เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    ตอนที่ 43 ป่าสัตว์อสูร (ที่นี้บราซิล)

    ตอนที่ 43  ป่าสัตว์อสูร (ที่นี้บราซิล)

     

    เจิ้งฟู่ไม่คิดว่าพ่อของเขาไปที่โรงประมูลเพื่อซื้อมันให้กับเขาเพราะว่าราคาของมันนั้นไม่ใช้ถูกๆเลย.....


    *แล้วท่านพ่อเอาเงินมาจากไหนกันตั้งหมื่นเหรียญหรือว่าท่านจะไปกู้หนี้นอกระบบมา....!!?*


    เจิ้งฟู่กับไปที่ห้องของเขาพร้อมกับกล่องกระบี่ตอนนี้เหลือเวลาอีกสามปีถึงจะถึงวันประลองระหว่างตระกูลดังนั้นเขาจึงต้องรีบเพิ่มความแข็งแกร่งโดยเร็วทั้งเรื่องพลังและการปรุงยา.......


    หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป.....


    เจิ้งฟู่ปรุงยาไปมากกว่าร้อยเม็ดแล้วโดยเขาจะคิดทดลองสูตรยาใหม่ๆอยู่เสมอและคนที่คอยช่วยเขาก็ไม่ใช่ใครอื่นนั่นก็คือตงควงนั้นเอง........


    หลังจากที่กลับมาเจิ้งฟู่ก็ได้ขอให้พ่อของเขาคุยเรื่องคนคุ้มกันให้และได้เจาะจงขอตัวตงควงเป็นกรณีพิเศษด้วยคงซือเองเมื่อได้ยินแบบนั้นก็งงเล็กน้อยแต่ก็จัดให้ตามที่เขาขอ......


    "เป็นอย่างไรบ้างพี่ตงควง?"


    ตงควง:ยาเม็ดนี้ให้ผลดีทีเดียวเลยครับนายน้อยทั้งทำให้บาดแผลหายเร็วขึ้นและก็ทำให้ร่างกายกลับมามีแรงอีกครั้งด้วย.....


    อือ!!


    เจิ้งฟู่กับตงควงนั้นทดสอบยาเกี่ยวกับการรักษาร่างกายที่ให้ผลได้ไว้ที่สุดอยู่และผลที่เขาต้องเป้าไว้ก็คือกินปุ๊บหายปั๊บจนต้องเรียกว่ายาวิเศษเลย.....


    และยาส่วนใหญ่ที่เขาปรุงนั้นจะเป็นยาระดับสองทั้งนั้นจะมีบางชนิดที่ออกมาเป็นระดับสาม.......


    ตุบ ตุบ ตุบ!!


    ???: เรียนคุณชายเจิ้งฟู่ท่านผู้อาวุโสซื่อวู็ให้ข้ามาตามตัวขอรับ!!


    ท่านอาจารย์ต้องการพบข้า!!?


    "ท่านได้บอกหรือไม่ว่าเรื่องอะไร?"


    ???: ไม่ขอรับ!!


    อือ!!


    จากนั้นเจิ้งฟู่ก็เดินตามไปยังห้องโถงของหอโอสถทันที......


    เอี๊ยดดดด!!


    โอ้วววว!!


    ซื่อวู้:  เจ้ามาแล้วเรอะเร็วเข้ามานี้เร็วข้าจะแนะนำให้บางคนให้เจ้ารู้จัก!!


    เมื่อเจิ้งฟู่เขามาคิ้วของเขาถึงกับย้นเข้าหากันด้วยความตกใจทันทีเพราะคนที่นั่งอยู่ข้างซื่อวู้นั้นเขารู้และมันกก็รู้จักเขาด้วย......


    ตุบ ตุบ ตุบ!!!


    ซื่อวู้:นี่คือท่านหมิงหว่างเขาเป็นผู้อาวุโสของสมาคมปรุงยาและก็เป็นเพื่อนของข้าด้วย......


    "คาราวะท่านผู้อาวุโสหมิงหว่าง ข้าน้อยเทียนถ่างเจิ้งฟู่เป็นลูกศิษย์ของท่านอาจารย์ขอรับ!!"


    อือ!!


    หมิงหว่าง: ไม่เลว ไม่เลวซื่อวู้เจ้านี้ช่างตาแหลมยิ่งนักเด็กคนนี้ดูไม่ธรรมดาเลยอนาคตต้องเป็นนักปรุงยาชื่อดังแน่นอน.....


    หมิงหว่างกล่าวพร้อมกับยิ้มให้เจิ้งฟู่มันไม่ได้พูดถึงเรื่องที่เขาเป็นนักปรุงยาแล้วเลยทำให้เจิ้งฟู่รู้สึกโล่งอก......


