แกนกลืนวิญญาณต้องห้าม

    “ตอนที่ 44 คนที่ลังเล…ฆ่าใครไม่ได้”

    เสียงกลองศึกของลานประลองเมืองเทียนหลิง…ดังขึ้นอีกครั้ง


    ตึงงงงง—!


    เสียงนั้นหนักแน่นราวฟ้าผ่า


    สะเทือนผู้คนนับแสนทั่วสนาม


    หลังผ่านรอบก่อนหน้า


    จำนวนผู้เข้าแข่งขันเหลือไม่มากแล้ว


    แต่บรรยากาศกลับยิ่งกดดันกว่าเดิมหลายเท่า


    เพราะทุกคนรู้—


    จากนี้ไป


    “ไม่มีศิษย์อ่อนแอเหลืออยู่แล้ว”


    ผู้ที่ยังยืนอยู่บนเวทีได้ในตอนนี้


    ล้วนเป็นอัจฉริยะตัวจริง


    และอัจฉริยะ…


    ย่อมมีศักดิ์ศรีของอัจฉริยะ


    ต่อให้แพ้—


    ก็ต้องแพ้อย่างที่คนทั้งเมืองจดจำ


    ━━━━━━━━━━━━━━━


    แดดยามสายส่องลงบนสนามหินสีดำ


    สายลมพัดธงทั้งห้าสำนักสะบัดดังพรึ่บพรั่บ


    ผู้คนบนอัฒจันทร์แน่นจนแทบไม่มีที่ว่าง


    เสียงเดิมพันดังระงม


    เสียงพ่อค้าตะโกนเรียกลูกค้า


    เสียงขุนนางหัวเราะเบา ๆ


    แต่ทันทีที่ชื่อแรกถูกประกาศ—


    ทั้งสนามก็เงียบลงทันที


    “ศึกที่หนึ่ง!”


    “จินเยว่แห่งสำนักกระบี่ฟ้าคราม!”


    “พบ…”


    “เหยียนตงแห่งสำนักภูผาทมิฬ!”


    ตูม—!


    เสียงฮือฮาระเบิดขึ้นทั้งสนาม


    เพราะนี่คือการปะทะกันของสองสัตว์ประหลาดตัวจริง


    จินเยว่


    อัจฉริยะหญิงแห่งสำนักกระบี่ฟ้าคราม


    ส่วนเหยียนตง—


    คือสัตว์ร้ายในร่างมนุษย์


    หลายคนเริ่มลุกขึ้นยืน


    แม้แต่พวกประมุขตระกูลยังเริ่มสนใจจริงจัง


    ━━━━━━━━━━━━━━━


    บนเวทีประลอง


    จินเยว่เดินขึ้นมาก่อน


    ชุดกระบี่สีครามพลิ้วเบา


    เส้นผมยาวสีดำสะบัดตามลม


    นางงดงาม


    เยือกเย็น


    เหมือนจันทร์น้ำแข็งกลางคืนหนาว


    แต่ไม่มีใครกล้าดูถูกนาง


    เพราะทุกคนรู้ว่า—


    กระบี่ของจินเยว่เร็วมาก


    เร็วพอจะตัดคอคนก่อนอีกฝ่ายรู้ตัว


    ตรงกันข้ามกับอีกฝั่ง


    เหยียนตงเดินขึ้นเวทีช้า ๆ


    ไม่มีอาวุธ


    ไม่มีเกราะ


    ไม่มีแม้แต่ท่วงท่าผู้เชี่ยวชาญ


    เขาเพียงเดินขึ้นมาเฉย ๆ


    แต่ทุกก้าว—


    กลับหนักแน่นเหมือนภูเขาถล่ม


    พื้นหินแตกร้าวเล็กน้อยใต้ฝ่าเท้า


    แรงกดดันจากร่างกายนั้น…


    ทำให้ผู้ชมแถวหน้าเริ่มหายใจลำบาก


    เหยียนตงมองจินเยว่


    “ข้าไม่ชอบสู้กับผู้หญิง”


    จินเยว่ชักกระบี่ออกช้า ๆ


    เคร้ง—


    เสียงกระบี่ใสดังกังวาน


    “ดี”


    นางตอบเรียบ ๆ


    “ข้าก็ไม่ชอบฟังคนพูดมาก”


    พรึ่บ—!


    ร่างของนางหายไปทันที


    เร็ว!


    เร็วเกินสายตาคนทั่วไป


    กระบี่สีครามแทงตรงเข้าลำคอเหยียนตงราวสายฟ้า


    แต่—


    เหยียนตงไม่หลบ


    เขาเพียงยกมือขึ้น


    เคร้งงงง—!


