เสียงกลองศึกของลานประลองเมืองเทียนหลิง…ดังขึ้นอีกครั้ง
ตึงงงงง—!
เสียงนั้นหนักแน่นราวฟ้าผ่า
สะเทือนผู้คนนับแสนทั่วสนาม
หลังผ่านรอบก่อนหน้า
จำนวนผู้เข้าแข่งขันเหลือไม่มากแล้ว
แต่บรรยากาศกลับยิ่งกดดันกว่าเดิมหลายเท่า
เพราะทุกคนรู้—
จากนี้ไป
“ไม่มีศิษย์อ่อนแอเหลืออยู่แล้ว”
ผู้ที่ยังยืนอยู่บนเวทีได้ในตอนนี้
ล้วนเป็นอัจฉริยะตัวจริง
และอัจฉริยะ…
ย่อมมีศักดิ์ศรีของอัจฉริยะ
ต่อให้แพ้—
ก็ต้องแพ้อย่างที่คนทั้งเมืองจดจำ
━━━━━━━━━━━━━━━
แดดยามสายส่องลงบนสนามหินสีดำ
สายลมพัดธงทั้งห้าสำนักสะบัดดังพรึ่บพรั่บ
ผู้คนบนอัฒจันทร์แน่นจนแทบไม่มีที่ว่าง
เสียงเดิมพันดังระงม
เสียงพ่อค้าตะโกนเรียกลูกค้า
เสียงขุนนางหัวเราะเบา ๆ
แต่ทันทีที่ชื่อแรกถูกประกาศ—
ทั้งสนามก็เงียบลงทันที
“ศึกที่หนึ่ง!”
“จินเยว่แห่งสำนักกระบี่ฟ้าคราม!”
“พบ…”
“เหยียนตงแห่งสำนักภูผาทมิฬ!”
ตูม—!
เสียงฮือฮาระเบิดขึ้นทั้งสนาม
เพราะนี่คือการปะทะกันของสองสัตว์ประหลาดตัวจริง
จินเยว่
อัจฉริยะหญิงแห่งสำนักกระบี่ฟ้าคราม
ส่วนเหยียนตง—
คือสัตว์ร้ายในร่างมนุษย์
หลายคนเริ่มลุกขึ้นยืน
แม้แต่พวกประมุขตระกูลยังเริ่มสนใจจริงจัง
━━━━━━━━━━━━━━━
บนเวทีประลอง
จินเยว่เดินขึ้นมาก่อน
ชุดกระบี่สีครามพลิ้วเบา
เส้นผมยาวสีดำสะบัดตามลม
นางงดงาม
เยือกเย็น
เหมือนจันทร์น้ำแข็งกลางคืนหนาว
แต่ไม่มีใครกล้าดูถูกนาง
เพราะทุกคนรู้ว่า—
กระบี่ของจินเยว่เร็วมาก
เร็วพอจะตัดคอคนก่อนอีกฝ่ายรู้ตัว
ตรงกันข้ามกับอีกฝั่ง
เหยียนตงเดินขึ้นเวทีช้า ๆ
ไม่มีอาวุธ
ไม่มีเกราะ
ไม่มีแม้แต่ท่วงท่าผู้เชี่ยวชาญ
เขาเพียงเดินขึ้นมาเฉย ๆ
แต่ทุกก้าว—
กลับหนักแน่นเหมือนภูเขาถล่ม
พื้นหินแตกร้าวเล็กน้อยใต้ฝ่าเท้า
แรงกดดันจากร่างกายนั้น…
ทำให้ผู้ชมแถวหน้าเริ่มหายใจลำบาก
เหยียนตงมองจินเยว่
“ข้าไม่ชอบสู้กับผู้หญิง”
จินเยว่ชักกระบี่ออกช้า ๆ
เคร้ง—
เสียงกระบี่ใสดังกังวาน
“ดี”
นางตอบเรียบ ๆ
“ข้าก็ไม่ชอบฟังคนพูดมาก”
พรึ่บ—!
ร่างของนางหายไปทันที
เร็ว!
เร็วเกินสายตาคนทั่วไป
กระบี่สีครามแทงตรงเข้าลำคอเหยียนตงราวสายฟ้า
แต่—
เหยียนตงไม่หลบ
เขาเพียงยกมือขึ้น
เคร้งงงง—!
