เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์

    ตอนที่ 112 กำจัดอาชญากรชั่ว

    คืนนั้นเทียนแยกร่างออกมาเป็นตี้เทียน แล้วพามาหาอลิซที่ห้อง

    “ อลิซ นี่คือศิษย์พี่ของผม ชื่อว่าตี้เทียน เขาจะช่วยพวกคุณจัดการได้ดีกว่าผม”

    “ แต่ว่านี่มันเป็นความลับ คุณบอกคนอื่นได้ยังไงกันนี่” อลิซไม่ค่อยพอใจ

    “ เชื่อใจเถอะ พี่ตี้เทียนจัดการเรื่องแบบนี้ได้ดีกว่าผมจริง ๆ”  ร่างแปลงของเทียนเอ่ยจบก็เดินออกไป

    “ อลิซ เชื่อฟัง หลี่เทียนเขาดีกว่า เธอพร้อมเดินทางแล้วหรือยัง”

    “ ฉันไม่เชื่อใจคุณเท่าไร”  จากนั้นอลิซก็เคลื่อนไหว โจมตี ตี้เทียนด้วยความเร็วแบบสายฟ้าแลบ แต่ว่าถูกตี้เทียนจับหมัดไว้ได้

    “ เคลื่อนไหวช้า เช่นนี้ทำอะไรผมไม่ได้หรอก” เทียนโอบเอวอลิซแล้วหายตัวไปพร้อมกันทั้งคู่มาอยู่บนเรือเหาะ อลิซตกใจมากไม่คิดว่าร่างกายจะมีเกิดการเคลื่อนย้ายได้อย่างฉับพลัน แล้วมาอยู่บนเรือเหาะโบราณแบบนี้ได้ยังไง

    “ นี่คืออะไร”  อาลิซตื่นเต้นจนต้องเอ่ยถามเทียน

    “ นี่คือเรือเหาะ ความเร็วกว่าเสียงหลายเท่า สามารถวาร์ป จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งได้ไม่กี่อึดใจ”   เทียนเอ่ยบอกในขณะที่ยังกอดอลิซอยู่ไม่ปล่อยไปไหน จนอลิซรู้ตัวว่าถูกกอดนานไปแล้ว จึงรีบขยับตัวออกมา  เทียนจึงปล่อยอลิซ

    “ พวกเราจะไปโกดังด้วยเรือเหาะนี่น่ะหรือ” อลิซถามย้ำอีก 

    “ ไปข้างในกันเถอะ เรือเหาะจะวาร์ปไปโกดังแล้ว”   เทียนเอ่ยเสร็จก็จับมืออลิซเข้าไปด้านใน จากนั้นเรือเหาะก็พุ่งกลายเป็นแสงหายไป มาโผล่ในโกดังลับของทีม เทียนจับมืออลิซกระโดดลงมาจากเรือ  เพื่อนๆ ทั้งหกได้แต่จ้องอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าจะมีเรือเหาะลำใหญ่มาจอดในโกดังแห่งนี้ ยิ่งพอเห็นอลิซกับชายแปลกหน้ากระโดดลงมาก็ยิ่งแปลกใจ

    “ อลิซ นี่มันอะไรกัน”

    “ นี่คือคุณตี้เทียน เป็นศิษย์พี่ของ หลี่เทียน เขาจะมาปฏิบัติภารกิจแทน”

    อลิซบอกกับทุกคน ซึ่งทุกๆ คนเริ่มมีปฏิกิริยาต่อต้านตี้เทียน

    “ เรื่องนี้ เป็นความลับ ไม่ควรให้คนอื่นรู้ไปมากกว่านี้นะ” ริคกี้ตำหนิอลิซ

    เทียนโบกมือทีเดียวอุปกรณ์ของทั้งหมดก็มาปรากฏต่อหน้าทุก ๆ คน

    “ พวกคุณใครมีปัญหาก็หยิบอาวุธที่ถนัด มาลองโจมตีผมได้เลย”