    เสียงโลหะปะทะดังสนั่น


    ผู้คนทั้งสนามตาเบิกกว้าง


    เพราะเหยียนตงใช้ “มือเปล่า” รับกระบี่ไว้


    เลือดไหลออกจากฝ่ามือเล็กน้อย


    แต่กระบี่กลับแทงไม่เข้า


    จินเยว่หรี่ตาทันที


    เหยียนตงยิ้ม


    “เบาไป”


    ตูม—!


    หมัดขวาพุ่งออกมา


    อากาศระเบิดเสียงดัง


    จินเยว่ถอยทันทีสามจั้ง


    พื้นเวทีแตกกระจายตรงจุดที่หมัดผ่าน


    ผู้ชมหลายคนหน้าซีด


    ถ้าโดนเข้าเต็ม ๆ


    ต่อให้เป็นศิษย์หัวกะทิก็คงเละเป็นเศษเนื้อ


    ━━━━━━━━━━━━━━━


    หลังจากนั้น


    ทั้งเวทีกลายเป็นสงครามระหว่าง “ความเร็ว” กับ “พละกำลัง”


    กระบี่ของจินเยว่เร็วขึ้นเรื่อย ๆ


    เงากระบี่นับสิบสายปกคลุมทั่วเวที


    แต่เหยียนตง…


    ยังเดินฝ่าเข้ามาตรง ๆ


    เหมือนภูเขาที่ไม่มีวันหยุด


    เสียงปะทะดังสนั่นไม่ขาดสาย


    เคร้ง!


    ตูม!


    เคร้งงงง!


    จนกระทั่ง—


    พรึ่บ!


    เหยียนตงจับจังหวะได้


    มือใหญ่คว้าข้อมือจินเยว่ทันที


    สีหน้านางเปลี่ยนไปเล็กน้อย


    เพราะแรงนั้น…


    มหาศาลเกินไป


    “จบแล้ว”


    ตูมมม—!


    เหยียนตงเหวี่ยงนางลงพื้นโดยตรง


    เวทีหินระเบิดแตก


    ฝุ่นควันพุ่งขึ้นสูง


    ทั้งสนามเงียบสนิท


    เมื่อฝุ่นจางลง


    จินเยว่ยังพยายามลุก


    แต่กระบี่ในมือ…แตกไปครึ่งเล่มแล้ว


    เหยียนตงมองนางเงียบ ๆ


    ก่อนพูดเรียบ ๆ


    “กระบี่เจ้าเร็ว”


    “แต่ใจเจ้ายังลังเล”


    “คนที่ลังเลตอนฟัน…”


    “ฆ่าใครไม่ได้”


    เงียบ


    จินเยว่กำกระบี่แน่น


    สุดท้ายจึงยอมลดดาบลง


    “…ข้ายอมแพ้”


    เสียงทั้งสนามระเบิดทันที


    แต่ไม่มีใครหัวเราะเยาะ


    เพราะทุกคนเห็นแล้วว่า—


    นางสู้สมศักดิ์ศรีเพียงใด


    ส่วนเหยียนตง…


    ก็แข็งแกร่งเกินมนุษย์จริง ๆ


    ━━━━━━━━━━━━━━━


    “ศึกที่สอง!”


    “เพ่ยเหยาแห่งสำนักกระบี่ฟ้าคราม!”


    “พบ ฮั่วเจินแห่งสำนักเพลิงสุริยัน!”


    ทันทีที่ชื่อฮั่วเจินดังขึ้น


    อุณหภูมิทั้งสนามเหมือนสูงขึ้นเล็กน้อย


    ชายหนุ่มชุดแดงเดินขึ้นเวทีช้า ๆ


    รอบตัวมีคลื่นความร้อนบิดเบี้ยวอากาศ


    ราวกับเปลวเพลิงมีชีวิต


    เพ่ยเหยากัดฟันแน่น


    แม้ยังไม่เริ่มสู้


    แต่นางก็รู้แล้วว่า—


    อีกฝ่ายน่ากลัวแค่ไหน


    ฮั่วเจินมองนางนิ่ง ๆ


    “เจ้ายังไม่ใช่คู่ต่อสู้ข้า”


    เพ่ยเหยาหัวเราะเย็น


    “ต้องสู้ก่อนถึงจะรู้”


    พรึ่บ—!


    นางชักกระบี่ทันที


    ลมปราณกระบี่พุ่งเต็มกำลัง


    แต่ในวินาทีเดียวกัน—


    ฮั่วเจินขยับแล้ว


    เร็วมาก


    เหมือนเปลวไฟพุ่งผ่านสายลม


    ตูม—!


