“ในบันทึกหนังสัตว์ยังกล่าวถึงอักขระรูนโบราณ ซึ่งเป็ยุคกำเนิดดวงดาราต่างๆ และยังมีข่ายอาคมระดับสูงหลายบท”
กล่าวถึงตรงนี้จูจง รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอีกครั้ง
“ด้วยการที่เปิดอ่านม้วนบันทึกหนังสัตว์โดยพลการไร้การเตรียมตัวป้องกัน”
“คาดไม่ถึงว่ากลับไปกระทบเข้ากับข่ายอาคม แจ้งเตือนทำให้พวกมารรู้ตัวทันที จึงเป็ที่มาของการสังหารหมู่ ตระกูลจ้าว ทั้งหมด”
“ยังไม่ทันที่จะคัดลอกเลียนแบบ แม้กระทั้งข้อความ ก็จดจำได้เพียงส่วนน้อย กลับสูญหายไปในลักษณะนี้เองช่างน่าเสียดายจริงๆ”
ต้วนยี่หยวน ก็พยักหน้าเห็นด้วยเช่นกันหากได้เรียนรู้ สมบัติ ระดับ 6 คือ คัมถีร์มหาวิถี มิแน่ว่า ราชวงค์ตะวันลับจะปราบปราม องค์กรมือสังหาร ได้หมดสิ้นก็เป็ได้
“เื่นี้นอกจากพวกมารและ ข้าจูจง ที่รู้ดีแล้ว คงจะไม่มีผู้ใดใครอื่นอีก”
“และข้าคิดว่าองค์กรมือสังหาร ก็คงคาดไม่ถึงว่า จ้าวหวัง จะถ่ายทอดวาจาเอาไว้”
“แต่ที่ข้าแปลกใจสงสัยยิ่งคือเื่นี้ เ้าหวัง รู้ได้อย่างไร เื่เกิดขึ้นเมื่อ 8000ปี ก่อนที่เ้าหวังจะเกิดมาเสียอีก”
ต้วนยี่หยวนได้รับรู้ความลับยิ่งใหญ่เป็คนที่ 2 จึงรู้สึกดีไม่น้อยนี่คือความลับระดับจักรวาลเชียวน่ะ จึงกล่าว
“จะเป็ไปได้หรือไม่ที่ม้วนบันทึกหนังสัตว์ใบนั้นจะอยู่ในมือ จ้าวหวัง”
จูจงและต้วนยี่หยวน ตากระจ่างทันใดหันมองหน้ากัน จูจง พยักหน้ากล่าว
“มิน่าเล่า จ้าวหวังจึงมีความมั่นใจว่าจะหาแหล่งแร่พลังปราณพบ”
“แต่ที่มันคาดคิดไม่ถึงก็คือจะพบเจอ 1 ใน 7 ยอดสมบัติวิเศษ ปรากฏขึ้นมาซึ่งก็น่าจะเป็ลำดับที่ 5 อย่าง หินกำเนิดพลัง”
“เพราะเป็ของวิเศษเพียงสิ่งเดียวในทั้ง 7 ชนิด ที่มีความเกี่ยวข้องกับแร่พลังปราณมากที่สุด”
“และด้วยเหตุนี้องค์กรมือสังหาร ที่ติดตาม จ้าวหวัง จะประสบพบเจอกับ หินกำเนิดพลัง เข้าโดยบังเอิญ จึงเป็ที่มาของการตามล่าสังหารนี่เอง”
ต้วนยี่หยวน สีหน้าแปรเปลี่ยน รีบเร่งกล่าว
“เื่ที่ท่านกล่าวมามีความเป็ไปได้ถึง9 ส่วนทีเดียว เหลือแต่เพียงยืนยันความจริงเท่านั้น”
“เื่ หินกำเนิดพลัง มีความสำคัญยิ่งกว่า แร่พลังปราณเสียอีก จนนำมาเทียบกันไม่ได้ด้วยซ้ำ”
“ไม่ได้การเื่นี้คงจะชักช้าไม่ได้แล้ว ต้องรีบส่งข่าวไปที่ ราชวงค์ตะวันลับเพื่อเตรียมแผนการรับมือ”
“ส่วนพวกเราจำเป็ต้องยืนยันเื่ราวในกระจ่างในทันทีพร้อมทั้งขัดขวาง องค์กรมือสังหาร ไม่ให้พวกมันหยิบฉวยเอาไปก่อนได้”
จูจง เห็น ต้วนยี่หยวน ลุกลี้ลุกรนจึงยิ้มออกมา สร้างความไม่พอใจให้กับ ต้วนยี่หยวน จนต้องตวาดด่า