    เทียนท้าพิสูจน์ทุกคน   ริคกี้กระโดดออกมาร่างกายเปลี่ยนเป็นตัวแม่นเต็มตัว

    แล้วปล่อยขนแม่นพุ่งเข้าใสเทียนด้วยความรวดเร็ว อลิซยังไม่ทันยกมือห้ามก็มี

    ขนแม่นนับร้อย ตรงดิ่งเข้าหาเทียนไม่ทันเสียแล้ว แต่ว่าขนแม่นถูกพลังเซียนกระแทกกระเด็นไปจนหมด ไม่สามารถกระทบถูกตัวของเทียนได้ เทียนปล่อยพลังเหมันต์แช่แข็งริคกี้ไว้ครึ่งตัว ขยับไม่ได้   แฮริสเคลื่อนที่เร็วไปรอบ ๆ เทียน แล้วยิงปืนเก็บเสียง สองกระบอกอย่างรวดเร็ว แต่กระสุนก็ไม่สามารถผ่านพลังเซียนได้เลย

    เทียนหายวับเข้าอยู่ด้านหน้าแฮริส แล้วจี้จุด แฮริสหยุดนิ่งทันที เทียนเดินเข้าหาอีก สามคนที่เหลือ ทั้งจอนนี่ แบน และ โจ ต่างเตรียมปล่อยอาวุธออกมา แต่ทั้งสามถูกพลังเซียนกดดันจนต้องคุกเข่าลงไปกับพื้น ขยับตัวไม่ได้ เทียนหันไปหาเจนนี่อีกคนเป็นคนสุดท้าย  เจนนี่กระโดดไปอยู่ข้างหลังอลิซทันที 

    “ ผมว่าพวกเรามาปฏิบัติภารกิจให้เรียบร้อยกันดีกว่า เสียเวลามากแล้ว”  เทียนปลดปล่อยคนทั้ง 5 คนทันที ทุกคนก็เข้ามายืนรวมตัวกันต่อหน้าตี้เทียนพร้อมยอมรับทุกอย่าง

    “ คืนนี้เป้าหมายของเราสามคนอยู่ในจังหวัดหมั่งก๊ก(บางกอก) อีกสามคนอยู่ที่เมืองป๋อทาเยีย(พัทยา)

    คืนนี้พวกเราจะจัดการคนที่อยู่ในจังหวัดหมั่งก๊กนี้ก่อน”  เทียนเสนอความเห็นให้กับทุก ๆ คน

    “ คืนเดียวเนี่ยนะ”   จอนนี่ยังสงสัย

    “ ก็ลองพยายามดูเท่านั้น ต้องดูสถานการณ์ก่อน เจนนี่ขอข้อมูลรายละเอียดสามคนอีกครั้ง”  เทียนให้เจนนี้อธิบายความเป็นมาของสามคนนี้

    “ เอสปาโซ เป็นนักค้ายาลูกครึ่งสหรัฐกับโคลัมเบีย ย้ายมาอยู่เมืองไทยเปลี่ยนชื่อเป็น ทรงชัย เปิดร้านขายอาหารอยู่ในจังหวัดหมั่งก๊ก แต่ยังสั่งการค้าขายข้ามประเทศจากโคลัมเบียไปยังสหรัฐได้  พวกมันมีกองกำลังติดอาวุธ 300 คน

     อาลีบายัน เป็นผู้ก่อการร้าย สามสัญชาติ หลบหนีมาเมืองไทย เปิดบริษัท รปภ.

    รับจ้างลอบสังหารและวางระเบิดสถานที่ทั่วไป  ผลงานคือวางระเบิดตึกคิงคองทำให้มีคนตายไปหลายพันคน มีกำลังคอยคุ้มกัน 300 คน 

    จอส จายอง เป็นลูกครึ่งสามสัญชาติ อเมริกา เกาหลี ญี่ปุ่น เป็นนักวิทยาศาตร์ด้านไวรัสวิทยา ผลงานคือปล่อยเชื้อไวรัสที่ประเทศอเมริกา คนตายไปกว่า สองแสนคน เชื่อกันว่า มันได้รับตำราจากกองพล 731 ที่เป็นหน่วยที่จับคนมาทำเชื้อโรคสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งตำรานี้ได้ถูกอเมริกายึดไปตอนชนะสงครามไม่รู้มันมาอยู่ในมือ จอส จายองได้ยังไง เวลานี้มันหลบหนีมาเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นในไทยชื่อว่าร้าน จอสซูชิ  มีกำลังคุ้มกัน ประมาณ หนึ่งร้อยคน” เจนนี่สรุปให้ฟังอีกครั้งพร้อมชี้ตำแหน่งพิกัด ของทุก ๆคน