    "ท่านผู้อาวุโสหมิงหว่างชมข้าเกินไปแล้ว  ข้าก็เพียงเด็กธรรมดาเท่านั้นคงไม่มีวาสนาที่จะกลายเป็นนักปรุงยาชื่อดังได้หรอกขอรับ"


    ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!


    หมิงหว่าง: เจ้าอย่าได้ดูถูกตัวเองไปเลยเพียงแค่เจ้าพยายามเจ้าก็จะสามารถทำได้ในที่สุด.....


    "ขอบคุณท่านผู้อาวุโสที่แนะนำขอรับ!!"


    ทั้งคู่ต่างก็สบสายตาซึ่งกันและกันทำให้ซื่อวู้รู้สึกงงนิดน้อยกับสถานการณ์ในตอนนี้เพราะมันจำได้ดีว่าหมิงหว่างไม่ค่อยสนิทกับใครมากนักแต่มันกับพูดเยอะกับคนอื่นได้.......


    และเมื่อคิดไปคิดมามันก็นึกขึ้นได้ว่าเจิ้งฟู่เคยพบกับหมิงหว่างมาก่อนตอนที่ไปเมืองอินทรีและก็เป็นหมิงหว่างที่พาเขาเข้าไปในสมาคมปรุงยาอีก.......


    ซื่อวู้:แล้วที่เจ้ามาในวันนี้เพราะเหตุใดอย่างนั้นหรอหมิงหว่าง....?


    หมิงหว่าง: ที่ข้ามาวันนี้เพราะข้าอยากให้เจ้าช่วยอะไรข้าบางอย่าง!!


    ช่วย!!?


    ซื่อวู้: อย่างเจ้าเนี่ยนะต้องการให้ข้าช่วย!!?


    หมิงหว่าง: ใช่ ข้าต้องการให้เจ้าช่วยเจ้าฟังไม่ผิดหรอก!!


    ซื่อวู้: ถ้างั้นก็พูดมาเถอะในถานะที่เราเป็นเพื่อนกันข้ายินดีที่จะช่วยเจ้าอยู่แล้วเจิ้งฟู่เจ้าออกไปก่อนข้ากับเขามีเรื่องต้องคุยกัน......!!


    ขอรับทานอาจารย์!!


    จากนั้นเขาก็เดินออกจากห้องไปทันทีเจิ้งฟู่ไม่เข้าใจว่าหมิงหว่างมาทำไมแต่เมื่อเขาเห็นมันมันทำให้เขาคิดถึงเรื่องการประมูลเม็ดยาที่เขาปรุงขึ้นในการประมูลที่พึ่งผ่านมา.........


    *ไม่รู้ว่าเขามาที่นี้มีจุดประสงค์ใดแต่เรารู้สึกไม่ค่อยดีเลยแหะ เอายังไงดีเราต้องคิดหาวิธีแล้วถ้าเกิดว่าเขาบอกความจริงกับท่านอาจารย์หละก็มันต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่!!*


    ความคิดมากมายทำเขาให้รู้สึกมึนหัวไปหมดการมาของหมิงหว่างครั้งนี้ทำเอาเขาลนลานไปหมด........


    ภายในห้องห้องหนึ่ง


    หมิงหว่าง:  ซื่อวู้ก่อนอื่นข้ามีอะไรจะถามเจ้าหน่อย!!


    ซื่อวู้: ว่ามาสิ?


    หมิงหว่าง: ลูกศิษย์ของเจ้าอยู่กับเจ้าตลอดเวลาหรือไม่? เข้าได้ออกไปไหนหรือป่าวในช่วงหนึ่งอาทิตย์มานี้?


    ไม่นิ!!


    ซื่อวู้: ทำไมเจ้าถึงได้ถามแบบนั้นกัน หรือว่าเจิ้งฟู่ไปทำอะไรไว้?


    ปะ ปะ ป่าวหรอก!!


    หมิงหว่าง:ตอนนี้เจ้าควรจะดูแลเขาให้ดีนะ เพราะว่าหลายวันก่อนมีข่างลือว่ามีนักปรุงยาจำนวนมากหายตัวถ้าเขาเป็นศิษย์ของเจ้าจริงข้าเกรงว่าเขาอาจจะมีอันตรายได้......


    ซื่อวู้: นักปรุงยาหายตัวไปจำนวนมาก!!!  เป็นไปได้ยังไงกันแล้วรู้หรือไม่ว่าเป็นใคร?


    หมิงหว่าง: เรื่องนี้พวกเราก็กำลังสืบกันอยู่ทางสาขาหลักได้ส่งข้อความถึงพวกเราสาขาย่อยในพื้นที่ต่างๆให้ระวังตัวกันไว้ให้ดีๆและช่วยกันสืบหาความจริงด้วยดังนั้นข้าเลยมาเตือนเจ้าก่อนนี้ไง......