“จูจงท่านยังมีหน้ามายืนยิ้มอยู่อีกไม่ได้ยินที่ข้ากล่าวว่าพวกเราจะต้องรีบลงมือแล้วหรือ”
จูจง หัวร่อเสียงดังทันที โบกมือไปมา ต้วนยี่หยวนยิ่งหน้าแดงเข้าไปอีก
“โปรดใจเย็นท่านต้วนข้าได้ส่งคนลอบแฝงตัวเข้าไปสืบข่าวนานแล้ว และยามนี้ก็ใกล้เวลาที่มันจะกลับมารายงานเช่นกัน”
ต้วนยี่หยวน พลันอับอายขายหน้านับว่ามันเป็กระต่ายตื่นตูม ให้เป็ที่หัวเราะเยาะแล้ว
“ฮืม...จูจงฝากไว้ก่อนเถอะ ไว้ถึงทีข้าบ้างก็แล้วกัน”
ไม่ทันขาดคำ มีคน 2 คนวิ่งประคองกันเข้ามาอย่างรวดเร็ว 1 ใน 2 ะโเสียงดังลั่น
“ท่านจูจงโปรดช่วยพวกเราด้วย”
จูจง กับ ต้วนยี่หยวน และยอดฝีมือของราชวงค์ตะวันลับจำนวน 10 กว่าคน ที่ยืนจับกลุ่มกันก่อนหน้านี้ ล้วนได้ยินเสียงะโจึงรีบหันไปตามเสียงทันที
ระยะทางกว่า1 ลี้ ไม่เป็อุปสรรคใด ยอดฝีมือทุกคนมองเห็น และได้ยินอย่างชัดเจน
พลันพบเห็นกลุ่มคน5-6 คน ที่ห่างออกไปทางด้านหลังกำลังวิ่งไล่ล่าคน 2 คนที่อยู่ด้านหน้า
ทั้ง2 คนที่วิ่งเข้ามา หน้าซีดเผือด เสื้อผ้าขาดกระรุ่งกระริ่ง าแมีทั่วทั้งตัว โลหิตไหลย้อมเสื้อผ้าจนแดงฉานาเ็จนสาหัส ฝีเท้าซวนเซแทบจะล้มอยู่แล้วดูท่าคงทนได้อีกไม่นาน
แต่จะวิ่งกลับไปช่วยทั้ง2 คน ให้ทัน นับเป็เื่ยาก เพราะที่ตามหลังมาใกล้จะถึงอยู่แล้ว
แต่อย่างนั้นก็ไม่มีเวลาให้ทั้งหมดได้ขบคิดใคร่ครวญจูจง กับ ต้วนยี่หยวน และยอดฝีมือของราชวงค์ตะวันลับทุกคนรีบกระโจนไปด้านหน้า พุ่งกายทะยานร่าง ใช้วิชาตัวเบาจนความเร็วทะลุถึงขีดสุดจนใกล้เคียงกับคำว่าโบยบินอยู่แล้ว
คนทั้ง 2วิ่งหลบหนีมาเป็ระยะทางหลายร้อยลื้แล้ว เรี่ยวแรงใกล้หมดสิ้น ทั้งยังาเ็สาหัสถ้าไม่ใช่ยังมีหวัง พวกมันคงล้มตัวลงนอนพื้นไปแล้ว
ยามนี้เห็นกำลังของฝ่ายตนกำลังวิ่งเข้ามาช่วยแล้วกำลังใจจึงพวยพุ่งทะลวงเมฆาทันใด ความเร็วจึงเพิ่มขั้นมาโดยไม่รู้ตัว
เมื่อคนทั้ง 2 มองเห็น คนที่วิ่งตามหลัง 5 -6 คน ก็มองเห็นเช่นกัน ชายกลางคนที่วิ่งอยู่หน้า มือถือกระบี่ยาว 1.5เมตรเรียกว่ากระบี่ยาวก็ยาวสมชื่อจริงๆ มันสะบัดวาดกระบี่ออกไป 2 ครั้ง
ทันใดนั้นปราณกระบี่หนาแน่น 2 สายพุ่งออกไปตามแนวขวาง เข้าหาชายทั้ง 2 คน ที่วิ่งอยู่ด้านหน้า
ถ้าหลบไม่พ้น คนทั้ง 2 ต้องตายแน่แล้วคนที่วิ่งอยู่เยื้องด้านหลังทางซ้าย กลับตัดสินใจยอมตายในที่สุด อย่างน้อยเหลือรอด1 คนเพื่อกลับไปรายงานก็ยังดีกว่า เสียชีวิตทั้งหมด พรางตวาด
“จี่หยวนกัง ข้าจะขวางเอาไว้ให้ท่านอาศัยพลังของข้ารีบไปทันที ช้าไม่ทันการแล้ว”
