บทที่ 15 คำเชิญจากผู้นำสูงสุด
ในที่สุดหลี่เต้าก็เดินมาถึงปลายทางเดิน ห้องหนึ่งปรากฏอยู่เบื้องหน้าเขา
เขามองเห็นผู้คนในห้องได้อย่างชัดเจน สี่คนนั้นล้วนมีลักษณะเด่นเฉพาะตัว
ในจำนวนนั้น คนที่อยู่ใกล้หลี่เต้าที่สุดสูงราวหนึ่งจั้ง*[1] รูปร่างกำยำบึกบึน เพียงแค่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นก็สามารถทำให้รู้สึกถึงแรงกดดันอันน่าหวาดกลัวได้
สิ่งสำคัญที่สุดคือกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างของเขา มันทำให้หลี่เต้ารู้สึกราวกับกำลังเผชิญหน้ากับสัตว์ป่า
อาจเป็เพราะสายตาของหลี่เต้าจ้องมองอย่างไม่เกรงใจเกินไป อีกฝ่ายจึงหันขวับมามองทันที สายตาของทั้งสองปะทะกันโดยตรง
ในชั่วขณะนั้น หลี่เต้ารู้สึกราวกับว่าตนเองถูกเสือจ้องมองอยู่
ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติใด ๆ คนร่างใหญ่หันกลับไปพิงผนังอย่างเหม่อลอย
ต่อมา สายตาของหลี่เต้าก็เลื่อนไปยังชายร่างเล็กที่อยู่ข้าง ๆ อีกฝ่าย เขาไม่ได้ดูตัวเล็กเพราะเปรียบเทียบกับคนร่างใหญ่นั่น แต่เพราะคนคนนั้นมีรูปร่างเล็กอยู่แล้ว
ส่วนสูงไม่ถึงหนึ่งเมตรยี่สิบ ร่างกายผอมแห้ง ผมเผ้ารุงรัง แต่ถึงกระนั้นหลี่เต้ากลับรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายความป่าเถื่อนที่มากกว่าจากร่างเล็ก ๆ นั่นไม่น่าจะเป็ความดุร้าย แต่เป็ความบ้าคลั่งมากกว่า
ร่างเล็กรู้สึกถึงสายตาของหลี่เต้าและหันกลับมามองทันที
เสียงขู่คำรามดังขึ้น ร่างเล็กเผยให้เห็นใบหน้าครึ่งล่าง อีกฝ่ายแสดงสีหน้าข่มขู่ใส่หลี่เต้า เมื่อเปิดปาก ภายในก็เต็มไปด้วยฟันที่เรียงรายเหมือนฟันเลื่อย
ในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งผสมกับความใสซื่อ ราวกับเป็คนวิกลจริต
เงาร่างสองร่างที่ตามมานั้นดูปกติกว่าสองคนแรกอยู่บ้าง หนึ่งในนั้นคือชายวัยกลางคนร่างอ้วนใบหน้าดูลามก อีกคนหนึ่งคือชายชราที่พูดจาพึมพำไม่เป็ภาษา
คนเดียวที่ดูปกติในที่นี้น่าจะเป็ชายวัยกลางคนที่ยืนอยู่ตรงกลาง ร่างกายของเขาสวมเกราะที่มีลักษณะคล้ายกับเกราะของหัวหน้าหลิว แต่ดูเหมือนว่าระดับจะสูงกว่า
ชายผู้นี้ให้ความรู้สึกว่าเป็คนที่อันตรายที่สุดในบรรดาคนเหล่านี้
"ในที่สุดเ้าก็มาแล้ว ขาดแค่เ้าคนเดียวเท่านั้น"
ชายวัยกลางคนเห็นหลี่เต้าแล้วยิ้มบาง ๆ
"เ้าคือผู้ใด?" หลี่เต้าเลิกคิ้วขึ้นถามด้วยความสงสัย
ชายวัยกลางคนเอ่ยปากตอบว่า "ข้าคือเว่ยอวิ๋น แม่ทัพใหญ่แห่งค่ายเว่ยอู่"
เมื่อได้ยินดังนั้น หลี่เต้าก็ชะงักไปชั่วขณะ
แม่ทัพใหญ่แห่งค่ายเว่ยอู่หรือ?