เสียงโลหะปะทะดังสนั่น
ผู้คนทั้งสนามตาเบิกกว้าง
เพราะเหยียนตงใช้ “มือเปล่า” รับกระบี่ไว้
เลือดไหลออกจากฝ่ามือเล็กน้อย
แต่กระบี่กลับแทงไม่เข้า
จินเยว่หรี่ตาทันที
เหยียนตงยิ้ม
“เบาไป”
ตูม—!
หมัดขวาพุ่งออกมา
อากาศระเบิดเสียงดัง
จินเยว่ถอยทันทีสามจั้ง
พื้นเวทีแตกกระจายตรงจุดที่หมัดผ่าน
ผู้ชมหลายคนหน้าซีด
ถ้าโดนเข้าเต็ม ๆ
ต่อให้เป็นศิษย์หัวกะทิก็คงเละเป็นเศษเนื้อ
━━━━━━━━━━━━━━━
หลังจากนั้น
ทั้งเวทีกลายเป็นสงครามระหว่าง “ความเร็ว” กับ “พละกำลัง”
กระบี่ของจินเยว่เร็วขึ้นเรื่อย ๆ
เงากระบี่นับสิบสายปกคลุมทั่วเวที
แต่เหยียนตง…
ยังเดินฝ่าเข้ามาตรง ๆ
เหมือนภูเขาที่ไม่มีวันหยุด
เสียงปะทะดังสนั่นไม่ขาดสาย
เคร้ง!
ตูม!
เคร้งงงง!
จนกระทั่ง—
พรึ่บ!
เหยียนตงจับจังหวะได้
มือใหญ่คว้าข้อมือจินเยว่ทันที
สีหน้านางเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เพราะแรงนั้น…
มหาศาลเกินไป
“จบแล้ว”
ตูมมม—!
เหยียนตงเหวี่ยงนางลงพื้นโดยตรง
เวทีหินระเบิดแตก
ฝุ่นควันพุ่งขึ้นสูง
ทั้งสนามเงียบสนิท
เมื่อฝุ่นจางลง
จินเยว่ยังพยายามลุก
แต่กระบี่ในมือ…แตกไปครึ่งเล่มแล้ว
เหยียนตงมองนางเงียบ ๆ
ก่อนพูดเรียบ ๆ
“กระบี่เจ้าเร็ว”
“แต่ใจเจ้ายังลังเล”
“คนที่ลังเลตอนฟัน…”
“ฆ่าใครไม่ได้”
เงียบ
จินเยว่กำกระบี่แน่น
สุดท้ายจึงยอมลดดาบลง
“…ข้ายอมแพ้”
เสียงทั้งสนามระเบิดทันที
แต่ไม่มีใครหัวเราะเยาะ
เพราะทุกคนเห็นแล้วว่า—
นางสู้สมศักดิ์ศรีเพียงใด
ส่วนเหยียนตง…
ก็แข็งแกร่งเกินมนุษย์จริง ๆ
━━━━━━━━━━━━━━━
“ศึกที่สอง!”
“เพ่ยเหยาแห่งสำนักกระบี่ฟ้าคราม!”
“พบ ฮั่วเจินแห่งสำนักเพลิงสุริยัน!”
ทันทีที่ชื่อฮั่วเจินดังขึ้น
อุณหภูมิทั้งสนามเหมือนสูงขึ้นเล็กน้อย
ชายหนุ่มชุดแดงเดินขึ้นเวทีช้า ๆ
รอบตัวมีคลื่นความร้อนบิดเบี้ยวอากาศ
ราวกับเปลวเพลิงมีชีวิต
เพ่ยเหยากัดฟันแน่น
แม้ยังไม่เริ่มสู้
แต่นางก็รู้แล้วว่า—
อีกฝ่ายน่ากลัวแค่ไหน
ฮั่วเจินมองนางนิ่ง ๆ
“เจ้ายังไม่ใช่คู่ต่อสู้ข้า”
เพ่ยเหยาหัวเราะเย็น
“ต้องสู้ก่อนถึงจะรู้”
พรึ่บ—!
นางชักกระบี่ทันที
ลมปราณกระบี่พุ่งเต็มกำลัง
แต่ในวินาทีเดียวกัน—
ฮั่วเจินขยับแล้ว
เร็วมาก
เหมือนเปลวไฟพุ่งผ่านสายลม
ตูม—!