    “ เตรียมตัว เราจะไปกำจัดเอสปาโซก่อน เป็นเป้าหมายแรก ทุกคนนำของขึ้นเรือเหาะ แล้วออกเดินทางทันที”  เทียนสั่งการ ทุกคนทำตามคำสั่งทันที

    พอขึ้นเรือเหาะเทียนก็ขับเรือเหาะไม่เกินห้านาทีก็มาถึงบ้านเป้าหมายสร้างตกใจให้กับทั้งหมดยิ่งนัก

    “ ทุกคนไม่ต้องกลัว เรือเหาะลำนี้เป็นเรือล่องหน ไม่มีใคร หรือเรดาห์ จะสามารถตรวจจับได้ เจนนี่ยืนยันตัวเป้าหมายได้ไหม”  เจนนี้ใช้กล้องส่องไปที่บ้านด้านล่างมีตึกอยู่ล้อมรอบ มีคนแต่งชุดลายพรางมีอาวุธครบมือ ทั้งหมดประมาณ 300 คน มีเป้าหมายนั่งอยู่กับครอบครัว โดยมีภรรยาและบุตรอีก สี่คนยังอายุไม่ถึง10ปีเลยสักคน

    “ ยืนยันตัวตนถูกต้อง แต่เป้าหมายมีลูกสี่คน และภรรยา อยู่ด้วยจะทำอย่างไรดี”

    เจนนี่หันมาสอบถามความคิดเห็นทุกคน 

    เทียนยืนมองคนเหล่านี้เป็นคนต่างชาติหมดเลยไม่มีคนไทยแม้แต่คนเดียว มันเข้ามาอยู่ในเมืองแบบนี้ แล้วถืออาวุธสงครามแบบนี้ได้อย่างไรกัน

    “ พี่ตี้เทียนเอายังไงดีครับ” จอนนี่เอ่ยถามเทียนที่กำลังยืนมองอยู่

    “ ยิงระเบิดยาสลบเข้าไปในตัวบ้าน แล้ว เข้าไปจัดการเป้าหมายซะ ภรรยาและเด็กๆปล่อยพวกเขาไป”

    “ แล้วคนคุ้มกันทั้งสามร้อยคน พวกเราจะทำอย่างไรกับมันดี” ริคกี้เอ่ยบ้าง

    “ พอยิงระเบิดเข้าไปในตัวบ้าน พวกนายไปจัดการเป้าหมาย คนคุ้มกันทั้งสามร้อยคนฉันจะจัดการเอง” ทุกคนสงสัยเทียนจะจัดการได้อย่างไรทั้งสามร้อยคน

    “ ยิงระเบิดเข้าไปเลย” 

    “ ตูม”  เบนยิงระเบิดยาสลบเข้าไปทันที  คนคุ้มกันวิ่งกรูกันออกมาจากด้านในกันหมด พร้อมอาวุธครบมือ เทียนปล่อยเข็มน้ำแข็งพุ่งออกไปนับร้อย เข็มพุ่งเข้าเจาะกะโหลก ผู้คุ้มกันทันที  ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ  ร่างผู้คุ้มกันร่วงไปทีละคน จนหมดทั้งสามร้อยคน เทียนเห็นทั้งหก ยังไม่ไปจัดการกับเป้าหมายอีก เลยรีบบอกว่า

    “ ไปจัดการได้แล้ว”  ทั้ง 6 คนสวมหน้ากากป้องกันควัน ก็กระโดดจากเรือเหาะ พุ่งเข้าไปในห้อง จัดการคนทั้งหมดโดยไว้ชีวิตเด็กและสตรีเอาไว้ ส่วนเอสปาโซถูกพวกเขาตัดศรีษะออกมา แล้วกระโดดขึ้นมาบนเรือเหาะอย่างเร็ว เทียนขับเรือเหาะออกมาเพื่อไปหาเป้าหมายที่สองต่อไป รวมเวลาที่ใช้ปฏิบัตการครั้งนี้ไม่ถึง 10 นาที  เทียนขับมาอยู่โครงการคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งที่ผู้ก่อการร้าย อาลีบายันอาศัยอยู่