หากความทรงจำของเขาไม่ผิดพลาด กองทัพที่ตั้งค่ายอยู่ในเมืองจ่างกู่ก็คือค่ายเว่ยอู่ แม่ทัพใหญ่ก็คือเ้าหน้าที่ระดับสูงสุด และนั่นคือผู้บังคับบัญชาโดยตรงของหัวหน้าหลิว
เมื่อคิดเสร็จ หลี่เต้าก็มองไปยังสี่คนรอบข้าง "ไม่ทราบว่าท่านแม่ทัพ้าอะไรจากนักโทษปะาธรรมดา ๆ เช่นข้าขอรับ?"
"ธรรมดาหรือ?"
เว่ยอวิ๋นส่ายหน้าพลางยิ้ม กล่าวว่า "เข้าภารกิจนักโทษปะาเพียงสองครั้ง ก็สามารถสังหารคนได้เกือบห้าสิบคน ซึ่งในนั้นยังรวมถึงหัวหน้ากองทหารม้าร้อยนายของชนเผ่าเป่ยหมานด้วย ข้าไม่คิดว่านี่จะเป็เื่ธรรมดาสามัญ"
หลี่เต้ามองไปยังอีกสี่คนที่เหลือแล้วหาที่นั่ง จากนั้นก็กล่าวว่า "มีอะไรก็พูดมาตรง ๆ เถิด"
เว่ยอวิ๋นหัวเราะเบา ๆ แล้วกล่าวว่า "เมื่อทุกคนมาพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว ข้าก็จะขอพูดตรง ๆ เลยแล้วกัน"
"วันนี้ที่เชิญพวกท่านมา เพราะข้าอยากขอให้พวกท่านร่วมมือกันช่วยเหลือค่ายเว่ยอู่ของพวกเราในการแก้ไขปัญหาบางอย่าง"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลี่เต้าก็ขมวดคิ้ว แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไร จู่ ๆ ก็มีคนะโออกมาแสดงความคิดเห็นจากด้านข้าง
เห็นได้ชัดว่าชายวัยกลางคนร่างอ้วนะโออกมาพูดอย่างไม่เกรงใจว่า "พูดเล่นอะไรกัน? ให้ข้า เสิ่นซาน ช่วยเหลือราชสำนักของพวกเ้า? ข้าว่าเ้าคงอยากกินขี้เสียมากกว่า ข้าขอบอกไว้ตรงนี้เลย ถึงข้าจะต้องตายอยู่ที่นี่ ข้าก็จะไม่มีวันช่วยเหลือราชสำนักของพวกเ้าทั้งสิ้น!!"
พูดจบ ชายวัยกลางคนร่างอ้วนที่ชื่อเสิ่นซานก็หมุนตัวเดินไปยังทางเดินทันที
เว่ยอวิ๋นยังคงสีหน้าสงบนิ่ง แม้กระทั่งยังมีรอยยิ้มบางประดับอยู่ พอมองเห็นเสิ่นซานเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ เว่ยอวิ๋นพึมพำกับตัวเอง "งั้นก็ช่างเถอะ แต่เดิมข้ายังคิดจะให้พวกเ้าช่วยทำอะไรบางอย่าง หลังจากนั้นข้าจะคืนบ้านให้ แล้วปล่อยพวกเ้าเป็อิสระ"
ในชั่วขณะถัดมา สายลมแรงพลันปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า
เมื่อผู้คนที่อยู่ในที่นั้นมองเห็นชัดเจน จึงพบว่าชายวัยกลางคนร่างอ้วนหรือเสิ่นซานปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเว่ยอวิ๋นในชั่วพริบตา
"ท่านพูดจริงหรือ? ท่านสามารถให้บ้านและคืนอิสรภาพให้ข้าได้หรือ?" เสิ่นซานจับเกราะของเว่ยอวิ๋นด้วยสีหน้าตื่นเต้นพลางกล่าว
"เ้าไม่ได้บอกหรือว่าไม่ช่วยราชสำนัก?"
