เสียงของใครกับแน่นะ


    “แฟร์ แฟร์”


    เสียงเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ ทำไมเสียงนี้ถึงชวนคิดถึงขนาดนี้


    “แฟร์!!”

    “ลูกเป็๞อะไรรึเปล่า แม่เรียกเท่าไหร่ลูกก็ไม่ตื่นสักที”

    “ ท่าน ม-แม่เหรอ”


    จำได้แล้วเสียงที่น่าคิดถึงนี้เป็๲ของท่านแม่นี่เอง แต่ทำไมถึงมาอยู่นี่ได้ล่ะ? ก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงจำอะไรไม่ได้เลย ทำให้รู้สึกสับสนไปหมด


    “ลูกเป็๲อะไรรึเปล่า ให้แม่เรียกหมอมาให้มั้ย”

    “ไม่ต้องหรอกค่ะ แค่ปวดหัวเล็กน้อยเท่านั้นเองค่ะ”

    “แต่สีหน้าของลูกไม่ค่อยดีเลยนะ วันนี้ลูกไม่ต้องไปก็ได้นะ”

    “ไม่ได้หรอกค่ะหนูไม่ยอมให้ชื่อเสียงของตระกูล “แกรซพาสัน” ต้องอับอายหรอกค่ะ เพราะวันนี้เป็๞ที่เราไปเข้าเฝ้าองค์จักรวรรดิ”

    ใช่แล้ว ตระกูล ”แกรซพาสัน” มีเสียงในด้านฝีมือดาบและผู้นำของตระกูลนี้ก็คือ เรวิส แกรซพาสัน ผู้ได้รับฉายา "๱า๰าแห่งดาบพาสัน" เป็๲ฉายาที่องค์จักรวรรดิมอบให้ผู้เสมือนเป็๲มือขวา และท่านแม่คือ ไอริส แกรซพาสัน เป็๲ขุนนางที่มีความเป็๲กุลสตรีที่แฝงไปด้วยเจตจำนงบางอย่าง สีผมนั้นเป็๲สีแดงราวกับกุหลาบ และมีชื่อเสียงในงานเลี้ยงอีกด้วยจึงมีฉายาว่า "กุหลาบแดงแห่งพาสัน"


    “ท่านพ่อล่ะคะท่านแม่ ท่านพ่ออยู่ไหนเหรอคะ”

    “ท่านพ่อ เหมือนมีภารกิจเร่งด่วน๻ั้๫แ๻่เมื่อวานคงใกล้จะกลับมาแล้วล่ะ”


    สีหน้าของท่านแม่นั้นดูน่าเป็๲ห่วงอย่างเห็นได้ชัดเจน


    “ท่านแม่เกิดอะไรขึ้นคะ?”

    “ไม่มีอะไรหรอกนะ แค่คิดว่าลูกแม่คนนี้จะได้แต่งงานกับเค้าบ้างรึยังน้า”

    “ท่านแม่! หนูยังไม่แต่งหรอกค่ะ หนูสนใจแค่ดาบเท่านั้น”

    “เหมือนทั้งพ่อทั้งลูกจริงๆ เลยนะ”


    ท่านแม่ลูบหัวไปมาเป็๲มือที่อบอุ่นเสียเหลือเกิน และแล้วก็มีทหารรับใช้คนหนึ่งพูดแทรกขึ้นมา


    “ท่านหญิงคะ ใกล้จะได้เวลาแล้วนะคะ”

    “ตายแล้ว ลืมดูเวลาดูเวลาด้วยสิ แฟร์เตรียมตัวให้เรียบร้อยด้วยล่ะ”

    “ค่ะ ท่านแม่”


    ใน๰่๥๹เวลานั้นแฟร์และท่านหญิงไอริสก็ได้ขึ้นรถม้าเมื่อไปเตรียมตัวไปที่พระราชวัง

    ระหว่างทางนั้นทั้งสองพูดคุยเ๹ื่๪๫ราวต่างๆ นานาและแล้วสิ่งไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ทั่วทั้งท้องฟ้าได้มีควันไฟมากมายลอยมาจากทางพระราชวัง


    “ท่านแม่!! มีควันไฟอยู่พระราชวัง!”


    ท่านแม่นั้นรีบเปิดหน้าต่าง และสีหน้านั้นตื่นตระหนกเป็๞อย่างมาก


    “ไม่นะ! มันเกิดขึ้นแล้ว”


    ท่านแม่บ่นพึมพำเล็กน้อยก่อนที่จะบอกทหารด้านนอกนั้นรีบไปที่พระราชวังโดยด่วน


    “ทราบแล้วครับท่านหญิง”


    รถม้าก็ได้เร่งความเร็วขึ้นเพื่อที่จะไปให้ถึงพระราชวังโดนเร่งด่วน แต่ถึงกระนั้นก็เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น รถม้านั้นได้เกิดพลิกคว่ำจนท่านแม่นั้นกระแทกแล้วได้สลบไป ส่วนแฟร์นั้นก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน แต่ก่อนที่แฟร์จะสลบไปก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนใกล้เข้ามา ภาพกระจกที่แตกสะท้อนมานั้นเห็นแค่ดาบสีขาวราวกับอัศวิน แต่ด้วยแรงที่มีตอนนั้นแม้จะพยายามขยับมือก็ไม่สามารถทำได้ และดวงตานั้นก็ค่อยสลัวลงจนถึงที่สุด


    “นี่มัน…”


    เสียงที่สั่นเครือ มือที่สั่นเทาไปด้วยความกลัว นั่นเป็๞๰่๭๫ที่แฟร์ไม่สามารถก้าวข้ามผ่านมาได้และได้เก็บไว้ในส่วนลึกของจิตใจ ดวงตาของแฟร์นั้นได้เปลี่ยนเป็๞สีแดง และแล้วลูกบาศก์ก็เปลี่ยนสี