    ซื่อวู้: ขอบคุณเจ้ามากที่เตือนข้า ข้าจะระวังตัวไว้และที่สำคัญพวกมันคงไม่กล้าบุกเข้ามาในตระกูลเทียนถ่างแน่ดังนั้นเจ้าวางใจได้......


    หมิงหว่าง: ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ดี ถ้างั้นข้าขอตัวก่อน!!


    ซื่อวู้: ทำไมรีบกลับนักหละไม่อยู่พักก่อนหรอ?


    หมิงหว่าง: ข้าต้องไปเตือนคนอื่นๆต่อนะยังมีภู่จี และจูหลิง อีก พวกนางเก็บตัวอยู่แต่บนยอดภูเขาเลยไม่ได้รับรู้ข่าวสารข้าเลยต้องไปบอกพวกนางด้วยตัวเอง.....


    ซื่อวู้: ภู่จี กับ จูหลิง อย่างนั้นเรอะนี่สองยายเฒ่านั้นยังไม่ตายอีกเรอะ!!


    ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!


    หมิงหว่าง: เจ้านี่ยังไม่เลิกมีอคติกับพวกนางอีกอย่างนั้นหรอ?


    เลิกมีอคติ!!


    ซื่อวู้: ฝันไปเถอะ ยังไงข้าก็ไม่มีทางยอมแน่ก็เพราะยายสองเฒ่านั้นถึงทำให้ข้าเป็นอย่างนี้ไง!!!


    ปัง!!!


    หมิงหว่าง: เอาหละ เอาหละ ข้าไม่พูดถึงมันแล้วเรื่องมันก็ผ่านมาหลายสิบปีแล้วอย่าได้ใสใจไปเลย ถ้างั้นข้าขอตัวก่อนนะ!!


    อือ!!


    ซื่อวู้: มะ เดียวข้าไปส่งเอง!!


    หมิงหว่าง: ไม่เป็นไรเดียวข้ากลับเองเจ้าให้คนนำทางก็พอแล้วเชิญเจ้าทำธุระของเจ้าต่อเถอะ!!


    ซื่อวู้: อือ!! ได้เด็กๆส่งท่านหมิงหว่าง!!


    ขอรับ!!


    เมื่อพูดคุยกันจบหมิงหว่างออกไปทันทีที่มันมาในวันนี้เพราะมาแจ้งข่าวการหายตัวไปอย่าลึกลับของนักปรุงยาจำนวนมากและก็ยังไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัดรวมถึงใครที่เป็นคนจับพวกเขาไป......


    "ท่านอาจารย์ ท่านผู้อาวุโสหมิงหว่างมาหาท่านทำไมหรอขอรับ?"


    ซื่อวู้: หือ!! เขามาแจ้งข่าวหนะ!!


    แจ้งข่าว!!?


    เจิ้งฟู่รู้สึกกังวลเล็กน้อยเขาไม่รู้ว่าหมิงหว่างนั้นได้พูดอะไรกับอาจารย์ของเขาบ้าง.......


    ซื่อวู้: ใช่แล้ว เขามาแจ้งข่าวเกี่ยวกับการหายตัวไปอย่างลึกลับของนักปรุงยาจำนวนมากและบอกให้ข้าระวังตัวพร้อมทั้งปกป้องเจ้าไว้ให้ดีด้วย......


    นักปรุงยาจำนวนมากหายตัวไปอย่างลึกลับ!!?


    อือ!!


    ซื่อวู้: ต่อไปเจ้าจะไปไหนมาไหนก็ระวังตัวด้วยหละ!!


    "ท่านไม่ต้องห่วงข้ามีพี่ตงควงคอยคุ่มกันอยู่ทั้งคนไหนจะที่นี้ก็อยู่ในเขตตระกูลของเราใครมันจะกล้าเข้ามาได้!!"


    ซื่อวู้: ยังไงเจ้าก็ควรระวังตัวไว้เสมออย่าได้ประมาทเชียว!!


    ขอรับท่านอาจารย์!!


    เมื่อซื่อวู้พูดจบมันก็เดินจากไปทันทีเหลือทั้งไว้เพียงเจิ้งฟู่กับตงควง......


    ตงควง: นายน้อยไม่ต้องห่วงข้าจะปกป้องท่านเอง!!


    "ขอบคุณมากพี่ตงควงวันนี้พวกเราจะไม่ไปทดสอบยากันแล้วแต่เราจะไปฝึกวรยุทธกันแทน"


    ฝึกวรยุทธ!!?


    ตงควงถึงกับงงเล็กน้อยเพราะต้องแต่มันอยู่กับเจิ้งฟู่มาเขาไม่เคยไปฝึกวรยุทธเลยนอกจากการปรุงยาและเมื่อมันได้ยินแบบนั้นมันก็เลยมึนเล็กน้อย.....