    ฝ่ามือเพลิงปะทะกระบี่ตรง ๆ


    คลื่นไฟระเบิดทั่วเวที


    เพ่ยเหยาถอยหลังทันที


    แขนขวาสั่น


    กระบี่แทบร่วงจากมือ


    “ร้อน…”


    นางกัดฟัน


    ลมปราณของฮั่วเจินรุนแรงเกินไป


    เหมือนไม่ใช่เพลิงธรรมดา


    แต่เป็นเพลิงที่เผา “ลมปราณ” ได้ด้วย


    ฮั่วเจินเดินเข้าหาช้า ๆ


    “ยอมแพ้เถอะ”


    “เจ้าสู้ต่อก็แค่บาดเจ็บหนัก”


    เพ่ยเหยากัดริมฝีปาก


    ก่อนพุ่งเข้าไปอีกครั้ง


    นางรู้ว่าตัวเองอาจแพ้


    แต่ศิษย์กระบี่ฟ้าคราม—


    ไม่มีใครยอมถอยโดยไม่สู้สุดกำลัง


    เคร้งงงง—!


    เสียงกระบี่ปะทะเปลวเพลิงดังสนั่น


    แต่ต่างระดับกันเกินไป


    สามกระบวนท่า


    เพียงสามกระบวนท่าเท่านั้น


    กระบี่ของเพ่ยเหยาถูกเผาจนแดงฉาน


    ก่อนแตกออกกลางอากาศ


    ฮั่วเจินหยุดหมัดไว้ตรงหน้าผากนางเพียงครึ่งชุ่น


    เปลวไฟร้อนระอุปะทะใบหน้า


    เพ่ยเหยาหน้าซีดทันที


    ถ้าหมัดนี้ออกเต็มแรง


    หัวนางคงระเบิดไปแล้ว


    ฮั่วเจินลดมือลงช้า ๆ


    “เจ้ายังไม่เลว”


    “แต่ข้ายืนสูงกว่าเจ้าเกินไป”


    เพ่ยเหยากำหมัดแน่น


    สุดท้ายจึงค้อมศีรษะเล็กน้อย


    “…ข้ายอมแพ้”


    เสียงถอนหายใจดังทั่วสนาม


    เพราะทุกคนเห็นชัดแล้วว่า—


    ฮั่วเจินยังไม่ได้จริงจังด้วยซ้ำ


    ━━━━━━━━━━━━━━━


    “ศึกที่สาม!”


    “มู่หรงเจี๋ยแห่งสำนักกระบี่ฟ้าคราม!”


    “พบ เฟิงลั่วแห่งสำนักวายุไร้เงา!”


    ลมในสนามเงียบลงทันที


    เพราะนี่คือศึกของ “นักฆ่า”


    มู่หรงเจี๋ยสง่างาม


    คมเข้ม


    สายตาเย็นชา


    ส่วนเฟิงลั่ว…


    ยังคงยิ้มเหมือนคนง่วงนอน


    มีดสั้นหมุนเล่นอยู่ปลายนิ้ว


    “ข้าไม่ชอบเจ้า”


    มู่หรงเจี๋ยพูดตรง ๆ


    เฟิงลั่วหัวเราะ


    “ดีเลย”


    “ข้าก็ชอบฆ่าคนที่ไม่ชอบข้า”


    พรึ่บ—!


    ทั้งสองหายไปพร้อมกัน


    เร็ว!


    เร็วเกินมอง


    เสียงปะทะดังเพียงชั่วพริบตา


    เคร้ง!


    เคร้งงง!


    ประกายไฟสาดทั่วเวที


    มู่หรงเจี๋ยใช้กระบี่เร็วมาก


    แต่เฟิงลั่ว…


    กลับเร็วกว่า


    เขาเหมือนเงาลม


    ไร้ทิศทาง


    ไร้ร่องรอย


    บางครั้งอยู่ซ้าย


    บางครั้งอยู่หลัง


    ราวกับทั้งเวทีมี “เฟิงลั่ว” หลายคน


    ผู้ชมเริ่มมองตามไม่ทัน


    จนกระทั่ง—


    ฉัวะ!


    เลือดสาด


    เสื้อไหล่ของมู่หรงเจี๋ยถูกกรีดขาด


    เฟิงลั่วปรากฏตัวด้านหลัง


    ยิ้มบาง ๆ


    “ช้าไปครึ่งลมหายใจ”


    มู่หรงเจี๋ยหันกลับทันที


    กระบี่พุ่งแทง


    แต่เฟิงลั่วหายไปอีกแล้ว


    เงียบ


    ลมพัดผ่านเวทีเบา ๆ


    จากนั้น—


    ฉัวะ!


