เมื่อราชินีเหมันต์ปรากฎตัวทั่วทั้งบริเวณต่างเงียบลงแม้แต่คนของอาณาจักรอสนีก็ยังยืนเหม่อลอยเพราะความงามของราชินีเหมันต์
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ราชินีเหมันต์ยังงดงามไม่เปลี่ยนไปเลย ข้าคนนี้อยากจะพูดคุยกับราชินีอีกสักครั้งจริงๆ” จักรพรรดิอสนีกล่าวพร้อมกับมองไปยังเรือนร่างของราชินีเหมันต์อย่างไม่วางตา
“เจ้าบ้านั่นมันกล้าลวนลามท่านราชินี”
“อาณาจักรอสนีในป่าเถื่อนเกินไปข้าอยากให้ท่านจักรพรรดิเหมันต์นำกองกลังบุกถล่มอาณาจักรอสนีทิ้งเสียจริงๆ” ผู้คนของอาณาจักรเหมันต์พากันโกรธขึ้นมา
“ทำไมข้ารู้สึกว่ามันแปลกๆ” ต้าหมิงที่มองดูท่าทางของราชินีเหมันต์และจักรพรรดิเหมันต์ก็รู้สึกสับสนออกมา
“เจ้าเองก็รู้สึกเช่นกันงั้นเหรอ” จักรพรรดิหญิงกล่าว
“แปลกยังไงงั้นเหรอ” พวกจ้าวหลานแสดงสีหน้างุนงงในสายตาของพวกนางทั้งคู่ก็เหมือนกับสามีภรรยาทั่วไป
“ปกติผู้เป็นจักรพรรดิจะต้องเดินนำหน้าเล็กน้อยแต่นี่ราชินีเหมันต์กลับเดินนำหน้าแถมดูท่าทางของจักรพรรดิเหมันต์สิท่าทางนอบน้อมนั่นมันอะไรกัน” ต้าหมิงแสดงสีหน้าสงสัย
“อย่างที่ต้าหมิงบอก ข้าอยู่หอโคมแดงมานานเห็นผู้หญิงมาหลากหลายรูปแบบ แต่นี่ข้าไม่คิดว่าท่านราชินีเหมันต์ผู้นี้ยังบริสุทธิ์อยู่” จ้าวโยวหลันกล่าวด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
“ห๊ะ!!!! อะไรนะ นี่มันเป็นไปไม่ได้ กับความงามขนาดนั้นจักรพรรดิเหมันต์มัวทำอะไรอยู่หรือว่าที่จริงแล้วจักรพรรดิเหมันต์เป็นพวกไร้น้ำยา” ต้าหมิงอ้าปากค้างและคิดในใจ
“เรื่องนี้พวกเจ้าไม่จำเป็นต้องสนใจ” จักรพรรดิหญิงกล่าว
อีกด้านเมื่อถูกจักรพรรดิอสนีลวนลามด้วยสายตาแววตาของราชินีเหมันต์ก็หรี่ลงอำนาจไร้รูปทำให้ร่างของจักรพรรดิอสนีแข็งทื่อ ใบหน้าของจักรพรรดิอสนีเปลี่ยนไปและรีบปลดปล่อยพลังเวทย์ออกมาเพื่อสลายอำนาจไร้รูปทันที
“ราชินีเหมันต์นี่ไม่ธรรมดาอย่างที่คิด” จักรพรรดิอสนีกล่าวในใจ หลายปีมาแล้วเขาเคยพบกับราชินีเหมันต์มาแค่ 2 ครั้งและทุกครั้งที่พบก็จะรู้สึกว่าความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายนั้นมีบางอย่างแปลกๆแต่สัญชาตญาณของเขาบอกว่าราชินีเหมันต์แข็งแกร่งกว่าจักรพรรดิเหมันต์เสียอีก
“สมคำล่ำลือพลังของท่านราชินีเหมันต์แข็งแกร่งเกินจะหยั่งถึงจริงๆ” จักรพรรดิอสนีกล่าว