"ข้าไม่ได้ช่วยราชสำนัก นี่เป็เพียงความสมัครใจของข้าที่อยากช่วยเหลือผู้อื่นเท่านั้น"
"เ้าไม่ได้บอกหรือว่าแม้ตายก็จะไม่เปลี่ยนความคิดของตัวเอง?"
"ปัญหาคือข้ายังไม่ตายนี่?"
เมื่อได้ยินดังนั้นเว่ยอวิ๋นก็ยิ้มบาง ๆ แล้วกล่าวว่า "ข้าพูดความจริง เ้าตกลงแล้วใช่หรือไม่?"
"ตกลง ตกลง!"
เสิ่นซานพยักหน้าอย่างแน่วแน่ ทำให้ผู้คนที่อยู่ในที่นั้นเข้าใจว่าอะไรคือความหอมที่แท้จริง
"แต่ว่าเ้าตกลงคนเดียวก็ไม่มีประโยชน์" เว่ยอวิ๋นมองดูหลี่เต้าและอีกสามคนแล้วกล่าวต่อ "เ้าต้องให้พวกเขาทั้งสี่เห็นด้วย"
"เพราะสิ่งที่ต้องทำอาจจะมีอันตรายอยู่บ้าง พวกเ้าทั้งห้าคนจำเป็ต้องร่วมมือกันจึงจะสำเร็จ"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เสิ่นซานก็หันกลับไปมองหลี่เต้าและอีกสามคน เขาตบมือพลางกล่าวเสียงดังว่า "พวกเ้ายังรออะไรอยู่? นี่คืออิสรภาพนะ"
"แค่ก แค่ก"
ชายชราคนเดียวในที่นั้นไอแห้ง ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงแหบพร่าว "ข้าจะยอมก็ได้ แต่เ้าอ้วนต้องมาเป็เด็กทดลองยาให้ข้าสักครั้ง"
เสิ่นซานะโผึงขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ "เหตุใดข้าต้องเป็เด็กทดลองยาให้เ้าด้วย!"
สิ่งที่เรียกว่าเด็กทดลองยาคือคนที่ถูกใช้สำหรับทดสอบยา
ชายชรากล่าวอย่างไม่ไว้หน้า "ถ้าเช่นนั้นข้าก็ไม่ยินยอม เ้าคงต้องรออยู่ที่ค่ายนักโทษปะานี้กับข้าจนกว่าจะตายไปพร้อมกัน"
"เ้า!"
เสิ่นซานเห็นชายชราไร้ยางอายเช่นนั้นก็ไม่รู้จะทำอย่างไร สุดท้ายจึงต้องยอมประนีประนอม "ยาของท่านจะไม่ทำให้คนตายใช่หรือไม่?"
ชายชราหัวเราะเ็า กล่าวอย่างมั่นใจว่า "ข้าเป็หมอมาทั้งชีวิต ไม่เคยรักษาคนตายสักคน"
เมื่อเห็นอีกฝ่ายมั่นใจเช่นนั้น เสิ่นซานแสดงสีหน้าเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง
ในตอนนั้นเว่ยอวิ๋นที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยปากขึ้นว่า "เสิ่นซาน เ้าสามารถเชื่อใจเขาได้ เขาไม่เคยรักษาคนตายจริง ๆ"
"จริงหรือ?"