ฝ่ามือเพลิงปะทะกระบี่ตรง ๆ
คลื่นไฟระเบิดทั่วเวที
เพ่ยเหยาถอยหลังทันที
แขนขวาสั่น
กระบี่แทบร่วงจากมือ
“ร้อน…”
นางกัดฟัน
ลมปราณของฮั่วเจินรุนแรงเกินไป
เหมือนไม่ใช่เพลิงธรรมดา
แต่เป็นเพลิงที่เผา “ลมปราณ” ได้ด้วย
ฮั่วเจินเดินเข้าหาช้า ๆ
“ยอมแพ้เถอะ”
“เจ้าสู้ต่อก็แค่บาดเจ็บหนัก”
เพ่ยเหยากัดริมฝีปาก
ก่อนพุ่งเข้าไปอีกครั้ง
นางรู้ว่าตัวเองอาจแพ้
แต่ศิษย์กระบี่ฟ้าคราม—
ไม่มีใครยอมถอยโดยไม่สู้สุดกำลัง
เคร้งงงง—!
เสียงกระบี่ปะทะเปลวเพลิงดังสนั่น
แต่ต่างระดับกันเกินไป
สามกระบวนท่า
เพียงสามกระบวนท่าเท่านั้น
กระบี่ของเพ่ยเหยาถูกเผาจนแดงฉาน
ก่อนแตกออกกลางอากาศ
ฮั่วเจินหยุดหมัดไว้ตรงหน้าผากนางเพียงครึ่งชุ่น
เปลวไฟร้อนระอุปะทะใบหน้า
เพ่ยเหยาหน้าซีดทันที
ถ้าหมัดนี้ออกเต็มแรง
หัวนางคงระเบิดไปแล้ว
ฮั่วเจินลดมือลงช้า ๆ
“เจ้ายังไม่เลว”
“แต่ข้ายืนสูงกว่าเจ้าเกินไป”
เพ่ยเหยากำหมัดแน่น
สุดท้ายจึงค้อมศีรษะเล็กน้อย
“…ข้ายอมแพ้”
เสียงถอนหายใจดังทั่วสนาม
เพราะทุกคนเห็นชัดแล้วว่า—
ฮั่วเจินยังไม่ได้จริงจังด้วยซ้ำ
━━━━━━━━━━━━━━━
“ศึกที่สาม!”
“มู่หรงเจี๋ยแห่งสำนักกระบี่ฟ้าคราม!”
“พบ เฟิงลั่วแห่งสำนักวายุไร้เงา!”
ลมในสนามเงียบลงทันที
เพราะนี่คือศึกของ “นักฆ่า”
มู่หรงเจี๋ยสง่างาม
คมเข้ม
สายตาเย็นชา
ส่วนเฟิงลั่ว…
ยังคงยิ้มเหมือนคนง่วงนอน
มีดสั้นหมุนเล่นอยู่ปลายนิ้ว
“ข้าไม่ชอบเจ้า”
มู่หรงเจี๋ยพูดตรง ๆ
เฟิงลั่วหัวเราะ
“ดีเลย”
“ข้าก็ชอบฆ่าคนที่ไม่ชอบข้า”
พรึ่บ—!
ทั้งสองหายไปพร้อมกัน
เร็ว!
เร็วเกินมอง
เสียงปะทะดังเพียงชั่วพริบตา
เคร้ง!
เคร้งงง!
ประกายไฟสาดทั่วเวที
มู่หรงเจี๋ยใช้กระบี่เร็วมาก
แต่เฟิงลั่ว…
กลับเร็วกว่า
เขาเหมือนเงาลม
ไร้ทิศทาง
ไร้ร่องรอย
บางครั้งอยู่ซ้าย
บางครั้งอยู่หลัง
ราวกับทั้งเวทีมี “เฟิงลั่ว” หลายคน
ผู้ชมเริ่มมองตามไม่ทัน
จนกระทั่ง—
ฉัวะ!