“จักรพรรดิอสนีถ้าเจ้ายังกล้าก่อเรื่องขึ้นอีก อาณาจักรของพวกเจ้าจะถูกตัดสิทธิ์ในการประลองทันที” จักรพรรดิเหมันต์กล่าวด้วยสีหน้าเย็นชาก่อนจะเดินตามราชินีเหมันต์ไปนั่งยังตำแหน่งสูงสุด
“เอาละพวกเจ้าเองก็ระวังตัวให้ดีเพราะครั้งนี้พวกอาณาจักรอสนีมันไม่ปล่อยพวกเจ้าไปง่ายๆแน่โดยเฉพาะต้าหมิงเจ้าน่าจะเป็นเป้าหมายของพวกมัน” จักรพรรดิหญิงกล่าวพร้อมกับเคลื่อนใหวไปปรากฎที่นั่งข้างๆราชินีเหมันต์
เมื่อหญิงงามทั้งสองมานั่งข้างๆกันทำให้ชายหนุ่มที่เห็นพากันใจเต้นอย่างรุนแรงและหลงใหลในเสน่ห์ของทั้งสอง คนหนึ่งสวมชุดสีฟ้าอ่อนงดงามและเย็นชาดุจน้ำแข็งและคนสวมชุดสีแดงงดงามและร้อนแรงดุจเปลวเพลิง
“ชั่งเป็นการจับคู่ที่ลงตัวจริงๆ” ต้าหมิงเห็นภาพนี้ก็กล่าวขึ้นมา
“เบาๆหน่อยเดี๋ยวก็ถูกท่านจักรพรรดิลงโทษหรอก” จ้าวโยวหลันกล่าว
“เอาละในเมื่อตัวแทนของทั้งสามอาณาจักรมากันพร้อมแล้วข้าในฐานะเจ้าภาพในปีนี้ก็จะขอเริ่มการประลองได้” จักรพรรดิเหมันต์กล่าว
“ก่อนการประลองจะเริ่มขึ้นทางเราจะประกาศถึงกฎในการประลองเสียก่อน การประลองในครั้งนี้เราจะใช้การสุ่มการประลองทั้งหมดและในการประลองห้ามสังหารอีกฝ่ายถ้าฝ่าฝืนถูกตัดสิทธิ์ทันที” ผู้อาวุโสตระกูลปิงกล่าว
“ก่อนการประลองข้าขอกล่าวเพิ่มอีกหนึ่งเรื่อง” ในขณะที่ผู้อาวุโสตระกูลปิงกำลังจะกล่าวเริ่มการประลองราชินีเหมันต์ที่เงียบอยู่นานก็กล่าวขึ้นทำให้แม้แต่จักรพรรดิเหมันต์ยังต้องแปลกใจ
“ผู้ที่ทำผลงานได้ดีจะได้รับรางวัลพิเศษจากข้าผู้นี้อีกด้วย” ราชินีเหมันต์กล่าว
“รางวัลพิเศษงั้นเหรอ” หลายคนกลายเป็นใจเต้น
“ใช่แล้วรางวัลพิเศษนี้สามารถช่วยให้พวกเจ้ามีพลังเพิ่มขึ้นได้ 1 ระดับ สำหรับผู้ที่เป็นจอมเวทย์ระดับ 9 ก็จะมีโอกาสยกระดับเป็นจอมเวทย์ระดับขุนพลมากยิ่งขึ้น” ราชินีเหมันต์กล่าว
ดวงตาของต้าหมิงเบิกกว้าง ในตอนนี้พลังของต้าหมิงคือระดับ 6 ถ้าต้าหมิงไปถึงระดับ 7 ได้พลังเวทย์ของต้าหมิงจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลและมีโอกาสที่อสูรมายาตัวที่ 4 จะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นด้วย
“ข้ามีคำถาม ทำผลงานได้ดีนี่ไม่เกี่ยวกับอันดับในการประลองใช่หรือไม่” ชายหนุ่มจากอาณาจักรอสนีกล่าวขึ้น
“ถูกต้องใครที่แสดงความสามารถเข้าตาข้าคนเหล่านั้นจะได้รับรางวัลหลังจบการประลองอย่างแน่นอน” ราชินีเหมันต์กล่าว
