ก่อนองค์ชาย ชิงไป๋ยี่ จะกล่าวคำพูดรับหน้าเหล่า อนุชนจำศีล "ทุกท่านเชิญนั่งดื่มกิน ชิมสุราเลิศรส พูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันก่อน ..ก่อนที่เราจะเข้าประเด็นหลัก เรื่องข้อมูลที่ข้าประมูลได้มา"
เหล่าอนุชนจำศีล พวกเขาขานรับคำขององค์ชายอย่างว่าง่าย ทว่ามีสตรีนางหนึ่งกวาดตามองออกไปทั่วทิศ แต่นางกลับไม่พบบุรุษผู้หนึ่งที่นาง ตามหากล่าวพูดโพล่งออกมา องค์ชายชิงไป๋ยี่ "นี่ใช่งานรวมตัวที่ใหญ่ที่สุดของเหล่าอนุชนผู้สูงส่ง จริงหรือ"
องค์ชายใหญ่ชิงไป๋ยี่ ขานรับคำของนาง ด้วยความสุภาพ "แม่นาง เฉินอินกล่าวถูกต้องแล้ว แม่นางมีอะไรอย่างนั้นหรือ?"
เฉินอิน นางเบะ ปากในทันที บ่งบอกถึงความไม่พอใจของนาง "แต่ข้าไม่เห็นอนุชนที่มีนามว่าอี้เฉินเลยนะ ข้าได้ยินว่า เขามีกระดูกศักดิ์สิทธิ์ที่สมบูรณ์ตั้งแต่อายุยังน้อย เหตุใดเขาไม่ได้รับการเทียบเชิญ"
องค์ชายชิงไป๋ยี่ หน้าบูดเบี้ยวในทันควัน เมื่อได้ยินชื่อของอี้เฉิน คนอื่นๆ เองก็เช่นกัน พวกเขาหนังตากระตุกน้อยๆ ในทันใด ราวกับอี้เฉินเป็นตัวหายนะ "เอ่อ! แม่นางเฉินอินน่าจะยังไม่ทราบสินะ เขาสูญเสียกระดูกศักดิ์สิทธิ์ให้เผ่าสงครามไปแล้ว ไม่ใช่ผู้สูงส่งอีกต่อไป"
กลุ่มคนเผ่าสงคราม ครั้นได้ยิน สุราในปากของพวกเขา ถึงกับถูกพ้นออกมาคำใหญ่ ผิดกับเผ่าอสูรฟ้า พวกเขายกยิ้มไม่น้อย อยากจะเห็นใบหน้าอี้เฉินในยามนี้ เสียจริงๆ ว่ามันจะทำหน้าเช่นไร
มารพุทธ ทงอี้ ราชัน10ทิศ จ้าวเฟิง พวกเขากล่าวพูดขึ้นมาด้วยใบหน้าแปลกใจ พวกเขาทั้งสองล้วนเป็นผู้ที่ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นอันดับหนึ่งของ อนุชนในยามนี้ จึงไม่มีใครกล้าค้านคำพูดของพวกเขา "หืม!! มีบุคคลเช่นนี้อยู่ด้วยอย่างนั้นหรือ แม่นางเฉินอิน ข้าไม่คิดว่าจะมีอนุชนรุ่นใหม่ที่น่าสนใจเฉกเช่นนี้ อยู่ด้วย"
เฉินอินยิ้มกว้าง "ไอ้เวร อี้เฉิน มันไม่เลวจริงๆ ข้าประมือกับเขามาแล้ว ที่ข้ามา ครานี้ก็อยากจะมาท้าประลองกับเขา"
องค์ชายชิงไป๋ยี่ ครั้นได้ยินคำเอ่ยชม เขายิ่งไม่สบอารมณ์ กับอี้เฉิน "เช่นนั้นข้าจะส่งคนไปเชิญเขามาแล้วกัน แต่พวกท่านอย่าคาดหวังกับเขาผู้นี้มากนัก คนผู้นี้ สร้างความแค้นเคืองให้หมู่ชนไม่น้อย ไม่แน่เขาอาจจะกลัวจนหัวหดไม่มาก็เป็นได้" ก่อนองค์ชายจะเอ่ยสั่งการให้ คนภายในราชวงศ์ ไปเชิญชวนอี้เฉิน มาเข้าร่วมงานเทียบเชิญ ทว่าคำพูดของเขาไม่ได้กล่าวจริงจังนัก กล่าวพูดออกไปแบบขอไปที
เงาสังหาร เทียนเฟิง แห่งเผ่าอสูรฟ้า กล่าวพูดเสริมต่อจากองค์ชายในทันที "จริงอย่างที่องค์ชายว่า อี้เฉินผู้นี้โอหังไม่น้อย ข้าคุณชายผู้นำตระกูลข้าไป แถมยังหดหัวอยู่แต่ภายในสถาบันยอดเขาสวรรค์ ไม่มีค่าให้เหล่าอนุชนจำศีล อย่างพวกเราเก็บมาใส่ใจ" คำพูดโอหังกล่าวพูดออกมาด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน ก่อนที่จะเก็บรอยยิ้มนั้นกลับไปเมื่อ สัมผัสได้ถึงมิติ ด้านบนท้องฟ้าแตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ มองเห็นห้วงมิติผ่าแยกออกเต็มสองตา