เลือดสาด
เสื้อไหล่ของมู่หรงเจี๋ยถูกกรีดขาด
เฟิงลั่วปรากฏตัวด้านหลัง
ยิ้มบาง ๆ
“ช้าไปครึ่งลมหายใจ”
มู่หรงเจี๋ยหันกลับทันที
กระบี่พุ่งแทง
แต่เฟิงลั่วหายไปอีกแล้ว
เงียบ
ลมพัดผ่านเวทีเบา ๆ
จากนั้น—
ฉัวะ!
ฉัวะ!
ฉัวะ!
บาดแผลเริ่มเพิ่มขึ้นทั่วร่างมู่หรงเจี๋ย
ไม่ลึก
แต่ต่อเนื่อง
เหมือนแมวกำลังเล่นกับเหยื่อ
ผู้ชมหลายคนเริ่มหนาวสันหลัง
เพราะเฟิงลั่วน่ากลัวเกินไป
เขาไม่ได้สู้ตรง ๆ
แต่กำลัง “ไล่ล่า”
สุดท้าย—
ปลายมีดหยุดอยู่ตรงลำคอของมู่หรงเจี๋ย
เฟิงลั่วยิ้ม
“ถ้าเป็นสนามจริง”
“เจ้าตายไปเจ็ดครั้งแล้ว”
มู่หรงเจี๋ยกำกระบี่แน่น
เลือดไหลตามปลายนิ้ว
แต่สุดท้ายก็ยอมลดดาบลง
“…ข้าแพ้”
━━━━━━━━━━━━━━━
หลังพ่ายสามศึกติด
บรรยากาศของสำนักกระบี่ฟ้าครามเริ่มหนักอึ้ง
ผู้คนเริ่มกระซิบ
“หรือปีนี้สำนักกระบี่ฟ้าครามจะไม่ไหวจริง ๆ…”
“อีกฝ่ายแข็งแกร่งเกินไป”
“เหลือแค่หานอวี่กับหลินเสี่ยวชวนแล้ว…”
แต่ขณะนั้นเอง—
เสียงประกาศสุดท้ายดังขึ้น
“ศึกที่สี่!”
“หานอวี่แห่งสำนักกระบี่ฟ้าคราม!”
เสียงเชียร์ดังสนั่นทันที
เพราะทุกคนรู้—
นี่คือเสาหลักตัวจริงของสำนักกระบี่ฟ้าคราม
หานอวี่เดินขึ้นเวทีช้า ๆ
สีหน้ายังคงเย็นชาเหมือนเดิม
กระบี่เงินสะพายอยู่ด้านหลัง
คมกริบ
เงียบงัน
เขาไม่ได้ปล่อยแรงกดดัน
แต่ทันทีที่ขึ้นเวที—
ทั้งสนามกลับเงียบลงเอง
เพราะคนผู้นี้…
เหมือนกระบี่ที่ยังไม่ชักจากฝัก
และนั่นต่างหาก—
น่ากลัวที่สุด
คู่ต่อสู้ของเขาคือศิษย์ระดับสูงจากสำนักภูผาทมิฬ
แข็งแกร่งมาก
แต่ทันทีที่เริ่มศึก—
หานอวี่ชักกระบี่
เคร้ง—
เสียงเดียว
เพียงเสียงเดียวเท่านั้น
จากนั้น—
ทุกอย่างจบลงแล้ว
ผู้ชมหลายหมื่นคนเบิกตากว้าง
เพราะไม่มีใครเห็นกระบี่ของเขาชัด ๆ เลย
คู่ต่อสู้ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนเสื้อกลางอกจะแตกออกช้า ๆ
เลือดไหลเป็นเส้นบาง
กระบี่ในมือร่วงลงพื้น
เคร้ง…
หานอวี่เก็บดาบกลับเข้าฝัก
สีหน้าไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย
“เจ้าฝึกดีแล้ว”
“แต่กระบี่เจ้ายังลังเล”
พูดจบ—
เขาก็เดินลงเวทีทันที
ทั้งสนามเงียบสนิทอยู่หลายลมหายใจ
ผู้อาวุโสใหญ่หลี่ชางเฟิงตบขาตัวเองดัง “ฉาด” พลางตะโกนยอดเยี่ยม
ก่อนเสียงเชียร์จะระเบิดขึ้นราวคลื่นยักษ์
เพราะนี่แหละ—
คืออัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งสำนักกระบี่ฟ้าคราม
และเป็นหนึ่งในคนที่ใกล้ฮั่วเจินที่สุดในรุ่นนี้