    “ เจนนี่ตรวจสอบยืนยันเป้าหมาย”

    “ ยืนยันตัวตนถูกต้อง เป้าหมายอยู่อาคารซี ชั้น 5ห้อง 505 ตั้งอยู่กลางโครงการคอนโดมีกองกำลังติดอาวุธคอยเฝ้าอยู่ทั้ง 8 ชั้น สามร้อยคน ลุยได้เลย”

    เจนนี่บอกเป้าหมายชัดเจน  แต่เทียนยกมือให้หยุดก่อน

    “ พวกมันวางระเบิดตึกคอนโดรอบๆ เอาไว้ หากมีใครบุกรุก พวมันจะเริ่มระเบิดตึกอื่นๆ ก่อนทันที พวกมันมีรีโมทควบคุมไว้ทั้งแปดอัน อย่าเพิ่งลงมือ”  เทียนสัมผัสได้ถึงระเบิดทุกจุด เจนนี่รีบใช้เครื่องสแกนระเบิดทันที

    “ จริงด้วย พวกมันวางระเบิดซีโฟร์ไว้ 16 จุดทุกตึกเลย ทำยังไงดี” เจนนี่ตกใจเธอเกือบทำให้คนบริสุทธิ์ต้องมาตายเป็นจำนวนมากเสียแล้ว

    “ รออยู่บนเรือ ผมจะไปจัดการกับระเบิดทั้ง 16 จุด นี่ก่อนรอผมสักครู่”

    เทียนเคลื่อนไหวผ่านมิติอย่างเร็วแล้วเก็บระเบิดไปจนหมด เทียนใช้เวลาไม่เกินห้านาที

    “ เรียบร้อย”   ทุกคนสงสัยว่าเทียนทำได้ยังไง

    “ แล้วระเบิดนั้นอยู่ที่ไหนแล้ว” เทียนชี้ไปที่ตึกที่อยู่อาคารซี จากนั้นเทียนก็ยิงดัชนีสายฟ้าเข้าไป  ตูม ๆๆๆๆๆๆ เกิดระเบิดดัง 16 ครั้ง ตึกอาคารซีทั้งหมดก็ระเบิดมากองอยู่บนพื้น โดยที่อาคารอื่นๆ ไม่เป็นอะไรเลย

    “ ไปที่อื่นกันต่อเถอะ”  เทียนขับเรือเหาะต่อไป ทิ้งให้ทั้งเจ็ดคนอ้าปากเหวอ ไม่คิดว่าเทียนจะระเบิดทิ้งทั้งตึกเพื่อฆ่าผู้ก่อการร้ายแบบนี้

    เป้าหมายสุดท้ายของคืนนี้ คือ จอส จายอง มันพักอาศัยที่บ้านหลังใหญ่ชานเมือง

    มีกองกำลังไม่มากแค่ 100 คนเดินตรวจตรารอบๆ   ด้านในบ้านมีทางลงไปใต้ดินมีคนถูกจับมาเกือบ สามร้อยคน ทุกคนได้รับเชื้อไวรัสชนิดใหม่ เทียนบอกให้ทุกคนหยุดก่อน เทียนพบว่าทุกคนในบ้านมีเชื้อไวรัสชนิดใหม่กันหมด แต่จอสจายองอาจมียาป้องกันเชื้อตัวนี้

    “ ยืนยันตัวตน เป็นจอส จายองจริง ๆ ลงมือได้”

    “ หยุดก่อน พวกมันปล่อยเชื้อไวรัสไปตามอากาศ ภายในรอบๆ บ้าน ห้ามใครลงไปเด็ดขาด”  เทียนกระโดดลงไปเพียงคนเดียว จากนั้นก็มีคนเข้ามาขวาง แต่ไม่มีใคร เข้ามาใกล้เทียนได้เลย แต่ละคนล้วนถูกตัดขาดเป็นสองท่อนไปจนหมด

    เทียนเข้ามาในห้องของ จอส จายอง

    “ แกกำลังทดลองบ้าอะไรของแก”