ทว่าเมื่อเห็นกลุ่มคนกลุ่มใหญ่ ราวๆ 10คน แถมในสองท่านนั้น ยังอยู่ในขั้น ราชันสวรรค์ สืบเท้าย่างกราย ออกมาจากห้วงมิติที่แตกร้าว มันก็นำพาให้หัวใจหมู่ชนโดยรอบสั่นไหวไม่หยุด "นั้นมันคนของแดนเซียนไม่ใช่หรือ เขามาแล้วอนุชนจำศีลบุตรสวรรค์ หนิงชวน ส่วนข้างกายเขาใช่ จ้าวอี้เทียน ที่มีชื่อเสียงในแดนเซียนช่วงนี้หรือไม่ ข้านึกว่าพวกเขาจะไม่มาเสียอีก"
"แล้วกลุ่มคนที่สวมอาภรณ์ของชนชั้นสูง พวกเขานั้นล่ะ เป็นใครกัน เหตุใดข้าไม่เคยเห็นพวกเขามาก่อน" หมู่ชนที่เห็นกลุ่มคนเดินสืบเท้า ออกมาต่างไต่ถาม คำถามออกมาเป็นพัลวัน พวกเขาไม่เห็นกลุ่มคนพวกนี้มาก่อน ใบหน้าจึงเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ แถมที่สำคัญ เหมือนพวกเขาบางคนจะอายุไม่ห่างจากพวกเขาที่เป็นอนุชนมากนัก แต่กลับมีคนเป็นเทพสวรรค์ อย่างเต็มตัว ทำให้อนุชนผู้สูงส่ง ตกอกตกใจกันไม่น้อย ไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง กับภาพเบื้องหน้า
จู่ๆ โดยรอบก็เกิดความแตกตื่นขึ้นมาอีกครา เมื่อเห็นเหล่าบรรพบุรุษชรา หลายคนสืบเท้า มารับหน้า สตรีงามเพริศพริ้ง ไม่เว้นแม้แต่ บรรพบุรุษชราคุมยอดเขาสวรรค์ ราชาโอสถ บรรพบุรุษชรา มู่ไป๋ ก่อนน้ำเสียงหญิงสาวจะเอ่ยเสียงเรียบออกมา "พวกเจ้าไม่ต้องมากพิธี ข้าพาคนดินแดนจักรพรรดิมาดูชม งานชุมนุมของเหล่าอนุชนก็เท่านั้น"
บรรพบุรุษชราคุมยอดเขาสวรรค์ กล่าวคำพูดรับหน้านางในทันที ทว่าสายตาอดที่จะหวาดกลัวบุรุษข้างกายนางไม่ได้ "เชิญท่านตามสบายองค์หญิงอี้ฟางหรง เช่นนั้นพวกข้าขอตัวก่อน"
ด้านอี้เฉิน เขาที่ปิดขั้นพลัง ครั้นรับรู้ถึงผู้แข็งแกร่งมาเยือนยัง สถาบันยอดเขาสวรรค์ เขาขมวดคิ้วมุ่น "หวังว่าจะไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรอกนะ" ก่อนอี้เฉิน จะกลับไปตั้งใจสะสมประสบการณ์ความรู้ หมายมั่นเลื่อนขั้นพลังย่อยให้ไว้ที่สุดก่อนที่จะถึง สงคราม เทพพันปี ยามนี้เขาช้ากว่า กลุ่มอนุชนจำศีลถึงสองขั้นพลังย่อย ความล่าช้านี้อาจนำพา เขาไปสู่หนทางแห่งความตาย
องค์ชายชิงไป๋ยี่ องค์ชายซือจงเทียน เมื่อเห็น กลุ่มคนของดินแดนจักรพรรดิมาเยือน มีหรือพวกเขาจะยังปั้นหน้าโอหัง สืบเท้าออกไปรับหน้า โค้งคำนับไปที่กลุ่มคนพวกนั้นอย่างนอบน้อม "เป็นเกียรติของ เหล่าอนุชนดินแดนเทพ ที่ได้ต้อนรับ กลุ่มคนดินแดนจักรพรรดิ ..ทุกท่านเชิญ"
หมู่ชนที่สงสัยใคร่รู้ ครั้นได้ยินรีบเก็บปาก สงบคำ ในทันทีครั้นได้ยินชื่อดินแดนจักรพรรดิ ต่อให้เป็นเด็กร้องไห้ยังต้องหยุด มีหรือพวกเขาจะไม่รู้ถึงความน่ากลัวของ ดินแดนจักรพรรดิ ที่ถูกปลูกฝังมาหลายพันปี แม้แต่ราชวงศ์ที่รุ่งโรจน์ ยังพังครืน เพียงเวลาไม่กี่10วัน