จี่หยวนกัง ที่วิ่งอยู่ด้านหน้ารู้สึกถึงพลังปราณมหาศาลราวมรสุมอันคลุ้มคลั่ง กระแทกเข้ามาด้านหลังรู้ได้ทันทีว่าเป็พลังปราณเฮือกสุดท้ายของสหาย
รู้สึกเ็ปใจ แต่ไม่มีเวลาให้เศร้าโศกหากเคลี่อนไหวช้า การเสียสละของสหายจะสูญเปล่า จี่หยวนกังรีบะโเอาเท้าเหยียบไปที่พลังปราณขุมนั้น ส่งร่างพุ่งทะยานไปด้านหน้าความเร็วเพิ่มขึ้นหลายเท่าทันที
ในขณะที่สหายหันหน้ารับ ปราณกระบี่ทั้ง 2 สาย ที่พุ่งทะลุอกออกด้านหลังร่างกายซวนเซถอยหลัง ละอองโลหิตพุ่งออกจากปาก ทรุดตัวลงกระแทกเข่าก่อนจะล้มลงสิ้นใจตาย
ต้วนยี่หยวน ที่พุ่งเข้ามาถึงก่อนและรับร่าง จี่หยวนกัง เอาไว้ ะโอย่างเดือดดาล
“พวกเ้าหารนที่ตาย”
กลุ่มคน 5 – 6 ตน วิ่งเข้ามาถึง ทางฝ่าย จูจง และยอดฝีมือของราชวงค์ตะวันลับก็มาถึงเช่นกัน ทั้ง 2 ฝ่าย ยืนประจันหน้ากันอยู่ อย่างเอาเป็เอาตาย
ชายกลางคนที่ถือกระบี่ยาว เอ่ยเสียงเ็า
“ส่งมันมาให้ข้าแล้วข้าจะจากไปทันที”
ชายกลางคนที่ถือกระบี่ยาว มีนามว่า ยี่สุ่ยซิง มีอายุ 6000ปี มีพลังปราณมนุษย์ขั้นสูง ระดับ 10
ต้วนยี่หยวน โมโหโกรธา มันจะมากไปแล้ว กล้าทำร้ายคนของราชวงค์ตะวันลับต่อหน้าข้า แล้วยังกล้าข่มขู่คุกคาม
“เฮอะ...องค์กรมือสังหาร เข้ามาในเขตปกครองของราชวงค์ตะวันลับ แล้วยังกล้าฆ่าคนต่อหน้าข้าอีก วันนี้อย่าหวังว่าพวกเ้าจะมีชีวิตรอดกลับไปอีกเลย”
ไม่จำเป็ต้องต่อรองต้วนยี่หยวน โบกมือไปด้านหลัง
“สังหารพวกมันให้หมดส่วนเ้าข้าจะดับลมหายใจเอง”
ต้วนยี่หยวน ชักดาบออกมา กระโจนเข้าหา ยี่สุ่ยซิงอย่างว่องไว
ยี่สุ่ยซิง ก็ไม่ชักช้าเช่นกันวาดกระบี่เข้ารับหน้า
องค์กรมือสังหาร มีเด็ดเดี่ยวยิ่งนักต่อให้มีจำนวนคนน้อยกว่า แต่ก็ไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย แต่ละคนมือเปื้อนเืการฆ่าผู้คน ถือเป็อาหารว่าง ย่อมมีความโเี้ ชั่วร้ายแน่นอน
สิ้นคำทั้ง 2 ฝ่าย วิ่งเข้าห่ำหั่นกันทันที เสียงพลังหมัดฝ่ามือ ทั้งเท้ากระแทกกระทั้นกันรุนแรงเสียงดาบ กระบี่ ปะทะฟาดฟันไม่มียั้ง
“ปั้งๆ...”
“เคร้งๆ...”
ทุกครั้งที่พวกเขาพุ่งเข้าต่อยตีกัน จะเกิดเสียงปะทะดังสนั่นพลังลมแหลมคมจากอาวุธ เข้าเชือดเฉือนตามร่างกาย หากไม่มีพลังปราณคุ้มครองร่างหรือมีของวิเศษคุ้มครอง ร่างกายคงชีกขาดไม่มีชิ้นดี กระชากอย่างรุนแรงกระจายออกไปทั่ว
การต่อสู้ระหว่าง ต้วนยี่หยวน กับ ยี่สุ่ยซิงดุเดือดเป็อย่างมาก
“ปง...”
“ปง...”
ต้วนยี่หยวน สร้างพลังปราณดาบก่อเป็รูปร่างพยัคฆ์พุ่งเข้าตะปบเหยื่อ กรงเล็บแหลมคม 3 สาย ตบฟาดไป ฉีกอากาศจนขาดเป็ทาง
“โฮก...”