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฉันทดลองเชื้อไวรัสทมิฬ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ใครได้หายใจเข้าไป มีแต่ตายลูกเดียว ไม่มีใครป้องกันเชื้อไวรัสทมิฬของฉันได้”

    “ เหรอ งั้นก็ตายไปซะ”  เทียนกำลังจะฆ่ามัน แต่ว่ามันยกมือแล้วพูดว่า

    “ หยุดนะ นี่แกจะสังหารฉันไม่ได้นะ   ฉันมียาแก้เชื้อไวรัส อยู่ในสมองของฉัน หากฉันตาย จะมีคนติดเชื้อไวรัสตายกันทั้งโลก ฮ่า ฮ่า ฮ่า”  ฉัวะ  ! เทียนตัดหัวจอส จายองขาดสะบั้น ตรวจสอบความคิดในสมองของมันเสร็จ   ก็เข้าไปที่คุมขังนักโทษ

    ผู้คุมเห็นเทียนเข้ามาก็กรูเข้ามาทำร้าย ก็หัวขาดไปพร้อมกันทันที

    เทียนใช้พลังแสงพุทธะ ปล่อยออกมาฆ่าเชื้อโรคที่นักโทษทุกคน ติดอยู่ตายไม่มีเหลือ แล้วบอกให้ทุกคนรีบออกไปจากที่นี่ พอทุกคนออกไปจากที่นี่ เทียนก็เผาบ้านของ จอส  จายองจนกลายเป็นเถ้าถ่านไม่มีเหลือ

    “ กลับกันเถอะ จบภารกิจไปแล้วสามคน พรุ่งนี้ค่อยจัดการกับที่เหลืออีก”

    ทั้งเจ็ดคนได้แต่มองตากัน ไม่คิดว่าคืนเดียวจะเสร็จภารกิจได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้

    เทียนนัดกับพวกเขาแล้วก็พาอลิซกลับบ้านทันที

    “ ตี้เทียน คุณฝึกวิชานี้พวกนี้มาจากไหน แล้วหลี่เทียนเขาก็ฝึกเหมือนคุณหรือเปล่า” อลิซเข้ามายืนใกล้ๆ เทียน แล้วเอ่ยถามด้วยความอยากรู้

    “ คุณยังเด็กนัก ในใลกนี้มีบางสิ่งที่คุณยังไม่รู้อีกมาก สักวันหนึ่งคุณจะค่อยๆ รู้ไปเอง ไม่ต้องรีบเร่งหรอก”

    “ ฉันอยากฝึกฝนให้เป็นแบบคุณ ไม่ทราบว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง” อลิซจ้องหน้าตี้เทียนด้วยความมุ่งมั่น

    “ เรื่องนี้ต้องไปถามหลี่เทียน ผมช่วยไม่ได้” จากนั้นตี้เทียนก็โอบเอวอลิซกลับไปห้องนอน แล้วตี้เทียนก็หายไป ทิ้งให้อลิซยืนนิ่งอยู่ในห้องนอนของตนเอง ตั้งใจว่าพรุ่งนี้เช้าต้อง ถามเทียนให้รู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ได้

    เทียนกำลังเข้านอนก็รู้สึกได้ว่า เสี่ยวหลงดึกแล้วไม่ยอมนอน จึงเข้าไปในเจดีย์เห็นเสี่ยวหลงวิ่งไล่จับ หุ่นพี่เลี้ยงไม่ยอมนอน เทียนเลยดึงร่างเสี่ยวหลงเข้ามาไว้ในมือ 

    “ แม่จ๋า แม่จ๋า”

    “ ทำไมไม่นอนดึกป่านนี้แล้ว”

    “ ไม่นอน เล่น เล่น”  เทียนรู้สึกได้ว่าเสี่ยวหลงเริ่มพูดได้หลายคำแล้ว

    “ เสี่ยวหลงไปกินผลแก้วมังกร ที่เจ้าวางไว้ไปหมด 4 ลูกเลย จนป่านนี้มันเลยไม่นอนเลย”   ปู่หลี่เอ่ยกับเทียนแล้วหัวเราะชอมใจ  เทียนสัมผัสที่ร่างของเสี่ยงหลง

    รู้สึกว่ามีพลังเซียนเพิ่มขึ้นมาทีเดียว 4 ระดับ เซียนระดับ 4 เพิ่งจะเกิดเพียง 5 วันเนี่ยนะ !