    "ตามข้ามาเถอะน่า แต่อย่าบอกใครเรื่องนี้เชียวนะ"


    ขอรับ!!


    ตงควงรีบตอบรับคำทันทีตั้งแต่มันอยู่กับเจิ้งฟู่มานั้นชีวิตมันก็เริ่มดีขึ้นไม่เหมือนเมื่อก่อนเพราะเจิ้งฟู่ปฏิบัติกับมันราวกับคนในครอบครัวเดียวกันในจะทานอาหารด้วยอีก.....


    ไม่เพียงแค่นั้นยาที่เจิ้งฟู่ทดลองกับมันก็ทำให้ร่างกายของมันมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยอีกด้วยทั้งพลังที่สูงขึ้นร่างกายแข็งแกร่งขึ้นล้วนเป็นผลมาจากการที่มันกินยาตัวทดสอบเข้าไปทั้งนั้น......


    และไม่ว่าเจิ้งฟู่จะไปที่ไหนมันก็ตัดสินใจแล้วว่าจะตามเขาไปทุกทีมันเองไม่มีครอบครัวฝึกฝนวรยุทธก็เพื่อหาเงินเลี้ยวปากเลี้ยงท้องตัวเองเท่านั้นแต่เมื่อมันได้รับความอบอุ่นจากเจิ้งฟู่จึงทำให้มันยอมรับและเคารพในตัวเจิ้งฟู่จากใจจริง......


    "ถึงแล้วพี่ตงควง!!"


    ตงควง: นายน้อยที่นี่มัน!!!


    ชู่วววววว!!


    "เบาๆหน่อยสิเดียวก็มีใครได้ยินหรอกข้าได้ตรวจสอบแล้วว่าบริเวณนี้เป็นทางที่เราจะออกไปโดยไม่มีใครรู้"


    ตงควง: แต่ว่ามันผิดกฏนะขอรับและอีกอย่างมันก็อันตรายเกินไปด้วย.....


    "ท่านไม่ต้องห่วงเรื่องนี้ข้ารับผิดชอบเองและท่านก็ไม่ต้องห่วงข้าหรอกข้าสามารถเอาตัวรอดได้น่า"


    เจิ้งฟู่ได้พาตงควงมายังพงหญ้าขนาดใหญ่ที่อยู่ระหว่างต้นไม้ใหญ่มันเป็นเส้นทางเข้าสู่ป่าที่มีสัตว์อสูรอาศัยอยู่นั้นเองทางลับนี้เจิ้งฟู่เป็นคนทำได้เองเมื่อสมัยก่อนเพราะเขามักจะแอบมาเล่นอยู่คนเดียวเป็นประจำ.......


    อึ๊ก!!


    เสียงกลืนน้ำลายของเจิ้งฟู่ดังจนสามารถได้ยินได้เขาเดินตามหลังตงควงไปช้าๆตอนนี้พวกเขาทั้งคู่ได้เข้าสู่เขตของสัตว์อสูรแล้วแต่ส่วนใหญ่สัตว์อสูรที่อยู่บริเวณนี้จะเป็นสัตว์อสูรระดับพื้นฐานเท่านั้น.....


    พวกมันส่วนใหญ่เป็นสัตว์อสูรที่ไม่ดุร้ายเท่าไหร่นักแต่ก็อย่าได้ประมาทเชียวเพราะพวกมันนั้นขึ้นชื่อว่าสัตว์อสูรแล้วยังไงพวกมันก็มีความน่ากลัวอยู่ดี......


    ก๊ากกกกกก!!!


    ฮ้อวววววว!!


    เสียงสัตว์อสูรดังขึ้นเป็นระยะระยะโดยปกติแล้วจะไม่ค่อยมีใครเข้ามาสักเท่าไหร่เพราะสัตว์อสูรระดับต่ำสุดก็ระดับพื้นฐานขั้นหกขั้นเจ็ดแล้วแต่ถึงความแข็งแกร่งของมีนั้นจะมีระดับเดียวกันกับมนุษย์ก็ตามแต่.....


    พวกมันก็แข็งแกร่งกว่ามนุษย์อยู่ดีด้วยผิวหนังที่หน้ากว่าร่างกายที่ใหญ่กว่าดังนั้นจึงมีน้อยคนที่จะเข้ามาเดินเล่นโดยลำพังถ้าไม่เก่งจริงอยู่ไม่ได้นอกจากจะมากันเป็นกลุ่มเป็นทีม......(ที่นี้บราซิลไม่เจ๋งจริงอยู่ม่ายด้ายยย)

    คล้ายกับเรื่องเหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ) ที่คุณอ่าน