ยี่สุ่ยซิง รู้ตัวดีว่าพลังปราณ ด้อยกว่า ต้วนยี่หยวนอยู่หลายระดับ ยากจะเอาชนะได้ แต่เพราะใจคอโเี้ เด็ดเดี่ยว จึงไม่ยอมหลบหลีกกลับเสือกแทงกระบี่ เข้าทะลวง กรงเล็บพยัคฆ์ทันใด
“เปรี้ยง...”
แต่ทว่า ต้วนยี่หยวน มีพลังปราณขั้นเหนืุ์ ระดับ 8 ซึ่ง ซึ่งสูงกว่า ยี่สุ่ยซิง มากนัก
ยี่สุ่ยซิงถูกพลังจากกรงเล็บที่แข็งแกร่งกว่า ฟาดกระบี่จนกะเด็นหลุดมือ และเข้ากระแทกที่หน้าอกจนกระอักโลหิตออกมาซี่โครงหัก หน้าอกยุบ คนกระเด็นถอยหลังไปหลายสิบเมตร กระแทกเข้ากับต้นไม้ล้มระเนระนาด
ต้วนยี่หยวน พุ่งกายตามมา วาดดาบตัดลำคอ ยี่สุ่ยซิงพรางตวาด
“เ้าจงตายได้แล้ว”
ยี่สุ่ยซิง ที่ล้มลงบนพื้น รีบพลิกร่างะโขึ้นสูงเพื่อหลบหลีก
“จะหนีไปที่ใด”
ต้วนยี่หยวน กระทืบเท้า ติดตามอย่างไม่ลดล่ะ ยี่สุ่ยซิงที่าเ็สาหัส หลบหลีกอย่างยากลำบาก
ยี่สุ่ยซิง หยิบกระบี่ขึ้นมาอีกเล่มซัดกลับหลัง หวัง ขัดขวาง ต้วนยี่หยวน เอาไว้ อีกมือถือแผ่นอาคมสังหารซัดตามหลังไปติดๆ
แต่ทว่า กระบี่เล่มนั้นไหนเลยจะสามารถขัดขวาง ต้วนยี่หยวน ก้มหน้าหลบ แต่ความเร็วกลับไม่เชื่องช้า
มองไปด้านหน้า พลันใจหายวาบเห็นแผ่นอาคมใบหนึ่งลอยอยู่ตรงหน้า ห่างเพียง 5 เมตร เท่านั้น
ต้วนยี่หยวน ก็รวดเร็วพอกันพลิกฝ่ามือหยิบแผ่นอาคมใบหนึ่ง ป่นทำลายจนเป็ม่านแสง ปกคลุมร่างทันที
“ตูม...”
เสียงะเิดังะเืเลื่อนลั่นฝุ่นละอองปลิวคละคลุ้ง บดบังการมองเห็นทั้งหมด
ยี่สุ่ยซิง ไม่วางใจไม่แม้แต่จะหันไปดูซักนิดเดียว รีบอาศัยโอกาสนี้ วิ่งหนีทันทีทอดทิ้งแม้กระทั่งสหายที่เหลือ
ทันใดนั้น มีลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งฝ่าฝุ่นละอองออกไป ตรงปลายแหลมมีวงแหวนอักขระรูนหมุนวนอยู่ เป็ข่ายอาคมไร้สียง
ยี่สุ่ยซิง ที่วิ่งอยู่ด้านหน้ารู้สึกถึงเค้ารางแห่งความตาย ใกล้เข้ามา มันสงสัยว่า ต้วนยี่หยวนจะติดตามมาถึงแล้วหรือ จึงเหลียวมองแวบเดียว
แต่แค่แวบเดียวนี้กลับเป็นาทีแห่งชีวิต ยี่สุ่ยซิงม่านตาเบิกกว้าง มองเห็นลูกธนูมาถึงพอดี มันยังไม่ทันได้ตั้งตัว ลูกธนูพุ่งทะลุหัวใจ ถูกสังหารลงทันที ร่างกายยังถูกกระชากไปด้านหน้าหลายสิบเมตรจึงจะร่วงหล่นลง
กลุ่มองค์กรมือสังหาร อีก 5 คนที่เหลือก็ถูก จูจง และยอดฝีมือของราชวงค์ตะวันลับกลุ้มรุมสังหารจนหมดสิ้น
แต่ละคนมีาแตามร่างกายมากบ้าง น้อยบ้าง แต่อาศัยที่มีจำนวนคนมากกว่า และพลังปราณที่ใกล้เคียงกันทุกคนจึงปลอดภัยดี ไม่มีใครเสียชีวิต