“ดูท่าข้าจะต้องแสดงพลังทั้งหมดออกมาเสียแล้ว” ต้าหมิงขบคิดเพื่อที่ตนจะได้สัตว์เวทตัวที่ 4 เขาจำเป็นต้องได้รับรางวัลของราชินีเหมันต์
“เอาละข้าขอเริ่มการประลอง ณ บัดนี้” ผู้อาวุโสตระกูลปิงกล่าว
“การประลองคู่แรก ซวนเห่อจากอาณาจักรอัคคี เจอกับ เหล่ยม่านจากอาณาจักรอสนี” ผู้อาวุโสตระกูลปิงคำราม
ซวนเห่อกลายเป็นตื่นตระหนกทันทีเขาไม่คิดว่าตนเองจะกลายเป็นคนแรกที่ขึ้นไปบนสนามประลอง ซวนเห่อนั้นเป็นจอมเวทย์เสริมกำลังส่วนอีกฝ่ายเป็นจอมเวทย์อสนีแถมระดับพลังของทั้งคู่ยังสูสีกันอีกด้วย
“เจ้าคิดว่าใครจะชนะ” จ้าวหลานกล่าว
“ข้าเองก็ไม่รู้เพราะข้ายังไม่เคยเห็นพลังของอีกฝ่าย แต่ในฐานะจอมเวทย์เสริมกำลัง ทักษะการต่อสู้ของซวนเห่อยังอ่อนแอเกินไปเมื่อเทียบกับอาจารย์เสี่ยวแล้วซวนเห่อยังห่างใกลอีกมาก” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับส่ายหัว
“ก็จริง จุดเด่นของจอมเวทย์เสริมพลังคือทักษะการต่อสู้ประชิดซึ่งยิ่งมีประสบการณ์มากเท่าไหร่จอมเวทย์เสริมพลังก็ยิ่งน่ากลัวมากยิ่งขึ้น” จ้าวหลานกล่าว
“การประลองเริ่มได้” ผู้อาวุโสตระกูลปิงกล่าว
“เศษสวะจากอาณาจักรอัคคีพวกเจ้าควรยอมแพ้ไปดีกว่าเพราะด้วยพลังอ่อนๆของพวกเจ้าไม่สามารถเอาชนะพวกเราได้หรอก” เหล่ยม่านกล่าว
“อวดดี พวกเจ้าคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งมากนักหรือยังไงกัน” ซวนเห่อคำรามด้วยความโกรธ
“ของมันแน่อยู่แล้ว ยิ่งเจ้าเป็นจอมเวทย์เสริมพลังยิ่งไม่ใช่คู่มือของข้าไปใหญ่” เหล่ยม่านกล่าวเย้ยหยัน
“ดี วันนี้ข้าจะแสดงพลังของจอมเวทย์เสริมพลังให้ดู” ซ่วนเห่อคำราม
ในพริบตาทั่วร่างของซวนเห่อก็ปรากฎเกาะเวทย์เต็มไปหมดพร้อมกับถือดาบใหญ่เอาไว้ในมือ
“วูป!!!!!!!”
ทันทีที่ซวนเห่อใช้พลังเวทย์ของตนออกมาไม่เพียงแต่ร่างกายของซวนเห่อจะได้รับการเสริมพลังทำให้แข็งแกร่งขึ้นหลายเท่าแต่ตัวอุปกรณ์เวทย์เองก็ยังได้รับการเสริมพลังไปด้วยทำให้พลังของอุปกรณ์เวทเหล่านี้แสดงพลังออกมาได้มากกว่าปกติหลายเท่า
“นี่คือข้อดีของจอมเวทย์เสริมพลังงั้นเหรอ” ต้าหมิงแสดงสีหน้าชื่นชมออกมา
“ก็แค่ร่างกายที่แข็งแกร่งแต่เจ้าจะตามความเร็วของข้าทันหรือเปล่า” เหล่นม่านกล่าวพร้อมกับสายฟ้าปะทุออกมาจากร่างกาย ในตอนนั้นเองร่างของเหล่ยม่านก็หายไปและเคลื่อนใหวด้วยความเร็วสูง
ซวนเห่อตื่นตระหนกและเสริมพลังเพื่อป้องกันทันทีเพราะถ้าเทียบกันด้านความเร็วซวนเห่อไม่สามารถสู้กับเหล่ยม่านได้อยู่แล้ว