    ฉัวะ!


    ฉัวะ!


    บาดแผลเริ่มเพิ่มขึ้นทั่วร่างมู่หรงเจี๋ย


    ไม่ลึก


    แต่ต่อเนื่อง


    เหมือนแมวกำลังเล่นกับเหยื่อ


    ผู้ชมหลายคนเริ่มหนาวสันหลัง


    เพราะเฟิงลั่วน่ากลัวเกินไป


    เขาไม่ได้สู้ตรง ๆ


    แต่กำลัง “ไล่ล่า”


    สุดท้าย—


    ปลายมีดหยุดอยู่ตรงลำคอของมู่หรงเจี๋ย


    เฟิงลั่วยิ้ม


    “ถ้าเป็นสนามจริง”


    “เจ้าตายไปเจ็ดครั้งแล้ว”


    มู่หรงเจี๋ยกำกระบี่แน่น


    เลือดไหลตามปลายนิ้ว


    แต่สุดท้ายก็ยอมลดดาบลง


    “…ข้าแพ้”


    ━━━━━━━━━━━━━━━


    หลังพ่ายสามศึกติด


    บรรยากาศของสำนักกระบี่ฟ้าครามเริ่มหนักอึ้ง


    ผู้คนเริ่มกระซิบ


    “หรือปีนี้สำนักกระบี่ฟ้าครามจะไม่ไหวจริง ๆ…”


    “อีกฝ่ายแข็งแกร่งเกินไป”


    “เหลือแค่หานอวี่กับหลินเสี่ยวชวนแล้ว…”


    แต่ขณะนั้นเอง—


    เสียงประกาศสุดท้ายดังขึ้น


    “ศึกที่สี่!”


    “หานอวี่แห่งสำนักกระบี่ฟ้าคราม!”


    เสียงเชียร์ดังสนั่นทันที


    เพราะทุกคนรู้—


    นี่คือเสาหลักตัวจริงของสำนักกระบี่ฟ้าคราม


    หานอวี่เดินขึ้นเวทีช้า ๆ


    สีหน้ายังคงเย็นชาเหมือนเดิม


    กระบี่เงินสะพายอยู่ด้านหลัง


    คมกริบ


    เงียบงัน


    เขาไม่ได้ปล่อยแรงกดดัน


    แต่ทันทีที่ขึ้นเวที—


    ทั้งสนามกลับเงียบลงเอง


    เพราะคนผู้นี้…


    เหมือนกระบี่ที่ยังไม่ชักจากฝัก


    และนั่นต่างหาก—


    น่ากลัวที่สุด


    คู่ต่อสู้ของเขาคือศิษย์ระดับสูงจากสำนักภูผาทมิฬ


    แข็งแกร่งมาก


    แต่ทันทีที่เริ่มศึก—


    หานอวี่ชักกระบี่


    เคร้ง—


    เสียงเดียว


    เพียงเสียงเดียวเท่านั้น


    จากนั้น—


    ทุกอย่างจบลงแล้ว


    ผู้ชมหลายหมื่นคนเบิกตากว้าง


    เพราะไม่มีใครเห็นกระบี่ของเขาชัด ๆ เลย


    คู่ต่อสู้ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง


    ก่อนเสื้อกลางอกจะแตกออกช้า ๆ


    เลือดไหลเป็นเส้นบาง


    กระบี่ในมือร่วงลงพื้น


    เคร้ง…


    หานอวี่เก็บดาบกลับเข้าฝัก


    สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย


    “เจ้าฝึกดีแล้ว”


    “แต่กระบี่เจ้ายังลังเล”


    พูดจบ—


    เขาก็เดินลงเวทีทันที


    ทั้งสนามเงียบสนิทอยู่หลายลมหายใจ


    ผู้อาวุโสใหญ่หลี่ชางเฟิงตบขาตัวเองดัง “ฉาด” พลางตะโกนยอดเยี่ยม


    ก่อนเสียงเชียร์จะระเบิดขึ้นราวคลื่นยักษ์


    เพราะนี่แหละ—


    คืออัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งสำนักกระบี่ฟ้าคราม


    และเป็นหนึ่งในคนที่ใกล้ฮั่วเจินที่สุดในรุ่นนี้

    คล้ายกับเรื่องแกนกลืนวิญญาณต้องห้าม ที่คุณอ่าน

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    จ้าวศัสตราเทวะ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    5.95M 1357
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    450K 1842
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    บันทึกตำนานราชันย์สยบฟ้า (แปลจบแล้ว)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.35M 933
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273