    เทียนต้องอุ้มเสี่ยวหลงแล้วถ่ายยเทพลังเทพบริสุทธิ์เข้าไป เพื่อให้พลังของผลแก้วมังกรกระจายไปทั่วร่างจะได้ไม่ติดขัดที่จุดใดจุดหนึ่ง แต่พอปล่อยพลังเข้าไปก็รู้ว่า มันไม่ได้ติดขัดอะไรเลย ที่เสี่ยงหลงไม่ยอมนอนเพราะไม่ได้ปลดปล่อยพลังออกมาบ้างนั่นเอง  เทียนพาเสี่ยวหลงไปชั้นสี่ ให้ไปด่านต่อสู้กับสัตว์อสูร โดยที่เทียนสร้างสัตว์อสูรระดับเซียนไป อีกห้าสิบตัว 

    “ ไปเสี่ยวหลง สู้ สู้” เทียนปล่อยให้เสี่ยวหลงเข้าไปในด่านต่อสู้สัตว์อสูรอยู่ ไม่นานก็พาออก เสี่ยวหลงก็หลับคาอกเทียนสนิท

    “ ต่อไปคงต้องเก็บยาหรือผลไม้ไว้ที่อื่น หากเสี่ยวหลงกินเข้าไปอีกคงได้คึกแบบนี้ไม่ได้หลับได้นอนแน่เลย”  เทียนเอ่ยกับปู่หลี่ ที่ยืนยิ้มอย่างพอใจที่เห็นเทียนทำให้เสี่ยวหลงหลับลงได้

    รุ่งเช้าเทียนไม่ทันได้ลุกจากที่นอน อลิซก็เข้ามาในห้องนอนของเทียนแล้ว

    “ หลี่เทียน ตื่นได้แล้ว ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย” อลิซเข้ามานั่งบนเตียงแล้วดึงผ้าห่มออกทันที

    “ อลิซ นี่เพิ่งจะตีห้ากว่า รอให้เช้ากว่านี้ไม่ได้หรือยังไง” เทียนบ่นแต่ก็ลุกขึ้นมา

    “ ฉันต้องการฝึกวิชาแบบพวกคุณ”

    “ เฮ้อ คุณก็เก่งอยู่แล้วนี่ จะฝึกไปทำไมอีก” เทียนไม่อยากสอน

    “ ฉันเก่ง แต่ไม่แกร่งพอ เจอพวกคุณพวกเราไม่มีใครสู้ได้เลย ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว พลัง หรือวิชาสะกดจิต”

    “ การฝึกของพวกเราเน้นการฝึกพื้นฐานจิตใจตั้งแต่เด็ก แล้วค่อยมาฝึกร่างกาย เพื่อสร้างปราณให้เข้มแข็ง พวกคุณเน้นแต่พลังจากร่างกายไม่ได้เริ่มฝึกจิตใจ หากฝึกตอนนี้กว่าจำเข้าถึงคงอีกหลายสิบปี จะไหวหรือ”

    “ นี่หมายความว่าต้องฝึกแบบพวกนักพรต หลวงจีนอะไรพวกนั้นนะหรือ”

    “ ใช่ ต้องฝีกสมาธิ กำหนดลมปราณตัวเองให้ได้ แล้วถึงจะมีพลัง คุณจะทำได้หรือเปล่า ถ้าคิดว่าทำได้ผมก็จะสอนพื้นฐานให้” 

    “ ได้ฉันจะลองฝึกดู”    เทียนจับศรีษะอลิซแล้วปล่อยข้อมูลการฝึกพลังยุทธ์ขั้นพื้นฐานไปในสมองอลิซ

    “ นื่คือข้อมูลพื้นฐาน คุณลองไปฝึกดู” เทียนเอ่ยจบ อลิซก็รีบกลับไปที่ห้องทันที

    เพราะเทียนถอดเสื้อผ้าเข้าไปอาบน้ำโดยไม่สนใจอลิซอีกเลย...

     

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสาม ตอนกำเนิดจ้าวสวรรค์ ที่คุณอ่าน