"จริง"
"เช่นนั้นก็ได้ ข้าจะเชื่อเ้าสักครั้ง แต่ตกลงกันไว้ว่าจะทดลองยาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น"
เมื่อเห็นชายร่างอ้วนตกลง หลี่เต้าที่อยู่ข้าง ๆ มองไปที่เว่ยอวิ๋น รู้สึกว่าเว่ยอวิ๋นที่มีรอยยิ้มบนใบหน้าตลอดเวลานั้นดูมีเจตนาไม่ดีอยู่บ้าง
ในตอนนั้นเสิ่นซานก็มาหาเขาอีกครั้ง
"เ้าคงจะเห็นด้วยใช่หรือไม่? เ้ายังหนุ่มแน่นปานนี้ หากต้องตายอยู่ในค่ายนักโทษปะา คงน่าเสียดายเหลือเกิน"
อาจเป็เพราะโดนผู้าุโเล่นงานมาก่อน พอมาถึงหลี่เต้า เสิ่นซานจึงแสดงท่าทีสุภาพลง
หลี่เต้าเหลือบมองเสิ่นซาน แล้วหันไปมองเว่ยอวิ๋น พลางเอ่ยว่า "ข้าตกลง แต่เ้าต้องตอบคำถามข้าสักสองสามข้อ"
เว่ยอวิ๋นยิ้มบาง ๆ "ได้"
"คำถามแรก พวกข้าจำเป็ต้องช่วยพวกเ้าทำกี่เื่?"
เว่ยอวิ๋นขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า "สิบเื่!"
สีหน้าของหลี่เต้าหม่นลงทันที "เหอะ!"
หากเป็สิบชิ้น สู้ตั้งหน้าตั้งตาสะสมความดีความชอบในาไม่ดีกว่าหรือ? เพราะแม้แต่คนโง่ก็รู้ว่าภารกิจที่สามารถส่งคนออกไปปฏิบัติงานเพียงห้าคนได้นั้นจะต้องยากเป็พิเศษแน่นอน
เมื่อได้ยินดังนั้น เว่ยอวิ๋นส่ายหน้าอย่างผิดหวังแล้วกล่าวว่า "งั้นเ้าบอกจำนวนมาเถิด"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เสิ่นซานที่อยู่ข้าง ๆ ถึงกับตะลึง รู้สึกว่าเื่นี้ยังสามารถต่อรองได้ ถ้าเช่นนั้นท่าทีของเขาก่อนหน้านี้คงดูโง่เขลาเต็มที
สำหรับคำถามของเว่ยอวิ๋น หลี่เต้าชูนิ้วขึ้นสามนิ้ว "สามเื่!"
เสิ่นซานมองดูอย่างงุนงง ไม่เคยเห็นการต่อรองแบบนี้มาก่อน มันโหดร้ายยิ่งกว่าการฟันคอซะอีก ในขณะที่เขากำลังกลัวว่าเว่ยอวิ๋นจะโกรธและคิดจะช่วยพูดให้นั้น…
"ได้ สามเื่ก็สามเื่" เว่ยอวิ๋นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพยักหน้าตกลง
เสิ่นซานเกือบจะล้มลงกับที่ เพียงเท่านี้ก็สามารถตกลงกันได้แล้ว ถ้าเป็เขา เขาคงไม่กล้าต่อรองด้วยซ้ำ
เมื่อเว่ยอวิ๋นเห็นด้วย หลี่เต้าจึงถามคำถามที่สองของตน "มีภารกิจที่ต้องตายหรือไม่?"
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา เสิ่นซานและชายชราที่อยู่ไม่ไกลต่างตกตะลึง สายตาของทุกคนจ้องมองไปที่เว่ยอวิ๋นพร้อมกัน
"เหตุใดเ้าจึงถามเช่นนี้?" เว่ยอวิ๋นขมวดคิ้วแล้วถามด้วยความสงสัย
หลี่เต้าพูดประโยคอันโด่งดังจากชาติก่อนอย่างใจเย็น "กระต่ายเ้าเล่ห์ตายแล้ว สุนัขล่าเนื้อก็ถูกต้ม นกบินหมดแล้ว ธนูดีก็ถูกซ่อนเก็บ นี่มิใช่หลักความจริงที่มีมาแต่โบราณหรอกหรือ?"
[1] จั้ง เป็หน่วยวัดความยาว โดย 1 จั้ง มีค่าเท่ากับ 3.33 เมตร