อวิ๋นซียิ้มบาง "อนุชนของราชวงศ์ ชิง กับราชวงศ์ ซือ อย่างนั้นหรือ ไม่แปลกที่รับรู้ตัวตนของพวกเรา"
"..เอาเถอะ เอาเถอะ ที่ข้ามาในครานี้ อยากจะรู้ ศักยภาพของ อนุชนจำศีล พวกเจ้าช่วยต่อสู้กับ เทพสวรรค์ ที่ข้าพามาได้หรือไม่ ..จริงๆ ข้าก็อยากจะพาอนุชนขั้นเทวะขั้นสุดมาต่อสู้เช่นกัน ทว่าพวกเขาอายุน้อยเกินไป 17-18ปีเท่านั้น เกรงว่าจะเป็นการดูถูกดูแคลนพวกเจ้าไปหน่อย ข้าจึงนำเหล่าเทพสวรรค์ อายุไล่ๆ พวกเจ้ามารับหน้าเกรงว่าจะเหมาะสมกว่า เพียง10กระบวนท่าเท่านั้น พวกเจ้าคิดเห็นว่าเช่นไร"
เหล่าอนุชนที่ได้ยินเช่นนั้น พวกเขามีสีหน้าบูดเบี้ยวในทันที ประหนึ่งว่าพวกเขาเหล่าอนุชนทุกผู้คน ถูกลากออกไปตบกลางเมือง แต่เมื่อเทียบกับอนุชนดินแดนจักรพรรดิ พวกเขาจะเป็นอะไรได้ ทำได้เพียงกล้ำกลืน คำดูถูกเหยียดหยามเหล่านั้นกลับไป
แม้แต่เหล่าอนุชนจำศีล พวกเขายังมีสีหน้าบูดเบี้ยวไม่น้อย ก่อนจะขานรับ คำท้าประลองอย่างไม่ลังเล ครั้นเห็นเทพสวรรค์ ที่อายุไล่ๆ พวกเขา ยกยิ้มกว้าง ดูถูกดูแคลนออกมาอย่างไม่มีปิดบัง
"ข้าราชัน10ทิศ จ้าวเฟิงรับคำท้า" ก่อนเขาจะเดินสืบเท้าออกไป ท่ามกลางอากาศ ยืนมือไพล่หลังอย่างไม่ได้เกรงกลัว
"ดี ..ดีไม่เลว ข้าชอบความกล้าของเจ้า" หลุนซาน อวิ๋นซี กล่าวคำพูดออกมาอย่างพร้อมเพรียง มือที่ถือสุรา ยกดื่มรอชมฉากการต่อสู้
อี้ฟางหรง ที่มองชมเรื่องราวต่างๆ นางขมวดคิ้วมุ่น ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมาในเวลาเดียวกัน เมื่อไม่เห็นอี้เฉินอยู่ยังสถานที่แห่งนี้ นางไม่อาจคาดเดานิสัยใจคอ ของน้องชายทั้งสอง ของนางในยามนี้ได้ ทว่าเมื่อพวกเขาเห็นสายเลือดที่ใกล้ชิดเฉกเช่น อี้เฉิน เกรงว่าคงจะเกิดเรื่องที่ยุ่งยากขึ้นเป็นแน่
องค์ชายชิงไป๋ยี่ รีบส่งคนออกไปตามอี้เฉินอีกครา เมื่อครุ่นคิดว่า ช่วงเวลาเช่นนี้เหมาะให้อี้เฉินสร้างความหายนะ หากอี้เฉินสร้างเรื่องได้มากพอ คงจะเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยที่จะกำจัดเขา ออกไปจากสายตา หากมันโชคดีก็อาจจะแค่บาดเจ็บหนัก ยิ่งใกล้ช่วงเวลาสงครามเทพพันปี ใกล้เริ่มเช่นนี้ ยิ่งเป็นเรื่องที่ดี
ด้านอี้เฉิน เขาไม่ได้สนใจเสียงตะโกนของบุรุษ แม้แต่น้อย หากคิดจะเข้ามาลากตัวเขาไปพวกเขาก็ไม่กล้าที่จะทำ เฉกเช่นนั้น จึงทำได้เพียงเห่าหอนหน้า ยอดเขาสวรรค์ที่5เท่านั้น ทว่ากลับไม่เห็นแม้แต่เงาของอี้เฉินเดินสืบเท้ามารับหน้า
ก่อนอี้เฉินจะตะโกนออกไปก้อง เสียดแทงเข้าไปภายในโสตประสาทของกลุ่มคนด้านหน้ายอดเขาสวรรค์ "พวกเจ้าเลิกเห่าหอนได้แล้ว หากอยากให้ข้าไปเข้าร่วมงานเทียบเชิญ องค์ชายใหญ่ต้องมาเชิญข้าด้วยตัวของเขาเอง ไม่เช่นนั้นข้าจะไม่ย่างกรายออกไปแม้แต่ก้าวเดียว"
"เจ้าช่างใจกล้าห่อฟ้านัก!!" กลุ่มคนราชวงศ์ พวกเขาหน้าบูดหน้าเบี้ยวกันไม่น้อย ก่อนจะเดินสืบเท้าจากไป